เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9 สัตว์เลี้ยงดิจิทัลกับละครลิงบนดาดฟ้า

ตอนที่ 9 สัตว์เลี้ยงดิจิทัลกับละครลิงบนดาดฟ้า

ตอนที่ 9 สัตว์เลี้ยงดิจิทัลกับละครลิงบนดาดฟ้า


ตอนที่ 9: สัตว์เลี้ยงดิจิทัลกับละครลิงบนดาดฟ้า

อาจารย์ฝ่ายปกครองที่วิ่งตามขึ้นมาบนดาดฟ้าถึงกับยืนงงเป็นไก่ตาแตก แม้เขาจะไม่ใช่ครูประจำชั้นห้อง A แต่เขาก็จำหน้า หวงฮ่าวเทียน ตัวตึงประจำชมรมเทควันโดได้แม่น

ภาพที่เห็นคือ หวงฮ่าวเทียนนอนดิ้นพราดๆ โดยมีบุหรี่เสียบคาอยู่ที่ "น้องชาย" ส่วนพรรคพวกอีกสามสี่คนก็นอนกองระเนระนาด

อาจารย์หันมามองเย่ชวนที่นั่งไอโขลกๆ เหมือนคนใกล้ตาย สลับกับพวกนักเลงกล้ามโต แล้วสมองก็สั่งการให้เชื่อ "เหยื่อผู้เคราะห์ร้าย" ทันที

“นี่... พวกเธอเล่นอะไรกันพิเรนทร์ขนาดนี้เนี่ย?” อาจารย์พึมพำด้วยความสยอง เป็นครูมาหลายสิบปี เพิ่งเคยเจอเคส "สูบบุหรี่ด้วยท่อนล่าง" เป็นครั้งแรก!

“นักเรียน! เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”

“มะ... ไม่เป็นไรครับ ฮึก... แค่ตกใจนิดหน่อย” เย่ชวนสูดน้ำมูกฟุดฟิด ทำท่าเหมือนจะร้องไห้แล้วซุกหน้าลงกับไหล่ของลั่วซี

ลั่วซีเองก็รับส่งมุกได้เนียนกริบ นางลูบหัวเย่ชวนเบาๆ เหมือนปลอบเด็ก “โอ๋ๆ ไม่เป็นไรนะ ขวัญเอ๊ยขวัญมา ปลอดภัยแล้วนะ”

จังหวะนั้นเอง หวงฮ่าวเทียนที่เพิ่งหายจุกก็ตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายตะโกนลั่น

“มึง... ตอ... แหล!!!”

เขาชี้นิ้วสั่นระริกไปที่เย่ชวน ไฟจากก้นบุหรี่ยังคงแดงวาบอยู่ที่เป้ากางเกง ควันลอยฉุยตามแรงลม ดูแล้วอนาถจิตสุดๆ

“มันนั่นแหละที่อัดพวกเราสี่คนร่วงหมด! แถมยังเอาบุหรี่มายัดใส่เป้ากูอีก! โอ๊ย... แสบชิบหาย!” หวงฮ่าวเทียนดึงบุหรี่ออกแล้วปาลงพื้น กระทืบซ้ำด้วยความแค้น

“ไอ้บทพูดนางเอกเจ้าน้ำตาเมื่อกี้น่ะ มันบทของกูโว้ยยย!”

แต่พอหวงฮ่าวเทียนพูดจบ ทุกคนในเหตุการณ์กลับมองเขาด้วยสายตาแปลกประหลาด แม้แต่ จ้าวหรูเยียน แฟนสาวคนใหม่ยังมองด้วยสายตารังเกียจ เหมือนกำลังมองดูคนบ้าที่เพิ่งหลุดออกมาจากโรงพยาบาลจิตเวช

“มองอะไรวะ?! โอ๊ย... ปวดไข่...” หวงฮ่าวเทียนกุมเป้าหน้าเขียว

“เธอจะบอกว่า... ไอ้หนุ่มขี้โรคคนนี้เนี่ยนะ จัดการพวกเธอนักกีฬาเทควันโดสี่คนร่วงหมด?” อาจารย์ชี้ไปที่เย่ชวน ซึ่งตอนนี้กำลังไอจนหน้าเขียวหน้าเหลือง ตัวสั่นงันงกเหมือนลูกนกตกน้ำ

“ใช่ครับ! มันนั่นแหละ!”

“พวกเธอเป็นถึงตัวท็อปของชมรม แต่โดนคนป่วยอัดน่วมเนี่ยนะ? จะโกหกก็ให้มันเนียนๆ หน่อย!” อาจารย์ทำหน้าเอือมระอา “ครูว่าพวกเธอคงเล่นแผลงๆ กันเองแล้วพลาดเจ็บตัวมากกว่า อย่ามาใส่ร้ายเพื่อน!”

หวงฮ่าวเทียนอ้าปากค้าง

เออว่ะ...

ถ้าบอกว่าโดนไอ้ขี้โรคนี่ตบคว่ำ มันจะดูน่าสมเพชกว่าเดิมไหมวะ? ตัวเขาเป็นถึงแชมป์ระดับจังหวัด แต่แพ้ราบคาบให้ไอ้กุ้งแห้งนี่เนี่ยนะ?

ความเจ็บปวดทางกายยังพอทน แต่ความเจ็บปวดทางใจที่โดนหยามศักดิ์ศรีนี่สิ มันเจ็บจี๊ดจนอยากจะร้องไห้

“คือ... ผม... ไม่ใช่แบบนั้นนะอาจารย์! มันโกง... มัน...” หวงฮ่าวเทียนอึกอัก พูดไม่ออกบอกไม่ถูก

“พอได้แล้ว! ไร้สาระสิ้นดี! ตามครูมาที่ห้องพักครูเดี๋ยวนี้!” อาจารย์ตัดบทด้วยความรำคาญ “รังแกเพื่อนแล้วยังจะมาแถสีข้างถลอกอีก! ไป!”

หลังจากพวกนักเลงโดนอาจารย์ลากคอลงไป ดาดฟ้าก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเย่ชวน ลั่วซี และอันซือหยู

เย่ชวนเงยหน้าขึ้นจากไหล่ลั่วซี สีหน้าเศร้าสร้อยเมื่อกี้หายวับไปทันที

“ไปกันหมดแล้วเหรอ?”

“ไปหมดแล้วย่ะ” ลั่วซีเห็นเย่ชวนเปลี่ยนสีหน้าเร็วยิ่งกว่ากิ้งก่าเปลี่ยนสี ก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ นางดึงแขนเสื้อเขา “นี่นายโดนพวกมันทำอะไรบ้างหรือเปล่า?”

“ก็แค่พวกหมาเห่าใบตองแห้ง ไม่คณามือป๋าหรอก” เย่ชวนยิ้มกวน แต่ทันใดนั้นก็ไอโขลกๆ ออกมาจริงๆ “แค่กๆๆ! แค่กๆ!”

“นั่นไง! ไอจนตัวโยนขนาดนี้ยังจะมาปากดีอีก!” ลั่วซีลูบหลังให้เขาด้วยความเป็นห่วง “ไปห้องพยาบาลกันเถอะ ไปเช็คดูหน่อยเผื่อช้ำใน”

“ไม่เป็นไร แค่ร้อนในน่ะ” เย่ชวนโบกมือปฏิเสธ

ลั่วซีหันไปขอความช่วยเหลือจากอันซือหยู “เสี่ยวหยู! ช่วยพูดกับหมอนี่หน่อยสิ!”

อันซือหยูยืนกอดอกพิงกำแพง ทำหน้าตายด้าน “เขาโตเป็นควายแล้ว เจ็บตรงไหนก็รู้ตัวเองแหละน่า”

เธอมองออกว่าแผลของพวกหวงฮ่าวเทียนน่ะฝีมือเย่ชวนล้วนๆ ไอ้หมอนี่มันร้ายลึกจะตาย

“ฉันกลับล่ะ ขี้เกียจอยู่เป็นกขค.” อันซือหยูหมุนตัวเดินเซๆ ลงบันไดไป

“เดี๋ยวสิเสี่ยวหยู!”

ลั่วซีถอนหายใจเฮือกใหญ่ หันมาค้อนขวับใส่เย่ชวน “คราวหลังห้ามทำอะไรเสี่ยงๆ แบบนี้อีกนะ รู้ไหมว่าคนเขาเป็นห่วง!”

เย่ชวนยิ้มรับ “ครับแม่”

“แล้วก็อีกเรื่อง!” ลั่วซีหน้าแดงแปร๊ด ชี้นิ้วใส่จมูกเขา “ห้ามพูดเรื่องจะเตะก้นฉันต่อหน้าคนอื่นอีกนะ! ฉันเป็นสาวเป็นนางนะยะ เสียภาพพจน์หมด!”

“โอเค งั้นเตะตอนอยู่กันสองคนก็ได้”

“ไม่ได้เว้ย! สองคนก็ไม่ให้!” ลั่วซีแหวใส่ “พูดแบบนั้นเดี๋ยวคนอื่นก็เข้าใจผิดว่าเป็นแฟนกันพอดี!”

“ก็ดีสิ กันพวกแมลงหวี่แมลงวันได้เยอะเลย” เย่ชวนหัวเราะร่า

“แค่กๆๆ!” หัวเราะมากไปหน่อย อาการไอเลยกำเริบอีกรอบ คราวนี้หน้ามืดจนเซถลา

ลั่วซีรีบเข้ามารับตัวไว้ “เห็นไหม! บอกแล้วว่าอย่าซ่า! ไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย!”

“ไม่มีตังค์จ้ะที่รัก” เย่ชวนตอบตามสัญชาตญาณความงก

“ฉันออกให้! ฉันมีเงินเก็บอยู่!” ลั่วซียืนยันหนักแน่น

“เออ... จริงๆ ก็พอมีแหละ เดี๋ยวไว้ว่างๆ ค่อยไป” เย่ชวนนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้รวยแล้วนี่หว่า

“งั้นเกาะฉันแน่นๆ เดี๋ยวพาลงบันได”

“โอเค...”

“เฮ้ย! มืออ่ะมือ! จับตรงไหนของนายฮะ?!”

“อ้าว นึกว่ามีเบาะรองกันกระแทก”

“ไอ้ลามก!”

...

แสงแดดสีส้มยามเย็นสาดส่องเข้ามาในโถงทางเดินโรงเรียน สะท้อนกับพื้นกระเบื้องเป็นประกายระยิบระยับ

เย่ชวนเก็บของใส่กระเป๋า พรุ่งนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ เขาจะได้มีเวลาอยู่บ้านติวเข้มหลักสูตร "มนุษย์โลกขั้นพื้นฐาน" ให้กับไป๋เฉียนซวงเสียที และที่สำคัญ... ต้องหาจังหวะปั่นค่าความประทับใจเพื่อลุ้นไอเทมดีๆ ด้วย

ส่วนเรื่องป่วย... คงต้องไปโรงพยาบาลจริงๆ จังๆ สักที

“เย่ชวน ฉันไปชมรมก่อนนะ” ลั่วซีตะโกนบอกลา

“เออ กลับดีๆ ล่ะ”

ลั่วซีมีคิวต้องไปช่วยพ่อเลี้ยงขายบาร์บีคิวต่อตอนเย็น ชีวิตนางก็สู้ชีวิตไม่แพ้เขาเลย

พอลับหลังเพื่อนสาว เย่ชวนก็หยิบมือถือขึ้นมาเช็คสถานะ 'สัตว์เลี้ยง' ที่บ้าน

【บันทึก: ไป๋เฉียนซวงหิวแล้ว】

【บันทึก: ไป๋เฉียนซวงพยายามนั่งสมาธิแก้หิว】

【บันทึก: ไป๋เฉียนซวงหิวจนตาลาย】

...

ในหน้าจอ ตัวละครจิ๋วนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงเหมือนตุ๊กตาถ่านหมด สภาพดูน่าเวทนาปนฮา

“นี่ตกลงเลี้ยงจักรพรรดินีหรือทามาก๊อตจิวะเนี่ย?” เย่ชวนส่ายหัวขำๆ รีบสาวเท้าเดินออกจากโรงเรียน

สงสัยเย็นนี้ต้องจัดหนัก ซื้อกับข้าวไปขุนให้อิ่มหนำสำราญซะหน่อย

จบบทที่ ตอนที่ 9 สัตว์เลี้ยงดิจิทัลกับละครลิงบนดาดฟ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว