- หน้าแรก
- ข้าคือเซียนดาบแห่งสำนักเทียนสุ่ย
- บทที่ 29 ย้อนรอยเทียนกัง
บทที่ 29 ย้อนรอยเทียนกัง
บทที่ 29 ย้อนรอยเทียนกัง
บทที่ 29 ย้อนรอยเทียนกัง
วิญญาณยุทธ์ของหลิวซวงคือ 'ผีเสื้อผลึกน้ำแข็ง'
แม้จะไม่อาจเทียบเคียงกับวิญญาณยุทธ์ระดับท็อปอย่างพญาหงส์เหมันต์ของสุ่ยปิงเอ๋อร์ได้ แต่หลังจากได้รับการพัฒนาด้วยสมุนไพรอมตะ มันก็ได้ก้าวเข้าสู่ทำเนียบวิญญาณยุทธ์ระดับแนวหน้าอย่างเต็มภาคภูมิ
วิญญาณยุทธ์นกฮูกของฝูหลันเต๋อดูจืดจางไร้น้ำยาไปเลยเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ
มิหนำซ้ำ พลังวิญญาณของหลิวซวงยังเหนือกว่าฝูหลันเต๋อถึงสิบกว่าระดับ
อย่าเห็นว่าตอนนี้หลิวซวงอยู่ที่ระดับแปดสิบเก้า ยังไม่ถึงขั้นราชทินนามพรหมยุทธ์ แต่หากต้องสู้กันจริงๆ ตู๋กู๋ปั๋วในช่วงก่อนที่จะทะลวงระดับก็อาจจะไม่ใช่คู่มือของนางด้วยซ้ำ
หลังจากปะทะกันด้วยคลื่นพลัง ฝูหลันเต๋อก็ตระหนักได้ทันทีถึงช่องว่างที่ไม่อาจก้าวข้ามระหว่างตนกับสตรีตรงหน้า จึงงัดไม้ตายก้นหีบอีกอย่างออกมาใช้ทันควัน
การเปลี่ยนสีหน้า
"ผู้อาวุโส โปรดฟังข้าก่อน นี่เป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิดขอรับ"
รอยยิ้มหวานหยดย้อยราวกับดอกเบญจมาศบานสะพรั่งปรากฏขึ้นบนใบหน้าทรงช้อนรองเท้าของฝูหลันเต๋อ น้ำเสียงอ่อนน้อมประจบประแจง ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งจองหองที่แสดงต่อหน้าเมิ่งชิวเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง
"คุณชายท่านนี้ต้องการผลึกก้อนนี้ไม่ใช่หรือ? ข้ายกให้เลย! ไม่คิดเงินคุณชายสักเหรียญเดียว ถือเป็นของขวัญกำนัลแด่คุณชายขอรับ!"
ฝูหลันเต๋อตบหน้าอกตัวเองเสียงดัง แสดงความใจป้ำเต็มที่
ทว่าหลิวซวงไม่ได้หลงกล
เมื่อกี้ยังโก่งราคาหน้าเลือดอยู่หยกๆ พอตอนนี้คิดจะยกให้ฟรีๆ แล้วเรื่องจะจบง่ายๆ งั้นรึ?
ในโลกนี้จะมีเรื่องดีงามขนาดนั้นเชียวหรือ?
กล้ามาล่วงเกินเสี่ยวเมิ่งสุดที่รักของนาง หลิวซวงไม่มีทางปล่อยฝูหลันเต๋อไปง่ายๆ แน่
"ไปเถอะ ออกไปแลกเปลี่ยนวิชากันข้างนอกสักหน่อย"
หลิวซวงกล่าวเสียงเย็นเยียบ
ได้ยินดังนั้น ใบหน้าของฝูหลันเต๋อก็เหี่ยวเฉาราวกับมะระขี้นกทันที
"ท่านผู้เจริญ คือว่า..."
"อย่ามาพูดมาก!"
ฝูหลันเต๋อยังพยายามจะพูดอะไรต่อ แต่ถูกหลิวซวงตัดบทอย่างไร้เยื่อใย
ดวงตาคู่งามตวัดมองฝูหลันเต๋ออย่างเย็นชา
พลังวิญญาณที่แผ่ออกมาจากร่างหลิวซวงเริ่มปั่นป่วนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
"หรือเจ้าอยากจะสู้ตรงนี้?"
หากไม่ใช่เพราะเกรงว่าการต่อสู้จะส่งผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์แถวนี้ หลิวซวงคงไม่เสียเวลาพูดพล่ามกับฝูหลันเต๋อ และคงลงมือสั่งสอนเขาไปตั้งนานแล้ว
เห็นท่าทีแข็งกร้าวของหลิวซวง ฝูหลันเต๋อก็รู้ชะตากรรมว่าคงหนีไม่พ้นการเจ็บตัว
แต่ยังนับว่าโชคดีที่ดูจากท่าทางของนางแล้วคงไม่ถึงขั้นเอาชีวิต นับเป็นโชคในคราวเคราะห์แท้ๆ
ฝูหลันเต๋อกัดฟันพยักหน้าอย่างจำยอม
"เชิญขอรับ ท่านผู้เจริญ"
ทั้งสองเดินออกจากร้านและเหาะเหินมุ่งหน้าออกนอกเมือง
แม้ระยะทางจะไกลพอสมควร แต่เมิ่งชิวก็ยังพอได้ยินเสียงระเบิดตูมตามแว่วมาจากนอกเมือง
ห้านาทีผ่านไป
ทั้งคู่ก็เหาะกลับลงมาจากฟากฟ้า
หลิวซวงปัดไม้ปัดมือ ความโกรธบนใบหน้าสวยเริ่มจางลงบ้างแล้ว
เสื้อผ้าของนางยังคงสะอาดสะอ้านไร้ฝุ่นผง ราวกับไม่เคยผ่านการต่อสู้ใดๆ มาก่อน
ตรงกันข้าม ฝูหลันเต๋ออยู่ในสภาพบอบช้ำ หน้าตาบวมปูดราวกับหัวหมู จนเมิ่งชิวที่ใช้เนตรปีศาจสีม่วงยังจำแทบไม่ได้ในแวบแรก
เห็นสภาพอันน่าเวทนาของฝูหลันเต๋อ เหล่าสาวๆ จากโรงเรียนเทียนสุ่ยต่างพากันยกมือปิดปากหัวเราะคิกคัก
แม้แต่จูจู๋ชิงผู้เคร่งขรึมก็ยังมีแววขบขันฉายชัดในดวงตา
"ท่านผู้เจริญ... พอใจแล้วใช่ไหมขอรับ?"
ฝูหลันเต๋อเอ่ยถามอย่างยากลำบาก
ใบหน้าของเขาบอบช้ำสาหัส เพียงแค่ขยับปากพูด กล้ามเนื้อบนใบหน้าก็กระตุกเจ็บร้าวไปหมด จนต้องสูดปากระบายความเจ็บปวด
"พอใจหรือยัง?"
"มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก"
คำพูดของหลิวซวงทำให้ฝูหลันเต๋อที่เพิ่งถอนหายใจโล่งอกเพราะนึกว่ารอดตัวแล้ว ต้องกลับมาเกร็งตัวลีบอีกครั้ง
ไม่จริงน่า ยังไม่จบอีกเรอะ?
ฝูหลันเต๋อนึกเสียใจแทบตายที่ไปโก่งราคาสินค้าจนเรียกแขกมหาภัยคนนี้เข้ามา
"ข้าคิดว่า... ทองหนึ่งร้อยเหรียญนั่น เจ้าต้องเป็นฝ่ายจ่ายนะ"
ได้ยินประโยคนั้น ฝูหลันเต๋อชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตั้งสติได้
ความหมายของหลิวซวงแน่นอนว่าไม่ใช่ให้พวกนางจ่าย แต่เป็นเขาที่ต้องควักกระเป๋าจ่ายให้หลิวซวงและพวกนางต่างหาก!
ในฐานะจอมขี้งกตัวพ่อ ความเจ็บปวดในใจตอนนี้ช่างสาหัสยิ่งกว่าโดนหลิวซวงอัดเมื่อครู่เสียอีก
เห็นท่าทางลังเลใจราวกับกำลังตัดสินใจความเป็นความตายของฝูหลันเต๋อ หลิวซวงเองก็ถึงกับอึ้ง
เดี๋ยวนะ มันจะอะไรขนาดนั้น?
เป็นถึงมหาปราชญ์วิญญาณ ทองแค่ร้อยเหรียญมันจะมากมายอะไรนักหนา?
พูดตามตรง เป้าหมายแรกของหลิวซวงไม่ได้หยุดแค่ทองร้อยเหรียญ
นี่แค่น้ำจิ้ม
นางตั้งใจจะใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง เลียนแบบการโก่งราคาหน้าเลือดของฝูหลันเต๋อ เพื่อให้เขาได้ลิ้มรสชาติของการถูกกระทำดูบ้าง
ตามความคาดหวังของหลิวซวง อย่างน้อยๆ ก็ต้องสักแสนเหรียญทองถึงจะสาสม
แต่พอดูสภาพของฝูหลันเต๋อแล้ว หลิวซวงก็รู้ทันทีว่าแสนเหรียญทองคงเป็นเรื่องเพ้อฝัน
ความยากจนข้นแค้นของมหาปราชญ์วิญญาณหน้าช้อนรองเท้าผู้นี้ มันเกินกว่าที่นางจินตนาการไว้มาก
หลังจากต่อสู้กับจิตใจอยู่นาน ในที่สุดฝูหลันเต๋อก็ตัดสินใจได้
"ท่านผู้เจริญพูดถูกแล้ว ทองหนึ่งร้อยเหรียญนี้สมควรจ่าย... สมควรจ่ายขอรับ!"
"หวังว่าคุณชายจะรับไว้นะขอรับ"
ฝูหลันเต๋อกลั้นใจควักถุงเงินออกมาจากอกเสื้อ ฝืนยิ้มแห้งๆ แล้วยื่นส่งให้เมิ่งชิว
เมิ่งชิวไม่เกรงใจ เขารับถุงเงินมาถือไว้อย่างรวดเร็ว
ทองร้อยเหรียญไม่ได้มีความหมายอะไรสำหรับเขา แต่เรื่องเงินทอง ใครบ้างจะรังเกียจที่มีเพิ่ม?
ทว่า แม้เมิ่งชิวจะไม่ใส่ใจ แต่ฝูหลันเต๋อนั้นใส่ใจสุดๆ
แรงต้านเล็กน้อยตอนที่เมิ่งชิวดึงถุงเงินไป บ่งบอกได้ชัดเจนว่าฝูหลันเต๋อตัดใจจากเงินก้อนนี้ยากลำบากเพียงใด
"เสี่ยวเมิ่ง?"
หลิวซวงส่งสายตาถามไถ่เมิ่งชิว
ถ้าเมิ่งชิวยังไม่พอใจ นางก็พร้อมจะจัดหนักต่อ
ขอแค่เสี่ยวเมิ่งเอ่ยปาก หลิวซวงก็พร้อมจะเด็ดหัวฝูหลันเต๋อทิ้งตรงนั้นเลย
"ท่านอาจารย์ ไปกันเถอะครับ"
เมิ่งชิวส่ายหน้า เขาไม่ได้คิดจะกลั่นแกล้งฝูหลันเต๋อต่อ หลังจากเก็บเงินเข้าเครื่องมือวิญญาณแล้ว เขาก็เดินออกจากร้านไปพร้อมกับหลิวซวงและคนอื่นๆ
มองดูแผ่นหลังของพวกเขาค่อยๆ หายลับไป ฝูหลันเต๋อก็ถอนหายใจยาวเหยียด
อยากจะร้องไห้แต่ไร้น้ำตา
นี่มันเคราะห์ซ้ำกรรมซัดอะไรกันเนี่ย!
โดนซ้อมจนน่วมไม่พอ ที่สำคัญกว่านั้นคือเสียทองไปตั้งร้อยเหรียญ
ทองร้อยเหรียญเชียวนะ!
เชร็คที่เดิมทีก็ยากจนข้นแค้นจนเกือบจะล้มละลายอยู่รอมร่อ ตอนนี้ยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก
ในขณะเดียวกัน
มีร่างสองร่างเดินผ่านประตูเมืองโซตั่วเข้ามา
ฝ่ายชายมีรูปร่างหน้าตาธรรมดาสามัญ ที่เอวห้อยเครื่องมือวิญญาณแบบเข็มขัด เป็นประเภทที่ถ้าเดินเข้าฝูงชนปุ๊บก็กลืนหายไปปั๊บ
ผิดกับฝ่ายหญิงที่เดินเคียงข้าง ซึ่งดูโดดเด่นสะดุดตามากกว่า
ใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ผมดำขลับถักเปียยาวระย้าคล้ายหางแมงป่อง นางมองซ้ายมองขวาดูแผงลอยและร้านรวงต่างๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ดูมีเสน่ห์แบบสาวบ้านนาที่น่ารักน่าเอ็นดู
ทั้งสองคือถังซานและเสี่ยวอู่ ที่เดินทางมาเมืองโซตั่วตามคำแนะนำของอวี้เสี่ยวกังเพื่อมาสมัครเรียนที่เชร็ค
"พี่สาม ของที่เมืองโซตั่วนี่เยอะกว่าเมืองนั่วติงบ้านเราตั้งเยอะเลย!"
เสี่ยวอู่พูดเสียงดังเจื้อยแจ้ว ปากก็เคี้ยวถังหูที่ได้จากถังซานแก้มตุ่ย เรียกสายตาผู้คนให้หันมามองเป็นตาเดียว... กลายเป็นเป้าสายตาในทันที
แต่ถังซานกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น เขาลูบหัวเสี่ยวอู่ด้วยความรักใคร่เอ็นดู พร้อมกับจดจำใบหน้าคนแปลกหน้าที่มองมาด้วยสายตาแปลกๆ เอาไว้ในบัญชีดำ 'ผู้มีโอกาสได้ลิ้มลองวลีมรณะ'
"เสี่ยวอู่ ไปดูทางโน้นกันเถอะ"
ถังซานชี้ไปที่ร้านค้าแห่งหนึ่งไม่ไกลนัก แล้วพาเสี่ยวอู่เดินตรงเข้าไป
มันคือร้านของฝูหลันเต๋อ
"อย่าเอาเสี่ยวอู่ไปนะ... อย่าเอาเสี่ยวอู่ไป!"