- หน้าแรก
- เกิดใหม่วันสิ้นโลก สร้างยอดทีมพิฆาตอสูร
- บทที่ 13: พ่อสารเลว 2
บทที่ 13: พ่อสารเลว 2
บทที่ 13: พ่อสารเลว 2
ก๊อก ก๊อก ก๊อก... เสียงเคาะประตูที่ดังก้องขึ้นทำลายความเงียบสงบในโถงทางเดิน
เย่เหยาเอ่ยถามอย่างระแวดระวัง "ใครคะ"
"ไรเดอร์ครับ อาหารมาส่งแล้ว!" เสียงตะโกนตอบกลับมาอย่างฉะฉาน
เย่เหยาถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก พึมพำกับตัวเอง "เกือบลืมไปเลยแฮะว่าสั่งอาหารไว้ชุดใหญ่!"
เมื่อเย่เหยาเปิดประตู เธอก็ต้องตกตะลึงกับภาพตรงหน้า ทางเดินหน้าห้องอัดแน่นไปด้วยเหล่าไรเดอร์ แต่ละคนถือถุงอาหารพะรุงพะรัง สีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความงุนงงปนสงสัยว่าผู้หญิงตัวคนเดียวทำไมถึงสั่งอาหารมากมายขนาดนี้
"รบกวนช่วยยกเข้ามาข้างในหน่อยนะคะ!" เย่เหยาเอ่ยอย่างเกรงใจ
เหล่าไรเดอร์พยักหน้า "ได้ครับๆ ทานให้อร่อยนะครับ" หลังจากช่วยขนของเสร็จ พวกเขาก็ทยอยเดินจากไปอย่างเร่งรีบเพื่อไปส่งออเดอร์ต่อไป
เย่เหยาปิดประตูแล้วหันกลับมามองกองภูเขาอาหารในห้องนั่งเล่น ช่วงนี้ของเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ จนพื้นที่ในบ้านดูคับแคบลงถนัดตา เธอหลับตาลงเล็กน้อย รวบรวมสมาธิ แล้วใช้จิตกวาดอาหารทั้งหมด รวมถึงโซฟาและโต๊ะกาแฟเข้าสู่มิติ เมื่อลืมตาขึ้น ห้องนั่งเล่นก็กลับมาว่างเปล่าในพริบตา รอยยิ้มพอใจปรากฏขึ้นที่มุมปาก จากนั้นเธอก็ลงมือทำความสะอาดห้องเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับอาหารระลอกถัดไป
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ก็ดังแทรกความเงียบขึ้นมา หน้าจอแสดงเบอร์แปลก เย่เหยากดรับสาย ปลายสายเป็นน้ำเสียงสดใส "สวัสดีครับ ใช่คุณเย่หรือเปล่าครับ รถที่คุณสั่งซื้อมาส่งถึงหน้าโกดังแล้วครับ จะให้พวกเราจัดการยังไงต่อดีครับ"
เย่เหยาคิดครู่หนึ่งแล้วตอบ "จอดไว้ตรงนั้นแหละค่ะ เดี๋ยวฉันตามไป รบกวนช่วยวางกุญแจไว้บนล้อรถฝั่งซ้ายให้ทีนะคะ" แถบชานเมืองค่อนข้างเปลี่ยวและยังปลอดภัยอยู่ในตอนนี้ เธอคิดในใจ
เย่เหยายังไม่ทันได้วางโทรศัพท์ดี เสียงเรียกเข้าก็ดังรัวขึ้นอีกครั้ง เธอถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ก่อนกดรับ "สวัสดีค่ะ นั่นใครคะ"
"คุณเย่ครับ ผมเถ้าแก่ร้านอาหารเองครับ คุณอยู่บ้านไหม อาหารที่สั่งมาถึงแล้วนะครับ" น้ำเสียงของเถ้าแก่เจือด้วยความตื่นเต้นและร้อนรน
เย่เหยาชะงักไปนิดหนึ่ง "อยู่ค่ะ" พูดจบเธอก็วางสายแล้วเดินไปเปิดประตู
ไม่นานนัก ขบวนส่งอาหารก็ทยอยปรากฏตัวขึ้นที่โถงทางเดิน บางคนหอบแฮก บางคนดูเร่งรีบ
"คุณเย่ครับ อาหารที่สั่งครับ" ไรเดอร์คนแรกยื่นถุงให้
เย่เหยารับมาพร้อมรอยยิ้ม "ขอบคุณค่ะ"
จากนั้นคนที่สอง คนที่สาม ก็ทยอยส่งอาหารให้ ทุกครั้งที่รับของเสร็จ เย่เหยาจะปิดประตูแล้วรีบเก็บของเข้ามิติทันที
"คุณเย่สั่งเยอะจริงๆ นะครับเนี่ย" ไรเดอร์คนหนึ่งอดแซวไม่ได้
เย่เหยายิ้มแห้งๆ "ขอโทษที่ทำให้ลำบากนะคะ"
กว่าจะส่งของเสร็จทั้งหมด เวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงหนึ่งทุ่ม โถงทางเดินกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง เย่เหยาหยิบข้าวหน้าหมูตุ๋นและซุปสาหร่ายไข่ออกมาจากมิติ เธอต้องรีบกินแล้วรีบไปที่โกดัง แต่จังหวะที่ตะเกียบกำลังจะคีบหมูเข้าปาก เสียงโทรศัพท์ก็ดังขัดจังหวะขึ้นอีก เมื่อเหลือบมองหน้าจอ ใบหน้าของเธอก็เย็นชาลงทันที... 'พ่อสารเลว' เธอลังเลครู่หนึ่งแต่ก็กดรับสาย
"ฮัลโหล!" น้ำเสียงของเย่เหยาเยือกเย็น
เสียงตวาดเกรี้ยวกราดของพ่อสารเลวดังลอดมาตามสาย "นังลูกเนรคุณ! แกขโมยของดูต่างหน้าแม่แกไปใช่ไหม! บอกมาเดี๋ยวนี้นะว่าเป็นแก! เดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็งถึงขนาดกล้าขโมยของแล้วเหรอ!"
เย่เหยาแค่นหัวเราะ "หนูไม่ได้เอาไป พ่อมีหลักฐานเหรอ เย่เชียนเชียนก็เห็นคาตาว่าหนูไม่มีอะไรติดตัวมาเลยนอกจากเสื้อผ้าที่จะเอาไปเปลี่ยน อีกอย่าง ฟังให้ดีนะ นั่นมันของที่แม่ทิ้งไว้ให้หนูตั้งแต่แรกต่างหาก"
"แกกล้าพูดกับฉันแบบนี้เหรอ... นังลูกอกตัญญู ไสหัวกลับมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะตีแกให้ตาย! ก่อนฉันออกไปของยังอยู่ พอกลับมาของก็หายไป มีแต่แกคนเดียวที่กลับมาบ้าน ถ้าไม่ใช่แกแล้วจะเป็นผีที่ไหน! แก..." เสียงของพ่อสารเลวสั่นเทาด้วยความโกรธจัด
หลังจากก่นด่าชุดใหญ่ พ่อสารเลวก็เปลี่ยนเรื่องมาคาดคั้น "แล้วใครอนุญาตให้แกขายหุ้น!"
เมื่อได้ยินคำถามนั้น จิตใจของเย่เหยากลับนิ่งสนิทไร้ระลอกคลื่น เธอตอบกลับเสียงเรียบ "หุ้นเป็นของหนู หนูจะขายก็เรื่องของหนู พ่อมายุ่งอะไรด้วย"
เสียงพ่อสารเลวแทบจะปริแตก "เหลวไหล! หุ้นนั่นมันเป็นสมบัติสำคัญของครอบครัว แกถือดียังไงมาตัดสินใจเอง"
เย่เหยาเยาะเย้ย "อย่าลืมสิว่าหุ้นพวกนี้แม่ทิ้งไว้ให้หนู หนูมีสิทธิ์จัดการทุกอย่าง พ่อไม่เคยสนใจหนูกับแม่จริงๆ จังๆ ก็อย่าสะเออะมาบงการชีวิตหนูตอนนี้"
พ่อสารเลวถึงกับพูดไม่ออก ผ่านไปครู่ใหญ่เขาถึงเค้นเสียงออกมาได้ "ไปเอาหุ้นคืนมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นแกจะเสียใจ"
เย่เหยาตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว "คิดว่าหนูกลัวพ่อเหรอ? ทำไม จะเอาของแม่มาขู่หนูอีกหรือไง หึ!" พูดจบ เย่เหยาก็กดวางสายทันที ปล่อยให้พ่อสารเลวเต้นเร่าอยู่ปลายสาย
หลังจากวางสาย เย่เหยาก็จัดการบล็อกเบอร์ของคนบ้านนั้นทุกช่องทาง "แค่ขายหุ้นทำเป็นจะเป็นจะตาย ให้พวกแกเสวยสุขกันอีกไม่กี่วันเถอะ อีกสองวันก่อนวันสิ้นโลก พวกแกจะไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอนด้วยซ้ำ หึ!" เย่เหยาพูดด้วยความสะใจ ตอนที่คุยกับทนายจาง เธอระบุในสัญญาขายบ้านไว้ชัดเจนว่าวันส่งมอบบ้านคือวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ซึ่งเป็นเวลาก่อนวันสิ้นโลกเพียงสองวันเท่านั้น
เย่เหยาหยิบตะเกียบขึ้นมาตักข้าวเข้าปากอย่างไม่ยี่หระ กินให้อิ่มก่อนดีกว่า เพราะยังมีงานต้องทำอีกเพียบ
ในขณะเดียวกัน ณ วิลล่าหรู ใบหน้าของพ่อสารเลวซีดเผือด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เขากำโทรศัพท์แน่นจนมือสั่นระริก ราวกับจะบีบมันให้แหลกคามือ
"นังลูกเนรคุณ!" เขาคำรามลั่น เสียงสะท้อนก้องไปทั่ววิลล่าที่ว่างเปล่า ฟังดูบาดแก้วหู เขาเดินงุ่นง่านไปมาในห้องนั่งเล่นกว้างขวาง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยโทสะและความร้อนรน
ไฟโกรธลุกโชนในดวงตา ราวกับจะเผาผลาญทุกอย่างรอบตัว เขาเหวี่ยงแขนกวาดแจกันบนโต๊ะข้างร่วงลงพื้น เสียง เพล้ง ดังสนั่น เศษกระเบื้องแตกกระจายเกลื่อนกลาด ไม่ต่างจากอารมณ์ที่แตกละเอียดของเขาในตอนนี้
เขาหอบหายใจหนักหน่วง หน้าอกกระเพื่อมแรง ปากก็พร่ำด่าทอเย่เหยาไม่หยุด เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าเย่เหยาจะกล้าต่อปากต่อคำขนาดนี้ แถมยังปฏิเสธเรื่องขโมยของอีก เขารู้สึกเหมือนอำนาจของตนถูกท้าทายอย่างจัง ไฟในอกยิ่งสุมหนักแต่กลับไม่มีที่ระบาย
แม่เลี้ยงค่อยๆ เดินนวยนาดเข้ามาพร้อมสีหน้าแสดงความห่วงใยจอมปลอม เธอแตะไหล่พ่อสารเลวเบาๆ แล้วพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน "คุณคะ ใจเย็นๆ นะคะ เดี๋ยวเสียสุขภาพหมด เย่เหยานี่ก็นะ ไม่รู้ความเอาซะเลย ทำไมต้องทำให้คุณโกรธขนาดนี้ด้วย"
แววตาเจ้าเล่ห์วาบขึ้นวูบหนึ่งก่อนเธอจะพูดต่อ "ดูอย่างเชียนเชียนของเราสิคะ แกเป็นเด็กดีจะตาย ไม่เหมือนเย่เหยา วันๆ ไม่รู้ทำอะไรบ้าง ที่ขโมยของไปอาจจะจงใจแกล้งยั่วโมโหคุณก็ได้ ฉันว่าแกคงอิจฉาเชียนเชียน อิจฉาที่ครอบครัวเราอบอุ่น"
เมื่อได้ยินคำยุยงของแม่เลี้ยง ใบหน้าของพ่อสารเลวยิ่งดำทะมึน เมื่อเห็นปฏิกิริยาเป็นไปตามคาด แม่เลี้ยงก็ลอบยิ้มในใจแล้วราดน้ำมันลงบนกองไฟ "คุณคะ ต่อไปเราต้องระวังเย่เหยาให้มากกว่านี้นะคะ ไม่รู้แกจะทำเรื่องบ้าๆ อะไรอีก" เธอปรายตามองเย่เชียนเชียน เชียนเชียนรู้ความ รีบขยับเข้าไปหาแล้วพูดเสียงอ่อย "คุณพ่อคะ อย่าโกรธเลยนะคะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา"
เธอเกาะแขนพ่ออย่างออดอ้อน แววตาเต็มไปด้วยความห่วงใย "พี่เขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจ หรืออาจจะมีเรื่องเข้าใจผิดกัน พ่อใจเย็นๆ ก่อนนะคะ เรามาช่วยกันคิดหาทางแก้ดีกว่า"
เมื่อเห็นลูกสาวคนเล็กที่ว่านอนสอนง่ายและรู้ความ ความโกรธของพ่อสารเลวก็ทุเลาลงบ้าง เขาถอนหายใจ "แกนี่มันรู้ความจริงๆ ไม่เหมือนพี่สาวอกตัญญูคนนั้น"
เย่เชียนเชียนยิ้มบางๆ แล้วปลอบต่อ "คุณพ่ออย่าว่าพี่เขาเลยค่ะ พี่คงมีเหตุผลของเขา เราค่อยๆ คุยกันดีกว่า หนูเชื่อว่าต้องแก้ปัญหาได้ ในเมื่อพี่เขาขายหุ้นไปแล้ว เงินก็ต้องอยู่ที่เขา เราลองหลอกล่อให้เขากลับมาตายใจก่อนดีไหมคะ" น้ำเสียงของเธอหวานหยดและดูอ่อนโยน แต่แฝงไว้ด้วยแผนการ
พ่อสารเลวเดินไปมาในห้อง สมองเริ่มคำนวณผลได้ผลเสีย "หึ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะจัดการเด็กเมื่อวานซืนอย่างมันไม่ได้" เขากำหมัดแน่น มั่นใจว่าต้องสำเร็จ
จากนั้นเขาก็เรียกเรียกลูกน้องมาสั่งการเสียงเข้ม "จับตาดูความเคลื่อนไหวของเย่เหยาให้ดี ฉันต้องเอาหุ้นคืนมาให้ได้" ลูกน้องรีบรับคำและแยกย้ายกันไปทำงาน พ่อสารเลวนั่งลงบนโซฟา แววตาเย็นยะเยือก ในใจเต็มไปด้วยความแค้นที่มีต่อเย่เหยาและความกระหายอยากได้หุ้นคืน