เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 - นายรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่!?

บทที่ 34 - นายรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่!?

บทที่ 34 - นายรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่!?


บทที่ 34 - นายรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่!?

☆☆☆☆☆

ป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย

ป้องกันตัวงั้นเหรอ!?

พริบตาเดียว ทั่วทั้งศาลก็เกิดความโกลาหลขึ้นมาทันที นักข่าวและสื่อมวลชนต่างพากันทำหน้าเหวอ

"ป้องกันตัวเหรอ?"

"เฉินเหว่ยตายคาที่ ไส้ทะลักออกมาตั้งหลายเมตรเนี่ยนะบอกว่าป้องกันตัว!?"

"เดี๋ยวนะ สมองฉันเริ่มรวนแล้ว ขอเวลาเรียบเรียงหน่อย..."

"มันใช่เหรอวะ?"

"..."

หยางรั่วซีที่นั่งอยู่ในที่นั่งผู้ร่วมรับฟังก็มีเครื่องหมายคำถามเต็มหัว ได้แต่มองสวีเหลียงตาปริบๆ

จางเฉิงเริ่มสติหลุด

ป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย...

เขาเคยคาดการณ์ไว้บ้างว่าฝ่ายตรงข้ามอาจจะมาแนวนี้ แต่ไม่คิดเลยว่าหมอนั่นจะกล้าพูดออกมาจริงๆ!

สวีเหลียงไม่เปิดโอกาสให้เขาโต้แย้ง ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมขึ้นขณะจ้องมองไปยังผู้พิพากษาเจ้าอี้ที่นั่งอยู่ด้านบน

"เรียนท่านคณะผู้พิพากษา"

"เอกสารที่ผมเพิ่งยื่นไปเมื่อสักครู่ คือบันทึกการตรวจร่างกายของเฉินชิงชิงจากโรงพยาบาล ในคดีที่เธอถูกล่วงละเมิดเมื่อเจ็ดปีก่อนครับ!"

"ในตอนนั้น เฉินหัวซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจได้พยายามนำรายงานฉบับนี้ออกมา แต่กลับถูกจูหงทำลายทิ้งไปทันทีหลังจากได้รับมา"

"ดังนั้น ทั้งสองฝ่ายจึงเข้าใจมาตลอดว่าหลักฐานชิ้นนี้หายสาบสูญไปแล้ว..."

หลักฐานชิ้นที่สามที่พิสูจน์เรื่องการล่วงละเมิดของเฉินชิงชิงนี้ สวีเหลียงไปขุดเจอที่โรงพยาบาลแห่งที่สี่

เมื่อเจ็ดปีก่อนหลังจากเกิดเรื่อง เฉินหัวได้พาเฉินตงและเฉินชิงชิงไปรักษาอาการบาดเจ็บที่นั่น

แต่...

ร้อยละเก้าสิบเก้าของคนทั่วไปไม่รู้หรอกว่า ตามระเบียบการแพทย์แล้ว หากมีเด็กสาวมาที่โรงพยาบาลและแพทย์สงสัยว่าถูกล่วงละเมิด...

ทางโรงพยาบาลจะถูกบังคับให้ตรวจร่างกายอย่างละเอียดทันที

รวมถึงการวิเคราะห์ของเหลวในร่างกาย และต้องแจ้งความต่อตำรวจด้วย

แต่น่าเสียดายที่ในตอนนั้นเฉินเจี้ยนใช้อิทธิพลแจ้งความเท็จซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้เฉินหัวไม่เพียงแต่เสียรายงานในมือไป แต่ยังโดนซ้อมจนขาหัก ส่วนตำรวจจริงๆ ที่มาตรวจสอบกลับไม่พบหลักฐานอะไรเลย

ทั้งจูหงและเฉินหัวต่างคิดว่ารายงานนั้นสูญหายไปตลอดกาล

แต่ทว่า...

โรงพยาบาลน่ะเขามีการเก็บสำเนาแฟ้มข้อมูลไว้เสมอ!

"จากหลักฐานนี้ จะเห็นได้ว่าคดีล่วงละเมิดเฉินชิงชิงเมื่อเจ็ดปีก่อนเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่คดีปริศนาอีกต่อไป!"

"และจำเลยเฉินตง ก็คือคนที่ต้องทนเห็นพี่สาวแท้ๆ ของตัวเองโดนย่ำยีต่อหน้าต่อตาโดยที่ตัวเองไร้กำลังจะช่วย จนทำให้ป่วยเป็นโรคจิตเวชหลายโรค!"

"โดยเฉพาะความผิดปกติทางพุทธิปัญญา สภาวะป่วยทางจิตหลังเผชิญเหตุการณ์รุนแรง และภาวะบุคลิกภาพแตกแยก ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยเห็นภาพความทรงจำช่วงนั้นวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำๆ"

"และมันชัดเจนมาก!"

สรุปง่ายๆ ก็คือ...

"มันเหมือนเหตุการณ์นั้นเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน!"

ในสายตาของเฉินตง สิ่งที่เขาเจอเมื่อเจ็ดปีก่อนมันวนเวียนอยู่ตรงหน้าตลอดเวลา ทุกรายละเอียดชัดแจ๋วเหมือนเพิ่งเกิดขึ้น!

"และในคืนวันที่ 1 มิถุนายน ตอนสี่ทุ่ม ขณะที่เฉินตงออกไปเก็บขยะเขาก็อยู่ในสภาวะแบบนั้นพอดี"

"แล้วผู้ตายเฉินเหว่ย ก็ดันโผล่มาอยู่ต่อหน้าเฉินตงพอดิบพอดี"

"ในสายตาของลูกความผม เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังกลับไปยืนอยู่ในเหตุการณ์เมื่อเจ็ดปีก่อนที่เฉินเหว่ยกำลังจะย่ำยีเฉินชิงชิง!"

สวีเหลียงวางตรรกะชุดใหญ่ออกมา

น้ำเสียงของเขาน่าเชื่อถือและทรงพลังมาก

"ผมขอถามทุกท่านในที่นี้หน่อยครับ"

"ถ้ามีใครสักคนพยายามจะย่ำยีแม่หรือพี่สาวน้องสาวของพวกคุณต่อหน้าต่อตา พวกคุณจะลงมือสู้ไหม!?"

สู้ไหมล่ะ?

แน่นอนว่าต้องสู้!

เพราะฉะนั้น...

"เหตุการณ์เมื่อเจ็ดปีก่อนกับปัจจุบัน ในมุมมองของจำเลยมันคือคดีเดียวกัน และการที่เขาชักมีดออกมาไม่ใช่เพื่อฆ่าคน แต่เพื่อปกป้องตัวเอง ดังนั้น..."

สายตาของสวีเหลียงหันขวับไปทางฝ่ายโจทก์

เขาจ้องจางเฉิงกับจูหงเขม็งแล้วตะโกนลั่น

"ควรเปลี่ยนคำตัดสินจากศาลชั้นต้น ให้เป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายครับ!"

คดีเดียวกันงั้นเหรอ!?

ถ้ามองตามข้อกฎหมาย มันต้องแยกเป็นสองคดี แต่ถ้าสวมหัวใจของเฉินตงดูล่ะก็...

ทุกคนในศาลต่างตกอยู่ในความเงียบงันเพื่อใช้ความคิด

"เรื่องนั้นมันไม่เกี่ยวกับลูกความฝ่ายผม!"

"ข้อเท็จจริงคือ ลูกความของผมไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายใครเลย!"

จางเฉิงตะโกนออกมาอย่างลนลาน รีบปฏิเสธความเห็นของสวีเหลียงทันควัน

"เวลาเจ็ดปีมันข้ามผ่านกันไม่ได้ นี่มันคนละคดีกันชัดๆ!"

แววตาของสวีเหลียงเย็นเยียบลง เขาพุ่งตัวยืนขึ้นประจันหน้ากับจางเฉิงทันที

"งั้นผมขอถามหน่อย ทนายฝ่ายตรงข้ามได้ดูคลิปจากกล้องวงจรปิดก่อนเกิดเหตุบ้างหรือเปล่า!?"

"วินาทีก่อนเกิดเหตุ ไม่ใช่ลูกความของผมที่เดินเข้าไปหาเฉินเหว่ย แต่เป็นเฉินเหว่ยต่างหากที่เดินตรงดิ่งเข้าไปหาจำเลยเอง!"

"ผมอยากถามทนายฝ่ายโจทก์หน่อย ว่าเฉินเหว่ยเดินเข้าไปหาลูกความผมทำไม!?"

ทำไมล่ะ?

หรือจะบอกว่าเขารู้สึกผิดขึ้นมากะทันหัน ว่าเมื่อก่อนไม่ควรฆ่าแม่เขา ไม่ควรข่มขืนพี่เขา เจ็ดปีผ่านไปเลยเดินยิ้มหน้าบานเข้าไปขอโทษงั้นเหรอ!?

จางเฉิงหน้าเสียจนดูไม่ได้

ตอนนี้เขาอยากจะโดดงับหูจูหงให้ขาด

เรื่องพวกนี้ยัยนั่นไม่เคยบอกเขาเลยแม้แต่คำเดียว!

แถมในศาลยังทำเขาพังพินาศไปรอบหนึ่งแล้วด้วย ไอ้รายงานตรวจ DNA นั่นน่ะ ปฏิกิริยาของจูหงมันดันไปยืนยันเองว่าเรื่องเมื่อเจ็ดปีก่อนเป็นความจริง เขาเลยเถียงอะไรไม่ได้เลย...

ถึงหลักฐานจะยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ผู้พิพากษามีดุลพินิจในการกำหนดโทษได้อย่างอิสระ!

จางเฉิงไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าอี้จะไม่เห็นท่าทางของจูหงเมื่อกี้!

สวีเหลียงพูดต่อทันที

"ในสายตาของลูกความผม เฉินเหว่ยเดินเข้ามาหาเขาเหมือนเหตุการณ์เมื่อเจ็ดปีก่อนเป๊ะ"

"เพราะฉะนั้น การที่เขาขัดขืนจึงเป็นเรื่องปกติ"

"ในมุมมองของเขา ถ้าเขาไม่สู้ เฉินชิงชิงก็จะถูกย่ำยี และจางชุ่ยก็จะต้องตาย"

"ดังนั้น ท่านคณะผู้พิพากษา ในเมื่อจำเลยอายุแค่ 17 ปี และมีอาการป่วยทางจิตเป็นพื้นฐาน คดีนี้ควรเพิ่มประเด็นพิจารณาเข้าไปอีกหนึ่งอย่าง นั่นคือจำเลยกระทำการเพื่อป้องกันตัวหรือไม่!"

"ผมกล่าวจบแล้ว ต่อไปเชิญทนายฝ่ายตรงข้ามครับ"

เมื่อได้ยินแบบนั้น

เจ้าอี้ที่นั่งอยู่ด้านบนสุดก็คลายคิ้วที่ขมวดอยู่ออก

เขารู้สึกเหมือนสวีเหลียงกำลังใช้ช่องโหว่ของกฎหมายอยู่

ตามปกติแล้ว การป้องกันตัวจะอ้างได้ก็ต่อเมื่อคนคนนั้นโดนทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตถึงจะโต้ตอบได้ ซึ่งในกรณีนั้นถ้าฆ่าอีกฝ่ายตายก็จะเป็นแค่การป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ

ดูจากกล้องวงจรปิดแล้ว สภาพการณ์มันไม่ได้เข้าข่ายขนาดนั้น

แต่ทว่า...

ดันมาติดตรงที่เฉินตงป่วยทางจิต และในมุมมองของเขา เฉินเหว่ยกำลังจะเข้ามาฆ่าแกงกันเหมือนเมื่อเจ็ดปีก่อนจริงๆ สำหรับเขาแล้วนั่นคือการถูกคุกคามถึงแก่ชีวิตของแท้!

เจ้าอี้ลังเลอยู่ในใจนานมาก สุดท้ายก็หันไปทางจางเฉิง

"ทนายฝ่ายโจทก์ เชิญแถลงคำพูดของคุณ"

ริมฝีปากของจางเฉิงสั่นระริกอยู่นาน แต่กลับพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว

เขาจะพูดอะไรได้ล่ะ?

อายุ 17 ปี ป่วยทางจิต ป้องกันตัว...

หลักฐานของฝ่ายตรงข้ามมันแน่นกว่าของเขาเยอะ แถมลีลาการพูดก็ไม่เหมือนทนายหน้าใหม่เลยสักนิด

ยิ่งไปกว่านั้น จูหงยังขุดหลุมฝังเขาด้วยการเปลี่ยนข้อสงสัยเรื่องเฉินชิงชิงให้กลายเป็นหลักฐานมัดตัวไปแล้ว

แบบนี้...

จะเอาอะไรไปชนะ?

ความสิ้นหวังเริ่มกัดกินหัวใจของจางเฉิง

แต่เขาก็ยังเหลือลูกฮึดสุดท้าย เขาซึดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"ยังไงก็ตาม"

"ตอนที่เฉินเหว่ยตาย เขาไม่ได้แสดงเจตนาคุกคามชีวิตของเฉินตงเลยสักนิด!"

"แต่เฉินตงกลับลงมือฆ่าเฉินเหว่ยด้วยตัวเอง"

"นี่คือข้อเท็จจริง และเป็นข้อเท็จจริงที่บิดเบือนไม่ได้!"

คราวนี้เขาเริ่มเล่นแง่แบบพาลๆ แล้ว

คือยังไงซะคนก็ตายด้วยมือแก แกจะพูดยังไงก็ต้องมีโทษบ้างแหละ

ถ้าเป็นเมื่อก่อน จางเฉิงคงนึกไม่ออกเลยว่าทนายมือทองอย่างเขาจะต้องมาใช้มุกตลบตะแลงพาลๆ แบบนี้กลางศาล...

แต่มันใช้ได้ผลก็พอ

จางเฉิงคิดในใจแบบนั้น

ทว่า...

บนใบหน้าของสวีเหลียงกลับปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาแทน

"ทนายฝ่ายตรงข้ามครับ ผมขอถามหน่อย คุณได้อ่านสำนวนคดีที่ตำรวจส่งมาจริงๆ หรือเปล่า?"

จางเฉิงขมวดคิ้ว "อะ... อะไรนะ?"

มาถึงจุดนี้ ใจของจางเฉิงเริ่มนิ่งขึ้นบ้างแล้ว

เขาอยากจะรู้นักว่าฝ่ายตรงข้ามจะเอาคำพูดไหนมาโต้กลับมุกพาลๆ ของเขาได้อีก

"คนที่ฆ่าเฉินเหว่ย เป็นลูกความของผมจริงๆ เหรอครับ!?"

สวีเหลียงย้อนถามกลับไปประโยคหนึ่ง ทำเอาทุกคนอึ้งกิมกี่ไปตามๆ กัน

ในขณะเดียวกัน

ภายในกองสืบสวนอาชญากรรมเขตหงฝู

หวังเชา เฉินฉางชุน หลิวจิน และคนอื่นๆ ที่กำลังดูการถ่ายทอดสดผ่านทีวีต่างก็อึ้งไปเหมือนกัน

คำพูดนี้มันคุ้นหูมากเลยนะ

หวังเชาพยายามนึก แล้วจู่ๆ ตาก็โตเท่าไข่ห่าน มองสวีเหลียงในทีวีด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

และก็เป็นไปตามคาด

วินาทีต่อมา

สวีเหลียงที่ยืนอยู่ที่คอกจำเลยก็ตะโกนออกมาเสียงดังลั่นศาลว่า:

"คนที่ฆ่าเฉินเหว่ยไม่ใช่เฉินตงหรอกครับ แต่เป็น..."

"ตัวเฉินเหว่ยเองต่างหาก!"

"เฉินเหว่ยฆ่าเฉินเหว่ยเอง ไม่ใช่เฉินตง!"

ผู้พิพากษาเจ้าอี้: ?

เจ้าหน้าที่จดบันทึก: ?

นักข่าว: ?

หยางรั่วซี: ?

สิ้นประโยคนี้ ทั่วทั้งศาลตกอยู่ในความเงียบงันชนิดที่เข็มตกเล่มเดียวก็ได้ยิน

จางเฉิงยืนเคว้งเหมือนโดนพายุพัดเข้าใส่ เขาจ้องสวีเหลียงนิ่งค้างไปนานแสนนานจนสติแทบหลุด รู้สึกเหมือนหน้ามืดไปชั่วขณะ

ไอ้เวรเอ๊ย...

แกจะรู้ตัวบ้างไหมว่าแกกำลังพูดเรื่องบ้าอะไรอยู่เนี่ย!!?

ใครปล่อยไอ้คนบ้าคนนี้เข้ามาในศาลวะ!?

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 34 - นายรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่!?

คัดลอกลิงก์แล้ว