- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ต่างโลก ฉันปลุกร้านค้าสารพัดนึกตั้งแต่เริ่มต้น
- บทที่ 24 ร้านค้าในครั้งนี้รีเฟรชสิ่งใดออกมาให้ข้ากันแน่?
บทที่ 24 ร้านค้าในครั้งนี้รีเฟรชสิ่งใดออกมาให้ข้ากันแน่?
บทที่ 24 ร้านค้าในครั้งนี้รีเฟรชสิ่งใดออกมาให้ข้ากันแน่?
จำนวนของเหล่าอสูรผู้ยิ่งใหญ่ที่เหลืออยู่มีจำนวนพอๆ กับจำนวนของผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตก่อกำเนิดสวรรค์
หากผู้ฝึกยุทธ์พากันตายสิ้น เมื่อพวกอสูรเหล่านั้นไร้คนคอยขัดขวาง ผลที่ตามมาย่อมยากจะคาดเดาได้
“แย่แล้ว หากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ท่านอาจารย์หลิวและพวกคงจะยืนหยัดอยู่ได้ไม่นาน!”
หลินว่านเซิงเงยหน้ามองจันทร์โลหิตบนท้องนภาที่นับวันจะยิ่งส่องสว่าง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม
“มีวิธีใดที่จะรับมือกับสถานการณ์ในยามนี้ได้บ้าง? ระบบ จงเปิดร้านค้าสารพัดนึกให้ข้า!”
หลินว่านเซิงกวาดสายตาดูสินค้าในร้านค้าอย่างรวดเร็ว
ในเวลานี้ช่องสินค้าสุ่มได้รับการรีเฟรชแล้ว มีสินค้าสามอย่างแสดงอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนหน้าจอของร้านค้า
“【กล่องสุ่มปริศนา】 เป็นกล่องอีกแล้ว? กล่องใบนี้จะไม่ยอมปล่อยที่ว่างประจำตำแหน่งหนึ่งที่ให้แก่ข้าเลยหรือ? แต่นี่ก็นับว่าเป็นเรื่องดีอย่างยิ่ง!”
หลินว่านเซิงมองดูหน้าจอระบบด้วยสีหน้าแปลกประหลาด กล่องสุ่มปริศนาปรากฏขึ้นในอันดับแรกของช่องสินค้าสุ่มอีกครั้ง
หลังจากครุ่นคิดเพียงครู่เดียว เขาจึงตัดสินใจว่าหากประเดี๋ยวมีแต้มการค้าเหลือ ก็จะซื้อกล่องใบนี้ไปด้วยพร้อมกัน
เพราะก่อนหน้านี้กล่องปริศนาพึ่งจะเปิดได้ผ้าคลุมรัตติกาลซึ่งเป็นของดีเลิศมาให้ เรื่องนี้ทำให้หลินว่านเซิงมีความกระตือรือร้นในการเปิดกล่องเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
ทว่าเมื่อกวาดสายตามองไปยังสินค้าอีกสองชิ้น หลินว่านเซิงกลับเต็มไปด้วยความสงสัย
“ร้านค้าในครั้งนี้รีเฟรชสิ่งใดออกมาให้ข้ากันแน่? 【ไอปราณม่วงบูรพา-ชั่วคราว】? 【เขตแดนธุลีสลัว-ชั่วคราว】? ของชั่วคราวสองอย่างนี้ถึงกับตั้งราคาขายไว้ถึงอย่างละ 200 แต้มการค้าเชียวหรือ?”
หลินว่านเซิงงุนงงจนต้องเปิดอ่านคำอธิบายสินค้า
【ไอปราณม่วงบูรพา-ชั่วคราว】 สินค้าประเภทพิเศษ ราคา 200 แต้มการค้า ผลพิเศษเมื่อปรากฏตัวแบบใช้ครั้งเดียว หลังจากใช้งานจะเกิดปรากฏการณ์ประหลาดแห่งฟ้าดินไอปราณม่วงจากบูรพาตามการปรากฏตัวของผู้ใช้ หมายเหตุ: จงสร้างความประทับใจให้แก่ผู้คนด้วยวิธีการที่สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นเถิด!
【เขตแดนธุลีสลัว-ชั่วคราว】 สินค้าประเภทอาวุธวิญญาณ ราคา 200 แต้มการค้า ค่ายกลมายาระดับกลางประเภทชั่วคราวระดับสมบูรณ์ สามารถสร้างม่านพลังไร้แสงที่คงอยู่ได้นานครึ่งชั่วยาม หมายเหตุ: ภายในม่านพลังนี้จะอยู่ในสภาวะไร้แสงอย่างสมบูรณ์ นอกจากเสียงแล้ว จะบดบังแสงสว่าง ทัศนวิสัย และการรับรู้ทางจิตสัมผัสทั้งปวง
“ผลพิเศษเมื่อปรากฏตัว... หากซื้อของสิ่งนี้มา อีกประเดี๋ยวพอก้าวเท้าออกมาคงถูกคนทุบจนตายพอดี ข้าเห็นว่าตนเองยังมีชีวิตอยู่ยืนยาวเกินไปหรืออย่างไร?” หลินว่านเซิงรู้สึกจนปัญญาต่อสินค้าอย่างแรก
หน้าที่ของสินค้าชิ้นนี้ ชัดเจนว่ามีไว้เพื่อให้เขาปรากฏตัวในรูปแบบที่โอ้อวดอย่างถึงขีดสุด
“ช่างเถอะ มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่จะซื้อของสิ่งนี้!”
หลินว่านเซิงส่ายหน้า แล้วหันไปมองสินค้าอีกชิ้นหนึ่ง
เมื่อเห็นคำอธิบายของเขตแดนธุลีสลัว ดวงตาของหลินว่านเซิงก็พลันเป็นประกาย
“ม่านพลังไร้แสง น่าจะสามารถขัดขวางและลดทอนอิทธิพลของจันทร์โลหิตได้ แต่ค่ายกลคงอยู่ได้เพียงครึ่งชั่วยาม จำเป็นต้องสังหารพวกอสูรผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหมดให้สิ้นซากภายในช่วงเวลานี้เท่านั้น! ยังมีอีกปัญหาหนึ่ง...”
หลินว่านเซิงมองดูขีดจำกัดแต้มการค้าของตนเองด้วยความหงุดหงิด ยามนี้ยังขาดอีก 100 แต้มจึงจะสามารถซื้อเขตแดนธุลีสลัวได้
“ระบบ มีวิธีใดที่จะเพิ่มขีดจำกัดแต้มการค้าของข้าได้บ้าง?” หลินว่านเซิงอดไม่ได้ที่จะถามออกไป
ไม่นานนัก เสียงแจ้งเตือนไร้อารมณ์ของระบบก็ดังขึ้น:
“วิธีการเพิ่มขีดจำกัดแต้มการค้ามีสามรูปแบบ:
ทำให้ระบบได้รับการพัฒนา ทุกครั้งที่ระบบยกระดับ ขีดจำกัดแต้มการค้าจะเพิ่มขึ้น
รวบรวมสินค้าที่มีคุณค่า สินค้าบางอย่างที่มีผลลัพธ์พิเศษสามารถเพิ่มขีดจำกัดแต้มการค้าได้
ซื้อขีดจำกัดแต้มการค้าจากระบบโดยตรง”
“ขีดจำกัดแต้มการค้ายังสามารถซื้อได้ด้วยหรือ? ระบบ ไยเจ้าไม่รีบบอกข้าให้เร็วกว่านี้!”
หลินว่านเซิงแสดงสีหน้ายินดี “ซื้อขีดจำกัดแต้มการค้าอย่างไร? ข้าต้องการซื้อ!”
“ใช้แต้มการค้าแลกเปลี่ยนในอัตรา 1 ต่อ 1 เพื่อซื้อขีดจำกัดแต้มการค้า!”
“หมายความว่า หากข้าต้องการเพิ่มขีดจำกัดเป็น 200 แต้ม ข้าต้องจ่ายแต้มการค้า 100 แต้มที่มีอยู่ในตอนนี้ไปทั้งหมด?”
“ถูกต้อง! ผู้ถือครองเลือกที่จะซื้อขีดจำกัดแต้มการค้าหรือไม่!”
หลินว่านเซิงไม่ลังเลแม้แต่น้อย เอ่ยขึ้นว่า “ข้าซื้อ!”
“ติ้ง การค้าเสร็จสิ้น หักแต้มการค้า 100 แต้ม ขีดจำกัดแต้มการค้าเพิ่มขึ้นเป็น 200 แต้มเรียบร้อยแล้ว!”
“หวังว่าพวกอสูรผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้จะทำให้ข้าได้รับแต้มการค้ามากขึ้น!”
หลินว่านเซิงสวมผ้าคลุมรัตติกาล ค่อยๆ หลบเลี่ยงแสงดาบแสงกระบี่ในสนามรบอย่างระมัดระวัง
เขามารอบๆ จนถึงหน้าซากศพอสูรผู้ยิ่งใหญ่ตนหนึ่งที่ถูกเซียนและผู้ฝึกยุทธ์ร่วมมือกันสังหารลง
เมื่อจ้องมองร่างกายที่ดุร้ายน่าหวาดกลัวของอสูรตนนั้น หลินว่านเซิงก็ยื่นมือออกไป
“กำลังตรวจสอบ...”
“ผลการตรวจสอบ: ซากศพเผ่าอสูรที่ถูกปนเปื้อนด้วยไอพลังต้นกำเนิดที่เน่าเฟอะเพียงเล็กน้อย ได้รับอิทธิพลจากจันทร์โลหิต สติปัญญา พละกำลัง พลังป้องกัน และความเร็วในการฟื้นฟูเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พลังเพิ่มขึ้นจนถึงระดับอสูรผู้ยิ่งใหญ่; ไม่สามารถรับประทานได้ เกล็ด ขน แก่นอสูร และเนื้อเยื่อบางส่วนล้วนมีคุณค่าในระดับหนึ่ง
ต้องการแปรเปลี่ยนหรือไม่!”
“แปรเปลี่ยน!” หลินว่านเซิงเอ่ยอย่างเด็ดขาด
“การแปรเปลี่ยนเสร็จสิ้น: การค้าครั้งนี้ได้รับกำไร 52 แต้มการค้า”
ลำแสงจางๆ วาบขึ้นเพียงครู่ ซากศพของอสูรผู้ยิ่งใหญ่ตนนั้นก็เหี่ยวแห้งลงในพริบตา กลายเป็นเศษซากที่ดูราวกับถูกสุนัขแทะจนแหว่งวิ่น อวัยวะขาดหายไปกว่าครึ่ง
หลินว่านเซิงรู้ดีว่านี่คือการที่ระบบแปรเปลี่ยนส่วนที่มีมูลค่าทั้งหมดให้กลายเป็นแต้มการค้า เหลือทิ้งไว้เพียงส่วนที่ไร้ค่าเท่านั้น
“ระบบของเจ้า ช่างเลือกกินเสียจริง” หลินว่านเซิงอดไม่ได้ที่จะค่อนแคะออกมา
“แต่อสูรผู้ยิ่งใหญ่ย่อมมีค่ามากกว่าอสูรน้อยมากจริงๆ เพียงแค่แลกเปลี่ยนเป็นแต้มการค้าก็แพงกว่ากันถึงสิบกว่าเท่า!”
หลินว่านเซิงจัดการกับซากศพอสูรผู้ยิ่งใหญ่อีกสองตนที่พึ่งถูกสังหารด้วยวิธีการเดียวกัน ได้รับแต้มการค้ามา 56 และ 49 แต้มตามลำดับ
“หมายความว่ายังขาดอีกเพียงซากเดียว ขอเพียงพวกเขาสังหารอสูรผู้ยิ่งใหญ่ได้อีกเพียงตนเดียว ข้าก็จะสามารถแลกเปลี่ยนเขตแดนธุลีสลัวได้แล้ว!”
ทว่าเมื่อมองดูสถานการณ์ในสนามรบ คิ้วของหลินว่านเซิงกลับขมวดแน่น
“แย่แล้ว ผู้ฝึกยุทธ์ที่ลงมือเมื่อครู่เหลือไม่ถึงสิบคน แต่อสูรผู้ยิ่งใหญ่ยังเหลืออีกตั้งสิบสองตน!”
แม้จะมีหลิวจื่อสวินลงมืออย่างสุดกำลัง ทว่าก็ทำได้เพียงประคองสถานการณ์ไว้เท่านั้น
เมื่อเวลาผ่านไป ภายใต้การเพิ่มพลังจากจันทร์โลหิต พวกอสูรเหล่านั้นก็ยิ่งดุร้ายมากขึ้น โอกาสชนะของฝ่ายมนุษย์ก็ยิ่งเลือนรางลงเรื่อยๆ
ผู้บำเพ็ญเพียรที่เหลืออยู่ของนิกายจินยวี้ นอกจากนางเซียนฉู่ฉู่ที่ไม่เชี่ยวชาญเคล็ดวิชาวิญญาณแล้ว คนอื่นๆ ต่างก็ต้องออกมาร่วมสู้ศึกเพื่อต้านทานศัตรู
“บัดซบ ขาดอีกเพียงนิดเดียว! ข้าต้องหาของอย่างอื่นมาแปรเปลี่ยนแทน! จริงด้วย ตอนนี้สถานการณ์ไม่เหมือนตอนอยู่ที่หมู่บ้านหนานสิน เมืองเหอฉิวขึ้นชื่อเรื่องความมั่งคั่ง ที่นี่ต้องมีของที่สามารถแลกเป็นแต้มการค้าได้อย่างแน่นอน!”
หลินว่านเซิงวิ่งรวดเดียวกลับเข้าไปในเมืองเหอฉิว
ในยามนี้ผู้คนในเมืองส่วนใหญ่ต่างพากันไปที่ประตูเมือง ภายในเมืองเล็กๆ แห่งนี้จึงมีคนอยู่น้อยมาก
“จะไปหาของที่แลกแต้มการค้าได้จากที่ใด? ในย่านการค้าอาจจะมี แต่เกรงว่าจะไม่ทันเวลา!”
หลินว่านเซิงกวาดสายตามองไปตามโรงเตี๊ยม โรงเหล้า และห้างร้านตามรายทาง
สุดท้ายสายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่หน้าจวนหลังใหญ่ที่ดูโอ่อ่าสง่างามและหรูหราหลังหนึ่งริมถนน
ที่หน้าประตูจวนหลังนี้ มีป้ายสีชาดเขียนตัวอักษรที่ดูภูมิฐานไว้อย่างชัดเจนว่า จวนตระกูลหลี่!
“เมื่อวานข้าพึ่งได้ยินจากขอทานน้อยลูกน้องของหลิ่วหมิงเยว่ว่า ตระกูลหลี่ดูเหมือนจะทำกิจการห้างร้าน ย่อมต้องร่ำรวยมากเป็นแน่! เฮ้อ เพื่อราษฎรในเมืองเหอฉิว ท่านเจ้าบ้านหลี่ ข้าคงต้องขออภัยท่านแล้ว! ถือเสียว่าท่านได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ชาวเมืองเหอฉิวก็แล้วกัน!”
หลินว่านเซิงเผยรอยยิ้ม แล้วพุ่งตัวเข้าไปในจวนตระกูลหลี่ทันที
ข้าตัดสินใจเลือกท่านนี่แหละ!
ด้วยมีผ้าคลุมรัตติกาลอยู่บนตัว หลินว่านเซิงจึงไม่เป็นที่สังเกตของบ่าวไพ่หรือพ่อบ้านแม้แต่น้อย เขาสามารถเข้าไปในคลังสมบัติของตระกูลหลี่ได้อย่างง่ายดาย
แต่นี่ก็ต้องขอบคุณพวกอสูรนอกเมืองที่ดึงความสนใจของผู้คนส่วนใหญ่อีกด้วย
...
เพียงครู่เดียว หลินว่านเซิงก็วิ่งออกมาจากคลังสมบัติของตระกูลหลี่ด้วยใบหน้าที่เปล่งปลั่ง มุ่งตรงไปยังประตูเมืองทันที
ในเวลานี้บนใบหน้าของเขายังคงมีความประหลาดใจที่ยังไม่จางหาย
“สวรรค์เอ๋ย ช่างเปิดหูเปิดตาข้าจริงๆ ไม่ว่ายุคสมัยใด รากฐานของครอบครัวที่ร่ำรวยมั่งคั่งล้วนเป็นสิ่งที่ข้ามิอาจจินตนาการได้เลย!”
หลินว่านเซิงตกตะลึงต่อสมบัติล้ำค่าที่สะสมไว้มากมายของตระกูลหลี่จริงๆ
ทว่าเขาไม่ได้หยิบออกมามากนัก เพียงแค่หยิบสมบัติที่ตระกูลหลี่สะสมไว้มาสองสามชิ้น เมื่อเห็นว่าแต้มการค้าสะสมครบ 200 แต้มแล้วเขาก็รีบออกมาทันที
อย่างไรเสียเขากับตระกูลหลี่ก็ไม่เคยมีความแค้นต่อกัน หากหยิบมามากเกินไปเขาก็คงจะรู้สึกไม่สบายใจ
หลินว่านเซิงถึงกับตัดสินใจว่าหากวันหน้ามีโอกาส เขาจะกลับมาตอบแทนบุญคุณในวันนี้ของตระกูลหลี่อย่างแน่นอน
“ติ้ง หักแต้มการค้าจำนวน 200 แต้ม แลกเปลี่ยน【เขตแดนธุลีสลัว-ชั่วคราว】สำเร็จ!”
จานค่ายกลตกลงในมือ หลินว่านเซิงเปิดใช้งานค่ายกลระดับกลางที่มีมูลค่าถึง 200 แต้มการค้าใบนี้โดยไม่ลังเล
เห็นเพียงจานค่ายกลในมือสลายตัวไป กลายเป็นลำแสงสีดำสนิทที่ดูล้ำลึก พุ่งตรงขึ้นสู่ยอดฟ้ายามราตรี