เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 ยังคิดจะกินนางอีกหรือ?

บทที่ 3 ยังคิดจะกินนางอีกหรือ?

บทที่ 3 ยังคิดจะกินนางอีกหรือ?


บทที่ 3 ยังคิดจะกินนางอีกหรือ?

ขณะพูด ฮานเฉียงก็ก้าวเท้าเข้ามาในคอกวัว คิ้วของเขาขมวดมุ่นโดยไม่รู้ตัวเมื่อสัมผัสได้ถึงความมืดทึบและอับชื้นของสถานที่แห่งนี้

แต่เมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างของฮานหมิงหยวนและภรรยา ดวงตาของเขาก็เบิกโพลงด้วยความตื่นตะลึง

ทั้งสองคนซูบผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก โดยเฉพาะภรรยาของหมิงหยวน ใบหน้าของนางซีดเผือดราวกับกระดาษ ดูราวกับคนที่พร้อมจะไปรายงานตัวกับยมบาลได้ทุกเมื่อ

ในฐานะหัวหน้าหมู่บ้าน เขาทราบดีว่าสถานการณ์ของฮานหมิงหยวนหลังจากกลายเป็นอัมพาตนั้นย่ำแย่เพียงใด แต่เขาก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าคนบ้านฮานจะใจดำอำมหิตได้ถึงเพียงนี้

"หมิงหยวน..."

ดวงตาของหัวหน้าหมู่บ้านฮานเฉียงรื้นไปด้วยน้ำใสๆ เขานึกโทษตัวเองที่น่าจะมาเยี่ยมเร็วกว่านี้

หากคนบ้านฮานรู้ว่าเขาให้ความสำคัญกับฮานหมิงหยวนมากเพียงใด พวกมันอาจจะไม่กล้าปฏิบัติกับครอบครัวนี้เยี่ยงสัตว์เดรัจฉานเช่นนี้

"อาเฉียง..."

ฮานหมิงหยวนพยักหน้าทักทายอย่างสุภาพ ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นชายชาตรีอกสามศอก ร่างกายกำยำแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า แต่บัดนี้กลับดูห่อเหี่ยวสิ้นหวังเหลือเกิน

เขาหันไปมองแม่เฒ่าฮานและคนอื่นๆ ด้วยแววตาซับซ้อน เขาเคยรู้สึกเสมอว่าคนในครอบครัวของแม่นั้นเห็นแก่ตัวเกินไป มีเพียงเขาที่เป็นคนซื่อตรงและแปลกแยกจากคนอื่น

มาวันนี้ ทุกอย่างกระจ่างชัดแล้ว...

"ต้องรบกวนท่านแล้ว"

ฮานหมิงหยวนพยักหน้า เขารับรู้ได้ถึงท่าทีของฮานเฉียงเมื่อครู่ ขอเพียงแค่เขายืนกรานที่จะแยกบ้าน การแยกบ้านย่อมไม่ใช่ปัญหา

ทว่า... ด้วยนิสัยของแม่ เขาเชื่อว่านางจะต้องเรียกร้องสิ่งตอบแทนอย่างขูดรีดแน่นอน

หากเป็นเมื่อก่อนตอนที่เขายังไม่พิการ เขาคงพอจะหามาประเคนให้ได้ แต่ตอนนี้...

ฮานหมิงหยวนกังวลใจยิ่งนัก ในเวลานั้น ฮานลั่วเสวี่ยที่ยืนอยู่ข้างฮานเฉียงก็ขยับเข้ามาใกล้ผู้เป็นพ่อ นางกุมมือเขาไว้ คอยประคองให้กำลังใจอยู่เงียบๆ

"ท่านพ่อ ท่านแม่..."

น้องสาวฮานลั่วอวี้ก็ถูกตามตัวกลับมาเช่นกัน

นางเดินขากะเผลก ก้มหน้างุดหลบสายตาผู้คนอยู่ตลอดเวลา

เมื่อเห็นลูกสาวคนรองกลับมาด้วย ความตั้งใจของฮานหมิงหยวนก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น

เขาเชื่อคำพูดของลูกสาว แม่ของเขาคิดจะขายหลานสาวทั้งสองคนจริงๆ

หากขายไปเป็นสาวใช้ในบ้านเศรษฐียังพอทำเนา แต่แม่ของเขาต้องการชีวิตของเด็กสาวทั้งสอง

หากฮานลั่วเสวี่ยล่วงรู้ความคิดของพ่อในตอนนี้ นางคงจะบอกเขาไปแล้วว่าแม่เฒ่าฮานไม่ได้ต้องการแค่ชีวิตของสองพี่น้อง แต่ต้องการชีวิตของพวกเขาทั้งครอบครัวต่างหาก

หมู่บ้านของพวกเขาไม่ได้ใหญ่นัก เพียงแค่คุยกันไม่นาน ปู่ ลุงทั้งสอง และป้าสะใภ้ก็ทยอยกันมาถึง คอกวัวที่ไม่เคยต้อนรับผู้คนมากมายขนาดนี้มาก่อนเริ่มอัดแน่นไปด้วยผู้คน บางคนถึงกับทำท่ารังเกียจกลิ่นเหม็นสาบจนไม่ยอมก้าวเข้ามา

ฮานเฉียงกวาดตามอง เห็นว่าผู้ใหญ่ในบ้านฮานมากันครบแล้ว จึงกระแอมไอแล้วประกาศเสียงดัง

"ที่ข้าเรียกพวกท่านมาวันนี้ เพราะหมิงหยวนมีเรื่องอยากให้ข้าช่วยเป็นพยาน"

สิ้นเสียงของเขา แม่เฒ่าฮานก็ถลึงตาใส่ฮานหมิงหยวนทันที

"เรื่องอะไรกันถึงต้องรบกวนท่านหัวหน้าหมู่บ้าน? หมิงหยวน แม่เคยเลี้ยงดูเจ้าไม่ดีหรืออย่างไร?"

ฮานเฉียงมองไปรอบๆ คอกวัวที่มืดมิด มีใครในหมู่บ้านนี้ที่ต้องมาอาศัยอยู่ในคอกวัวบ้าง?

นี่หรือคือสิ่งที่แม่เฒ่าฮานเรียกว่าเลี้ยงดูอย่างดี? แต่ทว่า... ไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า เรื่องบางเรื่องเขาก็ไม่อาจก้าวก่ายได้มากนัก

"เอ่อ... ฮานเฉียง มีอะไรเข้าใจผิดกันหรือเปล่า?"

ประมุขบ้านฮาน ผู้เป็นปู่ของฮานลั่วเสวี่ยที่แสร้งทำเป็นใบ้มาตลอด ในที่สุดก็เอ่ยปากถาม มือไขว้หลังวางมาด

"จริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ทุกคนต่างก็รู้สภาพของหมิงหยวนดี เขาไม่อยากเป็นภาระพวกท่านอีกต่อไปจึงอยากจะขอแยกบ้าน ฮานต้าโถว ข้าเห็นว่าช่วงนี้พวกท่านก็ลำบากกันไม่น้อย เด็กมันมีความกตัญญูถึงเพียงนี้ พวกท่านคิดจะแบ่งสมบัติกันอย่างไรล่ะ?"

ท่าทีของฮานเฉียงนั้นแข็งกร้าว เขาไม่ได้ถามความสมัครใจของฮานต้าโถว แต่พูดเรื่องการแบ่งสมบัติแยกบ้านออกมาตรงๆ

หน้าของฮานต้าโถวดำคล้ำ แยกบ้านงั้นรึ? พ่อแม่ยังอยู่หัวโด่ จะเอาตรรกะไหนมาแยกบ้าน? อย่าว่าแต่ในหมู่บ้านผาพยัคฆ์เลย ต่อให้ทั้งตำบลอู่หลิงก็แทบจะหาครอบครัวที่กล้าทำเช่นนี้ไม่ได้

"ฮานเฉียง ทำแบบนี้จะไม่เหมาะสมกระมัง?"

ขืนแยกบ้านจริง เขาคงโดนชาวบ้านนินทาจนตายแน่

"แยกบ้าน? แยกบ้านอะไรกัน! เจ้าสาม ไอ้ลูกเนรคุณ ดูสภาพบ้านเจ้าสิ ไม่มีแรงงานสักคน แม่เฒ่าคนนี้เคยรังเกียจเจ้าหรือไร?"

แม่เฒ่าฮานตะโกนน้ำลายแตกฟอง ถลกแขนเสื้อขึ้นอย่างเกรี้ยวกราดทำท่าจะพุ่งเข้าไปหาฮานหมิงหยวน

แต่ฮานเฉียงยืนขวางอยู่หน้าเตียง นางจึงไม่กล้าผลีผลาม

"เช่นนั้น... หมายความว่าพวกท่านไม่ยอมให้แยกบ้าน?"

"ไม่แยก!"

แม่เฒ่าฮานตอบสวนทันควันโดยไม่ต้องคิด

"ไม่... วันนี้ข้าต้องย้ายออกให้ได้"

ฮานหมิงหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น นานทีปีหนจะมีเรื่องตื่นเต้นในที่กันดารเช่นนี้ เพื่อนบ้านร้านตลาดต่างวางมือจากงานแล้วรีบมามุงดู

เมื่อได้ยินคำประกาศของฮานหมิงหยวน ชาวบ้านบางคนก็ร้องเตือนด้วยความหวังดี

"หมิงหยวน สภาพครอบครัวเจ้าแบบนี้ ย้ายออกไปก็มีแต่ตายกับตายนะ"

"นั่นสิ อย่าแยกเลย อยู่บ้านใหญ่อย่างน้อยก็ยังมีอะไรตกถึงท้องบ้าง"

"ใช่ๆ ขาเจ้าอาจจะหายดีสักวันก็ได้ ใครจะไปรู้"

...

ท่ามกลางเสียงทัดทาน เสียงใสๆ ของเด็กน้อยวัยเจ็ดแปดขวบคนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาอย่างโดดเด่น

"อาสามแยกบ้านไม่ได้นะ ถ้าแยกบ้านไป ก็จะไม่มีเนื้อให้กินสิ"

สิ้นเสียงนั้น บรรยากาศโดยรอบพลันเงียบกริบ

ทุกคนหันขวับไปมองเด็กน้อยผู้พูด สะใภ้ใหญ่บ้านฮานรีบพุ่งเข้าไปปิดปากลูกชาย พร้อมหัวเราะแห้งๆ แก้เกี้ยว

"เด็กมันพูดไปเรื่อยเปื่อย"

"เจ๋อเอ๋อร์คงหมายถึงเมื่อก่อนอาสามล่าสัตว์หาเนื้อมาให้กินใช่ไหม?"

ฮานหมิงซินหัวไว รีบพูดเสริมขึ้นมาทันที

แต่ทว่าสายตาของทุกคนกลับจ้องมองเด็กน้อยอย่างคลางแคลงใจ รู้สึกว่าคำแก้ตัวนั้นฟังไม่ขึ้นเท่าไหร่

"เจ๋อเอ๋อร์... อาสี่พูดถูกใช่ไหมลูก?"

สะใภ้ใหญ่บ้านฮานรู้สึกหนาวสันหลังวาบเมื่อถูกจ้องมอง นางแอบหยิกแขนลูกชายขู่บังคับ

"อาสามเป็นไอ้เป๋ จะไปล่าสัตว์ได้ยังไง? ก็ไหนบอกว่าจะเอาพี่รองไปแลกเนื้อวันนี้ แล้วอีกไม่กี่วันก็จะเอาพี่สามไปแลกอีกไม่ใช่เหรอ?"

เฮือก... เด็กน้อยไร้เดียงสา แต่คำพูดเด็กนั้นสัตย์ซื่อที่สุด

ตอนที่ฮานลั่วเสวี่ยบอกว่าแม่เฒ่าฮานจะขายลูกสาวทั้งสอง ฮานหมิงหยวนแม้จะเชื่อลูก แต่ลึกๆ ก็ยังแอบหวังว่าลั่วเสวี่ยอาจจะฟังผิดไป

แต่คำพูดของเจ๋อเอ๋อร์เมื่อครู่ เหมือนน้ำเย็นจัดสาดโครมใส่ตัวเขาจนชาไปทั้งร่าง ลมหายใจเริ่มติดขัดหนักหน่วง

"ท่านแม่... ท่านคิดจะเอาหลานไปแลกเนื้อจริงๆ หรือ? พวกนางก็เลือดเนื้อเชื้อไขของบ้านฮานนะ!"

ดวงตาของฮานหมิงหยวนแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น สองหมัดกำแน่น หากร่างกายปกติป่านนี้เขาคงลุกไปซัดหน้าแม่ตัวเองแล้ว

"ข้า... ข้าก็แค่พูดไปเรื่อยเปื่อย"

ต่อหน้าธารกำนัล แม่เฒ่าฮานย่อมไม่ยอมรับความจริง ตระกูลฮานเองก็ถือว่าเป็นตระกูลที่มีหน้ามีตาในหมู่บ้าน

ฮานหมิงหยวนตั้งท่าจะซักไซ้ต่อ แต่ลั่วเสวี่ยกระตุกมือเขาเบาๆ เป็นเชิงห้าม

ฮานเฉียงสังเกตสีหน้าของคนบ้านฮานก็รู้ทันทีว่าสิ่งที่ลั่วเสวี่ยเล่ามาตลอดทางนั้นเป็นเรื่องจริง

แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชา เขาถามเสียงเข้มทรงอำนาจ

"ฮานต้าโถว ตกลงว่าจะไม่แยกบ้านแน่ใช่ไหม?"

ฮานต้าโถวและแม่เฒ่าฮานรีบพยักหน้ารับ ฮานเฉียงยิ้มมุมปาก

"งั้นแสดงว่าที่เจ้าหนูเจ๋อพูดเมื่อกี้ก็ไม่จริงสินะ?"

ทั้งสองรีบพยักหน้าหงึกหงักยืนยันเป็นพัลวัน

"เอาล่ะ ถ้าไม่แยกก็ไม่แยก แต่ข้าขอพูดให้ชัดเจนตรงนี้ ข้อแรก ตราบใดที่พวกเจ้ามีข้าวกิน จะต้องไม่ปล่อยให้ครอบครัวหมิงหยวนอดอยาก คอกวัวนี่ไม่ใช่ที่ที่คนจะอยู่ได้ ให้พวกเขาย้ายกลับไปอยู่ห้องเดิมเดี๋ยวนี้"

เอ่อ...

ทั้งสองลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อนึกถึงท้องที่กำลังร้องโครกครากด้วยความหิว ก็จำใจต้องยอมกล้ำกลืน

"ข้อสอง พวกเจ้าต้องรับปากว่าจะไม่คิดร้ายต่อลูกหลานบ้านสาม หากวันหน้าเด็กสาวสองคนนี้เป็นอะไรไป อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ"

เมื่อเห็นทั้งสองยังทำท่าทองไม่รู้ร้อน ฮานเฉียงจึงย้ำเสียงหนัก

"หากเกิดอะไรขึ้นกับพวกนาง ข้าจะคัดชื่อพวกเจ้าออกจากทะเบียนราษฎร์ แล้วไล่ออกจากหมู่บ้าน!"

เฮือก...

ทุกคนสูดหายใจเฮือกใหญ่ หากถูกไล่ออกจากหมู่บ้านจริง ไม่มีที่ดินทำกิน ไม่มีบ้านซุกหัวนอน ครอบครัวใหญ่ขนาดนี้จะไปรอดได้อย่างไร?

ฮานต้าโถวและแม่เฒ่าฮานเริ่มรู้จักคำว่ากลัวขึ้นมาจริงๆ โดยเฉพาะแม่เฒ่าฮาน พอนางมองลูกชายคนที่สาม ภรรยาขี้โรค ลูกสาวสองคน และหลานชายขี้แยที่ดูท่าจะอยู่ได้อีกไม่กี่วัน ภาระก้อนโตขนาดนี้คงจะฉุดพวกนางลงนรกไปด้วยกันแน่ๆ

แต่ถ้าแยกบ้าน สองเด็กสาวนั่นก็จะไม่อยู่ในการควบคุมของนางอีกต่อไป

สมองของฮานหมิงซินแล่นเร็วรี่ เขารู้ดีว่าวันนี้อย่างไรก็ต้องแยกบ้านให้ได้ จึงรีบชิงพูดตัดหน้าพ่อแม่

"แยกบ้านไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ตอนนี้ที่บ้านไม่มีของกินเลยสักอย่าง แล้วก็ไม่มีอะไรจะแบ่งให้พวกเขาด้วย"

แม่เฒ่าฮานได้ยินดังนั้นก็รีบเด้งตัวขึ้นมารับลูกทันที

"ใช่ๆ ตอนนี้ที่บ้านไม่มีอะไรเลย ห้องว่างก็ไม่มี แล้วจะเอาอะไรมาแบ่งให้ล่ะ?"

จบบทที่ บทที่ 3 ยังคิดจะกินนางอีกหรือ?

คัดลอกลิงก์แล้ว