- หน้าแรก
- ระบบพรสวรรค์ในโลกของวันพีซ
- บทที่ 7 หากไม่มีทางเลือกอื่น
บทที่ 7 หากไม่มีทางเลือกอื่น
บทที่ 7 หากไม่มีทางเลือกอื่น
เมืองเฮก
เมืองแห่งนี้ดูเหมือนจะเป็นเพียงเมืองธรรมดาเมืองหนึ่ง แต่ความจริงแล้ว… ผู้คนต่างใช้ชีวิตภายใต้ความหวาดกลัวตลอดเวลา
เพราะที่นี่แก๊งคาโปเน่ป้วนเปี้ยนอยู่แทบตลอด ไม่เพียงแต่พวกมันจะสมรู้ร่วมคิดกับทางการท้องถิ่น แต่ยังมีธุรกรรมลับกับทหารเรือบางกลุ่มอีกด้วย
การฆาตกรรม ปล้นสะดม วางเพลิง ล้วนเกิดขึ้นได้โดยไม่มีใครเอาผิดพวกมัน
ส่วนทหารเรือที่นี่...ก็แค่ “ลาดตระเวนให้พอเป็นพิธี”
ใจกลางเมือง
อาคารแห่งหนึ่งตั้งอยู่ตรงจัตุรัสกลางเมือง แม้ภายนอกจะดูเรียบง่ายธรรมดา
แต่ภายในกลับหรูหราโอ่อ่าเหมือนคฤหาสน์ของขุนนาง
ชั้นบนสุดของอาคารในห้องโถงใหญ่ ชายร่างอ้วนสูงในชุดสูทสีดำกำลังนั่งพิงเก้าอี้ ในมือมีเอกสารข่าวกรองฉบับหนึ่งที่ลูกน้องเพิ่งนำมาให้
เขาส่ายหน้าอย่างสมเพช ก่อนจะบ่นออกมาเสียงเย้ยหยัน
“ทหารเรือมันก็ไร้ประโยชน์เหมือนเดิม ล้อมไว้ก่อนล่วงหน้าแท้ ๆ ยังจัดการนักล่าค่าหัวคนเดียวไม่ได้”
เขาคือ คาโปเน่ เลคกี้ หนึ่งในแกนนำระดับสูงของแก๊งคาโปเน่
รับผิดชอบดูแลกิจการโลกมืดในทะเลแถบนี้
ข้าง ๆ เขา มีชายสวมสูทดำอีกคน สวมแว่น พูดเสียงเข้มว่า
“บางที ‘โรดส์มือผี’ อาจจะแข็งแกร่งกว่าที่คิดครับท่าน ท่านคิดว่า... มันจะกระทบถึงเราไหม?”
เลคกี้หรี่ตาลง แล้วหัวเราะเบา ๆ
“แล้วไงล่ะ? ฉันเคยตรวจสอบประวัติไอ้หมอนั่นมาแล้ว มันทำงานคนเดียวตลอด เป็นพวกสันโดษ คิดว่าแค่มาคนเดียวจะล้มโลกทั้งใบได้เรอะ?
ถึงมันจะปะทะกับฐานทัพเรือโดยตรง ฉันก็ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าฝ่ายไหนจะแพ้!”
เขาหยิบแก้วไวน์แดงขึ้นมา… แต่ยังไม่ทันได้จิบ
ตูมมม!!
เสียงระเบิดเบื้องล่างดังก้อง ทำเอาอาคารทั้งหลังสั่นสะเทือน
ไวน์ในมือกระเซ็นใส่เสื้อเต็ม ๆ
“บัดซบ!! เกิดอะไรขึ้น?!!”
เลคกี้ลุกพรวดด้วยความโมโหสุดขีด
“บะ..บอสเลคกี้! แย่แล้วครับ! มีคนบุกเข้ามา!”
ลูกน้องคนหนึ่งวิ่งพรวดเข้ามารายงาน สีหน้าตื่นตระหนกราวเห็นผี
บรรยากาศในห้องแปรเปลี่ยนทันที สาวใช้ที่กำลังใช้ผ้าเช็ดไวน์ที่เสื้อของเลคกี้ก็ถึงกับมือสั่น
“ใครมันกล้าบุกเข้ามา? ทหารเรือรึ? หรือไอ้พวกแก๊งโดเปอร์?!
ทำไมถึงไม่มีใครรายงานอะไรเลย?!”
“ไม..ไม่ใช่ทหารเรือครับ... ไม่ใช่แก๊งโดเปอร์ด้วย... เป็นโรดส์มือผี! เขาบุกเข้ามาคนเดียว!”
เลคกี้เบิกตากว้าง
“ห๊า?! แค่มาคนเดียว?! แล้วพวกแกมัวทำอะไรอยู่?! รออะไร?! ฆ่ามันซะ!!”
ทันใดนั้นเอง…
ปัง!!!
ประตูไม้โอ๊คสีแดงด้านหน้าห้องระเบิดกระจุย เศษไม้ปลิวว่อนกลางอากาศ
ร่างหนึ่งก้าวเดินเข้ามาอย่างช้า ๆ
“ใครคือ... คาโปเน่ เลคกี้?”
โรดส์ยืนอยู่ตรงประตู เสื้อผ้าเขามอมแมมจากการเดินทางและการต่อสู้
แต่ดวงตานิ่งเย็นของเขา... กลับทำให้ทุกคนในห้องรู้สึกราวกับตกลงไปในขุมนรกน้ำแข็ง
ทุกคนในห้องมองไปยังเลคกี้
โรดส์จึงเบนสายตาตาม
“เรื่องที่เมืองทาร์โร… เป็นฝีมือแกใช่ไหม?”
น้ำเสียงเขาราบเรียบไร้อารมณ์ใด ๆ
เลคกี้แม้จะตกใจในตอนแรก แต่ด้วยความเป็นแกนนำระดับสูงของแก๊ง
เขาตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว
“แล้วไงล่ะ?”
ทันใดนั้นลูกน้องนับสิบคนของแก๊งคาโปเน่ก็พากันกรูกันเข้ามา จนทางเดินหน้าห้องแน่นขนัด
“ดี… แสดงว่าข้ามาถูกที่แล้ว”
โรดส์ไม่สนใจคนพวกนั้นแม้แต่น้อย เพียงแค่สะบัดข้อมือ ดึงปืนออกแล้วยิงรัว 6 นัดต่อเนื่อง ลูกน้อง 6 คนล้มลงทันที!
จากนั้นเขาโยนปืนทิ้ง พุ่งตรงไปหาเลคกี้ทันที
เขาไม่คิดจะเสียเวลา เพราะหากปล่อยให้พวกมันล้อมเขา จะกลายเป็นสถานการณ์ไม่ดีทันที
“อย่ามั่นใจเกินไปนัก เด็กน้อย!”
เลคกี้ชักปืนคู่ขึ้นมายิงตอบโต้ทันควัน
แต่โรดส์ใช้โซรุพุ่งหลบไปด้านข้าง หลบกระสุนทั้งหมดอย่างแม่นยำ!
“ให้ตายเถอะ!!”เลคกี้สบถ
เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะหลบกระสุนได้ในระยะประชิด
เมื่อกระสุนหมด เขาชักดาบยาวออกจากเอว ฟาดใส่โรดส์ที่กำลังพุ่งเข้ามา
แต่โรดส์ไม่หลบ ไม่ชักดาบ กำหมัดแล้วต่อยใส่ดาบโดยตรง!
ฟึ่บ!
กำปั้นของเขาห่อหุ้มด้วยพลังบิดเบือนของผลปีศาจ ไม่ใช่ฮาคิแต่เป็นพลังจากการอัปเลเวลผลบิดเบือนถึงระดับ 75
พลังนั้นเหมือนอากาศที่บิดเบี้ยวอยู่เหนือเปลวไฟ ใส โปร่งและอันตรายสุดขั้ว
แม้จะยังยิงพลังนี้ระยะไกลไม่ได้ แต่ตอนนี้เขาสามารถปะทะกับอาวุธได้ด้วยมือเปล่า!
แกร่ก!
ดาบของเลคกี้หยุดกลางอากาศ ราวกับโดน “พลังบางอย่าง” บิดรั้งไว้ ไม่สามารถฟันลงมาได้เลย!
“ผลปีศาจ?!”
เลคกี้หน้าซีด เขาพยายามออกแรงเต็มที่ แต่ดาบของเขากลับ...
บิด! หัก! พัง!!
เสียงเหล็กบิดตัวดังกึกก้อง จนในที่สุดดาบทั้งเล่มกลายเป็นเศษเหล็กบิดเป็นเกลียว!
โรดส์ยื่นมือไปข้างหน้า คว้าดาบบิดๆ มาขยำจนเป็นลูกเหล็กกลม ๆ แล้วขว้างใส่หัวลูกน้องที่วิ่งมาตายทันที!
“แ.แก…”
เลคกี้เริ่มหวาดกลัว เขาถอยหลังเตรียมหนีออกทางหน้าต่าง
แต่โรดส์คว้าคอเสื้อเขาได้ก่อน
“สั่งลูกน้องของแกให้ออกไปซะ”
โรดส์พูดเสียงเย็น
เลคกี้ผ่านสนามรบมามากมาย แต่ไม่เคยมีครั้งไหน…ที่ถูกใคร “บุกเดี่ยว” เข้ามาถึงถิ่นและโดนบีบจนจนตรอกขนาดนี้
เมื่อรู้ว่าเขาสู้ไม่ได้แน่ เขาจึงตะโกนสุดเสียง
“ห้ามเข้ามา! ทุกคนออกไปเดี๋ยวนี้!!”
ลูกน้องมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนจะทยอยกันเดินออกไปทีละคน
โรดส์มองไปยังประตู ก่อนจะหันกลับมาจ้องเลคกี้ที่ยังถูกตรึงอยู่กับผนัง
“ตอนนี้… ไม่มีใครรบกวนเราแล้ว”
“แ.แก...จะเอาอะไร? ถ้าอยากได้เงิน...ฉันให้ได้!”
เลคกี้เสนออย่างรวดเร็ว เพราะคิดว่าโรดส์ก็แค่พวกนักล่าค่าหัวทั่วไปเห็นแก่เงิน
“ไม่ ฉันไม่ได้สนใจเงิน”
โรดส์ส่ายหน้าแล้วดึงกระดาษและอุปกรณ์บันทึกเสียงออกจากกระเป๋า โยนใส่พื้น
“ฉันไม่ชอบถูกใส่ร้าย เหตุการณ์เมืองทาร์โร ฉันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ฉันต้องการให้แก ‘พูดความจริง’ แล้วแจ้งไปยังทหารเรือ”
เลคกี้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเยาะเบา ๆ
“งั้นเหรอ… แผนของแกคือแบบนี้เองสินะ เสียใจด้วย ถึงฉันจะอยากช่วยก็ช่วยไม่ได้ เพราะ... เรื่องนี้มันไม่ใช่ฝีมือของฉัน”
“ไม่ใช่ฝีมือของแก?”
โรดส์ขมวดคิ้วทันที
เลคกี้ยิ้มเย็น แล้วพูดว่า “อยากรู้ว่าใครใส่ร้ายแกงั้นเหรอ?ฉันบอกให้... อ๊ากกกก!!!”
ยังพูดไม่จบดี แขนของเขาก็ถูกบิดเป็นมุมประหลาด เสียงฉีกกล้ามเนื้อดังขึ้นอย่างน่าขนลุก!
“ใคร?”
โรดส์ถามเสียงเรียบ
“แ..แก...ไอ้ชาติ..!”
เลคกี้กัดฟันจะด่ากลับ แต่พอเห็นดวงตาเยือกเย็นของโรดส์ คำพูดก็กลืนหายไปในลำคอ
สุดท้าย…เขาก็ยอม
“เป็น… รองผู้พันไลก้า! เขาเป็นคนเสนอแผนนี้! ทหารเรือเป็นคนลงมือทั้งหมด! ไม่เกี่ยวกับฉัน!”
เงียบกริบ
“ทหารเรือ... รองผู้พัน ไลก้า…”
โรดส์พึมพำ สีหน้าเย็นชาจนแทบไร้ชีวิต
ทันใดนั้นเขาสะบัดข้อมืออีกครั้ง
แกร่กกก!!
แขนอีกข้างของเลคกี้บิดเป็นเกลียว เลือดสาดกระเซ็น
“ฉันอยากได้ความจริง”
“แ..แก๊!! ไอ้เวร!! ฉันบอกความจริงไปแล้ว!!”
“อย่างนั้นเหรอ?”
โรดส์กดมือลงอีก เลือดเนื้อเละเทะกระจายเต็มพื้น
ในที่สุด...เขาหยุด
“ดูเหมือนเขาจะพูดจริง…”
โรดส์ถอนมือ ถอยออกจากซากร่างของเลคกี้เดินมาหยุดตรงหน้าต่าง
มองทะเลสีครามเบื้องหน้า ดวงตาเขาเต็มไปด้วยความคิด
เขาสงสัยมาตั้งแต่ต้นว่าเรื่องนี้คือแผนของทหารเรือ
เพราะมันมีช่องโหว่มากเกินไป จะจัดฉากให้เขาเป็นคนสังหารหมู่เมือง ถ้าไม่มีคนในทหารเรือช่วยปิดหูปิดตา มันไม่มีทางสำเร็จ
คำถามตอนนี้คือ…
เป็นฝีมือของไลก้าเพียงคนเดียว หรือว่า "ทั้งองค์กร" ของทหารเรือเน่าเฟะไปหมดแล้วกันแน่?
โรดส์ไม่อยากเป็นโจรสลัด ไม่อยากถูกตั้งค่าหัว แต่เขาไม่เคยกลัวการถูกตามล่า!
“ดีมาก... พวกทหารเรือ ทำดีมาก…”
เขายิ้มเย็นและเขาก็ตัดสินใจแล้ว
“ฉันไม่อยากเป็นโจรสลัด แต่ถ้าไม่มีทางเลือกอื่น…”
“งั้นก็ให้โลกนี้พลิกคว่ำไปซะเถอะ!!”