เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Golden Time - ตอนที่ 17 [อ่านฟรี]

Golden Time - ตอนที่ 17 [อ่านฟรี]

Golden Time - ตอนที่ 17 [อ่านฟรี]


ตอนที่ 17

“มันคือหมอ!”

เธอสวมรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าเมื่อมองมาที่ซูฮยอค

“หมอ ได้โปรดเอาลูกอมให้ฉัน! ลูกอม!”

จากนั้นเธอก็หันไปจ้องดงซู ดวงตาทั้งคู่ของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย

ทันใดนั้นเธอก็ประสานมือสองข้างเข้าหากันและก้มตัวไปข้างหน้าเขา

“หลวงพี่”

ดงซูเกาหัวและพูดขึ้นว่า “เอ่อ...ผมไม่ใช่พระครับ”

“วันนี้ทำตัวเหมือนพระไปก่อนนะ” ซูฮยอครีบบอกดงซู

เธอยังคงอยู่ใกล้ ๆกับดงซูที่กำลังนับลูกประคำที่เธอซื้อมาจากที่ไหนซักแห่ง

มากไปกว่านั้น เธอยังท่องคัมภีร์พระไตรปิฎกได้อย่างคล่องแคล่วอีกด้วย คิม ฮยอนอู ส่งยิ้มผ่านสายตา ก่อนที่เธอจะมีอาการผิดปกติทางสมอง เธอเคยไปที่วัดในวันสุดสัปดาห์เพื่อหาความสงบและความผาสุกกับครอบครัว เธอไม่เคยลืมเรื่องราวเหล่านั้นแม้ว่าตอนนี้เธอจะมีอาการป่วยด้านจิตใจอยู่ก็ตาม

“ฉันคิดว่าแม่ของฉันคงรู้สึกดีกับเพื่อนนายมากกว่านายซะอีกนะ”

ซูฮยอคยิ้มออกมากับคำพูดของคิม และจดจ้องไปที่แม่ของเขา

“การผ่าตัดของเธอเป็นไปได้ด้วยดีมั้ยครับ?”

มันช่างเป็นเรื่องที่โชคดีมาก ๆสำหรับเธอ

“ใช่ มันผ่านไปได้ด้วยดี ต้องขอบคุณนายเลย ฉันได้ยินมาว่าคงมีบางอย่างที่เลวร้ายเกิดขึ้นกับเธอหากได้รับการผ่าตัดที่ช้ากว่านั้นไปอีกนิดเดียว” คิมพูด

ซูฮยอคพยักหน้า

“แต่ยังไงก็เถอะ ยังคงสบายใจไม่ได้ มันจะดีถ้าพาเธอไปตรวจเช็คทางการแพทย์ที่ครอบคลุมเป็นประจำ โดยเฉพาะคนที่มีความผิดปกติทางสมองเช่นเธอ”

เธอไม่สามารถอธิบายได้ว่าอวัยวะส่วนไหนหรือจุดใดที่ทำให้เธอป่วย เพราะเธอไม่เก่งเรื่องการแสดงออกต่อหน้าผู้คนสักเท่าไร เว้นก็แต่ตอนที่เธอเหมือนเด็ก ทำอารมณ์เกรี้ยวกราดและเล่นเป็นเด็ก

อาการป่วยของเธอหากไม่ได้รับการดูแลมันจะค่อย ๆเริ่มแย่ลงอย่างช้า ๆ

ก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องขึ้น หากหมอได้ตรวจอาการเธออย่างเอาใจใส่สักหน่อยพวกเขาคงเจอสาเหตุของอาการนี้และหาทางยับยั้งมันได้ นี่ไม่ใช่เรื่องจริงแค่สำหรับผู้มีอาการทางสมองแต่ยังรวมทั้งบุคคลที่เริ่มแก่ตัวอีกด้วย มนุษย์เกิดมาเริ่มจากเป็นทารกไม่สามารถทำอะไรได้เลยด้วยตัวเอง จากนั้นพวกเขาก็เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขาแก่ขึ้น พวกเขาก็กลับไปสู่ภาวะที่ไรซึ่งความสามารถเช่นกัน หลังจากได้มอบทุกอย่างให้กับครอบครัวของพวกเขา พวกเขากลับไปสู่ภาพทารก ดูไปราวกับนี่คือครั้งแรกที่พวกเขาได้ลืมตาดูโลก เพราะฉะนั้นการเอาใจใส่ดูแลเหมือนเด็ก ๆถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนวัยนี้

“หลวงพี่ ได้โปรดรับนี่ไว้ด้วย”

สิ่งที่เธอได้มอบให้กับดงซูนั้นมันคือฮู้ดคลุมผม

………...………...………...………...………...………...………...………...………...……

3 ชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว แล้วตอนนั้นเองดงซูก็ได้ยินเสียงระฆังกับเสียงคาถาแปลก ๆ จากนั้นเขาก็รีบเดินออกห่างจากเธอมา

หลังจากนั้นผ่านไปครึ่งชั่วโมง เธอก็หลับอยู่ในห้อง และก็มีแขกที่มาเยี่ยมบ้านของคิม

เธอเป็นสาวต่างชาติผมบลอนด์ที่มีผิวเปล่างประกาย

เธอดูเหมือนเพิ่งจะอายุ 20 ต้น ๆ ดวงตาทั้งคู่ของเธอเป็นสีฟ้าเหมือนบุศราคัม เธอสวยมากจริง ๆ นอกจากนั้นหุ่นของเธอยังดูสะดุดตาและดูยังดูสมส่วนถึงแม้ว่าเธอจะผอมมากก็ตาม

เธอเปิดปากพูดขึ้น ขณะที่ดงซูไม่อาจละสายตาจากเธอได้ “สวัสดีค่ะ”

ดงซูพึมพำตาม “สวั...สวัสดีครับ”

ขณะนั้นเอง คิม ฮยอนอูก็ทักทายเธอ “โอ้ เธอมาแล้วหรอ?”

“มันนานมากเลยนะ” เธอตอบกลับด้วยภาษาเกาหลีที่สำเนียงชัดเจน และกอดกับคุณคิมอย่างนุ่มนวล จากนั้นเธอก็มองมาที่ซูฮยอคที ดงซูที

“นี่หรอเด็กผู้ชายที่คุณพูดถึง?”

“ใช่ เธอต้องสอนพวกเขาให้พูดภาษาอังกฤษให้ได้อย่างเจ้าของภาษาเลยนะ นี่คืองานของเธอ เจสสิก้า”

เธอหัวเราะอย่างสุภาพและพูดว่า “ไม่ต้องห่วงค่ะ”

ฟันที่เรียงสวยของเธอนั้นทำให้ความสวยของเธอนั้นดูโดดเด่นขึ้นมาทันที

………...………...………...………...………...………...………...………...………...……

ต่อมา การสอนภาษาอังกฤษก็เริ่มขึ้น ดงซูเอามือกุมหัวล้าน ๆของเขาและกระพริบตาอยู่บ่อยครั้ง ขณะที่ซูฮยอคตั้งใจฟังที่เธอสอนมาก เขาเข้าใจทุกๆอย่างที่เจสสิก้าสอน เห็นได้ชัดว่ามันมีข้อดีอันยอดเยี่ยมที่ได้รับมาจากการช่วยเหลือจากการสอนพิเศษส่วนตัว

“ดงซู นายโอเครึเปล่า?” เจสสิก้าถามราวกับว่าเธอกังวลกับดงซูที่ถอนหายใจบ่อยมาก

เขายักไหล่ และโบกมือว่าไม่เป็นไร

“โอเค โอเค๊! ไม่มีปัญหา! ผมโอเค”

ซูฮยอคช่วยอะไรไม่ได้แต่หัวเราะคิกคักกับท่าทางที่ดงซูที่เพิ่งเกิดขึ้น เขาถึงกับรู้สึกปวดหัวเพราะเนื้อหาที่ยาก แต่ดวงตาที่เป็นประกายของเขาทั้งคู่ยังคงบอกได้ว่าเขายังมีชีวิตชีวาอยู่ ชี้ให้เห็นว่าเขายังมีความตั้งใจที่จะเรียนไม่ว่าอย่างไรก็ตาม

2 ชั่วโมงที่นั่งเรียนกับเจสสิก้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว

เธอกลับบ้านไปด้วยข้อความว่าจะมาพบพวกเขาอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ จากนั้นก็มีใครอีกคนเข้ามาที่บ้าน เขาสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นและกางเกงขายาว สวมแว่นตา ใครก็ตามที่ได้พบเขาคงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคงเป็นพวกเด็กเรียน มาที่นี่เพื่อสอนภาษาเกาหลี

จากนั้นพวกเขาก็เรียนภาษาเกาหลีเสร็จหลังจากที่นั่งเรียนมา 2 ชั่วโมง

“กินอะไรก่อนไปสิ” คิม ฮยอนอูพูด

ซูฮยอคและดงซูนั่งลงที่โต๊ะอาหาร แม่บ้านกลับกันหมดแล้วเพราะนี่ก็เลย 4 ทุ่มมานิดหนึ่ง

ดังนั้น คิม ฮยอนอูจึงทำอาหารด้วยตัวเอง ราเมงกับกิมจิ มันก็ไม่ได้จำเป็นที่ว่าบ้านรวยแล้วจะได้กินอาหารที่หรูหาในทุก ๆวัน มากไปกว่านั้นตอนที่เขาต้มเส้นราเมงทำให้ทั้งคู่ความน่าประทับใจนั้นทำให้เขาดูเหมือนพี่ชายคนโตที่ดูแลน้อง ๆ จริง ๆแล้วเขาไม่ใช่แค่เหมือนแต่ใช่เลยต่างหาก และนั่นคือวิถีชีวิตของคิม ฮยอนอู ไม่ได้สำคัญว่าเขาจะกินอะไร เขาแค่ต้องการจะหาอะไรมาเติมเข้าไปในท้องที่ว่างอยู่ให้เต็มก็แค่นั้น

ซึ่งผิดกับครอบครัวที่รวยครอบครัวอื่น ยึดติดกับฐานะและภาพลักษณ์เป็นสิ่งสุดท้ายที่พวกเขาต้องการ เมื่อพวกเขาใกล้จะกินราเมงเสร็จ เขามองไปที่ซูฮยอคและดงซู แม่ของเขาช่างน่าเป็นห่วงที่หลายครั้งพยายามจะหนีออกจากบ้าน แต่เขาก็ต้องเก็บความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้เมื่อทั้งคู่มาที่บ้าน

หลังจากที่นั่งมองดูซูฮยอคกับดงซูอย่างเงียบ ๆ เขาก็เปิดปากพูดขึ้น

“พวกนายเรียนโรงเรียนไหนกัน?”

“โรงเรียนมัธยมปลายมยองซังครับ”

“โรงเรียนมัธยมปลายมยองซังน่ะหรอ มยองซัง...”

เป็นโรงเรียนที่เขาไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน นั่นก็คงเพราะเป็นโรงเรียนเล็ก ๆหลังหนึ่งเท่านั้น

คิม ฮยอนอูที่เอาแต่จ้องมองทั้งคู่นั้นก็เริ่มพูดกับดงซูอีกครั้ง “ความฝันของเธอคืออะไร?”

ดงซูเกาที่แก้มของตัวเอง

เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้นมาก่อนเลย เขาก็แค่อยากจะทำเงินให้มากเพื่อความฝัน

แล้วเขาก็หันมาถามซูฮยอค “แล้วของเธอล่ะ?”

ซูฮยอคสวยคำตอบกลับทันที “เป็นหมอครับ”

เขาตอบอย่างกับไม่เคยมั่นใจอะไรเช่นนี้มาก่อน

เขาดูมีความตั้งใจเพื่อมุ่งไปสู่อาชีพที่เขาจะพยายามให้สุดความสามารถ

“หมอ?”

“ใช่ครับ”

คิม ฮยอนอู พยักหน้าอย่างช้า ๆ

คำตอบจากซูฮยอคก็เป็นสิ่งที่เขาเดาเอาไว้แล้วเพราะซูฮยอคก็คือคนที่หาอาการป่วยของแม่เขาเจอ

“นายคิดว่านายควรถูกรับเลือกให้เข้าโรงเรียนแพทย์มั้ยในฐานะที่เป็นนักเรียนของมยองซัง” คิมถาม

ซูฮยอคแสดงสีหน้าราวกับว่าเขากำลังพยายามตีความกับสิ่งที่คิมหมายถึง

เขาหัวเราะอย่างสุภาพแล้วเสริมว่า “ฉันหมายถึง นายจะต้องเจอกับเด็กอีกระดับที่เก่งมากจากหลาย ๆโรงเรียน ถ้านายต้องการที่จะเข้าโรงเรียนแพทย์อ่ะนะ”

แน่นอน ว่านั่นก็จริงแต่...

จบบทที่ Golden Time - ตอนที่ 17 [อ่านฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว