เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 : หรือว่านายจะระแวงเกินไป?

บทที่ 32 : หรือว่านายจะระแวงเกินไป?

บทที่ 32 : หรือว่านายจะระแวงเกินไป?


บทที่ 32 : หรือว่านายจะระแวงเกินไป?

ก่อนที่จะมาที่นี่...ในหัวของโคนันเต็มไปด้วยการคาดเดาเกี่ยวกับ "หนังสือปริศนา" ที่ชายสวมหน้ากากคนนั้นพูดถึง

ไม่ว่าจะเป็นคัมภีร์วิชานินจาลับ, ข้อมูลจารกรรมจากต่างแดน หรือบันทึกแผนที่ทางภูมิศาสตร์ เธอคิดเผื่อไว้ทุกความเป็นไปได้แล้ว

แต่เธอไม่เคยจินตนาการเลยว่า มันจะกลายเป็น 'หนังสือปกเหลือง' ที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาติดเรทแบบนั้น!

ไอ้เจ้าหน้ากากนั่นต้องสมองเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ!

หลังจากยืนอึ้งอยู่พักใหญ่ โคนันก็ค่อยๆ หันหน้าไปหาคุโซะอย่างช้าๆ ราวกับคอแข็งทื่อ เธอถามเขาด้วยสีหน้าประหลาดๆ ว่า

"นี่นาย... ลงทุนถ่อออกไปข้างนอกเพื่อไปซื้อหนังสือเล่มนี้เนี่ยนะ?"

"เอ่อ ใช่ครับ"

คุโซะพยักหน้าพลางชูหนังสือในมือขึ้น "ทำไมเหรอ? คุณอยากอ่านด้วยหรือไง?"

"..."

โคนันสตันท์ไปทันที

"ไม่... ไม่ล่ะ"

"เชิญนายอ่านไปเถอะ ฉันไม่กวนแล้ว ขอตัวก่อน"

พูดจบโคนันที่มีสีหน้าปั้นยากสุดๆ ก็สยายปีกกระดาษแล้วบินหนีออกทางหน้าต่างไปราวกับกำลังหนีอะไรสักอย่าง ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าใบหน้าของเธอแอบขึ้นสีระเรื่อด้วย

กลับมาที่ในห้อง คุโซะถือหนังสือปกเหลืองค้างไว้ด้วยความงงงวย

หือ? อะไรของเขาเนี่ย?

ไปยังไม่ทันได้อธิบายเลย

คือไอ้หนังสือ อะจึ๋ยสวรรค์รำไร มันก็ค่อนข้างจะเรทอยู่หรอกนะ แต่ก็ไม่เห็นต้องตกใจขนาดนั้นเลยนี่นา?

คุโซะเกาหัวแกรกๆ

"ช่างเถอะ อ่านต่อดีกว่า"

...

...

ครู่ต่อมา

โคนันกลับมาที่ห้องโถงประชุมด้วยสีหน้าที่ยังดูแปลกๆ ไม่หาย

โทบิหรี่ตามองและถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"เป็นไง? ได้ข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์บ้างไหม?"

"..."

โคนันเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะจ้องหน้าโทบิแล้วตอบออกไปตรงๆ

"ไม่มี"

"นายสันนิษฐานผิดแล้ว"

"หนังสือที่เขาถืออยู่มันก็แค่นิยายธรรมดาๆ เล่มหนึ่งเท่านั้นเอง"

"นี่นาย... ระแวงเขามากเกินไปหรือเปล่า?"

ท้ายประโยคโคนันแอบขมวดคิ้วเล็กน้อย

ทางด้านโทบิถึงกับเหวอ

แค่นิยายธรรมดาเนี่ยนะ?!

นี่มัน...เป็นไปไม่ได้

จะมีคนบ้าที่ไหนลงทุนถ่อไปร้านหนังสือไกลเป็นไมล์ๆ เพื่อไปซื้อหนังสือธรรมดาแค่เล่มเดียว?

โทบิไม่เข้าใจเลยจริงๆ

ถ้าเป็นเรื่องจริง คุโซะหมอนี่ก็คงว่างงานเกินไปแล้ว

เขาเริ่มตระหนักได้ว่า พฤติกรรมของไอ้เด็กที่ชื่อคุโซะเนี่ย เขายิ่งดูยิ่งไม่เข้าใจมันเข้าไปทุกที

หลังจากนิ่งไปพักใหญ่ โทบิก็ตัดสินใจพับเรื่องนี้เก็บไปก่อน แล้วหันมาหาโคนันอีกครั้ง

"ช่างเถอะ พักเรื่องนั้นไว้ก่อน"

"หลายวันก่อนฉันสั่งให้เธอไปสืบเบื้องหลังของคุโซะจากแคว้นอื่น มีความคืบหน้าไหม?"

มันคือภารกิจที่เขาสั่งการพวกเธออย่างลับๆ

เมื่อได้ยินดังนั้น เพนยังคงเงียบ ส่วนโคนันหลับตาลงและค่อยๆ ส่ายหัว

"ไม่มีเบาะแสเลย"

"หลังจากคัดกรองผ่านเครือข่ายข้อมูลทั้งหมดที่มี" เธอกล่าวอย่างราบเรียบ "เราพบว่าชื่อ 'คุโซะ' ไม่ปรากฏอยู่ในหมู่บ้านหรือองค์กรใดๆ ในโลกนินจาเลย"

"ดังนั้นข้อสรุปที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คือ"

"เขาก็เหมือนกับพวกเรา ข้อมูลทั้งหมดของเขาเลือนหายไปในช่วงสงครามโลกนินจาครั้งใหญ่"

"เขาคือคนพเนจรที่แท้จริง... คนที่ไร้อดีต"

โคนันหลุบตาลงและพูดสรุปเบาๆ

ความจริงก็คือ...

ระหว่างการสืบสวน เธอเริ่มปักใจเชื่อไปแล้วว่าคุโซะคือคนที่เคยผ่านความโหดร้ายของสงครามมาเหมือนกัฯ ไม่อย่างนั้น เด็กอายุแค่นี้จะมีพลังทำลายล้างสูงขนาดนี้ได้อย่างไร?

ความแข็งแกร่งมักแลกมาด้วยความเจ็บปวดเสมอ

เหมือนกับนางาโตะ

เหมือนกับตัวเธอเอง

และเหมือนกับยาฮิโกะที่จากไปแล้ว

คุโซะเองก็น่าจะเป็นคนที่ถูกลบหายไปจากบันทึกท่ามกลางพายุแห่งสงคราม ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อไม่กี่วันก่อนตอนที่คุยกับนางาโตะ โคนันได้สังเกตเห็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างหนึ่ง

นั่นคือในบางมุม รูปร่างหน้าตาของคุโซะดูคล้ายกับยาฮิโกะตอนเด็กๆ มาก

พอคิดได้แบบนั้น ทุกอย่างในใจเธอก็ดูจะลงตัวไปหมด

มันอธิบายได้ว่าทำไมเธอถึงรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเขา และบางที นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอรู้สึกเอ็นดูเขาโดยไม่รู้ตัวตั้งแต่ต้นก็ได้

เพราะสุดท้ายแล้ว เมื่อเทียบกับชายสวมหน้ากากที่ดูอันตรายตรงหน้านี้ โคนันเลือกที่จะเชื่อใจคนที่เคยมีอดีตที่เจ็บปวดเหมือนกันมากกว่า

เด็กหนุ่มผูโดดเดี่ยวที่เดินออกมาจากซากปรักหักพังของสงคราม

"ไม่มีประวัติที่น่าสงสัยงั้นเหรอ..."

"พูดง่ายๆ ก็คือ อย่างน้อยเราก็มั่นใจได้ว่าเขาไม่ใช่สปายที่หมู่บ้านอื่นส่งมา"

"ก็ดี"

"ถ้าอย่างนั้นก็ระงับการสืบเรื่องของเขาไว้แค่นี้ก่อน"

โทบิยืนขึ้น เนตรวงแหวนวาวโรจน์ น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและมั่นคง

"การรวบรวมสมาชิกแสงอุษาต้องดำเนินต่อไป"

"เราจะมาเสียเวลาแผนการใหญ่เพราะคนคนเดียวไม่ได้"

"อีกไม่นาน..."

"ฉันน่าจะพาคนใหม่เข้ามา"

"พวกเธอสองคน ไปรวบรวมคนตามรายชื่อที่ฉันให้ไว้ต่อไปเถอะ"

"รับทราบ"

เพนพยักหน้าเบาๆ

ตอนนี้สมาชิกของแสงอุษามีเพียง 6 คนเท่านั้น ถ้าตัดหัวหน้าอย่างเพนและโคนันออกไป ก็เหลือแค่ คุโซะ, คาคุซึ, โอโรจิมารุที่ไว้ใจไม่ได้ และเซ็ทสึที่ดูพึ่งพาไม่ได้ยิ่งกว่า

เพื่อที่จะบรรลุแผนการสันติภาพอันยิ่งใหญ่

กำลังพลเท่านี้... ยังห่างไกลจากคำว่าพอ

จบบทที่ บทที่ 32 : หรือว่านายจะระแวงเกินไป?

คัดลอกลิงก์แล้ว