- หน้าแรก
- คู่มือรอดวันสิ้นโลก อาหารนำ ปืนตาม
- บทที่ 25 แมวกลายพันธุ์
บทที่ 25 แมวกลายพันธุ์
บทที่ 25 แมวกลายพันธุ์
บทที่ 25 แมวกลายพันธุ์
กรงเหล่านี้เป็นเพียงกรงสแตนเลสธรรมดา ภายในมีซากศพแห้งกรังกระจัดกระจายอยู่เกลื่อน
ภายใต้อุณหภูมิที่ร้อนระอุ ร่างกายของพวกมันเน่าเปื่อยอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถูกแมลงกัดกินกล้ามเนื้อจนเกลี้ยง เหลือเพียงหนังแห้งๆ ที่หุ้มติดกระดูก
พิจารณาจากโครงสร้างแล้ว ดูออกได้ชัดเจนว่าซากศพแห้งเหล่านี้ล้วนเป็นสัตว์ตระกูลแมว
กรงด้านในสุดบรรจุซากศพของสุนัขขนาดกลาง ขนสีดำยาวรุงรังจนแยกไม่ออกว่าเป็นสายพันธุ์อะไร อาจจะเป็นฮัสกี้หรือสุนัขเลี้ยงแกะก็ได้
ตอนแรกเจียงโยวคิดว่าคนที่อาศัยอยู่ที่นี่เลี้ยงแมวเพราะเป็นคนรักสัตว์ แต่เมื่อพินิจดูซากศพเหล่านั้นให้ดี เธอกลับพบว่าแทบทุกร่างล้วนมีอวัยวะไม่ครบสมบูรณ์
แม้ร่างกายจะบิดเบี้ยวผิดรูปไปบ้างจากการเน่าเปื่อยและแห้งกรัง แต่ก็ยังเห็นได้ชัดว่าพวกมันไม่ได้ตายในสภาพปกติ
ช่องว่างระหว่างซี่กรงนั้นแคบมากเกินกว่าที่มือของซอมบี้จะลอดเข้าไปได้ และกรงทั้งหมดก็ถูกล็อกแน่นหนาจากภายนอกโดยไม่มีร่องรอยการถูกเปิด
นั่นพิสูจน์ได้ว่า ซากศพเหล่านี้ไม่ได้ถูกซอมบี้ทำร้าย
บางตัวมีแท่งเหล็กเสียบคาอยู่ที่หัว บางตัวแขนขาด บางตัวขาหายไป
ที่น่าเวทนาที่สุดคือแมวตัวหนึ่งที่นอนตายอยู่มุมกรง ร่างกายของมันถูกถลกหนังออกจนเกลี้ยง
และที่ด้านนอกกรงนั้น มีกองขนเปื้อนเลือดที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่ากองอยู่
เจียงโยวเหลือบไปเห็นขาตั้งกล้องที่มุมห้อง และแท่นวางที่ถูกจัดเตรียมไว้ บนแท่นนั้นมีคราบเลือดสีดำคล้ำเกรอะกรัง บ่งบอกว่าไม่ได้ทำความสะอาดมาหลายวันแล้ว
สีหน้าของเจียงโยวขรึมลงทันที ราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
คราบเลือดบนแท่นนั่น รวมกับเครื่องมือทื่อๆ ขึ้นสนิมกองหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เครื่องมือสำหรับรักษาสัตว์
ไม่รู้ทำไม เจียงโยวถึงนึกย้อนไปถึงประสบการณ์ในห้องทดลองของตัวเอง
ภาพในหัวฉายชัดเจน เหมือนตอนที่เธอถูกตรึงอยู่บนเตียงผ่าตัด
ทุกชีวิตล้วนเป็นเพียงสัตว์เดรัจฉานที่ต้องรอความเมตตาจากผู้กระทำ
"เคร้ง~"
ทันใดนั้น เสียงลากโซ่เหล็กก็ดังขึ้นอีกครั้ง
เจียงโยวหันขวับไปตามเสียง ในเงามืดใต้แท่นปูน เสียงโซ่กระทบกันเบาๆ ก่อนที่แมวลายสลิดตัวหนึ่งจะเดินย่างสามขุมออกมาจากรอยแยกมืดมิด
เจียงโยวเคยเผชิญกับสายตาที่ชวนให้อึดอัดมานับครั้งไม่ถ้วน แต่นั่นมักจะเป็นสายตาของมนุษย์ โดยเฉพาะในหอคอยต้องห้าม ที่สายตาเหล่านั้นมีอยู่ดาษดื่น
สายตาของสัตว์อาจจะดุร้าย แต่มันขาดความเจ้าเล่ห์อำมหิตแบบมนุษย์
และนี่เป็นครั้งแรก ที่เจียงโยวได้เห็นสายตาแบบนี้ในดวงตาของแมว
มันเหมือนกับฆาตกรโรคจิตที่จ้องมองเหยื่ออย่างกัดไม่ปล่อย นัยน์ตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความป่าเถื่อน แต่ยังแฝงไว้ด้วยความบ้าคลั่งและความวิปริตพิลึกพิลั่น
แมวลายสลิดตัวนี้มีขนาดใหญ่กว่าแมวทั่วไป แต่กลับผอมโซจนเห็นซี่โครงปูดโปนภายใต้ขน
มันจ้องเขม็งมาที่มนุษย์ผู้บุกรุกอาณาเขตด้วยแววตาเกรี้ยวกราด แฝงความอาฆาตมาดร้าย
มันเกลียดมนุษย์ทุกคนที่เข้าใกล้มันอย่างเท่าเทียม
โซ่เหล็กหนาเท่าหัวแม่มือล่ามติดอยู่ที่คอของเจ้าลายสลิด ทุกการเคลื่อนไหวของมันทำให้เกิดเสียงโลหะกระทบกัน
แม้การใช้คำว่า 'อำมหิต' เพื่อบรรยายแมวอาจดูไม่เหมาะสม
แต่ไม่รู้ทำไม วินาทีที่เจียงโยวสบตากับแมวตัวนี้ คำคำนั้นกลับผุดขึ้นมาในหัวทันที
ทั่วทั้งตัวของมันเต็มไปด้วยบาดแผลเหวอะหวะ บางจุดลึกจนเห็นกระดูก ชัดเจนว่าเป็นรอยกรงเล็บของซอมบี้
ขนตามตัวหลุดร่วงไปหลายจุด แม้จะมีแต่หนังหุ้มกระดูก แต่ดวงตาที่วาวโรจน์นั่นบอกให้รู้ว่า มันไม่ใช่สิ่งที่ใครจะมาล้อเล่นด้วยได้
"เมี๊ยว!!"
ขนแมวพองฟูตั้งชัน ร่างโก่งโค้งเตรียมพร้อม ก่อนจะกระโจนใส่เจียงโยวอย่างดุดัน แต่กลับถูกโซ่เหล็กรั้งไว้จนร่างร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง
ถึงกระนั้น มันยังคงจ้องเจียงโยวตาเขม็ง ราวกับขู่ว่าถ้าเธอกล้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว มันจะฉีกเธอเป็นชิ้นๆ
ตอนนี้เอง เจียงโยวถึงสังเกตเห็นคราบเลือดรอบปากของมัน และที่พื้นข้างๆ มีก้อนเนื้อสีเขียวคล้ำถูกกัดแทะทิ้งไว้หลายชิ้น
รูม่านตาของเธอหดเกร็ง สีหน้าที่เคยผ่อนคลายกลับเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เธอหันกลับไปเดินสำรวจศพซอมบี้สองตัวนั้นอย่างรวดเร็ว
ตอนแรกเธอคิดว่ารอยข่วนบนเสื้อผ้าซอมบี้เกิดจากพวกมันข่วนกันเอง แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่แบบนั้น
เจียงโยวพิจารณารอยเล็บเหล่านั้นอย่างละเอียด พบว่าบาดแผลมีลักษณะเรียวยาวและเล็ก เป็นรอยขนานกันสามสี่รอยอยู่ชิดกันมาก
ดูไม่เหมือนรอยเล็บซอมบี้ แต่เหมือนรอยเล็บแมวมากกว่า
เมื่อตรวจสอบร่างซอมบี้ทั้งสอง ก็พบว่ามีรอยแผลที่เนื้อหายไปจริงๆ เมื่อเชื่อมโยงกับชิ้นเนื้อสีเขียวคล้ำข้างตัวเจ้าลายสลิด เธอก็เข้าใจทันทีว่าเนื้อส่วนนั้นหายไปไหน
แมวตัวนี้กินเนื้อซอมบี้!
คงเป็นเพราะซอมบี้สองตัวนี้พยายามจะจับมันกิน แต่มันกลับเป็นฝ่ายกัดเนื้อพวกมันออกมาแทน
บาดแผลเหล่านั้นดูไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นแค่ครั้งหรือสองครั้ง
แมวตัวนี้กินเนื้อซอมบี้เป็นอาหารจริงๆ
ทั้งที่ถูกล่ามโซ่ ทั้งยังถูกซอมบี้รุมถึงสองตัว แต่มันไม่เพียงแค่รอดจากการตกเป็นอาหาร แต่ยังสามารถสวนกลับจนกัดกินเนื้อซอมบี้ได้
พลังการต่อสู้ระดับนี้ไม่ธรรมดาเลย
เจียงโยวเดินกลับไปหาเจ้าแมวลายสลิด จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของมัน
แม้ร่างกายภายนอกจะดูเยินจนดูไม่ได้ แต่นัยน์ตาของมันกลับใสกระจ่างราวกับหยกชั้นดี
แมวตัวนี้ยังไม่กลายเป็นซอมบี้!
มันอาจเป็นแมวกลายพันธุ์ แต่ถึงจะเป็นสัตว์กลายพันธุ์ การมีพลังต่อสู้ขนาดนี้ก็ถือว่าน่าทึ่งมาก
ต้องรู้ก่อนว่า สัตว์กลายพันธุ์ในช่วงแรกๆ จะมีแค่พละกำลังและความเร็วที่มากกว่าสัตว์ปกติเล็กน้อย ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด
ยิ่งไปกว่านั้น สัตว์กลายพันธุ์ที่กินเนื้อซอมบี้เข้าไป ส่วนใหญ่จะติดเชื้อไวรัสและกลายร่างเป็นซอมบี้ทันที
แต่แมวตัวนี้กลับไม่เป็นอะไร
มัน... พิเศษมาก
ไม่ว่าคนหรือสัตว์ หากติดเชื้อไวรัสซอมบี้ อาการจะแสดงออกภายในหนึ่งหรือสองชั่วโมงอย่างช้าที่สุด
แต่เจ้าลายสลิดตัวนี้ยังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน
เธอลองยื่นมือออกไป เจ้าลายสลิดก็แยกเขี้ยวขู่คำรามพร้อมพุ่งเข้าใส่ทันที ราวกับจะบอกว่ายอมตายดีกว่ายอมให้ใครมารังแก
"โอ้โห... ดุจริงนะเจ้าตัวเล็ก"
เจียงโยวจ้องมองแมวลายสลิดจอมดุด้วยความสนใจ เธอชอบสัตว์ตัวเล็กที่ใจสู้แบบนี้
ความน่ารักไร้ประโยชน์เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกรงเล็บแหลมคม
"เจ้าหนู ไปกับฉันไหม?"
"เมี๊ยว!!!" เจ้าลายสลิดคำรามตอบอย่างเกรี้ยวกราด
"ขนมแมวเลียวันละสิบซอง"
"เมี๊ยววว!!!"
"อาหารกระป๋องวันละสามมื้อ"
"เมี๊ยว!!!"
"ไก่ เป็ด ปลา เนื้อ อยากกินอะไรเลือกได้เลย"
"เมี๊ยว!!!!"
'มนุษย์หน้าโง่ มีปัญญาจ่ายเหรอถึงกล้ามาโกหกกันแบบนี้?!'
'ฉัน! ไม่! หลงกลหรอกโว้ย!!!'
เจ้าแมวคลั่งขึ้นมาอีกครั้ง มันพุ่งชนโซ่อย่างบ้าคลั่ง เสียงโลหะดังสนั่น ขนฟุ้งกระจายไปทั่ว
กรงเล็บแหลมคมตวัดผ่านอากาศจนมองเห็นเป็นภาพเบลอท่ามกลางแสงแดด