- หน้าแรก
- ทักษะเก็บรวบรวมไร้ค่าแล้วไง ฉันเก็บได้ทุกสรรพสิ่ง
- ตอนที่ 28: วิกฤตเฉียดตาย
ตอนที่ 28: วิกฤตเฉียดตาย
ตอนที่ 28: วิกฤตเฉียดตาย
โฮก!
เสียงคำรามกึกก้องกัมปนาท สัตว์ร้ายขนาดยักษ์พุ่งทะยานเข้าใส่ อันหรานรีบถอยร่นพุ่งตัวไปทางต้นหลิวใหญ่ทันที
ทว่าสิ่งที่เหนือความคาดหมายคือเจ้ายักษ์ใหญ่ตัวนี้มีพลังพิเศษ อากาศรอบตัวมันในรัศมีสิบกว่าเมตรพลันเกิดแรงสั่นสะเทือนเป็นระลอกคลื่น พริบตานั้นพื้นที่รอบตัวสมาชิกทั้งสิบคนก็ถูกผนึกไว้ภายใน
อันหรานรู้สึกเหมือนตัวเองถูกโยนลงไปในบ่อกาวที่เหนียวหนืด ทุกการเคลื่อนไหวติดขัดและเชื่องช้าลงอย่างน่าประหลาด แม้จะรีดเค้นพละกำลังออกมาจนถึงขีดสุด แต่เธอกลับขยับได้ช้าไม่ต่างจากหอยทาก
ในขณะที่สัตว์ร้ายกลับไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เพียงสองวินาทีมันก็ไล่ตามมาถึงด้านหลังกลุ่มคน และพุ่งเข้าชนร่างของสมาชิกหลายคนจนลอยกระเด็น
อันหรานยังนับว่ามีโชค เธอไม่ได้อยู่ตรงจุดศูนย์กลางของการปะทะ แต่ถึงกระนั้นแรงกระแทกจากคลื่นอากาศที่รุนแรงก็ซัดร่างเธอกระเด็นไปไกลกว่าสิบเมตร ร่างกายหมุนเคว้งกลางอากาศก่อนจะตกลงกระแทกพื้นอย่างหนักหน่วง
อั่ก!
ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่าง ความรู้สึกราวกับอวัยวะภายในเคลื่อนผิดที่ทำให้เธอไม่อาจลุกขึ้นได้ในทันที กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งออกมาจากปากและจมูก หากไม่ใช่เพราะค่าร่างกายของเธอพุ่งสูงถึง 21 หน่วย และมีเป้ใบใหญ่คอยซัพพอร์ตแรงกระแทกที่แผ่นหลัง กระดูกสันหลังและอวัยวะภายในคงแหลกละเอียดเป็นผุยผงไปแล้ว
แต่นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น... เจ้ายักษ์ใหญ่ตัวนี้ยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น มันพุ่งเข้าไปใช้เท้าขนาดยักษ์เหยียบขยี้ร่างของสมาชิกทีมที่ถูกชนจนลอยไปก่อนหน้า พริบตาเดียวร่างเหล่านั้นก็กลายเป็นก้อนเนื้อแหลกเหลว
อันหรานเบิกตากว้างมองภาพสยดสยองตรงหน้า ความหวาดกลัวเข้าจู่โจมจนสมองแทบว่างเปล่า เธอฝืนทนความเจ็บปวดเจียนตาย พลิกตัวคุกเข่าเตรียมจะลุกขึ้น แต่กลับพบว่าสัตว์ร้ายตัวนั้นกำลังมุ่งหน้ามาทางเธอ!
ระยะห่างเพียงไม่กี่เมตร... อีกแค่สองวินาที กีบเท้าขนาดยักษ์นั่นจะบดขยี้เธอให้เป็นเศษเนื้อไม่ต่างจากคนอื่น
จบสิ้นแล้ว... คราวนี้จบสิ้นจริงๆ หรือ?
ความไม่ยินยอมพร้อมใจและความเสียใจอย่างสุดซึ้งถาโถมเข้ามาในอก หากเธอรอบคอบกว่านี้ หากเธอตัดสินใจหนีไปตั้งแต่แรก ทำไมต้องมาเสี่ยงขนาดนี้? เธอโอหังเกินไป... พลังที่ได้มาจากการรวบรวมค่าสถานะอย่างรวดเร็วทำให้เธอลุ่มหลงจนตาบอดไปชั่วขณะ
ท่ามกลางความสิ้นหวัง เสียงกรีดร้องแหลมสูงพุ่งทะลุโสตประสาทลงมาจากฟากฟ้า สัตว์ร้ายชะงักฝีเท้าลงทันที
กางเขนน้อย
อันหรานดีใจสุดขีด เธอไม่มีเวลาเงยหน้าขึ้นมองหาตำแหน่งของมัน รีบฝืนแรงลุกขึ้นยืน ในวินาทีนั้นเอง ร่างหนึ่งก็พุ่งออกมาจากด้านข้าง คว้าแขนของอันหรานแล้วพาเธอวิ่งหนีออกไปอย่างสุดกำลัง
อันหรานกัดฟันกลืนเลือดลงคอ พยายามเร่งฝีเท้าตามไปให้ทัน เบื้องหน้าคือต้นหลิวใหญ่ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางร่วมสี่เมตร และถัดไปทางทิศตะวันออกคือบ่อน้ำขนาดมหึมา
อันที่จริงมันคือหลุมลึกที่เกิดจากการขุดดินเพื่อสร้างค่ายหมายเลข 98 เมื่อสิบปีก่อน ต่อมามีน้ำฝนขังอยู่บ้าง แต่ตอนนี้แห้งขอดลงจนกลายเป็นหลุมลึกประมาณสี่ถึงห้าเมตร ซึ่งเหมาะแก่การใช้กักขังเจ้ายักษ์ใหญ่ตัวนี้
"ลงไปในนั้นเร็วเข้า!" คนที่ช่วยเธอไว้คือหนิงเหมย แขนข้างหนึ่งของเธอห้อยตกลงมาอย่างผิดรูป ดูเหมือนจะหักเสียแล้ว
อันหรานหันกลับไปมองแวบหนึ่งก่อนจะพยักหน้า ตอนนี้ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลงไปในบ่อ เพราะเจ้ายักษ์ใหญ่ตัวนั้นไล่ตามมาติดๆ และบ่อนี้ก็ขวางทางอยู่พอดี
ทั้งคู่ประคองกันลงไปที่ก้นหลุม พยายามเดินเข้าสู่ใจกลางพื้นที่กว้างนับร้อยเมตร ก้นหลุมเต็มไปด้วยแมลงคลานรูปร่างประหลาดหนาแน่นจนดูน่าขนลุก อันหรานฝืนความคลื่นไส้เหยียบลงบนกองแมลงเหล่านั้น เธอคิดจะใช้ปืนพ่นไฟเปิดทาง แต่ปืนหายไปตอนที่ถูกชนกระเด็น แม้แต่หมวกนิรภัยก็สูญหาย และชุดป้องกันก็ฉีกขาดไปหลายจุด
โชคดีที่ยาไล่แมลงในกระเป๋ายังอยู่ เธอรีบควักมันออกมาฉีดพ่นใส่ตัวเองและหนิงเหมยทันที ยานี้ได้ผลชะงัด แมลงเหล่านั้นพากันหลีกเลี่ยงขาของทั้งคู่ราวกับเจอสิ่งต้องห้าม
โฮก!
เสียงคำรามดังขึ้นอีกครั้ง เจ้าสัตว์ร้ายตามมาถึงขอบหลุมใกลต้นหลิว เมื่อมันเห็นแมลงสองตัวหนีลงไปในหลุม มันก็คำรามด้วยความโกรธแค้นแต่ไม่กล้าตามลงมา ไม่นานนักมีเจ้าตัวยักษ์ใหญ่อีกตัวก็โผล่มา ทั้งสองตัวเริ่มเดินวนเวียนรอบขอบบ่ออย่างบ้าคลั่ง
"มันไม่ลงมา เราก็ขึ้นไปไม่ได้" หนิงเหมยกล่าวอย่างสิ้นหวัง ใบหน้าซีดเผือดลงเรื่อยๆ ความมุ่งมั่นในการเอาชีวิตรอดส่งเธอมาได้ถึงจุดนี้ แต่เมื่อหยุดพัก ร่างกายเธอก็แทบจะพังทลาย
อันหรานรีบควักเนื้อตากแห้งออกมาส่งให้ "กินซะ เรายังต้องหนีต่อ"
หนิงเหมยรับไปพร้อมเอ่ยขอบคุณ แต่ยังไม่ทันส่งเข้าปาก เจ้ากางเขนสีขาวดำแซมน้ำเงินก็พุ่งถลาลงมาจากต้นหลิว ราวกับลูกศรที่เล็งมาที่หน้าของเธอ หนิงเหมยตกใจจนเกือบจะปล่อยหมัดสวนไป แต่อันหรานกลับเอาตัวเข้าบังไว้
"กางเขนน้อยมานี่!" อันหรานชูเนื้อในมือขึ้น
ตุ้บ!
เจ้านกน้อยเบรกไม่ทัน พุ่งชนเข้ากลางอกอันหรานเต็มรักจนขนร่วงไปสองเส้น อันหรานครางอือในลำคอด้วยความจุก พลางกุมท้องก้มตัวลงอย่างทรมาน
หนิงเหมย: "......"
"เธอเป็นยังไงบ้าง?" หนิงเหมยถามด้วยความกังวล
"ไม่... ไม่เป็นไร..." อันหรานเค้นเสียงตอบหลังจากนิ่งไปพักใหญ่
"จิ๊บๆ!" (ไม่เห็นจะโอเคตรงไหนเลย!) เจ้านกน้อยมุดหัวออกมาจากใต้วงแขน มองหาเนื้อของมันทันที
"นี่มัน... สัตว์เลี้ยงของเธอเหรอ?" หนิงเหมยถามอย่างประหลาดใจที่เห็นนกกลายพันธุ์ไม่กลัวคน
อันหรานพยักหน้าตอบสั้นๆ "อืม"
"เมื่อกี้มันช่วยเราไว้ใช่ไหม?" หนิงเหมยเพิ่งนึกได้ว่าในวินาทีวิกฤต มีเสียงนกดังขึ้นเหนือหัวอันหราน ตอนนั้นเธออยู่ไกลออกไปจึงได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย แต่ก็รู้ได้ทันทีว่ามันคือการโจมตีทางจิต ซึ่งทำให้สัตว์ร้ายชะงักไปครู่หนึ่ง เธอจึงฉวยโอกาสใช้พลังพิเศษสายความเร็วพุ่งเข้าไปช่วยอันหรานออกมาได้ทัน
อันหรานลูบหัวเจ้านกน้อย "ใช่ เจ้านี่คือนกกางเขนกลายพันธุ์ระดับ 2 ทักษะของมันคือการโจมตีทางจิต"
"ตัวแค่นี้แต่ระดับ 2 แล้วเหรอ? เธอคงทุ่มเทให้มันไปไม่น้อยเลยสินะ" หนิงเหมยสำรวจเจ้านกด้วยความทึ่ง
"ก็ประมาณนั้น" อันหรานยิ้มรับหน้าตายใจ ยังไงเจ้านกนี่ก็พูดไม่ได้อยู่แล้ว
โฮก!
เสียงคำรามดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้หนึ่งในยักษ์ใหญ่ตัดสินใจลงมาในหลุม แต่ร่างกายที่หนักอึ้งของมันกลับจมลงในดินเลนก้นหลุม มันดิ้นรนและคำรามอย่างบ้าคลั่ง ส่วนอีกตัวที่ฉลาดกว่ายังคงเดินวนเวียนอยู่ด้านบน
ที่น่าแปลกคือ ขาของยักษ์ใหญ่ตัวในหลุมดูเหมือนจะถูกบางอย่างยึดติดกับโคลนจนขยับไม่ได้
นี่แหละ... เวลาแห่งการล้างแค้นของฉัน
อันหรานถอดเป้ออกแล้วยื่นให้หนิงเหมย "ฝากถือเป้หน่อยนะ ฉันจะไปจัดการมัน"
"อะไรนะ? เธอจะไปจัดการมัน?" หนิงเหมยคิดว่าตัวเองหูฝาด
"ตอนนี้มันติดหลุมอยู่ ฉันจะพากางเขนน้อยเข้าไปใกล้ๆ ดูว่าการโจมตีทางจิตจะทำให้มันสิ้นฤทธิ์ได้ไหม" อันหรานอ้างเหตุผล
หนิงเหมยหน้าถอดสี "นั่นมันสัตว์กลายพันธุ์ระดับ 5 เป็นอย่างน้อยนะ! นกของเธอแค่ระดับ 2 ถ้าโดนพลังสะท้อนกลับจะแย่เอานะ แถมมันยังมีอาณาเขตอีก อย่าประมาทเด็ดขาด!"
"ฉันรู้"
อันหรานตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา เธอไม่มีวันบอกหนิงเหมยหรอกว่า แผนที่แท้จริงของเธอไม่ใช่การพึ่งพานก แต่เธอต้องการเข้าไกล้เพื่อใช้ทักษะรวบรวมจัดการมันต่างหาก!