- หน้าแรก
- ทักษะเก็บรวบรวมไร้ค่าแล้วไง ฉันเก็บได้ทุกสรรพสิ่ง
- ตอนที่ 11: ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน
ตอนที่ 11: ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน
ตอนที่ 11: ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน
"ฉันก็เป็นแบบนี้มานานแล้วนะ ทำไม... พวกนายเพิ่งจะรู้เหรอ?"
อันหรานไม่มีความจำนงจะเสวนากับคนพวกนี้ต่อ พอดีกับที่แถวเลื่อนมาถึงคิวเธอพอดี หญิงสาวจึงก้าวเข้าไปรองน้ำ น้ำที่มีค่าการปนเปื้อนระดับต่ำถึงกลางหนึ่งถังราคา 20 แต้ม เธอจัดการรองมาสองถังเต็มๆ แล้วเดินกลับ
ทว่าที่หัวมุมบันได เธอกลับเจอพวกจางเสี่ยวตงอีกครั้ง
เธอขึ้นบันได พวกเขาก็ขึ้นตาม เธอเดินไปจนถึงชั้น 4 พวกเขาก็ยังตามมาหยุดจ้องจนกระทั่งเธอเดินเข้าห้องหมายเลข 59 ไป
ในใจของอันหรานไม่ได้สงบนิ่งอย่างที่แสดงออก เธอรู้ดีว่าตัวเองกำลังเสียเปรียบ หากต้องเผชิญหน้ากับทีมผู้มีพลังพิเศษทั้งทีมด้วยตัวคนเดียวโอกาสรอดแทบจะเป็นศูนย์
แต่โชคยังดีที่ตอนนี้ข้างนอกเกิดภัยพิบัติแมลง ทุกคนถูกกักตัวอยู่แต่ในอาคาร ยกเว้นพวกทหารรับจ้างที่มีอุปกรณ์ครบมือ
พอนึกถึงทหารรับจ้าง ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว... หรือเธอควรจะเข้าร่วมกองกำลังทหารรับจ้างดี? สมาชิกหน่วยรบในค่ายชิงเชวี่ยถือว่ามีสถานะกึ่งราชการและได้รับสิทธิพิเศษบางอย่าง
ไม่... ไม่ได้! อันหรานรีบปฏิเสธความคิดนั้นทันที หากเธอเข้าร่วมทีม ความพิเศษของพลังเธอย่อมถูกเปิดเผยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ภาพจำจากความฝันนั้นมันช่างสมจริงและน่าหวาดกลัว เพียงแค่หลับตาเธอก็รู้สึกเหมือนมีคมมีดผ่าตัดที่เย็นเฉียบกรีดลงบนผิวหนังและหน้าท้อง ความเจ็บปวดที่บาดลึกและความสิ้นหวังที่ไร้ก้นบึ้งยังคงตามหลอกหลอนจิตวิญญาณของเธอเหมือนอสรพิษ
ฝันนั้นคือคำเตือนจากลางสังหรณ์ เธอรู้สึกได้ว่าถ้าพลาดเพียงนิดเดียว เหตุการณ์ในฝันจะกลายเป็นความจริง ดังนั้นตราบใดที่เธอยังไม่แข็งแกร่งพอ เธอจะไม่มีวันเปิดเผยความสามารถเด็ดขาด!
ขณะกำลังใช้ความคิด เสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้น
ซานชีส่งข้อความมา: "อันหราน รองน้ำเสร็จหรือยัง?"
"อืม" อันหรานตอบสั้นๆ
ซานชี: "เมื่อกี้ทางค่ายออกประกาศคำสั่ง ให้พวกเราผลัดกันออกไปกำจัดหนูกลายพันธุ์ เธอเห็นหรือยัง?"
อันหรานชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเปิดดูข้อความในนาฬิกาข้อมือ เป็นอย่างที่ว่า... หน่วยรักษาความปลอดภัยของค่ายหมายเลข 98 ส่งข้อความแจ้งทุกคนในค่ายให้ผลัดกันออกไปกำจัดหนู หากใครฝ่าฝืนจะถูกยกเลิกสิทธิ์ในการพักอาศัยถาวร
อันหรานรีบตอบกลับ: "เห็นแล้ว พวกเธอวางแผนยังไง?"
ซานชี: "ก็ต้องรีบออกไปน่ะสิ พี่ชายฉันบอกว่าตอนนี้ระดับของพวกมันยังไม่สูงมาก จำนวนก็ยังไม่เยอะพอจะรับมือไหว แต่ถ้าปล่อยให้พวกมันรวมตัวกันเป็นฝูงใหญ่กว่านี้ล่ะก็... อันตรายแน่"
ซานชีถามต่อ: "ฉันเลยอยากถามว่า เธออยากจะรวมกลุ่มกับพวกเราไหม?"
"แน่นอน มีกันกี่คน? จะออกไปตอนไหน?" อันหรานถาม
ซานชี: "ทางนี้มี 4 คน รวมเธอด้วยก็เป็น 5 พวกเราจะออกไปเดี๋ยวนี้เลย โอเคไหม?"
"ตกลง" อันหรานตอบพลางเริ่มจัดสัมภาระทันที
ยาฟื้นฟูพลังจิตต้องพกไปให้ครบ ปืนพ่นไฟก็ต้องเอาไปด้วย พร้อมกับก้อนพลังงานสำรองสองก้อน รวมถึงยารักษาและแท่งสารอาหาร ห้องเช่านี้ไม่ใช่ที่ที่ปลอดภัยที่สุด ของมีค่าต้องติดตัวไว้เสมอ
ซานชี: "ดีมาก งั้นรีบลงมาเลย พวกเราจะออกเดินทางแล้ว"
อันหรานสะพายเป้ขึ้นหลัง คล้องสายปืนพ่นไฟไว้ที่ไหล่ ล็อกประตูห้องให้แน่นหนา เธอถือกระบองเหล็กปลายแหลมลงมาที่ชั้นล่าง เห็นซานชีและพี่ชายรออยู่แล้ว
"ต้องลงทะเบียนรายชื่อก่อน แล้วค่อยออกไป" ซานชีซิบบอกอันหราน
"หน่วยรักษาความปลอดภัยบอกว่า เราต้องอยู่ข้างนอกให้ครบหนึ่งชั่วโมง ถึงจะเปิดประตูให้กลับเข้ามาได้"
อันหรานพยักหน้า ในใจรู้สึกหวั่นอยู่ลึกๆ แต่พอหันไปอีกทาง เธอก็เห็นพวกจางเสี่ยวตงกำลังยืนต่อแถวลงทะเบียนอยู่เหมือนกัน ดูท่าคนพวกนี้ก็จะออกไปข้างนอกด้วย
ใบหน้าของอันหรานเคร่งขรึมลง เธอลอบระวังตัวอย่างเงียบๆ
ไม่นานหลังจากลงทะเบียนเสร็จ อันหรานและกลุ่มของซานชีก็เดินตามทีมอื่นๆ มุ่งหน้าไปยังประตูค่าย
ซานชีกระซิบข้างหูอันหราน: "ดูแมลงพวกนั้นสิ เต็มฟ้าไปหมด โชคดีจริงๆ ที่ได้ชุดป้องกันสองชุดนั้นจากเธอ ไม่งั้นเราคงก้าวพ้นประตูไปไม่ได้แน่"
อันหรานยิ้มบางๆ แต่ไม่ได้พูดอะไร
เมื่อประตูค่ายเปิดออก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ติดอาวุธครบมือก็ตะโกนเร่ง: "เร็วเข้า! รีบออกไป! อย่าปล่อยให้พวกหนูกลายพันธุ์หลุดเข้ามา!"
ทุกคนไม่รอช้า รีบวิ่งออกพ้นประตู มีทีมที่ออกไปพร้อมกันประมาณ 20 กว่าทีม แต่ละทีมมีสมาชิกตั้งแต่ 5 ถึง 30 คน แน่นอนว่าทีมที่มีแค่ 5 คนก็คือทีมของอันหราน ขณะที่ทีมอื่นอย่างน้อยก็มีสิบคนขึ้นไป
ทันทีที่ทีมสุดท้ายพ้นประตู เสียงประตูเหล็กมหึมาก็ปิดลงดังสนั่น ปัง!
ใจของอันหรานกระตุกวูบ เธออดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมอง กำแพงค่ายสูงกว่า 20 เมตรตอนนี้ถูกปกคลุมไปด้วยแมลงยั้วเยี้ยจนแทบไม่เห็นพื้นผิวลวดหนามไฟฟ้าด้านบนส่งเสียงเปรี๊ยะปร๊ะพ่นประกายไฟออกมาไม่หยุด
ที่โคนกำแพง ซากแมลงกองพะเนินสูงเกือบครึ่งเมตร และในกองซากศพเหล่านั้นมีหนูกลายพันธุ์สีดำมะเมี่ยมกำลังกัดกินอย่างตะกละตะกลาม บางตัวพยายามจะปีนเหยียบกันขึ้นไปบนกำแพง
อันหรานไม่กล้ามองต่อ เธอเหวี่ยงกระบองเหล็กในมือแทงใส่หนูกลายพันธุ์ที่พุ่งเข้ามาใกล้
จี๊ดดด! เสียงร้องแหลมดังขึ้น หนูกลายพันธุ์ตัวนั้นโกรธจัด มันเบี่ยงตัวกระโจนเข้าหาหมายจะกัดเข้าที่หน้าแข้งของอันหราน
หญิงสาวใจหายวาบ เธอเอี้ยวตัวหลบในองศาที่ประหลาดแต่ฉับไว ขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง เธอรู้สึกโชคดีเหลือเกินที่เพิ่มค่าความว่องไวมาเป็น 11 แต้ม
หนูพวกนี้ไม่ได้จัดการง่ายอย่างที่คิด พวกมันเร็วมาก โจมตีแม่นยำและดุดัน หากเผลอเพียงนิดเดียวคงถูกมันงับขาด
อันหรานตั้งสมาธิเต็มที่ จ้องมองศัตรูตรงหน้า หนูตัวนี้ยาวกว่าหนึ่งเมตร ร่างกายกำยำ ฟันคู่หน้าที่ยื่นออกมาเป็นประกายเย็นเยียบ ดูท่าจะกัดกระดูกขามนุษย์ให้หักได้ในการคำเดียว
กรงเล็บหน้าของมันแหลมคมขลับดำสนิท ถ้าถูกข่วนเข้าผิวหนังคงหลุดเป็นชิ้นๆ แถมขนของมันยังเลื่อมมันวาวราวกับเกราะเหล็ก กระบองเหล็กที่อันหรานแทงลงไปแม้จะเข้าเนื้อ แต่มันก็ยังไม่ถึงตาย
"ระวัง!" ซานชีและพี่ชายพุ่งเข้ามาขนาบข้างอันหราน ทั้งคู่เงื้อมีดดาบฟันลงบนตัวหนูกลายพันธุ์
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นสั้นๆ ในที่สุดหนูตัวนั้นก็สิ้นใจด้วยการรุมกินโต๊ะของทั้งสี่คน
แต่อันหรานยังวางใจไม่ได้ เพราะหนูตัวอื่นๆ กำลังพุ่งเข้ามาอีกเพียบ ทีมทั้งห้าคนจึงยืนหันหลังชนกันเป็นวงกลมเพื่อป้องกันการลอบโจมตี
อันหรานตัดสินใจยกปืนพ่นไฟขึ้นมา เธอกดไกพ่นเปลวเพลิงสายยาวเข้าใส่ฝูงหนูเบื้องหน้า
ในสถานการณ์แบบนี้ ลำพังแค่มีดดาบของพวกซานชีไม่มีทางยันได้ครบชั่วโมงแน่ ต่อให้ซานชีจะมีแรงเยอะแค่ไหนก็ต้องมีวันหมดแรง
เปลวเพลิงที่พุ่งออกไปแผดเผาขนของพวกหนูจนลุกไหม้ พวกมันร้องโหยหวนและวิ่งพล่านอย่างเสียขวัญ เปิดโอกาสให้พวกซานชีเข้าไปซ้ำได้ง่ายขึ้น
แต่ในขณะที่กำลังขับไล่ฝูงหนูไปได้ระลอกหนึ่งและยังไม่ทันได้พักหายใจ จู่ๆ ก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งวิ่งตรงมาทางพวกเขา... และข้างหลังคนกลุ่มนั้นคือฝูงหนูกลายพันธุ์นับร้อยตัวที่ตามมาเป็นพรวน!
"ไอ้ระยำเอ๊ย!" พี่ใหญ่ซ่งสบถลั่น รีบดึงน้องสาวและอันหรานให้ถอยหนี
แต่กลุ่มคนนั้นกลับไม่ยอมลดละ พวกเขาวิ่งตรงดิ่งมาทางกลุ่มของอันหรานราวกับตั้งใจจะโยนขี้หรือชักศึกเข้าบ้านชัดๆ
อันหรานจำหน้าพวกมันได้ทันที
"จางเสี่ยวตง! เฉียนอี้ฟาน! พวกแกอยากตายนักใช่ไหม!"
เธอนัยน์ตาหรี่แคบลงอย่างอำมหิต ยกปืนพ่นไฟขึ้นเล็ง แล้วฉีดเปลวเพลิงเข้าใส่กลุ่มของจางเสี่ยวตงโดยตรง!
พวกจางเสี่ยวตงตกใจสุดขีด รีบกระโดดหลบไปคนละทิศละทาง ด้วยความที่เป็นผู้มีพลังพิเศษมานาน ความเร็วของพวกเขาจึงเหนือชั้น แค่การกระโดดเพียงไม่กี่ครั้งก็พ้นรัศมีไฟ
"อันหราน! อีเด็กบ้า! แกทำบ้าอะไรของแกวะ!" เฉียนอี้ฟานคำรามด้วยความโกรธแค้น เขาชักปืนพลังงานขึ้นมาเล็งใส่เด็กสาว
อันหรานไม่หลบ เธอพุ่งตัวออกไปราวกับสายฟ้าแลบ ตวัดเท้าเตะปืนพลังงานในมือเฉียนอี้ฟานจนกระเด็นหายไป
จากนั้นเธอเอื้อมมือไปกระชากคอเสื้อเขาไว้แน่น พร้อมกับเรียกใช้ทักษะรวบรวมในทันที!
[ ติ๊ง! ใช้จิตวิญญาณ 1 แต้ม... เริ่มการรวบรวมสำเร็จ... ]