- หน้าแรก
- ข้ามีสมุดบันทึกกรรม ปั้นผลเต๋าสู่ความเป็นเทพ
- บทที่ 6 - ข้ายังไม่ทันออกแรง เจ้าก็ล้มลงแล้ว
บทที่ 6 - ข้ายังไม่ทันออกแรง เจ้าก็ล้มลงแล้ว
บทที่ 6 - ข้ายังไม่ทันออกแรง เจ้าก็ล้มลงแล้ว
บทที่ 6 - ข้ายังไม่ทันออกแรง เจ้าก็ล้มลงแล้ว
ดวงจันทร์ลอยเด่นกลางฟ้า สรรพสิ่งเงียบสงัด บ้านพักศิษย์รอบลานวู่ชวีมีเพียงไม่กี่ห้องที่ยังเปิดไฟสว่าง
ห้องของเจียงหลี คือหนึ่งในนั้น
“หนึ่งเดือนแล้ว”
หยางชงเบิกตากว้างที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย จ้องมองผ่านบานหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ ภายใต้แสงจันทร์นวลผ่อง เขามองตรงไปยังห้องทางขวาหน้า
ตลอดสามสิบคืนเต็ม ไฟในห้องนั้นไม่เคยดับลงเลย หรือว่าเจียงหลีจะแอบรองรับผลเต๋านกฮูก?
เพื่อจับตาดูเจียงหลี เวลาชีวิตของหยางชงจึงกลายเป็นเวลาผี (กลางวันเป็นกลางคืน กลางคืนเป็นกลางวัน) ต้องอดตาหลับขับตานอนมาตลอดหนึ่งเดือน หากไม่ใช่เพราะเขารองรับผลเต๋าทหารสวรรค์ ร่างกายแข็งแกร่งผิดมนุษย์ ป่านนี้คงหัวใจวายตายไปแล้ว
พอนึกถึงความเหนื่อยยากของตน หยางชงก็อดกัดฟันกรอดไม่ได้
และในขณะนั้นเอง ห้องที่ถูกจับตามองมาตลอดสามสิบวันจู่ๆ ก็มีความเคลื่อนไหว
ภายใต้แสงจันทร์ ประตูห้องของเจียงหลีเปิดออกเงียบๆ ร่างหนึ่งเดินออกมา แล้วปิดประตูลงเบาๆ
เจียงหลี! หยางชงเบิกตากว้าง
ภายใต้แสงจันทร์ เป้าหมายที่เขาจดจำได้ขึ้นใจถือกระดาษยาวในมือ หันมองซ้ายขวา ท่าทางลับๆ ล่อๆ แล้วรีบเดินออกจากบริเวณบ้านพักศิษย์
หยางชงคว้ากระบี่ยาวในฝักสีดำข้างกายโดยแทบไม่ต้องคิด เปิดหน้าต่างพลิกตัวออกมาอย่างไร้เสียง แล้วแอบสะกดรอยตามเจียงหลีไปเงียบๆ
เฝ้าดูมาหนึ่งเดือน เจียงหลีไม่ออกจากห้องเลยนอกจากเวลากินดื่มขับถ่าย วันนี้ออกมาทำตัวลับๆ ล่อๆ ต้องมีพิรุธแน่
...... [ออกจากบ้านพักศิษย์ เจียงหลีเดินเลี่ยงไปยังที่เปลี่ยวขึ้นเรื่อยๆ ค่อยๆ อ้อมไปอีกฝั่งของเกาะเฉียวซาน ส่วนคนที่สะกดรอยตามมาข้างหลังก็ติดตามมาตลอดทาง ไม่เคยคลาดสายตา ดูทรงแล้วเป็นมืออาชีพ]
เจียงหลีเดินไปพลางดูบันทึกเหตุปัจจัยไปพลาง ไม่เคยหันกลับไปมอง แต่รู้ความเคลื่อนไหวของคนข้างหลังอย่างทะลุปรุโปร่ง
เขาเดินตามทางเดินอันเงียบสงบเข้าไปในป่าไผ่ แสงจันทร์ถูกใบไผ่บดบัง ทำให้เงาร่างของเจียงหลีดูวูบวาบไม่ชัดเจน
และแล้ว ในชั่วพริบตาหนึ่ง เจียงหลีเร่งฝีเท้ากะทันหัน พุ่งเข้าไปในเงามืด
หยางชงที่อยู่ข้างหลังคลาดสายตา รีบเร่งฝีเท้าตามไป แต่นึกไม่ถึงว่าจะมีเงาสีเขียววูบวาบในความมืดเบื้องหน้า ฝุ่นผงสีขาวเทาสาดกระจายออกมาอาศัยความมืดพรางตา ซัดเข้ามาเต็มหน้า
ธรรมเนียมเดิม เปิดก่อนด้วยปูนขาว เพื่อแสดงความเคารพ
แต่หยางชงดูเหมือนจะคาดการณ์ไว้แล้ว กระบี่ยาวชักออกจากฝักเสียงดังเช้ง ลมกระบี่หวีดหวิว ปราณแปรเปลี่ยนเป็นกระแสลม ม้วนเอาปูนขาวออกไปจนหมดสิ้น จากนั้นปลายกระบี่สั่นระริก แสงเย็นเยียบหลายสายบานสะพรั่งในความมืด ครอบคลุมเงาสีเขียว
‘กระบี่ไว’
เจียงหลีประเมินประเภทเพลงกระบี่ของคู่ต่อสู้ได้ทันที เขาไม่หยุดการพุ่งตัว กระบี่ยาวในมือตวัดเฉียงขึ้น วิถีกระบี่ดูบิดเบี้ยวไร้แบบแผน แต่กลับสกัดกั้นแสงเย็นเยียบเหล่านั้นได้ทั้งหมด
เจียงหลีเข้าใจวิชากระบี่
หรือจะพูดให้ถูกคือ หมัด ฝ่ามือ ดัชนี ขา กรงเล็บ ดาบ กระบี่ และวรยุทธ์แขนงต่างๆ เจียงหลีล้วนฝึกฝนมาหมด วรยุทธ์พื้นฐานทั้งหมดของสำนักติ่งหู เจียงหลีจำได้ขึ้นใจ เพียงแต่ไม่อยากให้คนอื่นเห็นความพิเศษของตน จึงไม่พกอาวุธติดตัว
แก่นแท้ของเพลงกระบี่หอวิวรณ์อยู่ที่การ “มอง” และ “คำนวณ” การวัดตำแหน่ง สภาพแวดล้อม และกระบวนท่าของคู่ต่อสู้คือหัวใจหลัก กระบวนท่ากระบี่เป็นเรื่องรอง นี่ทำให้เจียงหลีฝึกเพลงกระบี่นี้จนชำนาญได้อย่างรวดเร็ว
กระบี่เดียวหยุดยั้งแสงเย็น เจียงหลีไถลตัวไปข้างหน้า มือหนึ่งไพล่หลัง อีกมือถือกระบี่แทงตรง คมกระบี่ที่ผ่านการคำนวณอย่างแม่นยำพุ่งตรงไปยังลำคอของหยางชง
หยางชงรีบตวัดกระบี่กลับ พยายามปัดกระบี่ของเจียงหลี แต่นึกไม่ถึงว่าจังหวะที่กระบี่ทั้งสองสัมผัสกัน แรงสะท้อนอันบริสุทธิ์สายหนึ่งจะระเบิดออกมา เขาที่ควรจะได้เปรียบเรื่องพละกำลังกลับไม่สามารถปัดคมกระบี่ออกไปได้
ทันใดนั้น บนกระบี่ของเจียงหลีพลันมีแสงสว่างวาบ ยันต์แผ่นหนึ่งปรากฏสู่สายตาของหยางชง
ยันต์ปัดเป่าลม
ยันต์บนตัวกระบี่ทำงาน กระแสลมระเบิดออก กระบี่ของหยางชงถูกดีดกลับ ในขณะที่กระบี่ของเจียงหลีพุ่งทะลวงเข้ามา
“หยุดมือ!”
หยางชงตะโกนเสียงต่ำ พลังกดดันที่มองไม่เห็นระเบิดออกมา พร้อมกับดีดตัวหลบอย่างรวดเร็ว
ในนาทีวิกฤต เขาใช้วิชาประจำตัวของผลเต๋าออกมาจนได้
ไม่เหมือนความสามารถของนักพรตที่เน้นไปทางสายซัพพอร์ตและการเติบโต ความสามารถทั้งสองอย่างของผลเต๋าทหารสวรรค์ล้วนช่วยเพิ่มพลังการต่อสู้ หนึ่งคือ [กายาทหารสวรรค์] เสริมความแข็งแกร่งของร่างกายอย่างมาก อีกหนึ่งคือ [ศักดาทหารสวรรค์] ที่ใช้ข่มขวัญผู้อื่น
เวลานี้หยางชงใช้ [ศักดาทหารสวรรค์] ออกมา
ทว่าเจียงหลีมี [คืนสู่ความจริงแท้] ติดตัว จิตใจผ่องใส เสียงตะโกนนี้แม้จะทำให้จิตใจเขาสั่นไหวเล็กน้อย แต่ไม่อาจข่มขวัญเขาได้เลย
คมกระบี่เย็นเฉียบเฉียดผ่านข้างคอหยางชงไปอย่างหวุดหวิด เลือดสีแดงสดซึมออกมา ความเจ็บปวดทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความกลัวตายที่คืบคลานเข้ามา
“อ๊าก!”
เขาร้องลั่นอีกครั้ง พลังศักดาแผ่ขยายไปรอบทิศ ดีดตัวถอยหลัง เพลงกระบี่ร่ายรำอย่างบ้าคลั่ง ลมหมุนวนเชี่ยวกราก พร้อมกับถอยหนีอย่างสุดชีวิต
“คิดจะหนี?”
เจียงหลียิ้มน้อยๆ มือซ้ายสะบัดไปข้างหน้า ยันต์สีเหลืองหกแผ่นพุ่งออกจากแขนเสื้อพร้อมกัน
“หนีพ้นหรือ?”
ยันต์พุ่งเข้าไปในกระแสลม ถูกลมกระบี่หอบม้วนหมุนวน ราวกับนกนางแอ่นบินกลับรัง พุ่งเข้าหาหยางชงจากหกทิศทางพร้อมกัน และถูกแรงลมกดให้แนบติดกับตัวเขา
เพลงกระบี่หอวิวรณ์ทำให้เจียงหลีผสานความสามารถในการทำนายเข้ากับการต่อสู้ แม้มันจะเป็นวรยุทธ์ที่เจียงหลีเลือกมาแทน “หัตถ์เด็ดบุปผา” แต่ประโยชน์ที่มันมอบให้เจียงหลีกลับมากกว่าหัตถ์เด็ดบุปผามากนัก
วิชาคาดเดาศัตรูล่วงหน้าไม่เพียงใช้ได้กับเพลงกระบี่ แต่ยังประยุกต์ใช้ได้กับทุกกระบวนท่า รวมถึงวรยุทธ์และวิชาคาถา
เหมือนในเวลานี้ ผ่านการคำนวณอย่างแม่นยำ เจียงหลีตัดสินผลแพ้ชนะได้ในคราวเดียว
แสงสว่างวาบขึ้นทีละดวง ยันต์ทั้งหมดทำงานพร้อมกัน
“ปัง” เจียงหลีเอ่ยเบาๆ หนึ่งคำ
“บึ้ม!”
ยันต์สายฟ้าอัคคีหกแผ่นระเบิดพร้อมกัน กลุ่มไฟระเบิดออก ซัดร่างหยางชงกระเด็นไปไกลหนึ่งวา กระแทกกับต้นไผ่ขนาดใหญ่ กระอักเลือดออกมาคำโต
คมกระบี่เย็นเฉียบตามติดมาทันที แทงทะลุไหล่ซ้ายของหยางชง ตรึงเขาร่างไว้กับต้นไผ่
“ข้ายังไม่ทันออกแรง เจ้าก็ล้มลงเสียแล้ว”
เจียงหลีกุมด้ามกระบี่ มองดูเชลยของตน กล่าวด้วยความเสียดาย
เพื่อการต่อสู้ในคืนนี้ เขาเตรียมยันต์คุ้มกายลิ่วติงลิ่วเจี่ยมาห้าสิบแผ่น ยันต์ไร้ระดับอีกสองร้อยแผ่น ยัดใส่ในชุดคลุมสีเขียวจนแทบจะไม่มีที่ว่าง
แถมยังจำลองสถานการณ์การต่อสู้ในหัวทั้งก่อนและหลังถึงยี่สิบครั้ง ทำนายซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้แน่ใจว่าจะครอบคลุมทุกความเป็นไปได้ และเตรียมพร้อมสำหรับความล้มเหลว วางแผนเส้นทางหนีไว้ถึงสี่เส้นทาง
ผลลัพธ์คือแค่นี้?
ศัตรูแบบนี้ ทำให้เจียงหลีรู้สึกว่าตัวเองในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเหมือนตัวตลก เขากำลังสู้รบตบมือกับอากาศธาตุ
“ศิษย์พี่ท่านนี้ ท่านทำให้ข้าผิดหวังมากนะ”
เจียงหลีขยับเข้าไปใกล้ จ้องมองดวงตาของอีกฝ่าย “หวังว่าต่อจากนี้ท่านจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังยิ่งกว่าเดิม ไม่อย่างนั้นข้าคงต้องใช้วิธีการที่ทำลายความสัมพันธ์ศิษย์ร่วมสำนักเสียแล้ว”
“ศิษย์น้อง เจ้าพูดเรื่องอะไร? เห็นชัดๆ ว่าเจ้าลอบกัดข้าโดยไม่มีเหตุผล แล้วยังมาพูดจาเพ้อเจ้ออะไรอีก” หยางชงทำหน้าโกรธขึ้ง “รีบปล่อยข้าเดี๋ยวนี้”
ตอนนี้เขาหลุดพ้นจากความกลัวเมื่อครู่แล้ว สติปัญญากลับมาควบคุมสมอง ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้สะกดรอยตาม แถมยังกล่าวหาเจียงหลีกลับ
ยังไงซะ เจียงหลีก็ไม่มีทางฆ่าเขาได้จริงๆ
การที่ศิษย์คนหนึ่งถูกฆ่าในสำนักไม่ใช่เรื่องเล็ก การตายของเขาจะนำมาซึ่งการตรวจสอบอย่างเต็มกำลังของสำนัก ทั้งการทำนาย พลังวิเศษของผลเต๋า วิชาคาถา สารพัดวิธีจะถูกงัดออกมาใช้ คนที่ฆ่าเขาไม่มีทางหนีพ้นความผิด
หยางชงเชื่อว่า เจียงหลีจะไม่ทำเรื่องไร้เหตุผลพรรค์นั้น
น่าเสียดายที่หยางชงไม่รู้ว่า วิธีการบางอย่าง สามารถทำให้คนเรารู้สึกว่า “อยู่มิสู้ตาย”
มาอยู่โลกนี้ได้สองปีครึ่ง เจียงหลีปรับตัวเข้ากับโลกนี้ได้แล้ว จริยธรรมของเขาแตกต่างจากชาติก่อนอย่างมาก มันยืดหยุ่นกว่าเดิมเยอะ
และใครก็ตามที่เป็นภัยต่อชีวิตเขา คือมาตรฐานที่จะทำให้เส้นศีลธรรมขยับขึ้นลง
เจียงหลีต้องการมีชีวิตอยู่ มีชีวิตอยู่ต่อไปเรื่อยๆ เพราะมีเพียงวิธีนี้เท่านั้นถึงจะมีโอกาสก้าวไปถึงระดับหนึ่ง และลองหาทางกลับบ้าน
สำหรับคนที่คุกคามชีวิต เจียงหลีไม่เคยตระหนี่ถี่เหนียวที่จะใช้วิธีการใดๆ ทั้งสิ้น]
[จบแล้ว]