- หน้าแรก
- หลังจากฝึกฝนบังไคมาสิบปี ฉันก็ตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มแสงอุษา
- บทที่ 31 : เนตรมายากับการหลบหนี, โคนันกับหนังสือปริศนา
บทที่ 31 : เนตรมายากับการหลบหนี, โคนันกับหนังสือปริศนา
บทที่ 31 : เนตรมายากับการหลบหนี, โคนันกับหนังสือปริศนา
บทที่ 31 : เนตรมายากับการหลบหนี, โคนันกับหนังสือปริศนา
สองวันต่อมา ณ หมู่บ้านอาเมะงาคุเระ แคว้นแห่งฝน
ท้องฟ้ามืดสนิท เมฆหนาทึบปกคลุมราวกับมหาสมุทรที่ไม่มีจุดสิ้นสุด สายฝนเทกระหน่ำลงมาใส่กลุ่มอาคารเหล็กอย่างต่อเนื่อง ภายในตึกสูงที่แสนมืดมน มีร่างสองร่างยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความเงียบ
คนแรกคือหญิงสาวผมสีม่วงอมฟ้า นัยน์ตาสีส้มดูเย็นชาภายใต้เปลือกตาที่แต่งแต้มด้วยสีม่วง มีดอกไม้กระดาษสีลาเวนเดอร์ประดับอยู่ที่ผมด้านขวา อีกคนคือผู้ชายผมสั้นสีส้ม ใบหน้าที่ซีดเซียวถูกเจาะด้วยแท่งเหล็กสีดำนับสิบชิ้น เขาคือ เพน วิถีสวรรค์
ทั้งคู่ยืนมองสายฝนข้างนอกนิ่งๆ เหมือนกำลังใช้ความคิด ทันใดนั้น อากาศด้านหลังก็เกิดการบิดเบี้ยวเป็นเกลียวคลื่น ก่อนที่ร่างหนึ่งจะโผล่ออกมา
เขาคือ โทบิ ชายสวมหน้ากากแห่งกลุ่มแสงอุษา
แต่ภาพลักษณ์กวนๆ ในวันนี้หายไปหมดแล้ว เขามีสีหน้าจริงจังขณะเดินเข้าไปหาเพนและโคนัน แล้วพูดด้วยเสียงต่ำ
"จัดการเรื่องโอโรจิมารุเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?"
โคนันพยักหน้าเบาๆ แล้วตอบนิ่งๆ "ให้แหวน 'คู' กับเขาไปแล้ว ชุดยูนิฟอร์มก็ส่งไปให้แล้วด้วย"
"ดี" โทบิว่า "จากนี้ไปก็ให้เขาทำงานคู่กับคาคุซึไป แล้วฝากคาคุซึช่วยจับตาดูความเคลื่อนไหวของหมอนั่นด้วย"
"เข้าใจแล้ว" เพนตอบแบบไม่ใส่ใจนัก เขาเข้าใจเหตุผลของโทบิดี คนอย่างโอโรจิมารุอันตรายเกินกว่าจะปล่อยให้คลาดสายตา การหาคนเก่งๆ มาคอยประกบไว้คือทางออกที่ดีที่สุด
หลังจากเงียบไปพักหนึ่ง โทบิก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นกว่าเดิม
"จะว่าไป ภารกิจครั้งนี้ฉันก็ได้ข้อมูลที่คุ้มค่ามากเลยนะ"
เขามองหน้าทั้งสองคนก่อนจะพูด "เป็นอย่างที่พวกนายสงสัยจริงๆ ชายที่ชื่อคุโซะมีวิชาเนตรที่ลึกลับมาก จากการสืบของฉัน ขีดจำกัดสายเลือดของเขามีชื่อว่า 'เนตรราชันปีศาจ' มันคือเนตรมายาของจริงที่เหนือกว่าวิชาลวงตาทั่วไป เขาสามารถปล่อยพลังธาตุต่างๆ ใช้มายาแปลกๆ หรือแม้แต่พลังที่คล้ายกับการควบคุมแรงโน้มถ่วง สรุปง่ายๆ คือมันอาจจะเป็นพลังที่ซับซ้อนพอๆ กับเนตรสังสาระเลยก็ได้"
เพนกับโคนันสบตากัน ทั้งคู่ดูสนใจและเริ่มมีความคาดหวังในตัวชายคนนี้ ที่แท้นัยน์ตาสีทองของคุโซะก็ไม่ใช่แค่ของประดับ แต่เขามีของดีซ่อนไว้จริงๆ
ก่อนที่ทั้งคู่จะได้คิดอะไรต่อ โทบิก็พูดแทรกขึ้นมา
"แต่เทียบกับเรื่องพวกนั้นแล้ว มีอีกเรื่องหนึ่งที่ฉันอยากให้โคนันไปเช็กด้วยตัวเอง ตอนที่ภารกิจเสร็จ คุโซะขอตัวออกไปข้างนอกโดยอ้างว่าเป็นธุระส่วนตัว แล้วเขาก็ไปได้หนังสือปริศนาเล่มหนึ่งมาจากย่านการค้าในแคว้นไฟ"
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงดูเย็นชาขึ้น "พอฉันถาม เขาก็จงใจหยิบนิยายเล่มอื่นขึ้นมาบังหน้า แต่ฉันดูออกหมดแหละ... ฉันอยากรู้ว่าในหนังสือเล่มนั้นมีอะไรซ่อนอยู่กันแน่ โคนัน ในเมื่อเธอเป็นคนรับเขาเข้ากลุ่ม หน้าที่สืบเรื่องนี้คงต้องเป็นเธอแล้วล่ะ"
"ฉันจำได้ว่าหน้าปกหนังสือเล่มนั้นเป็นสีเหลือง..." โทบิทิ้งท้าย
(ตัดภาพไปที่ห้องของคุโซะ)
คุโซะกำลังนั่งเปิดอ่านหนังสือ 'อะจึ๋ยสวรรค์รำไร' ที่จิ๊กมาจากคาคาชิอย่างสบายใจ "จึ๊ๆๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคาคาชิถึงชอบนักชอบหนา สมกับเป็นหนังสือเบสต์เซลเลอร์ของโลกนินจาจริงๆ..."
จังหวะนั้นเอง ประตูห้องเขาก็ถูกเปิดออก เศษกระดาษจำนวนมากพุ่งเข้ามาในห้องจนกลายเป็นร่างของโคนัน
คุโซะหันไปมองแล้วแอบคิดในใจ 'มาทำไมเนี่ย?'
แต่โคนันกลับแข็งทื่ออยู่กับที่ สายตาจ้องเขม็งไปที่หนังสือในมือคุโซะ เพียงไม่กี่วินาที สมองเธอก็ประมวลผลคำบรรยายในหน้าหนังสือเล่มนั้นได้หมด และนั่นทำให้หน้าเธอชาไปทันที
'นี่... นี่เหรอหนังสือปริศนาที่หมอนั่นสงสัยนักหนา?!' โคนันคิดอย่างไม่อยากจะเชื่อ 'หมอนี่สมองปกติป่ะเนี่ย?!'
คุโซะยิ้มให้โคนันแบบไม่รู้เรื่องรู้ราว "อ้าว โคนัน มาพอดีเลย ผมกำลังตั้งใจทำภารกิจอยู่พอดี นั่งก่อนสิ"
โคนันยังคงยืนอึ้ง สมองพยายามประมวลผลสถานการณ์ตรงหน้าอย่างหนัก 'ทำไมคุโซะถึงมีหนังสือเล่มนี้? เขาซ่อนความลับอะไรไว้กันแน่? แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับโทบิ?'