- หน้าแรก
- ตึกเช่าร้างท้ายซอย ผมเก็บเซียนกระบี่สาวสวยมาเลี้ยง
- ตอนที่ 1: โรคร้ายกับยัยผู้หญิงประหลาด
ตอนที่ 1: โรคร้ายกับยัยผู้หญิงประหลาด
ตอนที่ 1: โรคร้ายกับยัยผู้หญิงประหลาด
ตอนที่ 1: โรคร้ายกับยัยผู้หญิงประหลาด
“เย่ชวน บ้านนายมันก็แค่เสือนอนกินเก็บค่าเช่ากระจอกๆ เราเลิกกันเถอะ เราไปกันไม่รอดจริงๆ”
เครื่องหมายตกใจสีแดงบนหน้าจอแชทมันช่างบาดตาบาดใจ แสบจี๊ดทะลุเข้าไปถึงขั้วหัวใจ ยิ่งกว่าโดนทิงเจอร์ราดแผลสด
เจ็บ... เจ็บจี๊ดจนอยากจะร้องตะโกนอัดโอ่ง!
เย่ชวนยืนเหม่อลอยอยู่ท่ามกลางทางเดินสีขาวอันหนาวเหน็บของโรงพยาบาล เขาเหลือบมองคนไข้ข้างๆ ด้วยสายตาว่างเปล่าก่อนจะเอ่ยปากบอก
“ลุงครับ... เหยียบตีนผมแล้วครับ”
“อุ๊ย! ขอโทษทีพ่อหนุ่ม... ลุงนึกว่าขวดเปล่า”
ที่นี่คือโรงพยาบาลประชาชนประจำเมือง และเขาก็กำลังป่วยหนัก
เป็นโรคร้ายระยะสุดท้าย ถังแตก แถมยังเป็นเด็กกำพร้าอีกต่างหาก
ชีวิตนี้เหมือนโดนพระเจ้าสาปแช่ง รวบรวมบัฟด้านลบมาใส่ตัวจนล้นหลอด เย่ชวนหมดอาลัยตายอยากกับอนาคต ถึงขั้นคิดว่าการมีชีวิตอยู่มันก็ดี แต่ถ้าจะตายห่าไปเลยก็ไม่ได้แย่อะไร ส่วนเรื่องจะให้ฮึดสู้เริ่มชีวิตใหม่บอกเลยว่าไม่มีปัญญา
ถ้าจะถามว่าชีวิตบัดซบนี้ยังเหลือสมบัติอะไรติดตัวบ้าง ก็คงมีแค่ที่ดินมรดกผืนหนึ่งที่มีขนาดพอใช้ได้
แต่มันดันเป็นที่ดินตาบอดตั้งอยู่ในสลัมท้ายซอย ห่างไกลความเจริญชนิดที่นั่งรถเมล์จนตูดบาน จะปล่อยเช่าก็ยาก จะขึ้นค่าเช่าก็ฝันไปเถอะ ส่วนเรื่องขายทิ้งน่ะเหรอ... อย่าว่าแต่ราคาถูกเหมือนแจกฟรีเลย นั่นมันเป็นซุกหัวนอนที่สุดท้ายของเขาในเมืองศิวิไลซ์จอมปลอมแห่งนี้แล้ว
ชายหนุ่มกำใบรับรองแพทย์ในมือแน่นก่อนจะส่ายหัวอย่างปลงตก แล้วเดินคอตกออกจากโรงพยาบาล
เย่ชวนลากสังขารขึ้นรถเมล์ หาที่นั่งว่างได้ปุ๊บก็หยิบมือถือขึ้นมาไถแก้เซ็ง แต่จู่ๆ หน้าจอก็เด้งหน้าต่างประหลาดขึ้นมา
【แอปพลิเคชันเจ้าของหอพักต่างมิติ ติดตั้งเสร็จสิ้นโดยไม่สนความเสี่ยง】
【คลิกสิ แล้วคุณจะรู้】
หน้าต่างป๊อปอัปที่โผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยทำเอาเย่ชวนขมวดคิ้ว เขาพยายามนึกว่าช่วงนี้เผลอไปกดเข้าเว็บแปลกๆ หรือเปล่า ทำไมมือถือถึงเหมือนโดนไวรัสแดกแบบนี้
ไม่น่าใช่ เว็บโป๊เจ้าประจำที่เขาเข้าบ่อยๆ ระบบป้องกันแน่นหนาจะตายไป
คิดได้ดังนั้นเขาก็กดค้างที่ไอคอนแอปประหลาดนั่น แล้วลากมันลงถังขยะทันที
【ถอนการติดตั้งล้มเหลว】
“หือ?” เย่ชวนงงเป็นไก่ตาแตก ไวรัสตัวนี้มันชักจะแน่เกินไปแล้ว ขนาดลบยังลบไม่ออก หน้าด้านหน้าทนอยู่ในเครื่องกูจริงๆ
ไอ้มือถือรุ่นพระเจ้าเหาที่มีเงินเหลือในบัญชีวอลเล็ตแค่สิบกว่าหยวน มึงจะพยายามแฮกไปทำซากอะไรวะ ไอ้แฮกเกอร์ประสาทแดก...
เงินก็ไม่มี เพื่อนในรายชื่อติดต่อก็นับหัวได้ แถมแอปยังลบไม่ออกอีก ด้วยความหมั่นไส้ เย่ชวนเลยตัดสินใจจิ้มเปิดแอปมันขึ้นมาดูให้รู้แล้วรู้รอด
【เจ้าของหอพัก: เย่ชวน】
【สถานะ: ภาวะหัวใจล้มเหลว】
【จำนวนผู้เช่า: 0】
【รายได้ต่อวัน: 0 หยวน】
【ภารกิจมือใหม่: กรุณาหาผู้เช่ารายแรก】
【ผู้เช่ารายใหม่ปรากฏตัวแล้ว】
【รับผู้เช่าใหม่เพื่อรับรางวัลเป็นเงินสด】
“เชี่ย?!”
พอเห็นข้อมูลส่วนตัวของตัวเองโชว์หราอยู่ในแอป เย่ชวนก็ตกใจจนตาแทบถลน ความตื่นเต้นทำเอาเขาไอโขลกๆ จนตัวโยน ทำไมแอปนรกนี่ถึงรู้เรื่องอาการป่วยของเขาได้?
ถึงจะรู้ว่ายุคนี้ข้อมูลส่วนตัวมันรั่วไหลง่ายยิ่งกว่าน้ำประปา แต่มันก็ไม่น่าจะรู้ลึกรู้จริงขนาดนี้ไม่ใช่เรอะ?
“แค่กๆๆๆ!” เสียงไอที่รุนแรงราวกับจะคายปอดออกมาทำให้คนขับรถเมล์ที่กำลังจอดติดไฟแดงต้องหันมามองด้วยความระแวง แกคงกลัวว่าไอ้หนุ่มนี่จะมาชิงตายคาเบาะรถแน่ๆ
เย่ชวนเหลือบมองป้ายข้างทาง เห็นว่าใกล้ถึงจุดหมายแล้ว เขาจึงรีบเก็บมือถือ ปิดปากกลั้นไอ แล้วรีบลงจากรถที่ป้ายถัดไปทันที
ชายหนุ่มเดินลัดเลาะผ่านตรอกซอกซอยของชุมชนแออัด จนกระทั่งมาถึงสุดทางถนนสายเก่า ในที่สุดเขาก็มายืนอยู่หน้า "คฤหาสน์" ของตัวเอง
มันคือตึกแถวสี่ชั้นที่มีสนามหญ้าเล็กๆ หน้าบ้าน ผนังภายนอกปูด้วยกระเบื้องสีขาวด้านที่ผ่านกาลเวลามาอย่างโชกโชน คราบน้ำสีเหลืองอ๋อยไหลย้อยเป็นทางดูสกปรก ส่วนกำแพงรั้วก็เต็มไปด้วยราดำขึ้นเป็นจุดๆ เหมือนคนเป็นโรคผิวหนัง
สภาพแบบนี้ใครมันจะหน้ามืดมาเช่าวะ?
ถ้าเป็นสาวน้อยทวินเทลสไตล์โลลิอาจจะชอบความคลาสสิกแบบนี้ก็ได้มั้ง... ฝันไปเถอะ
น่าเสียดาย ถ้าตึกนี้อยู่ใกล้ตัวเมืองกว่านี้สักหน่อย ชีวิตเขาคงไม่อาภัพขนาดนี้
เย่ชวนส่ายหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่าน หยิบกุญแจออกมาไขประตูรั้วแล้วผลักเข้าไป
ครืดดด—
ทันทีที่เสียงบานพับขึ้นสนิมดังลั่น จู่ๆ เขาก็รู้สึกตาลายวูบวาบ พร้อมกับสัมผัสได้ถึงประกายแสงเย็นเยียบที่พุ่งตรงเข้ามา
เย่ชวนยืนนิ่งค้างเป็นหิน กว่าจะรู้ตัวอีกที ปลายกระบี่คมกริบเย็นเฉียบก็จ่ออยู่ที่ลูกกระเดือกของเขาแล้ว
เจ้าของกระบี่นั้นมีความสูงไล่เลี่ยกับเขา สวมชุดเดรสยาวสีขาวบริสุทธิ์แบบโบราณ คาดเอวด้วยสายรัดลายเมฆที่เน้นให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้า เรือนผมสีดำขลับยาวสลวยดุจน้ำตกทิ้งตัวลงมาคลอเคลียผิวพรรณที่ขาวผ่องออร่าจับยิ่งกว่าหลอดนีออน
ใบหน้านั้นสวยระดับนางฟ้าจำแลง สวยจนเย่ชวนสตั๊นไปหลายวินาที สมองประมวลผลไม่ทัน โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้นที่จ้องมองมาราวกับจะมองทะลุเข้าไปในวิญญาณ
นี่กองถ่ายละครย้อนยุคหลุดออกมาจากช่องไหนเนี่ย?
“เจ้าเป็นคนของสำนักชิงอวิ๋นใช่หรือไม่? บอกข้ามาเดี๋ยวนี้! พวกเจ้าใช้วิชาพิษอันใด เหตุใดพลังตบะของข้าถึงหายไปจนหมดสิ้น!”
แววตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความเย็นชา เป็นความหนาวเหน็บที่แทรกซึมลึกถึงกระดูกดำ เย่ชวนสังเกตเห็นว่าตามร่างกายของเธอมีรอยแผลเต็มไปหมด แม้แต่ที่มุมปากสวยๆ นั่นก็ยังมีเลือดซึมออกมา
“ชิงอวิ๋นชิงใจอะไรของเธอ นี่บ้านฉัน เธอเดินหลงกองถ่ายหรือเปล่าแม่คุณ?” เย่ชวนปัดกระบี่ออกจากคออย่างรำคาญใจ ก่อนจะผลักไอ้ของที่ดูเหมือนพร็อพประกอบฉากนั่นออกไปให้พ้นทาง
“คนยิ่งอารมณ์บ่อจอยอยู่ จะไปถ่ายละครก็ไปที่อื่น แล้วนี่เธอเข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง? เดี๋ยวปั๊ดแจ้งตำรวจจับข้อหาบุกรุกซะเลยนี่!”
หญิงสาวก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ทันใดนั้นร่างกายของเธอก็โซซัดโซเซเหมือนคนเมา ก่อนจะร่วงลงไปกองกับพื้นดัง ตุ้บ แล้วก็นิ่งสนิทไปเลย
“เฮ้ย?!”
เย่ชวนสะดุ้งโหยง ไม่คิดว่าบทจะร่วงก็ร่วงง่ายขนาดนี้ เขารีบหันซ้ายหันขวาด้วยความระแวง กลัวว่าจะเป็นแก๊งต้มตุ๋นหรือพวกนางนกต่อ พอแน่ใจว่าไม่มีกล้องแอบถ่าย เขาก็ย่อตัวลงไปเช็คอาการแม่นางเอกละครคนนี้
แต่พอปลายนิ้วสัมผัสโดนท่อนแขนเนียนนุ่ม เขาก็ต้องชะงัก แผลที่แขนของเธอยังมีเลือดไหลออกมาจริงๆ และดูจากสภาพแล้ว ไม่น่าจะใช่เมคอัพเอฟเฟกต์ราคาถูกแน่ๆ
“นี่เจ็บจริงเหรอวะเนี่ย? ถ่ายละครสมัยนี้มันต้องลงทุนเจ็บตัวขนาดนี้เลยเหรอ?”
เย่ชวนคลำๆ จับๆ อยู่สักพัก ก็ตัดสินใจช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มในท่าเจ้าหญิง แล้วพาเดินเข้าไปในห้องนอน อย่างน้อยตัวเธอก็ยังอุ่นอยู่ จะปล่อยให้นอนตากยุงบนพื้นสกปรกๆ ก็คงดูใจจืดใจดำเกินไปหน่อย
...
เมื่อหญิงสาวรู้สึกตัวตื่นขึ้นอีกครั้ง เธอก็พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงนุ่มนิ่ม ดวงตาคู่สวยกระพริบปริบๆ ก่อนจะค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง เธอก้มลงมองผ้าพันแผลที่ถูกพันไว้อย่างเรียบร้อยบนแขนตัวเอง
รอบกายรายล้อมไปด้วยเฟอร์นิเจอร์หน้าตาประหลาด ทุกอย่างดูแปลกตาไปหมด
แต่สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจที่สุด คือบาดแผลที่เกิดจากแส้โลหิตคำสาปพวกนั้น กลับมีวี่แววว่าจะสมานตัวดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์
“ตื่นแล้วเหรอ?” จังหวะนั้นเย่ชวนเดินเข้ามาในห้องพอดี พอเห็นสาวเจ้านั่งจ้องหน้าตาแป๋ว เขาก็เอ่ยปากทัก
“รีบติดต่อทีมงานกองถ่ายของเธอเถอะ ว่าแต่ฉันไม่ยักกะเคยเห็นหน้าเธอในทีวีเลยนะ สวยระดับนี้ทำไมยังไม่ดังอีก หรือสมัยนี้เขาฮิตแต่พวกหนุ่มหน้ามน?”
หญิงสาวฟังไม่รู้เรื่องสักคำว่าบุรุษตรงหน้ากำลังพ่นวาจาอันใด แต่เมื่อสัมผัสได้ว่าเขาไม่มีเจตนาร้าย นางจึงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มศีรษะลงเล็กน้อย “ขอบใจเจ้ามากที่ยื่นมือเข้าช่วย”
แต่พอนางเงยหน้าขึ้นสบตา สายตาที่ได้รับกลับมาดันเป็นสายตาเวทนาจากเย่ชวน
“บ่นงึมงำอะไรน่ะ อินกับบทไม่เลิกเลยนะแม่คุณ”
เขาขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงด้วยแล้ว จึงโบกมือไล่ “รีบให้คนในกองถ่ายพาไปโรงพยาบาลเถอะ อ้อ แล้วอย่าลืมจ่ายค่าทำขวัญกับค่าเสียเวลาให้ฉันด้วยล่ะ”
หญิงสาวลุกขึ้นยืนประสานมือคารวะ จากนั้นก็รีบสาวเท้าเดินออกไปจากห้อง แขนเสื้อยาวสลวยพลิ้วไหว นางไม่ลืมที่จะคว้ากระบี่สีเงินคู่กายไปด้วย ท่วงท่าสง่างามสมกับเป็นจอมยุทธ์หญิงจริงๆ
“เล่นใหญ่ฉิบหาย สงสัยอนาคตดังระเบิดแน่ อินเนอร์มาเต็มขนาดนี้” เย่ชวนมองตามหลังพลางครุ่นคิด แต่ยังไม่ทันไร เสียงฝีเท้า ตึกตึกตึก ก็ดังกลับมาอีกครั้ง แม่สาวชุดโบราณคนเดิมเดินย้อนกลับมา
แล้วจู่ๆ ร่างของเธอก็เอนไปข้างหลัง หงายท้องตึงล้มตึงลงไปกองตรงหน้าเขาดื้อๆ
เย่ชวน: “?”
เดี๋ยวนะ... นี่เธอติดใจพื้นบ้านฉันหรือไงฟะ?!