เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 เติ้งเชา: ซูหราน ทำไมไม่ย้ายมาอยู่กับพี่ล่ะ!

บทที่ 5 เติ้งเชา: ซูหราน ทำไมไม่ย้ายมาอยู่กับพี่ล่ะ!

บทที่ 5 เติ้งเชา: ซูหราน ทำไมไม่ย้ายมาอยู่กับพี่ล่ะ!


บทที่ 5 เติ้งเชา: ซูหราน ทำไมไม่ย้ายมาอยู่กับพี่ล่ะ!

 

เมื่อพิจารณาจากปริมาณการกินของเหล่ามนุษย์จอมเขมือบพวกนี้ ซูหรานก็พอจะเดาได้ว่าค่าเสียหายคงไม่เบาแน่นอน

เขาไม่ได้มีเงินถุงเงินถัง จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องประหยัด

เนื่องจากตอนที่ซูหรานกระโจนเข้าสู่วงการบันเทิงนั้น ระบบยังโหลดไม่เสร็จ...

เขาจึงใช้ชีวิตอย่างกระเบียดกระเสียรมาตลอด

ตอนแรก เขาลิสต์รายชื่อค่ายบันเทิงหลายแห่งจากความทรงจำในชาติก่อน

สุดท้ายก็เลือก 'เจียสิง มีเดีย' เพราะให้ข้อเสนอดีที่สุด แถมยังเป็นค่ายที่เพิ่งก่อตั้งใหม่ ข้อจำกัดจึงไม่มาก

และที่สำคัญที่สุด...หยางมี่สวยถูกใจ

หลังจากเซ็นสัญญา เขาก็แต่งเพลงคลาสสิกขึ้นมาหลายเพลงจากความทรงจำของตัวเอง

เช่น "กลิ่นหอมของข้าว", "สุสานกุหลาบ", "วันฟ้าใส" และอื่นๆ

เรียกว่าโกยผลงานของเจย์ โจวกับสวี่ซงมาใช้ประโยชน์เต็มๆ ก็แหม...นี่มันทักษะจำเป็นของคนข้ามโลกนี่นา

เพลงเหล่านี้เป็นเพลงที่ถูกร้องในร้านคาราโอเกะบ่อยจนแทบจะฝังอยู่ในหัว ไม่มีวันลืม จึงสามารถเขียนออกมาได้อย่างสมบูรณ์

ถึงแม้ทักษะการร้องเพลงของเขาจะอยู่ในระดับกลางๆ แต่ด้วยหน้าตาที่หล่อเหลา เขาก็สามารถกลายเป็นนักร้องไอดอลยอดนิยมได้

แต่คลังสมบัติในหัว...สักวันมันก็ต้องหมด เพลงทั้งหมดถูกใช้ไปจนเกลี้ยง

ซูหรานไม่คาดคิดว่าระบบสุดโกงของเขามันยังไม่ยอมเปิดใช้งานสักที

เขาถึงกับมึนตึ้บ ไม่รู้จะทำยังไงต่อไป

พยายามเค้นสมองเพื่อเขียนเพลงเพิ่ม แต่ก็ได้แค่ฮัมเนื้อเพลงออกมาไม่กี่ท่อน ที่เหลือว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง

มันเหมือนกับความรู้สึกตอนที่จ้องมองข้อสอบในห้องสอบ...คำตอบมันเหมือนจะอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็นึกไม่ออก

ในที่สุด เขาก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา เค้นเพลงที่ไม่สมบูรณ์ออกมาได้สองสามเพลง แล้วก็ไปหาเจ้าของผลงานตัวจริงเพื่อขอร่วมงานแต่งเพลง

ตัวอย่างเช่น เขาเอาเนื้อเพลง "บทเพลงรัตติกาล" สองสามท่อนที่จำได้ไปหาโจวเสี่ยวหลุนเพื่อขอร่วมงานด้วย

ไม่น่าเชื่อว่า...มันจะได้ผลจริงๆ

เมื่อเห็นว่ามีแววรุ่ง เขาก็เลยไปหานักร้องอีกสองสามคนเพื่อร่วมงานด้วยและสามารถหาเงินได้เล็กน้อย

แต่ช่วงเวลาดีๆ มันก็อยู่ไม่นาน ในที่สุดคลังสมบัติในหัวก็หมดเกลี้ยง...ไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว

เมื่อไปต่อบนเส้นทางดนตรีไม่ได้ เขาก็เลยหันไปเอาดีด้านการแสดง

เขาเคยเรียนที่โรงเรียนครู แม้จะไม่มีนักเรียนอยู่ใต้โพเดียม เขาก็ยังสามารถแสดงได้อย่างมีอารมณ์ร่วมและทุ่มเทสุดๆ ราวกับว่ากำลังสอนอยู่ในห้องเรียนจริงๆ

ด้วยทักษะการแสดงอันน้อยนิดนี้ เขาก็แค่พอประทังชีวิตไปได้ด้วยการรับงานแสดงละครไอดอล และก็เป็นแบบนี้มาจนถึงปัจจุบัน

ที่สำคัญที่สุดคือ ค่าลิขสิทธิ์เพลงของเขาถูกจัดการเป็นพิเศษเพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทเอาเปรียบ ทำให้ตอนนี้ยังไม่สามารถนำเงินออกมาใช้ได้

ดังนั้น พูดอย่างเคร่งครัดแล้ว ตอนนี้เขายังไม่รวยเท่าไหร่ แถมรายได้ส่วนใหญ่ก็ยังถูกบริษัทหักไปอีก

ตอนนี้จึงอยู่ในสถานการณ์...ซ่อนคม

ทั้งกลุ่มเดินเข้าไปในร้านสุกี้หม้อไฟไห่ตี่เลา

พนักงานที่เข้ามาต้อนรับต่างก็ตกใจและตื่นเต้นเมื่อเห็นซูหรานและเหล่าดาราคนอื่นๆ

เสียงอุทานดังขึ้นเป็นระยะๆ

โชคดีที่หวังเจิ้งอวี่ ผู้กำกับรายการ ได้เจรจากับทางร้านไว้ล่วงหน้าแล้ว และช่วงเช้ามืดแบบนี้ก็มีลูกค้าไม่มากนัก

สถานการณ์จึงไม่ได้วุ่นวายเท่าไหร่

"เชิญนั่งเลยทุกคน"

ซูหรานหาที่นั่งได้แล้วก็ส่งสัญญาณให้ทุกคนนั่งลง

ไป๋ลู่รีบนั่งลงข้างๆ ซูหรานแล้วจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่

เติ้งเชากับพวกที่ตั้งใจจะนั่งตรงนั้นเลยต้องเปลี่ยนไปนั่งตามยถากรรม

"ไม่ไหวแล้ว หิวจะตายอยู่แล้ว รีบสั่งเลย!"

"ฉันด้วย! เอาหม้อไฟหม่าล่า หม้อไฟมะเขือเทศ เอามาให้หมด!"

"ลูกชิ้นกุ้ง เนื้อหมูสไลด์...อย่างละห้าที่ อ๊ะ ไม่สิ หกเลย ฉันหิวจนตาลายแล้ว"

เติ้งเชากับพวกเหมือนผีตายอดตายอยาก สุมหัวกันสั่งอาหารอย่างเมามัน

ซูหรานเห็นดังนั้นก็ทำหน้า "กูว่าแล้ว"

ไอ้พวกนี้ต้องสูบเลือดสูบเนื้อเขาจนหมดตัวแน่ๆ

"มีคนพึ่งพาไม่ได้แบบนี้ตามไปด้วย การถ่ายทำที่เหลือคงจะลำบากแย่เลยนะไป๋ลู่"

ไป๋ลู่หัวเราะพรืดออกมา "ฉันว่าแบบนี้ก็ตลกดีออกค่ะ พี่เชากับพี่เฮ่อน่ารักจะตาย"

"นั่นก็จริง สนุกแน่ๆ ล่ะ"

"ในเมื่อเป็นแบบนั้น ทำไมไม่มาเป็นแขกรับเชิญสักสองสามตอนล่ะ"

ไป๋ลู่พลันนึกอะไรขึ้นมาได้ ดวงตาเป็นประกายแล้วเอ่ยชวน

"ช่างเถอะ หลังจากนี้ฉันไม่ค่อยมีเวลาแล้ว"

ซูหรานปฏิเสธคำเชิญ

ตอนนี้เขาต้องรีบทำภารกิจของระบบให้เสร็จ เขาทั้งอยากรู้และตื่นเต้นที่จะได้เห็นว่า...

ระบบจะให้รางวัลอะไรที่มีประโยชน์กับเขาอีกในภายหลัง

"อ้อ...ค่ะ"

ไป๋ลู่ก้มหน้าลงเล็กน้อย แววตาฉายแววผิดหวัง แต่ก็แค่ชั่วพริบตาเดียวก่อนจะกลับมายิ้มแย้มเหมือนเดิม

"แอบคุยอะไรกันสองคนน่ะ?"

ตอนนั้นเอง เฉินเฮ่อกับพวกก็สั่งอาหารเสร็จพอดี จึงเดินเข้ามาถามอย่างอารมณ์ดี

"เปล่า ไม่มีอะไร"

ไป๋ลู่เอื้อมมือไปหยิบไอแพดที่ใช้สั่งอาหารมาดู พอเห็นรายการเท่านั้นแหละ เธอก็หลุดปากออกมาว่า "พวกพี่สั่งเยอะขนาดนี้ จะกินกันหมดเหรอคะ?"

พูดพลางเธอก็เลื่อนไอแพดไปให้ซูหรานดู

นี่มันแทบจะสั่งเนื้อทุกอย่างที่มีในร้านแล้ว!

แถมแต่ละอย่างก็สั่งมาไม่ใช่น้อยๆ

ซูหรานดูเสร็จก็เงยหน้าขึ้นแล้วพูดว่า "กล้าสั่งเยอะขนาดนี้นะ ถ้ากินไม่หมดห้ามลุกออกจากร้านเด็ดขาด"

"กินไม่หมด?"

เฉินเฮ่อทำท่าดูถูก แล้วก็หัวเราะเสียงแหลมอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาออกมา "ฮ่าๆๆๆ ฉันน่ะจอมเขมือบนะ ทั้งจานนี่คำเดียวก็หมดแล้ว"

"ใช่เลย อย่ามาดูถูกพวกเรานะ ตอนนี้ฉันกินวัวได้ทั้งตัวเลยจะบอกให้"

เติ้งเชาพูดพลางทำมือเป็นรูปวัว

ณ จุดนี้ พวกเขาไม่รู้สึกเกรงกลัวซูหรานเหมือนตอนที่โดนขู่ในรถอีกต่อไปแล้ว

กลับคืนสู่ธาตุแท้และเริ่มพล่ามไร้สาระเหมือนเดิม

"ก็ได้ ตราบใดที่พวกพี่กินหมดก็แล้วไป แต่ถ้ากินไม่หมด ผมจะชิ่งหนีปล่อยให้พวกพี่จ่ายเงินเองนะ"

ซูหรานพูดติดตลก

พอได้ยินดังนั้น สีหน้าของเติ้งเชากับพวกอีกสองคนก็แข็งทื่อไปทันที

แต่เติ้งเชาก็รีบโบกมืออย่างรวดเร็ว

"เอาน่าๆ เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ มาๆ ทุกคนมาดื่มกันหน่อย ฉลองให้ซูหราน!"

"แด่ซูหราน!!!"

เติ้งเชาเก่งเรื่องสร้างบรรยากาศมาก ทุกคนจึงยกแก้วน้ำขึ้นมา

"แปะ!" เสียงแก้วกระทบกัน ทุกคนก็เงยหน้าขึ้นดื่ม

"ไม่เลวๆ"

หลังจากเติ้งเชาวางแก้วลง เขาก็ถูมือไปมา มองซูหรานแล้วถามว่า "ซูหราน ช่วงนี้นายทำอะไรอยู่บ้าง ไม่ค่อยเห็นนายปล่อยเพลงใหม่หรือรับงานแสดงเท่าไหร่เลย"

ซูหรานตอบ "ช่วงนี้ผมค่อนข้างว่างเลยครับ กำลังรอพี่ๆ ป้อนงานให้อยู่เนี่ย"

ตอนนี้เขาหมดหนทางที่จะปล่อยเพลงใหม่แล้ว มันเค้นออกมาไม่ได้แม้แต่หยดเดียว

ส่วนเรื่องการแสดง ฝีมือของเขาก็อยู่ในระดับธรรมดา แถมในวงการก็มีดาราดังๆ อยู่มากมาย การแข่งขันมันสูงลิ่ว

ดังนั้นตอนนี้...เขาจึงทำได้แค่ประคองตัวไปเรื่อยๆ

"ไม่มีปัญหา เราพี่น้องกันอยู่แล้ว มีข่าวอะไรจะรีบติดต่อไปเลย พี่สะใภ้นายก็บ่นอยากให้นายไปกินข้าวที่บ้านอยู่เรื่อย"

เติ้งเชาตบหน้าอกรับปากอย่างใจกว้าง

เฉินเฮ่อกับลู่หานก็รีบผสมโรงรับปากเป็นมั่นเหมาะ

เมื่อได้ฟังคำรับรองของทุกคน ซูหรานก็รู้สึกอบอุ่นในใจ

ถึงแม้เติ้งเชากับพวกจะทั้งเสียงดังและพิลึกพิลั่น แต่ในฐานะพี่น้องแล้ว พวกเขาก็รักพวกพ้องและมีน้ำใจมากจริงๆ

ในตอนนั้นเอง

เติ้งเชาก็พลันนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาโน้มตัวไปข้างหน้าแล้วกระซิบเสียงเบา "ถ้าจะให้พี่แนะนำนะ นายย้ายมาอยู่กับพี่ดีกว่า ได้ยินมาว่าเจียสิงช่วงนี้วุ่นวายไม่ใช่เล่น ถ้าเลือกข้างผิดขึ้นมาล่ะก็..."

"แค่กๆ"

ซูหรานรีบกระแอมไอสองสามครั้ง แล้วใช้สายตาส่งซิกไปทางกล้องที่อยู่ข้างๆ

"อ๋อๆๆ ฮ่าๆ ทุกคนดื่มๆ"

เติ้งเชาเข้าใจในทันที เขาหยิบแก้วขึ้นมาดื่มเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน

เกือบลืมไปเลยว่านี่มันรายการสด!

เผลอนึกว่าเป็นวงกินข้าวส่วนตัวไปซะได้

"ใช่ครับ ดื่มกันๆ ทุกคน"

ซูหรานชวนทุกคนดื่มพร้อมกับส่งสายตาให้

แล้วก็ปัดประเด็นนี้ทิ้งไปอย่างแนบเนียน

เขาก็กำลังปวดหัวกับสถานการณ์ของเจียสิง มีเดีย อยู่เหมือนกัน

ตอนนี้หยางมี่กำลังเปิดศึกกับเจิงเจียและผู้บริหารคนอื่นๆ เพื่อแย่งชิงอำนาจการบริหาร

ทั้งสองฝ่ายกำลังสู้กันอย่างดุเดือดอยู่ภายใน

ช่วงนี้ที่เขาไม่ค่อยมีโอกาสได้แสดงหนัง ส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากศึกชิงอำนาจภายในบริษัทนี่แหละ

อันที่จริง ซูหรานรู้เรื่องนี้มานานแล้ว แต่ไม่คิดว่ามันจะมาเร็วขนาดนี้

มันแตกต่างจากช่วงเวลาที่เขาคาดไว้เล็กน้อย

แต่ซูหรานก็ค่อนข้างชินกับมันแล้ว ไทม์ไลน์ของโลกนี้มันค่อนข้างจะมั่วซั่วอยู่บ้าง

ตัวอย่างเช่น ไป๋ลู่ที่มาเข้าร่วมรายการ "อู่ฮา"

หลินจวิ้นเจี๋ยที่ไม่ได้เดบิวต์เป็นนักร้อง แต่กลับไปสืบทอดธุรกิจของครอบครัวจนกลายเป็นเศรษฐีรุ่นสองของสิงคโปร์

หรือเฉินกวานซีที่ซ่อมคอมพิวเตอร์เองเป็น เรื่องอื้อฉาวภาพหลุดเลยไม่เคยเกิดขึ้น

แต่มันก็เป็นแค่ความแตกต่างในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไทม์ไลน์โดยรวมก็ยังคงคล้ายกับที่ซูหรานคาดไว้

และตอนนี้ที่ระบบเปิดใช้งานแล้ว ในที่สุดเขาก็มีคุณสมบัติพอที่จะลงสนามแข่งขันกับเขาบ้างแล้ว ไม่ใช่แค่คนที่ได้แต่ประคองตัวไปวันๆ เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป

ห้องไลฟ์สดของรายการ "อู่ฮา"

"เฮ้ย อย่าตัดจบกลางคันสิโว้ย มันค้าง! เกิดอะไรขึ้นกับเจียสิง มีเดีย?"

"นั่นสิ จำได้ว่าหยางมี่ก็อยู่เจียสิง มีเดีย เกิดอะไรขึ้นเหรอ?"

"มีเรื่องให้เผือกแต่เผือกไม่ได้ อึดอัดโว้ย!"

"มีใครวงในมาสปอยล์หน่อยได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?"

"อย่ามาถามพวกเราทุกเรื่องสิ พวกเราก็ลำบากใจเหมือนกันนะ!"

จบบทที่ บทที่ 5 เติ้งเชา: ซูหราน ทำไมไม่ย้ายมาอยู่กับพี่ล่ะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว