- หน้าแรก
- จอมราชันย์การ์ด
- บทที่ 18 สถาบันการดวล
บทที่ 18 สถาบันการดวล
บทที่ 18 สถาบันการดวล
บทที่ 18 สถาบันการดวล
สำหรับตระกูลใหญ่ การบ่มเพาะเลือดใหม่มักจะกระทำกันภายในโรงเรียนของตระกูล
ในเมืองตี้ญ่า สามตระกูลใหญ่อย่างตระกูลเหยียน ตระกูลจ้าว และตระกูลเฟิงฮวา ต่างมีโรงเรียนประจำตระกูลเป็นของตนเอง เพื่อฝึกฝนลูกหลานให้รู้จักการเดินพลังจิต การสร้างการ์ด และการดวล
ทว่าชุมชนมนุษย์ไม่ได้มีแต่คนของตระกูลใหญ่ สำหรับชาวเมืองตี้ญ่าทั่วไป หากต้องการให้ลูกหลานได้สัมผัสกับวิถีแห่งพลังจิตและการดวลการ์ด หนทางเดียวคือการส่งบุตรหลานเข้าเรียนใน 'สถาบันการดวล'
ร้านการ์ดที่เหยียนโยวได้รับมอบหมายให้ดูแล ตั้งอยู่ใกล้กับสถาบันการดวลระดับต้นเมืองตี้ญ่า สถาบันแห่งนี้แบ่งการเรียนการสอนออกเป็นสามชั้นปี รองรับนักดวลระดับ 1 ถึง 3 ดาว แม้ระดับพลังจะไม่สูงนัก แต่ด้วยจำนวนนักเรียนที่มหาศาล ทำให้ย่านนี้กลายเป็นทำเลทองที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองตี้ญ่า
แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น ก็มาจากสถาบันการดวลแห่งนี้แหละ!
"ที่นี่เคยเป็นร้านที่ทำกำไรให้ตระกูลเหยียนมากที่สุด และเพราะข้าทำผลงานได้ดีเยี่ยม ข้าถึงถูกย้ายจากสาขาใจกลางเมืองมาประจำที่นี่เจ้าค่ะ"
"แต่หลังจากข้าย้ายมาได้ไม่นาน สถาบันการดวลก็เปิดร้านค้าสวัสดิการภายในโรงเรียน และออกกฎให้นักเรียนทุกคนต้องซื้อการ์ดหรือวัตถุดิบสร้างการ์ดจากร้านของสถาบันเท่านั้น" เหยียนจิ้งซินอธิบายด้วยรอยยิ้ม ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับดูขื่นขมจนน่าเวทนา
"ท่านผู้อาวุโสโยว ตอนมาท่านคงเห็นแล้ว ร้านรวงรอบๆ ส่วนใหญ่ปิดกิจการไปหมด ผู้อาวุโสคนก่อนที่ดูแลร้านนี้อย่าง 'ผู้เฒ่ากระเรียน' ไม่สนใจใยดีเรื่องผลประกอบการที่ขาดทุน พอใกล้ถึงกำหนดส่งยอด ก็ชิงยื่นเรื่องขอย้ายหนีไปเสียดื้อๆ ข้าเลยจำต้องควักเงินเก็บส่วนตัวออกมาจ่ายส่วนแบ่งให้ตระกูลแทน"
"และตอนนี้ก็ใกล้ถึงกำหนดส่งยอดอีกรอบแล้ว... แต่ข้าไม่มีเงินเหลือแล้วเจ้าค่ะ! ถ้าส่งยอดไม่ครบ ข้าคงไม่มีที่ยืนในตระกูลอีกต่อไป..."
มีเรื่องบัดซบพรรค์นี้ด้วยรึ?
เหยียนโยวพลิกดูสมุดบัญชี ตัวเลขยืนยันว่าสิ่งที่เหยียนจิ้งซินพูดเป็นความจริง
หลายเดือนมานี้ ร้านแทบไม่มีลูกค้าเลย
มิน่าล่ะ เขาถึงเห็นแค่เหยียนจิ้งซินกับอาจารย์สิบเอ็ดอยู่กันแค่สองคน คนอื่นคงหนีหายไปหมด ส่วนคนที่อยากอยู่ต่อก็คงโดนเหยียนจิ้งซินไล่ออกเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย
"เรื่องใหญ่ขนาดนี้เจ้ารายงานตระกูลไปแล้วหรือยัง? ทางนั้นว่ายังไงบ้าง?"เหยียนโยวขมวดคิ้วถาม "เรากระจายการ์ดไปฝากขายที่ร้านสาขาอื่นไม่ได้รึ?"
"ร้านค้าของตระกูลเหยียนด้วยกันเองก็มีการแข่งขันกันอยู่เจ้าค่ะ" เหยียนจิ้งซินตอบเสียงอ่อย "พวกเขายินดีรับการ์ดเราไปขาย แต่ส่วนแบ่งที่กดราคาจนติดดินนั้น ข้ารับไม่ไหวจริงๆ"
"ส่วนทางตระกูล... ท่านผู้เฒ่าพาณิชย์บอกว่าจะส่งคนที่มีความสามารถมาแก้ปัญหานี้ และกำชับให้ข้า... ปรนนิบัติรับใช้เขาให้ถึงที่สุด..." เหยียนจิ้งซินกัดริมฝีปากเบาๆ พูดจบก็นั่งลงตรงข้ามเหยียนโยว วางมือหยกนุ่มนิ่มลงบนหลังมือของเขา
อ้อ...
มองดูแก้มที่ขึ้นสีระเรื่อและสีหน้าที่ดูอึดอัดขัดเขินของเหยียนจิ้งซินเหยียนโยวเข้าใจความนัยทันที
แต่สิ่งที่เขาคิดกลับเป็นเจตนาของผู้เฒ่าพาณิชย์
ย้อนนึกถึงบทสนทนาสั้นๆ เมื่อเช้า เขาเชื่อว่าผู้เฒ่าพาณิชย์ไม่ได้มีเจตนาร้าย การส่งเขามาที่ร้านใกล้เจ๊งแห่งนี้ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง
ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นหนึ่งในสองร้านที่มีนักสร้างการ์ดประจำอยู่ แถมทำเลยังติดสถาบันการดวล ตระกูลคงไม่ยอมปล่อยให้เจ๊งง่ายๆ แน่
"ผู้เฒ่าพาณิชย์ยกที่นี่ให้ข้าดูแล เหตุผลแรกคงเพราะไม่มีว่าที่ผู้อาวุโสคนไหนอยากรับเผือกร้อน พวกตาแก่นั่นคงอยากให้ผู้อาวุโสตัวจริงรีบๆ เกษียณหรือตายไปซะ จะได้เสียบตำแหน่งแทน เหตุผลที่สองคือ เขาเชื่อว่าข้ามีปัญญาแก้ปัญหานี้ได้..."
"คนธรรมดาที่ไม่ได้ฝึกพลังจิตอย่างเหยียนจิ้งซิน ไม่มีทางสั่งการนักสร้างการ์ดอย่างอาจารย์สิบเอ็ดได้หรอก... แสดงว่าการ์ดสามใบนั้น ผู้เฒ่าพาณิชย์คงสั่งให้อาจารย์สิบเอ็ดเตรียมไว้มอบให้ข้าแต่แรกแล้ว!"
ระหว่างที่เหยียนโยวตกอยู่ในห้วงความคิด มือเรียวงามคู่หนึ่งก็ค่อยๆ เลื้อยเข้าไปในสาบเสื้อของเขา ลูบไล้แผงอกกำยำอย่างแผ่วเบา
"จิ้งซินเอ๋ย! ชื่อ 'ใจสงบ' ของเจ้ากับพฤติกรรมตอนนี้มันสวนทางกันนะ"เหยียนโยวลุกพรวด ดึงมือซุกซนนั้นออกจากอกเสื้อ แล้วเดินอ้อมไปด้านหลังนาง
เขาวางมือบนไหล่บอบบางที่กำลังสั่นเทา "วางใจเถอะ ข้าไม่ใช่ตาแก่ตัณหากลับอย่างเจ้าผู้เฒ่ากระเรียนนั่น ข้าไม่ได้มาเพื่อเสวยสุขบนความทุกข์ของใคร"
"ให้เวลาข้าคิดสักหน่อย ข้าจะหาทางกู้ร้านนี้กลับคืนมาให้ได้!"เหยียนโยวพูดปลอบประโลมลูกน้องสาว ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไป "ข้าขอตัวกลับบ้านก่อน ค่ำๆ จะแวะมาใหม่"
มองแผ่นหลังของเหยียนโยวที่เดินจากไป เหยียนจิ้งซินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เปลี่ยนจากหน้าซีดเป็นแดงก่ำด้วยความอับอาย
นางรู้ดีว่าถ้าเหยียนโยวไม่ห้ามไว้ นางคงสูญเสียศักดิ์ศรีและหลักการที่ยึดถือมาตลอดไปแล้ว
"ท่านผู้อาวุโสโยว..." ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ เหยียนจิ้งซินฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ซุกหน้าลงกับแขนแล้วส่ายตัวไปมาเบาๆ
......
......
เหยียนโยวเดินออกจากร้านสู่ท้องถนน
เขาไม่ได้รีบร้อนกลับบ้าน แต่เลือกเดินทอดน่องไปตามทางเท้า
ต่างจากตอนขามา ถนนตอนนี้คลาคล่ำไปด้วยผู้คน ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นหนุ่มสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเขา สวมเครื่องแบบสีฟ้าบ้างชมพูบ้าง
กลิ่นอายแห่งความเยาว์วัยแผ่ซ่าน พวกเขาจับกลุ่มเดินคุยกันหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน
สถาบันการดวลเลิกเรียนแล้วสินะ!
เหยียนโยวถอนหายใจในใจ บรรยากาศช่างต่างจากโรงเรียนตระกูลที่เคร่งเครียดกดดัน ที่นี่ทำให้เขาหวนนึกถึงชีวิตนักเรียนบนดาวบลูสตาร์ในชาติก่อน
ร้านรวงรอบข้างเริ่มเปิดให้บริการบ้างแล้ว แต่ส่วนใหญ่เป็นร้านของกินเล่นหรือร้านน้ำชา ส่วนร้านขายการ์ดและวัตถุดิบยังคงปิดเงียบ
เหยียนโยวเหลือบเห็นร้านของอีกสองตระกูลใหญ่ในย่านนี้ ถึงขั้นติดป้ายประกาศขายตึกกันแล้ว
"ได้ข่าวว่าผู้อำนวยการสถาบันการดวลก็เป็นยอดฝีมือระดับ 5 ดาว ขอบเขตเหนือมนุษย์เหมือนกัน มิน่าล่ะ พวกตระกูลใหญ่ถึงกดดันสถาบันไม่ได้!"
ในที่แจ้ง เมืองตี้ญ่ามีผู้ใช้พลังจิตระดับ 5 ดาวอยู่ 4 คน คือผู้นำสามตระกูลใหญ่และผู้อำนวยการสถาบันการดวล
แน่นอนว่านั่นเป็นแค่ข้อมูลที่เปิดเผย ในเงามืดย่อมมีมากกว่านั้น อย่างน้อยเหยียนโยวก็รู้แล้วคนหนึ่งว่าผู้เฒ่าจัดการภายในของตระกูลเขาก็เป็นระดับเหนือมนุษย์
"ถึงสถาบันจะมีกฎบังคับ แต่นักเรียนที่ไม่ชอบทำตามกฎโรงเรียนน่ะมีอยู่ทุกยุคทุกสมัยไม่ใช่รึ?"เหยียนโยวเดินเอื่อยเฉื่อยพลางขบคิด "ดังนั้น ที่เด็กๆ ไม่ซื้อของข้างนอก ไม่ใช่แค่เพราะกฎ แต่น่าจะเป็นเพราะร้านค้าในสถาบันมีอะไรที่ดึงดูดใจมากกว่า"
"ราคาหรือเปล่านะ?"
เหยียนโยวหยุดฝีเท้าลงหน้าอาคารขนาดมหึมา
ประตูใหญ่สลักลวดลายวิจิตรบรรจง ด้านบนซุ้มประตูสลักอักษรตัวโต —— "สถาบันการดวลระดับต้นเมืองตี้ญ่า"
เขายิ้มมุมปาก ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
ในใจของเหยียนโยวเริ่มวางแผนการคร่าวๆ ไว้แล้ว
(จบบท)