เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 586 – คนที่เป็นจิตวิญญาณของทีม

บทที่ 586 – คนที่เป็นจิตวิญญาณของทีม

บทที่ 586 – คนที่เป็นจิตวิญญาณของทีม


ปืนที่เตรียมไว้ให้ราฟาเอลโดยเฉพาะอยู่บนเรืออีกลำ แต่ในเมื่อเรือลำนี้เป็นเรือขนส่ง ยังไงก็ต้องมีปืนติดเรือไว้บ้าง แค่หยิบมาสักกระบอกเพื่อให้ราฟาเอลใช้ทดสอบได้ก็พอแล้ว

ฝีมือยิงปืนของราฟาเอลก็ไม่เลว เรื่องนี้ไม่ใช่อะไรน่าประหลาดใจเลย สำหรับคนที่เคยผ่านการเป็นทหาร แถมพอปลดประจำการแล้วยังทำแต่งานเกี่ยวกับวงการทหารมาตลอด ถ้าฝีมือยิงปืนห่วยต่างหากถึงจะน่าแปลก

ส่วนของของจริงต้องทิ้งไว้ท้ายสุด ลิตเติ้ลดอนนี่เตรียมของให้ราฟาเอลครบชุด ทั้ง อาร์ดีเอ็กซ์ (RDX) ซีโฟร์ (C4) รวมถึงของจุกจิกอื่น ๆ ที่จำเป็น ครบหมดทุกอย่าง

ซีโฟร์เป็นระเบิดพลาสติกอานุภาพอาจจะน้อยกว่าอาร์ดีเอ็กซ์เล็กน้อย แต่ข้อดีคือมันเหมือนก้อนดินน้ำมัน สามารถปั้นเป็นรูปทรงใดก็ได้ตามต้องการ และเมื่อติดสารเหนียวเข้าไปก็สามารถติดได้ง่ายมากเหมือนหมากฝรั่ง แถมยังมีความปลอดภัยสูงมาก ซีโฟร์จึงเป็นระเบิดที่ถูกใช้งานบ่อยที่สุด

พอวางของทุกชิ้นเรียงไว้ตรงหน้าราฟาเอล เขาก็ใช้เวลาแค่สั้น ๆ ประกอบระเบิดแรงต่ำสามลูกเสร็จเรียบร้อย

แต่บนเรือมันไม่มีอาคารให้ใช้เป็นเป้าให้ลองระเบิดจริง ๆ พอประกอบเสร็จ ราฟาเอลก็มองหน้าเกาหยางแบบลำบากใจ

“จะทดลองยังไงดีครับ?”

เกาหยางชี้ลงไปที่ทะเล

“โยนลงน้ำไปนั่นแหละ พยายามโชว์ให้เราเห็นฝีมือนายให้มากที่สุดก็แล้วกัน”

ราฟาเอลยักไหล่

“ถ้าแบบนั้น…คงโชว์ความสามารถผมได้ไม่เท่าไหร่หรอกครับ”

ถึงจะพูดแบบนั้น เขาก็ยังหยิบระเบิดหลอกทั้งสามลูกโยนลงทะเล แล้วจุดชนวนด้วยตัวจุดระเบิดไฟฟ้า

เสร็จแล้วก็ยังทำหน้ากังวลอยู่ดี

“อันนี้มันง่ายไป ทุกคนก็น่าจะทำกันได้ มันไม่สามารถแสดงให้เห็นหรอกว่าผมมีค่าอะไร”

ทอมมี่หัวเราะหึ ๆ

“โห ฉากคุ้น ๆ เลยนะ ฉันเคยเจอปัญหาเดียวกันเป๊ะ ราฟาเอล นายจะเพิ่มระดับความยากให้ตัวเองก็ได้ ฉันเองก็ทำแบบนั้นเหมือนกัน”

ราฟาเอลทำหน้าเครียด คิดอยู่นานก่อนส่ายหัว

“ความยากของงานระเบิด มันขึ้นกับชนิดของสิ่งปลูกสร้างด้วยนะครับ ไม่ใช่แค่จุดให้ระเบิดมันดังขึ้นมาก็จบ เอ่อ…ถ้างั้น ผมขอเข้าไปดูในครัวกับห้องน้ำบนเรือได้ไหม?”

เกาหยางกางมือ

“ตามสบายเลย ตราบใดที่ไม่ใช่ห้องส่วนตัว นายอยากไปไหนก็ได้”

“ขอบคุณครับ ให้เวลาผมสักหน่อย ราว ๆ ครึ่งชั่วโมงก็พอ”

พูดจบ ราฟาเอลก็รีบวิ่งลงไปในตัวเรือ ทิ้งทุกคนไว้บนดาดฟ้า

ราว ๆ ครึ่งชั่วโมงให้หลัง เขาก็กลับขึ้นมาพร้อมถังพลาสติกหนึ่งใบ

เขาเปิดฝากถังให้ทุกคนดูของข้างใน แล้วยิ้ม

“ผมเอาของบางอย่างจากในครัวกับห้องน้ำมาทำเป็นระเบิดลูกใหญ่ลูกหนึ่ง อานุภาพไม่ถึงกับมหาศาล แต่เสียงนี่ดังสะใจแน่นอน”

เกาหยางถามอย่างสนใจ

“ใช้ของอะไรบ้าง? ใช้วัสดุแบบไหนทำ?”

ราฟาเอลก็เอ่ยชื่อของไม่กี่อย่าง ทั้งหมดคือของธรรมดา ๆ ที่หาได้ในครัวกับห้องน้ำทั่วไป เขาเอาพวกสารเคมีในของใช้ประจำวันเหล่านี้ ผสมกับแป้งเพื่อให้เซ็ตตัว กลายเป็นระเบิดลูกใหญ่ลูกหนึ่ง

พออธิบายขั้นตอนคร่าว ๆ จบ เขาก็หิ้วถังพลาสติกในมือไปโยนลงทะเล แล้วจุดชนวน

เสียงระเบิดที่ตามมา เรียกได้ว่า ‘สั่นสะเทือนทั้งทะเล’ ก็ว่าได้

เกาหยางใช้นิ้วแคะหู ยิ้มกว้าง

“ดังสะใจจริง ๆ …โอเค ตั้งแต่นี้ไป นายถูกนับว่าเป็นคนของหน่วยรบซาตานแล้ว ในฐานะ ‘สมาชิกไม่เป็นทางการ’

“วันที่พวกเราทุกคนเห็นตรงกันว่านายคู่ควร ถึงจะได้เลื่อนเป็นสมาชิกเต็มตัว ตอนนี้มาเข้าเรื่องค่าตอบแทนกันก่อนดีกว่า

“ช่วงทดลองงาน เงินเดือนพื้นฐานเดือนละหนึ่งหมื่นดอลลาร์บวกโบนัส หรือจะไม่เอาเงินเดือนพื้นฐานเลย แล้วมารับส่วนแบ่งกำไรกับส่วนแบ่งของจากสงครามแทนก็ได้

“ด้วยสถานการณ์ของนายตอนนี้ ฉันเห็นใจนายมาก เลยอยากแนะนำให้เลือกแบบที่สอง รับส่วนแบ่งกำไรกับของจากสงคราม แต่ในช่วงทดลองงาน สัดส่วนที่นายได้รับจะยังน้อยหน่อยนะ เลือกเองแล้วกัน”

ราฟาเอลไม่คิดนานเลย

“เงินเดือนพื้นฐานช่วยอะไรปัญหาผมไม่ได้เลยครับ ผมเลือกส่วนแบ่งกำไรกับของจากสงคราม ผมพอรู้สไตล์กับประวัติผลงานของหน่วยซาตานอยู่บ้าง รู้มาว่าต่อให้เป็นหน้าใหม่ก็มีโอกาสได้ส่วนแบ่งก้อนโต

“ในเรื่องนี้ หน่วยทหารรับจ้างซาตานมีชื่อเสียงดีมากครับ”

ทอมมี่หัวเราะแห้ง ๆ

“นายฉลาดกว่าฉันอีก ตัดสินใจเลือกส่วนแบ่งตั้งแต่แรก เชื่อฉันเถอะ นายเลือกทางที่ถูกต้องแล้วแน่นอน”

เกาหยางกลับเกาหัวตัวเองงง ๆ

“เดี๋ยวนะ เรื่องวิธีการแบ่งเงินของเรา ฉันไม่เคยเอาไปเล่าให้คนนอกฟังเลยนี่ แล้วข่าวลือมันหลุดออกไปได้ยังไง?”

ทอมมี่ทำหน้าเก้อ

“หัวหน้า…ผมเคยพูดเรื่องนี้กับคนอื่นเหมือนกัน ขอโทษครับ ถ้าหัวหน้าว่าควรเป็นความลับ ต่อไปผมจะไม่เอาไปพูดกับใครอีก”

บรูซก็หน้าเกร็งตาม

“บอส…ผมเองก็เคยเล่าให้คนอื่นฟังเหมือนกัน เรื่องนี้ต้องปิดไว้ใช่ไหมครับ? ผมไม่ได้บอกตัวเลขจริงนะ แค่บอกว่าตอนนี้มีเจ้านายใจป๋าให้ตามก็เท่านั้นเอง”

ทอมมี่รีบเสริม

“ผมก็เหมือนกัน ไม่เคยบอกตัวเลข ผมรู้ว่าเรื่องนี้เป็นความลับทางธุรกิจ เลยไม่ได้ลงรายละเอียด”

ราฟาเอลลังเลนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดออกมาเบา ๆ

“ผมรู้มาจากอาจารย์ของผมครับ แล้วอาจารย์ก็ได้ยินจากทางกองกำลังทหารรับจ้างทูตสวรรค์อีกที

“อาจารย์บอกว่า ไนท์หัวหน้าทูตสวรรค์ ถึงกับ ‘แนะนำอย่างยิ่ง’ ให้ผมลองพยายามเข้าหน่วยซาตาน เขาบอกว่าหน่วยซาตานมีฝีมือ แข็งแกร่ง สมาชิกไว้ใจได้ทุกคน ที่สำคัญที่สุดคือ ทำเงินได้เยอะ แล้วหัวหน้าหน่วยก็ใจกว้างมาก ๆ

“ผมถูกดึงดูดด้วยคำพูดนี้แหละครับ อืม... เป็นแรงดึงดูดที่รุนแรงมากเลยล่ะครับ”

เกรกลอรอฟหัวเราะเสียงดัง

“เชื่อฉันเถอะ ในฐานะทหารรับจ้างรุ่นเก๋า เคยเป็นทั้งฟรีแลนซ์ ทั้งลูกทีมของไทรเดนต์มาก่อน ฉันยังไม่เคยเห็นหัวหน้าหน่วยไหน ‘ใจป๋า’ เท่าหมอนี่เลย

“ตามแรมไป อย่างน้อยนายจะไม่มีวันต้องมานั่งบ่นว่าเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายร่วมกัน แต่สุดท้ายหัวหน้าหน่วยกวาดทรัพย์ก้อนโตไปกินคนเดียว”

แอนตันก็พยักหน้าตาม

“เกาเป็นคนใจกว้างจริง ๆ เขาดีกับคนรอบ ๆ ตัวมาก ขนาดอยู่ใกล้ ๆ ยังรู้สึกเกรงใจถ้าจะทำตัวงก ๆ ใส่กันเลย อืม... นี่ไม่ใช่คำพูดฉันนะ บ็อบเคยพูดไว้แบบนี้

“เอาเป็นว่า ราฟาเอล นายได้เจ้านายดีแล้วล่ะ”

เกาหยางหัวเราะฮึ

“ทำไมคุย ๆ กันอยู่ดี ๆ กลายเป็นยกหางฉันแบบนี้ เดี๋ยวเขิลนะโว้ย อีกอย่างนะ หมาใหญ่ กระต่าย แล้วก็คางคกนั่น พวกนายเองก็เป็น ‘ผู้ก่อตั้งดั้งเดิม’ ของหน่วยซาตานนะ

“ถ้าจะขอบคุณเจ้านายใจป๋า ก็ต้องนับพวกนายรวมไปด้วยนั่นแหละ”

ฉุ่ยป๋อโบกมือ

“เลิกพูดแบบนั้นเถอะ คนที่รวบพวกเรามารวมกันคือนายนั่นแหละ นายถึงเป็น ‘จิตวิญญาณของทีม’

“ไม่ใช่ว่าฉันอวยนะ ลองให้คนอื่นมาเป็นหัวหน้าหน่วยแทนดูสิ ฉันกล้าฟันธงเลยว่าทีมแตกตั้งนานแล้ว”

ฟลายพูดด้วยน้ำเสียงแน่วแน่

“ผมเข้ากับทุกคนได้ดีนะ ที่ผมจะพูดต่อไปอาจจะฟังแล้วแทงใจบ้างก็ได้ แต่ว่า…ผมพร้อมเป็นทั้งเพื่อนที่ดีที่สุดและสหายร่วมรบที่ดีที่สุดของทุกคน แต่คนเดียวที่ผม ‘ฟังคำสั่ง’ เต็มหัวใจ มีแค่หัวหน้าคนเดียวเท่านั้น!”

ทีมหนึ่งทีม มันยืนได้เพราะคนทั้งทีมช่วยกัน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เกาหยางคือแกนกลางของทุกอย่าง

ตั้งแต่วันแรกที่พวกเขาสี่คนอยากได้เงินค่าจ้างเพิ่ม เลยโพล่งชื่อ “หน่วยทหารรับจ้างซาตาน” ออกมาตอนเซ็นสัญญา แล้วจับมารวมทีมกันแบบแทบไม่ได้คิด จนมาถึงวันนี้

ถ้าขาดสมาชิกคนใดคนหนึ่งไป ทีมก็จะเกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง แต่ถ้าขาดเกาหยาง หน่วยทหารรับจ้างซาตานก็จะไม่เหลืออีกต่อไป ถึงจะมีชื่อ ‘ซาตาน’ อยู่ แต่ ‘วิญญาณของซาตาน’ ก็หายไปแล้ว

ในฐานะคนที่เป็นวิญญาณของทีม เกาหยางสลัก ‘สไตล์ส่วนตัว’ ของเขาไว้ชัดเจนในกองกำลังนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องรูปแบบการรบ แต่แค่บรรยากาศในทีมก็ต่างจากที่อื่นมาก

ในวงการทหารรับจ้าง อาชีพที่เอาชีวิตไปแลกเงิน คนที่ไม่ยึดติดเรื่องเงินแบบเขานี่หาได้ยากจริง ๆ

ทหารประจำการของประเทศรบเพื่อชาติ เพื่อหน้าที่ เพื่อศักดิ์ศรี แต่ทหารรับจ้าง รบเพื่อเงินเท่านั้น

แต่เมื่อในหน่วยมีแกนกลางที่ให้ความสำคัญกับมิตรภาพและคำว่า ร่วมเป็นร่วมตาย มากกว่าตัวเลขเงินในบัญชี เขาก็จะดึงดูดแต่คนที่มีแนวคิดแบบเดียวกันเข้ามา คนที่มองแต่ผลประโยชน์เป็นหลักจะอยู่กับทีมนี้ไม่ได้เองตั้งแต่ต้น

เพราะแบบนั้น หน่วยรบซาตานถึงมีบรรยากาศที่หาได้ยากมากในวงการ

ไม่มีใครในทีมยอมทิ้งกันเพราะเงิน

ขณะที่ปรากฏการณ์ ‘ทีมแตกเพราะส่วนแบ่งไม่ลงตัว’ ถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาในหน่วยอื่น

ในเมื่อทหารรับจ้างรบเพื่อเงิน เวลามีเรื่องผลประโยชน์แล้วเกิดแตกคอกันก็เลยไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร พอเริ่มมีความขุ่นเคืองกันขึ้นในใจ ในสนามรบแค่ไม่เอาปืนไปยิงใส่หลังหัวหน้า หรือใส่หลังเพื่อนร่วมทีมก็ดีถมไปแล้ว แล้วจะให้เอาชีวิตฝากไว้กับคนแบบนั้นได้ยังไง จะให้คนที่ไม่ไว้ใจกันระวังป้องกันหลังให้ได้ยังไง

กลุ่มเล็ก ๆ สองสามคนหรือไม่กี่คนสนิทกันแน่นแฟ้น อันนั้นธรรมดามาก แต่ในฐานะทหารรับจ้าง ถ้าพูดถึงระดับทั้งหน่วยแล้วทุกคนสามารถฝากชีวิตไว้กับกันและกันได้จริง ๆ หน่วยที่ทำได้แบบนี้ นอกจากซาตานแล้ว ก็คงมีแค่กองกำลังทูตสวรรค์อีกหน่วยเท่านั้น

แน่นอนว่า พวกทูตสวรรค์เป็นบ้ากันทั้งทีม เหตุผลที่พวกเขารวมตัวกันตั้งแต่แรกไม่ใช่เพราะเงินอยู่แล้ว เพราะแบบนั้น บรรยากาศในทูตสวรรค์ถึงได้คล้ายกับซาตานในอีกแบบหนึ่ง

คำพูดของฟลายทำให้บรรยากาศในห้องเงียบลงนิดหน่อย สำหรับฟลายแล้ว คนที่ดึงเขาขึ้นมาจากขุมนรกอย่างเป็นรูปธรรมที่สุดก็คือเกาหยาง เขาจึงยอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อเกาหยาง และเขาก็พิสูจน์ให้เห็นด้วยการลงมือจริงมาแล้วหลายครั้ง

ฟลายสนิทกับทุกคนในหน่วย ไม่มีใครสงสัยจุดนี้เลย แต่คนที่สำคัญที่สุดสำหรับเขา ก็ยังมีแค่เกาหยางคนเดียว

เพราะอย่างนั้น พอพูดถึงเกาหยางทีไร ฟลายก็มักจะหลุดพูดอะไรที่ออกจะ “แรง” หน่อยโดยไม่ตั้งใจอยู่เรื่อย แต่คนที่รู้ประวัติของฟลายดีอย่างเกรกลอรอฟกับคนอื่น ๆ ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรอยู่แล้ว

เกาหยางโบกมืออีกครั้ง

“พอเถอะ พวกเราเป็นพวกเดียวกันทั้งนั้น ถึงได้มารวมอยู่ทีมเดียวกัน อย่าไปมัวชมกันเองให้มากความเลย

“เอ้า…ว่าแล้วก็ยังมีอีกคน ไอลีน เรายังไม่ได้คุยเรื่องค่าตัวของเธอเลย ไหน ๆ วันนี้สมาชิกมากันครบพอดี เธอคิดไว้ยังไง? เงื่อนไขเหมือนราฟาเอล เลือกได้เหมือนกัน”

ไอลีนยักไหล่

“ฉันไม่ซีเรียส เอ…งั้นเอาแบบเดียวกับราฟาเอลก็แล้วกัน หัวหน้า แบบนี้ตอนนี้ฉันก็ยังเป็นแค่ ‘สมาชิกไม่เป็นทางการ’ ใช่ไหม?”

เกาหยางยิ้ม

“แน่นอน ยังไม่เป็นทางการ”

ไอลีนส่ายหัวเบา ๆ

“ฉันไม่ชอบคำว่า ‘ไม่เป็นทางการ’ เลย หัวหน้า ถามหน่อยสิว่าฉันต้องทำยังไงถึงจะได้เป็นสมาชิกเต็มตัว?”

เกาหยางชี้ไปยังคนอื่น ๆ

“ก็ง่าย ๆ ถ้าวันไหนที่สมาชิกตัวจริงทุกคนคิดว่าที่เธอแสดงออกมามัน ‘ถึงมาตรฐาน’ แล้ว วันนั้นเธอก็เป็นสมาชิกเต็มตัว

“กฎมันไม่มีอะไรตายตัวหรอก จะว่าไป…บางทีวินาทีถัดไปเธอก็อาจจะได้เป็นสมาชิกเต็มตัวเลยก็ได้ หรือไม่แน่ว่าจนวันที่เธอออกจากหน่วยไป ไม่ว่าจะออกเองหรือโดนไล่ออก ก็อาจจะยังไม่ได้เป็นสมาชิกเต็มตัวเลยก็ได้เหมือนกัน”

ไอลีนกำหมัดแน่น

“ฉันต้องได้เป็นสมาชิกเต็มตัวในเร็ว ๆ นี้แน่ ๆ เชื่อฉันเถอะ…ต้องเร็วมากด้วย”

------

(จบบทที่ 586)

จบบทที่ บทที่ 586 – คนที่เป็นจิตวิญญาณของทีม

คัดลอกลิงก์แล้ว