- หน้าแรก
- ระบบพรสวรรค์ในโลกของวันพีซ
- บทที่ 28 ท่าเรือโจรสลัด
บทที่ 28 ท่าเรือโจรสลัด
บทที่ 28 ท่าเรือโจรสลัด
หลังจากปลดล็อกพรสวรรค์ก้าวพระจันทร์ (เก็ปโปะ) สำเร็จ แน่นอนว่าโรดส์ก็ต้องลองใช้ดูให้หายคาใจ
แม้ความสามารถจากระบบพรสวรรค์จะมาพร้อมทั้ง “ข้อมูลในสมอง” และ “การเสริมประสิทธิภาพร่างกาย” อยู่แล้ว แต่โรดส์เองก็เป็นพวก “ไม่ได้ลองคือคาใจสุด ๆ !”
เขาผลักประตูห้องพักออก
เดินไปยังราวกั้นตรงระเบียงเรือ ก่อนจะแตะปลายเท้าเบา ๆ แล้วดีดตัวขึ้นไปบนหลังคาห้องโดยไม่ออกแรงมากนัก
โรบินกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะบนดาดฟ้า พอเห็นโรดส์กระโดดขึ้นก็หันมามองแวบหนึ่ง พอเห็นว่าโรดส์ไม่ได้ออกคำสั่งอะไร เธอก็กำลังจะก้มอ่านหนังสือต่อ
แต่ทว่า…
ทันใดนั้นเธอก็เห็นโรดส์ “กระโดดขึ้นฟ้า” พุ่งสูงเกือบเท่าหอคอยสังเกตการณ์บนเสาเรือ
จากนั้นเขาไม่ได้เกาะหรือหยุดแต่กลับ “กระแทกเท้าใส่อากาศ” เหมือนเหยียบพื้นแข็ง
ตึง!
แล้วพุ่งสูงขึ้นอีก
ตึง! ตึง! ตึง!
โรดส์พุ่งสูงขึ้นทีละก้าวราวกับกำลัง “เดินบนบันไดลมที่มองไม่เห็น” แต่ละสเต็ปไม่ได้สูงนัก แต่หลังจากเหยียบต่อเนื่องกว่าสิบสองก้าว เขาก็กลายเป็นจุดดำเล็ก ๆ บนท้องฟ้า
“นั่นมัน… ก้าวพระจันทร์ เหรอคะ?”
โรบินมองภาพนั้นด้วยความทึ่งเล็กน้อย
เธอรู้ดีว่าโรดส์ใช้โซรุได้ และเคยเห็นเขาใช้กายกระดาษ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นเขาใช้ก้าวพระจันทร์
ที่สำคัญเธอไม่เคยรู้เลยว่าโรดส์เรียนวิชาต่อสู้เหนือมนุษย์หกประการมาจากไหน
แม้ทหารเรือจากฐานหลักจะฝึกวิชาต่อสู้เหนือมนุษย์หกประการกันบ้าง แต่คนที่ใช้ ก้าวพระจันทร์ได้จริงนั้นมีน้อยมาก เพราะมันยากกว่าโซรุหลายเท่า
กลางอากาศ
โรดส์ใช้ก้าวพระจันทร์ ต่อเนื่องยี่สิบกว่าครั้ง พุ่งออกจากเรือไปไกลราวสามสิบถึงสี่สิบเมตร ต่อให้แกร่งแค่ไหนขาตอนนี้ก็เริ่มชา ๆ เขาจึงหยุดไว้ก่อน
ก้าวพระจันทร์ไม่ใช่การสร้างพื้นขึ้นมาในอากาศ แต่คือการกระแทกอากาศด้วยกำลังและความเร็วสูงจนมัน “อัดตัวแข็ง” ชั่วคราวให้เหยียบได้
ทั้งกินแรง และควบคุมยากมาก
ปกติโรดส์กระโดดบนพื้นทีเดียวได้สิบเมตรขึ้นไป แต่ตอนใช้ก้าวพระจันทร์กลางอากาศต้องออกแรงสุด ๆ เพื่อเพิ่มความสูงแค่เมตรเดียว
ถ้าไม่ใช่เพราะระบบพรสวรรค์ อัดทั้งความจำและประสิทธิภาพร่างกายให้ครบสูตร เขาคงไม่มีทางขึ้นมาถึงระดับนี้ได้
เขาลอยอยู่สูงราวห้าสิบเมตร มองลงเห็นผืนน้ำและเรือ สายลมกระทบใบหน้า ทำให้เขาเผยรอยยิ้ม
“นั่นมัน… ดินแดนบุปผาใช่มั้ย?”
จากความสูงระดับนี้ เขามองเห็นเงาเกาะจาง ๆ อยู่ปลายขอบฟ้า แสดงว่าอยู่ไม่ไกลแล้ว
หลังมองครู่หนึ่ง โรดส์ก็ลดระดับลงใช้ก้าวพระจันทร์สลับกับการปล่อยตัวตก ก่อนลงมาตั้งหลักบนหลังคาห้องอีกครั้ง
แต่เพราะกะแรงไม่ดี… แคร๊ก!!
หลังคาแผ่นหนึ่งแตกยุบลงเกือบทะลุไปทั้งชิ้น
“แฮ่ม…”
โรดส์กระตุกมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเห็นโรบินเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาประหลาดใจ แต่แล้วเธอก็ทำเป็นไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น และก้มอ่านหนังสือต่อด้วยหน้าตาเรียบเฉยดั่งเดิม
ราวกับบอกว่า…
“ไม่ได้เห็นค่ะ”
โรดส์ลงมาจากหลังคาแล้วสั่งให้พวกช่างประจำเรือช่วยซ่อมทันที จากนั้นก็เดินไปยังดาดฟ้าสูดลมหายใจสองทีก่อนใช้ก้าวพระจันทร์อีกรอบ
สำหรับเขาก้าวพระจันทร์เป็นการฝึกที่ “เหมาะกับช่วงพัฒนา” ที่สุดแล้ว
น้ำหนักบนบกตอนนี้ใช้อะไรฝึกก็ลำบาก
หนักไปเรือพัง…
เบาไปก็ไม่ออกกำลัง
แต่ก้าวพระจันทร์ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ ฝึกหนัก กินแรง แถมยังเพิ่มความคล่องตัว เพอร์เฟกต์สุด ๆ
พวกช่างเรือที่เห็นโรดส์ “เหยียบฟ้า” ถึงกับอ้าปากค้าง บางคนกลัวจนตัวแข็ง บ้างก็เคารพจนไม่กล้ามองหน้า รีบซ่อมหลังคาให้เขาแบบมือไม่หยุดตอกตะปู
ดินแดนบุปผา
นี่คือ “ประเทศโจรสลัด” อย่างแท้จริง และเพราะกษัตริย์ของที่นี่มีสิทธิ์ร่วมประชุม สภาโลก นาวิกโยธินจึงแทบไม่กล้าเหยียบเข้าประเทศนี้
นั่นทำให้เหล่าโจรสลัดจำนวนมากใช้ที่นี่เป็นแหล่งพักพิง แต่ที่นี่ไม่ใช่ว่าจะวุ่นวายไร้กฎหมาย โจรสลัดที่มารวมกันส่วนใหญ่ไม่กล้าก่อเรื่องใหญ่
เพราะ…หัวเหล็กของชินเจา อดีตหัวหน้าฮัปโป เนวี่ ค่าหัวห้าร้อยล้าน อดีตตัวโหดแห่งแกรนด์ไลน์
แม้หัวจะโดนการ์ปชกจนแบนไปแล้ว แต่ถ้าให้ใช้หัวกระแทกกะโหลกโจรสลัดกระจอกพวกนี้… ไม่มีปัญหาเลยซักนิด
ยิ่งไปกว่านั้น..
เฉพาะกองเรือของฮัปโปเนวี่ที่ประจำเวสต์บลู ก็มีทหารนับพัน พวกหัวหน้าหน่วยแต่ละคนยังฝึกฮาคิด้าน “แรงกระแทก” เป็นพื้นฐาน ขนาดระดับเดียวกันขึ้นแกรนด์ไลน์ยังไหว
ดังนั้นแค่พวกที่เหลืออยู่เวสต์บลู ก็พอจะคุมประเทศนี้ได้สบาย
เรือของโจรสลัดโรดส์มือผี ค่อย ๆ เข้าใกล้ท่าเรือของดินแดนบุปผา
“ตามข่าวจริงด้วย… ประเทศโจรสลัดแท้ ๆ เรือโจรสลัดเพียบเลย แถมจอดกันโจ้ง ๆ แบบไม่กลัวใครด้วย”
โรบินเหลือบดูเรือที่จอดเต็มท่า สีหน้าเรียบเฉย แต่ในน้ำเสียงมีแววประหลาดใจเล็กน้อย
โรดส์ยืนข้างเธอ มองไปทางท่าเรือพร้อมรอยยิ้ม
“ในเวสต์บลูมันอาจจะดูแปลก แต่ในแกรนด์ไลน์… ประเทศแบบนี้มีเกลื่อนเลยล่ะ”
“กัปตันเคยไปแกรนด์ไลน์มาคะ?”
โรบินหันมามองอย่างตกใจเล็กน้อย เพราะโทนเสียงโรดส์ตอนพูด… มันเหมือนคนที่ “เห็นมากับตา”
โรดส์ลูบคาง
“อืม… จะว่าเคยก็ได้มั้ง”
เมื่อเรือเข้าใกล้ท่าเรือ เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทันที
ชื่อเสียงของโจรสลัดโรดส์มือผีในเวสต์บลู นั้นดังสะเทือนน้ำสะเทือนฟ้าพอสมควร
โจรสลัดมากมายที่ท่าเรือและตามเรือต่าง ๆ พอเห็นธงของโรดส์ก็ต้องหันมาจ้อง
“นั่นมันเรือของโจรสลัดโรดส์มือผี!”
“ได้ยินมาว่าไม่กี่วันก่อน โรดส์มือผี ฆ่าพลเรือจัตวาเวสต์บลู แล้วค่าหัวขึ้นเป็นหกสิบสี่ล้านเบรี! มากกว่าพวกดาบคู่อีก!”
เหล่าโจรสลัดพึมพำกันระงม
ข่าวลือนาวิกโยธินที่บอกว่า “โรดส์ซุ่มโจมตีพลเรือจัตวา” น่ะ หลอกแค่ประชาชนตาดำ ๆ
มีโจรสลัดคนไหนจะไปยกพวกถล่มนาวิกก่อนล่ะ? มันบ้าบอเกินไป
ทุกคนรู้ดีว่า….
ต้องเป็นนาวิกที่ไล่ล่าโรดส์และโรดส์ที่โคตรเก่งเกินคาด จนพลเรือจัตวาโดนอัดตายคาที่ต่างหาก!
ค่าหัวหกสิบสี่ล้านเบรี มันไม่ได้ “สุ่มเขียนขึ้นมา” แน่นอน
แน่นอนว่า…
ที่ท่าเรือนี้ก็มีพวกที่ไม่กลัวโจรสลัดโรดส์มือผีอยู่ด้วย นั่นคือกองกำลังของดินแดนบุปผา…ฮัปโป เนวี่
“โจรสลัดโรดส์มือผี งั้นเหรอ…”
“วันนี้มีตัวใหญ่เข้าฝั่งแฮะ”
คนของฮัปโปเนวี่มองเรือโจรสลัดโรดส์มือผีเข้ามา พลางสูบบุหรี่ กินเหล้า พูดคุยกันแบบไม่เกรงกลัวอะไรเลย
แม้แต่โจรสลัดระดับค่าหัวแปดสิบถึงหน่งร้อยล้านจากแกรนด์ไลน์ ที่ถอยกลับมาพักยังไม่กล้าก่อเรื่องในประเทศนี้
แล้วโจรสลัดโรดส์มือผี ที่ยังไม่เคยเหยียบ แกรนด์ไลน์ เลย…
จะกล้าไปสู้ฮัปโปเนวี่ได้ยังไงกัน?