เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 ร่างพาหะสเต็มเซลล์ที่สมบูรณ์แบบ

บทที่ 16 ร่างพาหะสเต็มเซลล์ที่สมบูรณ์แบบ

บทที่ 16 ร่างพาหะสเต็มเซลล์ที่สมบูรณ์แบบ


บทที่ 16 ร่างพาหะสเต็มเซลล์ที่สมบูรณ์แบบ

ตลอดทั้งคืน เจียงโยวตระเวนดำน้ำสำรวจสถานีตำรวจหลายแห่งในบริเวณใกล้เคียง

ไหนๆ ถังออกซิเจนของเธอก็มีเหลือเฟืออยู่แล้ว

หลังจากผ่านไปหนึ่งคืน ผลประกอบการถือว่าคุ้มค่า เธอได้ปืนมาเป็นสิบๆ กระบอก ส่วนกระสุนนั้นไม่ได้นับอย่างละเอียด แต่คาดว่าน่าจะมีหลายพันนัด เธอตัดสินใจพอแค่นี้ ของที่ได้มาถือว่ามากเกินพอแล้ว

ไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงในที่อันตรายกว่านี้

เจียงโยวค่อยๆ ดำน้ำกลับมา ยามรุ่งสางมาเยือน เธอก็กลับมาถึงเขตที่พักอาศัยพร้อมกับแสงแรกของวัน เธอว่ายตรงเข้าไปในลานจอดรถใต้ดิน แล้วเดินขึ้นบันไดหนีไฟ

"ซ่า..."

ท่ามกลางความมืดสลัวของโถงบันได ศีรษะหนึ่งโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา

ซอมบี้สองตัวที่ลอยคออยู่ใกล้ๆ ตกใจตื่นจากภวังค์ พวกมันตะเกียกตะกายว่ายน้ำรี่เข้าหาเจียงโยวทันที

"แฮร่!!!"

"โฮก!!!"

เจียงโยวปีนขึ้นจากน้ำ ถอดชุดประดาน้ำเก็บเข้ามิติอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบหน้าไม้ขึ้นมายิงสวนออกไปสองดอกติดต่อกัน ลูกธนูปักเข้ากลางกะโหลกอย่างแม่นยำ ร่างของพวกมันค่อยๆ จมดิ่งลงสู่ก้นบึ้ง

หลังจากจัดการซอมบี้ในน้ำเสร็จ เจียงโยวเช็ดน้ำออกจากใบหน้า เก็บหน้าไม้กลับเข้ามิติ แล้วเปลี่ยนมาถือดาบเหมียวเตาแทน พร้อมกับก้าวเท้าขึ้นบันได

ในพื้นที่แคบอย่างโถงบันได อาวุธปืนและดาบยาวอย่างเหมียวเตาจะใช้งานได้คล่องตัวกว่าหน้าไม้ ซึ่งเหมาะกับการต่อสู้ในที่โล่งแจ้งมากกว่า

แม้ขาไปเธอจะเคลียร์ทางไว้แล้ว แต่ผ่านไปหนึ่งคืน ใครจะรู้ว่าจะมีซอมบี้จากที่อื่นหลงเข้ามาบ้างหรือเปล่า

และก็เป็นไปตามคาด พอเลี้ยวตรงหัวมุมบันได เจียงโยวก็เหลือบไปเห็นซอมบี้ตัวหนึ่ง ยังคงสวมกางเกงขาสั้นลายดอกและเสื้อกล้ามสีดำ

ซอมบี้ตัวนี้ดูคุ้นตาพิกล

อ้อ จำได้แล้ว

นี่มันตาลุงขี้เม้าท์จากชั้นหนึ่งไม่ใช่เหรอ?!

ตอนย้ายเข้ามาใหม่ๆ เธอเห็นลุงคนนี้นั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูตึกทั้งวัน คอยนินทาคนนู้นทีคนนี้ที เดี๋ยวก็บ่นว่าไอ้หนุ่มนั่นนอนตื่นสาย ยัยหนูนี่นุ่งกระโปรงสั้นเกินงาม หรือเด็กคนโน้นไม่มีสัมมาคารวะ

ซอมบี้ที่เดิมทีเดินโซซัดโซเซอยู่สุดทางเดิน เมื่อได้กลิ่นมนุษย์ มันก็ส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอแล้วพุ่งเข้าใส่เจียงโยวทันที

"แฮร่!"

ยังไม่ทันเข้าใกล้ กลิ่นเน่าเหม็นก็โชยมาแตะจมูก

"ไง ลุงหวัง ออกมาเดินเล่นเหรอคะ?"

เธอทักทายด้วยรอยยิ้ม ขณะเดียวกันก็กระชับด้ามดาบในมือแน่น ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวอย่างรวดเร็ว พลิกข้อมือตวัดดาบฟันเข้าที่ลำคออย่างแม่นยำ

"ฉัวะ!"

วินาทีต่อมา ประกายแสงเย็นวาบผ่านไป ศีรษะเน่าเปื่อยก็หลุดกระเด็นมาตกแทบเท้าเจียงโยว

ซอมบี้ตัวนั้นยังไม่ทันได้ตอบสนองด้วยซ้ำ หัวก็หลุดจากบ่าไปเสียแล้ว

กระบวนท่าทั้งหมดเกิดขึ้นในชั่วพริบตา โดยที่กล้ามเนื้อของเธอแทบไม่ต้องเกร็งเลยด้วยซ้ำ ปฏิกิริยาการโจมตีเหล่านี้ฝังลึกอยู่ในสัญชาตญาณ ทุกท่วงท่าลื่นไหลเป็นธรรมชาติ

แม้หัวจะหลุดไปแล้ว แต่แรงเฉื่อยทำให้ร่างไร้หัวยังคงพุ่งถลามาข้างหน้า ก่อนจะกลิ้งตกบันไดลงไป

เจียงโยวปรายตามองหัวของลุงหวังที่แทบเท้า "ลุงหวังคะ ลงไปแช่น้ำเย็นๆ ข้างล่างดีกว่ามั้ง?"

พูดจบเธอก็เล็งไปที่หน้าต่างตรงสุดทางเดิน แล้วหวดเท้าเตะออกไปเต็มแรง

ไปซะ!

ศีรษะกลมๆ ลอยละลิ่วออกไปนอกหน้าต่างราวกับลูกฟุตบอลที่ถูกยิงอย่างแม่นยำ ตกลงสู่น้ำเบื้องล่างดัง "ตูม" น้ำกระจายออกเป็นวงกว้าง

มุมปากของเจียงโยวหยักยิ้มเล็กน้อย ฝีเท้าเธอแม่นไม่เบา น่าเสียดายที่ไม่ได้ไปติดทีมชาติ

เธอเดินถือดาบขึ้นบันไดต่อไป ระหว่างทางที่ผ่านบางชั้น เธอสังเกตเห็นสายตาที่ลอบมองผ่านช่องตาแมวออกมา

ผู้รอดชีวิตที่ยังหลงเหลืออยู่ในตึก

เป็นเรื่องปกติ ในสถานการณ์แบบนี้ ใครๆ ก็ต้องระแวดระวังตัว แต่เจียงโยวไม่คิดจะปิดบังการกระทำของตัวเอง ยามที่ต้องลงดาบสังหารซอมบี้

การแสดงพลังให้เห็นบ้างจะช่วยลดปัญหาจุกจิกกวนใจไปได้เยอะ

โดยเฉพาะผู้หญิงตัวคนเดียว ย่อมตกเป็นเป้าของพวกหมาป่าหิวโซได้ง่าย

ยิ่งในวันสิ้นโลกที่ไร้ซึ่งกฎหมายควบคุม ความมืดดำในจิตใจมนุษย์จะถูกขยายใหญ่ขึ้นจนน่ากลัว ในเวลานั้น ความอ่อนแอคือบาปมหันต์

เมื่อกฎหมายของโลกอารยะเสื่อมสลาย มนุษย์จะสร้างกฎเกณฑ์การเอาตัวรอดชุดใหม่ขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ กฎแห่งป่าที่ปลาใหญ่กินปลาเล็กจะถูกนำมาใช้อย่างถึงแก่นที่สุดในยุควันสิ้นโลก

เธอไม่หาเรื่องใคร แต่ทางที่ดีก็อย่าให้ใครมาหาเรื่องเธอจะดีกว่า

นี่เพิ่งเป็นวันแรกของการระบาด ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงซ่อนตัวอยู่แต่ในบ้านไม่กล้าออกมา ประกอบกับเสบียงที่ทางชุมชนแจกจ่ายไปก่อนหน้านี้ แม้จะไม่อิ่มท้องนัก แต่ก็พอประทังชีวิตไม่ให้อดตายได้

แต่ก็มักจะมีพวกอยู่ไม่สุขบางคนที่ทนไม่ไหวต้องรนหาที่ตายก่อนเสมอ

ระหว่างทางเจียงโยวเจอซอมบี้อีกหลายตัว สองในนั้นหน้าตาคุ้นๆ น่าจะเป็นลูกบ้านในตึกนี้แหละ

แต่ถึงตอนนี้ พวกมันไม่ใช่คนอีกต่อไปแล้ว

ดาบในมือเธอตวัดขึ้นลง ปลิดชีพพวกมันด้วยการตัดคอทุกตัว

ดาบเล่มนี้คมกริบ ตัดเหล็กได้ดั่งหยวกกล้วย การตัดคอซอมบี้จึงลื่นไหลไร้การสะดุด

กว่าจะกลับถึงห้อง ร่างกายของเจียงโยวก็เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสีดำคล้ำส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง

แต่เธอชินเสียแล้ว

ในชาติก่อน เพื่อหลบเลี่ยงซอมบี้ เธอถึงขั้นต้องกลั้นใจเอาเนื้อเน่าๆ ของพวกมันมาทาตัว เพื่อกลบกลิ่นมนุษย์ คราบเลือดแค่นี้ถือเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย

สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อกลับถึงห้อง แน่นอนว่าต้องเปิดแอร์!

หน้าร้อนระอุขนาดนี้ จะอยู่ได้ยังไงถ้าขาดแอร์?

แต่ทว่า... ไฟดับ ก็เท่ากับแอร์ไม่ทำงาน

เจียงโยวส่ายหัวอย่างปลงตก ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปชำระล้างร่างกายและเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่

เสร็จแล้วเธอก็หยิบแท็บเล็ตออกมา เลือกหนังตลกมาเปิดดูไปพลางกินข้าวไปพลาง

เธอหยิบชานมไข่มุกใส่น้ำแข็งเย็นเจี๊ยบออกมาดูดอึกใหญ่ เคี้ยวไข่มุกหนุบหนับในปาก ความรู้สึกผ่อนคลายแผ่ซ่านไปทั่วร่าง

จากนั้นก็จัดแจงวางผักลวกราดซอสหอยนางรมจานโต หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงพูนจาน และข้าวสวยร้อนๆ ชามบะเร่อ ลงบนโต๊ะกาแฟ

ผักลวกกรอบๆ หวานฉ่ำ ตัดกับหมูสามชั้นตุ๋นนุ่มละลายในปาก ยิ่งเอาน้ำซอสคลุกข้าวด้วยนะ...

อร่อยเหาะอย่าบอกใคร

เหนื่อยมาทั้งคืน ตอนนี้เธอกินข้าวได้ทีเดียวสามชามรวด

หลังจากอิ่มท้อง พลังงานก็เริ่มกลับมา เจียงโยวจึงเริ่มจัดการกับปัญหาเรื่องความร้อน

เมื่อกี้หิวจัดจนหน้ามืดตามัวไม่ได้คิดเรื่องอื่น ตอนนี้ยังไม่สายเกินแก้

เธอลากอ่างอาบน้ำพลาสติกขนาดใหญ่สองใบออกมาจากมิติ เทก้อนน้ำแข็งที่ตุนไว้ลงไปจนเต็ม

น้ำแข็งพวกนี้ไม่ใช่ก้อนเล็กๆ ตามตู้เย็นตามบ้าน แต่เป็นน้ำแข็งก้อนมหึมาที่ใช้ในห้องเย็น แช่แข็งมาจากน้ำประปาธรรมดา

กินไม่ได้ แต่พอมันละลายแล้ว น้ำเย็นๆ ก็เอามาอาบ ถูพื้น หรือราดส้วมได้

หลังจากวางก้อนน้ำแข็งเสร็จ เจียงโยวก็เอาแผงโซลาร์เซลล์ไปแขวนไว้ที่ระเบียง ต่อสายเข้ากับหลอดไฟและพัดลมไฟฟ้า

จริงๆ เธอมีเครื่องปั่นไฟสำรองอยู่ในมิติ แต่ถ้าเอามาใช้ หนึ่งคือเสียงเครื่องยนต์มันดัง จะเป็นจุดสนใจได้ง่าย

สองคือเสียงหึ่งๆ ของคอมเพรสเซอร์แอร์คงเรียกแขกให้ผู้รอดชีวิตคนอื่นแห่กันมาสร้างปัญหาแน่

สรุปแล้ว แผงโซลาร์เซลล์เวิร์กสุด แค่ใช้เปิดไฟกับพัดลมก็พอแล้ว

ยิ่งตอนนี้แดดแรงเปรี้ยงปร้าง แผงโซลาร์เซลล์ชาร์จไฟได้เหลือเฟือ

ไฟดับไปแล้ว แถมหลังฝนตก อุณหภูมิก็ดีดกลับขึ้นไปแตะสี่สิบกว่าองศา เปลี่ยนบ้านทั้งหลังให้กลายเป็นเตาอบ

ขนาดเพิ่งจะเช้า แดดก็แรงจนแสบผิว

พัดลมหมุนติ้ว พัดพาไอเย็นจากก้อนน้ำแข็งให้กระจายไปทั่ว เจียงโยวปิดประตูห้องและห้องครัวทั้งหมด รูดม่านปิดจนมิดชิด

ผ่านไปสักสองสามนาที อุณหภูมิในห้องก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ถึงเวลาที่เจียงโยวจะทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่มๆ แล้วงีบหลับสักตื่น

อดหลับอดนอนมาทั้งคืน ตอนนี้สิ่งเดียวที่เธอต้องการคือการนอน

พัดลมส่ายไปมา อุณหภูมิในห้องกำลังสบาย เจียงโยวเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว

ในภวังค์กึ่งหลับกึ่งตื่น เจียงโยวเหมือนเห็นแสงไฟจากโคมผ่าตัดสาดส่องเข้าตาจนแสบพร่า พร้อมกับเงาร่างวุ่นวายหลายร่างที่มองเห็นใบหน้าไม่ชัดเจน

แม้กระทั่งสัมผัสเย็นเฉียบของมีดหมอที่กรีดลงบนร่างกายยังคงแจ่มชัดในความทรงจำ

"คุณหมอครับ ความสามารถในการฟื้นฟูร่างกายของหมายเลขเก้าทรงพลังเกินไปจริงๆ ครับ ขาที่ถูกเลื่อยขาด ปกติต้องใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะงอกใหม่ แต่ตอนนี้ใช้เวลาแค่สามวันเองครับ!"

"ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ชนิดไหน ในระยะที่เป็นไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิ สเต็มเซลล์จะช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต จำนวนแขน ขา และดวงตาของสิ่งมีชีวิตถูกกำหนดไว้แล้ว

อย่างมนุษย์ สเต็มเซลล์จะทำงานได้ดีมากก่อนคลอด แต่พอคลอดออกมา ความสามารถนั้นก็จะลดฮวบลง ไม่สามารถเติบโตได้รวดเร็วเหมือนตอนอยู่ในครรภ์

แต่สัตว์บางชนิดกลับแหกกฎข้อนี้ อย่างเช่น ซาลาแมนเดอร์ แม้สเต็มเซลล์ของมันจะอ่อนแอลงหลังเกิดเหมือนกัน แต่มันก็ยังทำงานได้ดีกว่าของมนุษย์มาก

ซาลาแมนเดอร์สามารถงอกแขนขาที่ขาด หรือแม้แต่หัวใจที่เสียหายให้กลับมาสมบูรณ์ได้ภายในหนึ่งถึงสามเดือน

รหัสเดิมของหมายเลขเก้าคือ 'ซาลาแมนเดอร์' แต่ผมว่าตอนนี้เราน่าจะเปลี่ยนชื่อให้เธอได้แล้วนะ"

"......"

"......หลังจากที่เราปรับปรุงการทดลองและตัดต่อพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตอื่นเข้าไปอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้เธอไม่ใช่ซาลาแมนเดอร์อีกต่อไปแล้ว

ความสามารถในการฟื้นฟูของหมายเลขเก้าวิปริตผิดมนุษย์มนา ยิ่งกว่าเดิม เร็วกว่าเดิมเสียอีก"

"คุณหมอครับ หมายเลขเก้าสมบูรณ์แบบแล้วนะครับ ยาที่สกัดจากเลือดเนื้อของเธอมีสรรพคุณในการรักษาที่ทรงประสิทธิภาพอย่างเหลือเชื่อ เบื้องบนอนุมัติแล้วด้วย

เราเริ่มดำเนินการเตรียม..."

"ไม่! ยังไม่พอ! ยังไม่พอ! ยังไม่สมบูรณ์แบบพอ ผมต้องการให้เธอเป็นเหมือนพลานาเรีย!

ผมต้องการให้เธอครอบครองสเต็มเซลล์ที่มีศักยภาพรอบด้านที่สมบูรณ์แบบที่สุด!

เหมือนกับพลานาเรีย ฆ่าด้วยมีดไม่ตาย ฟื้นคืนชีพได้ไม่รู้จบ ต่อให้ถูกสับจนละเอียดเป็นเนื้อบด ก็ยังงอกใหม่กลายเป็นตัวใหม่ได้ไม่จำกัด!!!"

"อวัยวะหลักที่ส่งผลต่ออายุขัยของมนุษย์คือ หัวใจ ตับ ไต ปอด และระบบย่อยอาหาร

ถ้าผมสามารถดัดแปลงหมายเลขเก้าให้เป็นพาหะสเต็มเซลล์อเนกประสงค์ที่สมบูรณ์แบบ แล้วสกัดสเต็มเซลล์ของเธอไปปลูกถ่ายให้กับอวัยวะที่เสื่อมสภาพหรือเสียหายของมนุษย์

ใช้ประโยชน์จากความสามารถในการฟื้นฟูรอบด้านของสเต็มเซลล์ที่สมบูรณ์แบบ เพื่อซ่อมแซม ปรับเปลี่ยน หรือแม้กระทั่งสร้างอวัยวะใหม่

เมื่อนั้น ขีดจำกัดอายุขัยของมนุษย์จะถูกทำลายลง!

ทุกคนจะจดจำชื่อของผม!

ผมคือบิดาแห่งมวลมนุษยชาติ! ฮ่าๆๆๆๆ!

พวกวิวัฒนาการระดับสูงเหล่านั้นจะมีอายุยืนยาวขึ้น พวกเขาจะมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น!"

"เพราะฉะนั้นเธอยังไม่สมบูรณ์แบบพอ เธอฟื้นตัวช้าเกินไป ช้าเกินไป..."

...

จบบทที่ บทที่ 16 ร่างพาหะสเต็มเซลล์ที่สมบูรณ์แบบ

คัดลอกลิงก์แล้ว