- หน้าแรก
- หน่วยรบเถื่อน
- บทที่ 540 – ถังไวน์ VS คางคก
บทที่ 540 – ถังไวน์ VS คางคก
บทที่ 540 – ถังไวน์ VS คางคก
ในโคลอมเบีย อีวานอาจจะเรียกได้ว่ามีอำนาจล้นฟ้า แต่รากฐานที่แท้จริงของเขาอยู่ที่บราซิล
ปัจจุบันบราซิลมีสนามบินพลเรือนกว่าเจ็ดร้อยแห่ง ส่วนใหญ่เป็นสนามบินขนาดเล็ก บางส่วนอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทการจัดการโครงสร้างพื้นฐานการบินของบราซิล ส่วนที่เหลือบริหารจัดการโดยเทศบาลท้องถิ่น แต่ก็มีสนามบินจำนวนน้อยมากที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานการบินพลเรือนของบราซิลให้บริหารจัดการโดย บริษัทเอกชน และสนามบินที่เกาหยางและทีมลงจอดก็คือสนามบินเอกชน ซึ่งที่สำคัญที่สุดคือสนามบินนี้เป็นของอีวาน
สนามบินตั้งอยู่ชานเมืองเซาเปาโล ถึงจะเรียกว่าสนามบินเอกชนแต่ที่นี่ก็ไม่เล็กเลย แม้จะมีเพียงรันเวย์เดียว แต่ก็เป็นไปตามมาตรฐาน 4C* สามารถรองรับเครื่องบินขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ขึ้นลงได้ และที่สำคัญที่สุด เมื่อมีสนามบินที่ควบคุมได้เองอย่างสมบูรณ์ อีวานก็จะสะดวกขึ้นมากในการขนส่งสิ่งของใด ๆ ก็ตาม
(*ตามที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization - ICAO) ได้กำหนดไว้ มาตรฐาน 4C คือรันเวย์ที่มีความยาวมากกว่า 1,800 เมตร (ตามเกณฑ์ 4) และสามารถรองรับเครื่องบินที่มีปีกกว้างถึง 36 เมตร (ตามเกณฑ์ C) ตัวอย่างเช่น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (BKK) จัดอยู่ในระดับ 4F ซึ่งเป็นระดับสูงสุด มี 2 รันเวย์ยาว 4,000 เมตร และ 3,700 เมตร (ตรงตามเกณฑ์ 4) สามารถรองรับเครื่องบิน Airbus A-380 ซึ่งมีปีกกว้างถึง 79.8 เมตร (ตรงตามเกณฑ์ F))
นักค้าอาวุธที่สามารถครอบครองสนามบินของตัวเองได้ แม้จะเป็นเพียงสิทธิ์ในการบริหารจัดการ ก็ถือว่าสุดยอดมากแล้ว และนี่ไม่ใช่ผลงานของบิ๊กอีวาน แต่เป็นสิ่งที่อีวานซึ่งตอนแรกดูเหมือนผู้ที่ดูไม่น่าจะพึ่งพาได้สามารถแย่งชิงมาได้ด้วยตัวคนเดียว
เมื่ออีวานบอกเกาหยางอย่างเรียบง่ายว่า สนามบินที่พวกเขากำลังจะลงจอดเป็นของเขา ความประหลาดใจของเกาหยางก็ทำให้เขาหุบปากแทบไม่ลง แน่นอนว่า อีวานกระซิบกับเกาหยางเพียงคนเดียว เพราะเรื่องแบบนี้ไม่ควรให้คนอื่นรู้มากนัก
เมื่อมีสนามบินเป็นของตัวเอง ทุกอย่างก็จัดการได้ง่ายขึ้นมาก แต่เมื่อมาถึงเซาเปาโลแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องแยกทางกันแล้ว
แม้ว่าอีวานจะไม่ได้รับผิดชอบงานบริหารจัดการสนามบินโดยละเอียด แต่ก็มอบหมายให้ผู้จัดการมืออาชีพดูแลกิจการทั้งหมด ทว่า อีวานก็มีสำนักงานของตัวเองที่สนามบิน และเนื่องจากสนามบินมีการขนส่งสินค้าที่ค่อนข้างพิเศษอยู่บ่อยครั้ง อีวานจึงมีห้องพักจำนวนมากพอที่จะจัดเตรียมให้ทุกคนพักอาศัยได้ที่สนามบิน
ตามปกติแล้ว หลังจากลงจากเครื่องบินทุกคนควรจะเข้าสู่พื้นที่พักผ่อนทันที แต่คนของหน่วยทหารรับจ้างทูตสวรรค์ที่ทยอยลงจากเครื่องบินกลับไม่ยอมจากไป แต่ยืนรออยู่ข้างเครื่องบิน
เมื่อเกาหยางลงจากเครื่องบิน ไนท์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็โบกมือให้เกาหยาง แล้วพูดเสียงทุ้ม
"เราได้เดินทางออกจากโคลอมเบียมาถึงบราซิลแล้ว ฉันได้ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาแล้ว ตอนนี้ฉันขอบอกว่าภารกิจนี้สิ้นสุดอย่างเป็นทางการ หวังว่านายคงไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ"
เกาหยางหัวเราะ
"แน่นอนว่าไม่มีข้อโต้แย้ง ฉันพอใจกับการบริการของพวกนายมาก อืม... ขอชมเชยหน่อย พวกนายทำได้ ดีมาก... ดีมากจริง ๆ"
ไนท์พยักหน้าอย่างสงบ
"ยอดเยี่ยม ถ้าอย่างนั้นการเดินทางร่วมกันของเราก็สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ ขอบคุณที่ดูแลเจ้าชาย และกระรอกบิน หากต้องการจ้างงานพวกเรา เชิญโทรมาได้ทุกเมื่อ ขอตัว"
เกาหยางหัวเราะ
"พวกนายจะไปแล้วเหรอ? ออกเดินทางด้วยตัวเองได้ไม่มีปัญหาใช่ไหม?"
ไนท์ยักไหล่ ไม่ตอบคำถามที่ดูโง่เง่าของเกาหยาง เมื่อดีดนิ้วให้ลูกน้องแล้ว ไนท์ก็หันหลังเดินจากไปทันที
เกาหยางตะโกนเสียงดัง
"เฮ้! ไม่คิดจะบอก ‘ลาก่อน’ เลยเหรอ?"
ไนท์หยุดเท้า มองเกาหยางอย่างจริงจัง
"ยินดีต้อนรับการโทรมาจ้างงาน แต่ทางที่ดีอย่าได้เจอกัน เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกว่าพวกนายเป็นกลุ่มคนที่น่าสนใจมากจริง ๆ สำหรับความคิดส่วนตัวของฉันได้เปลี่ยนไปบ้างแล้ว ฉันคิดว่าการกำจัดพวกนายทั้งหมดอาจจะไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก ในเมื่อไม่แน่ใจว่าการพบกันอีกครั้งจะเป็นไปในฐานะมิตรหรือศัตรู ก็ไม่ควรพบกันอีกจะดีกว่า เพราะหากภารกิจทำให้เราทั้งสองฝ่ายต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นศัตรูกัน ฉันก็มีทางเลือกเดียวคือ กำจัดพวกนาย"
เกาหยางทำได้เพียงจำใจ และจำใจ เขาสะบัดมือให้ไนท์
"งั้นก็ไม่ต้องเจอกัน มีเวลาค่อยโทรมานั่งดื่มกาแฟ แต่บนสนามรบอย่าเจอกันเลยจะดีกว่า พวกเรามีความสัมพันธ์ที่ดี ฉันไม่อยากให้เกิดเรื่องไม่ดี ถ้าบังเอิญเจอกันแล้วฉันต้องยิงพวกนายให้ตายไปอีกหลายคน"
เกาหยางรู้ตัวว่าเมื่อพูดกับไนท์ เขาชอบที่จะเหน็บแนมเจ็บ ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ ช่วยไม่ได้ คนอย่างไนท์ ถ้าพูดดี ๆ ก็คือมีหลักการ แต่ถ้าพูดไม่ดีก็คือหัวแข็ง หัวแข็งแบบโง่ ๆ ที่สำคัญคือหลักการที่ไนท์ยึดถือนั้นเป็นสิ่งที่เกาหยางรู้สึกว่ารับไม่ได้ ดังนั้นถ้าไม่กัดเขาบ้าง เกาหยางก็จะรู้สึกคาใจ
ไนท์ไม่สนใจการเหน็บแนมของเกาหยาง ยิ้มเล็กน้อย จากนั้นก็หันหลังเดินจากไป ขณะที่ลูกน้องของเขาอย่าง เซิร์ต และเอริก ซึ่งใช้เวลาอยู่กับเกาหยางไม่น้อย ต่างก็โบกมือให้ก่อนจากไป ในที่สุดก็ถือว่าเป็นการทักทาย
อุลยานอฟเม้มปากมองดูไนท์และทีมเดินจากไป
"เป็นคนแปลก จริง ๆ แต่ก็เป็นคนแปลกที่ ก่งกาจมาก หน่วยทหารรับจ้างทูตสวรรค์ อืม... ต้องยอมรับว่าพวกเขาเก่งกาจจริง ๆ"
เกาหยางหัวเราะอย่างขมขื่น
"ฉันแค่ภาวนาให้ไอ้หมอนี่ไม่มองพวกเราเป็นคู่ต่อสู้ที่ต้องกำจัดก็พอ พวกเขาเป็นบ้า แต่ฉันไม่บ้า การต่อสู้เพื่อการต่อสู้นี่มันพฤติกรรมอะไร? พฤติกรรมโง่ ๆ ที่มีแต่คนบ้าเท่านั้นที่ทำ"
หลังจากพูดอย่างเจ็บแค้นแล้ว เกาหยางก็โบกมือ
"ช่างเขาเถอะ เราพาอีวานเข้าไปพักก่อน แล้วค่อยคุยกันเรื่องที่เราจะเดินทางต่อ"
การมาถึงฐานที่มั่นหลักของอีวานอย่างปลอดภัย แม้จะมีผู้บาดเจ็บหลายคน แต่การฉลองครั้งใหญ่ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ สถานที่จัดงานถูกเตรียมไว้ตั้งแต่ก่อนเครื่องบินลงจอดแล้ว โดยจัดขึ้นในอาคารสำนักงานของสนามบิน ห้องที่ใช้จัดงานนั้นสภาพแวดล้อมอาจจะไม่ดีนัก แต่สิ่งที่เตรียมไว้ล้วนเป็นของชั้นดี เพราะอีวานต้องขอบคุณผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเขา จะให้จัดแบบง่าย ๆ ก็ไม่ได้
อีวานซึ่งไม่สามารถดื่มเหล้าได้ และกินอาหารได้ไม่มากนักก็อยู่ในงานด้วย ส่วนฟลาย ลูซิก้า และเซอร์เกย์ ก็มาเพียงเพื่อเข้าร่วมพิธีเท่านั้น
เมื่อทุกคนนั่งลงเรียบร้อยแล้ว อีวานที่นั่งอยู่บนรถเข็นก็ดูเหมือนอ่อนแอ เขาโบกมือเบา ๆ แล้วพูดเสียงเบา
"ทุกท่าน ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่พวกคุณทำในช่วงเวลานี้ ตอนนี้... ขอให้ดื่มอย่างเต็มที่ ฉันรับรองว่า เมื่อฟื้นตัวแล้ว ฉันจะมาดื่มฉลองกับพวกนายอย่างเต็มที่อีกครั้ง"
อีวานพูดไม่กี่คำก็เหนื่อย และการนั่งรถเข็นก็ทำให้เขาต้องฝืนทนในฐานะเจ้าภาพ หลังจากพูดคำอวยพรสั้น ๆ อีวานก็พูดกับเกาหยาง
"เมื่อมาถึงที่นี่ก็เหมือนมาถึงบ้าน ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยใด ๆ ทั้งสิ้น ฉันรับรองความปลอดภัยให้กับพวกนายอย่างแน่นอน"
หลังจากพูดคุยกันเล็กน้อย อุลยานอฟก็จัดการให้คนพาอีวานออกไปพักผ่อน จากนั้นเขาก็ยกแก้ววอดก้าขึ้น แล้วพูดอย่างฮึกเหิม
"บิ๊กอีวานมอบหมายให้ฉันมาขอบคุณทุกท่านที่อยู่ที่นี่อย่างดีที่สุด ท่านซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่งต่อทุกสิ่งที่พวกนายทำเพื่ออีวาน และอีวานดื่มเหล้าไม่ได้ ฉันจะดื่มแทนเขา มา! แก้วแรกนี้...ชน! วันนี้เราต้องดื่มกันให้เต็มที่!"
"เพื่ออีวาน – ชน!"
ชายชาวรัสเซียกลุ่มหนึ่ง ยกแก้วพร้อมกัน และตะโกนเสียงดัง ขณะที่เกาหยางมองแก้ววอดก้าที่บรรจุไว้เต็มแก้ว ก็หันไปมองฉุ่ยป๋ออย่างเลิ่กลั่ก
แก้ววอดก้าที่ใช้สำหรับดื่มวอดก้าโดยเฉพาะมีชื่อเรียกว่า ล็อกคัพ สามารถบรรจุเครื่องดื่มได้ 180 ถึง 200 มิลลิลิตร หากเกาหยางดื่มแก้วนี้เข้าไป เขาก็แทบจะหมดสภาพแล้ว ถ้าดื่มสองแก้วก็ล้มพับแน่นอน
เมื่อเห็นทุกคนยังรอเขาอยู่ เกาหยางก็จำต้องยกแก้วขึ้น แต่ทันใดนั้น หลี่จินฟางก็พูดอย่างองอาจ
"แรม บาดเจ็บและยังไม่หายดี เขาจึงดื่มมากไม่ได้ กระต่าย ซี่โครงบาดเจ็บ ก็ดื่มมากไม่ได้เช่นกัน เอาล่ะ ผู้บาดเจ็บดื่มน้อยหน่อย ผู้ที่ดื่มได้ก็ดื่มเยอะหน่อย พวกเรา ชนแก้ว!"
หลี่จินฟางพูดอย่างองอาจ และดื่มเหล้าอย่างองอาจเช่นกัน วอดก้าแก้วใหญ่ถูกดื่มหมดในอึกเดียว ชายชาวรัสเซียอีกคนก็ดื่มหมดแก้วเช่นกัน ชาวรัสเซียรักการดื่มเหล้า ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะคอแข็ง ปริมาณการดื่มมีมากบ้างน้อยบ้าง หลังจากหมดแก้วนี้ ใบหน้าของบางคนก็เริ่มแดงก่ำทันที
หลังจากดื่มหมดแก้ว ซามูเอลก็คว้าขวดวอดก้ามาเทให้ตัวเองทันที จากนั้นตะโกนเสียงดัง
"ชนแก้วให้กับหน่วยทหารรับจ้างซาตาน!"
เสียงตะโกนจบลง ก็หมดไปอีกแก้วหนึ่ง เมื่อรินเหล้าเพิ่ม อุลยานอฟก็ไอเบา ๆ แล้วพูดว่า
"ชนแก้วให้อันโตนอฟ ผู้ล่วงลับ!"
"ชนแก้วให้ผู้บาดเจ็บทุกคน! เพื่อน ๆ ขอให้หายเร็ววัน!"
การเทดื่มแต่ละครั้งคือวอดก้าเต็มแก้ว หลังจากดื่มไปสี่แก้วติดกัน ใบหน้าของอุลยานอฟก็แดงก่ำ และเริ่มพูดติดอ่าง เขายืนขึ้นอีกครั้ง ตะโกนเสียงดัง
"ฉันขอเสนอให้พวกเรา ชนแก้วให้กับแรม เขาคือเพื่อนที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา พลซุ่มยิงที่ดีที่สุด อืม... เขาคือหัวหน้าหน่วยทหารรับจ้างที่ดีที่สุดด้วย!"
หลังจากเสียงโห่ร้องตอบรับดังสนั่น ทุกคนก็ดื่มเหล้าเต็มแก้วนี้เข้าไป คราวนี้แม้แต่ฉุ่ยป๋อ และทอมมี่ ที่พยายามเลี่ยงการดื่มหมดแก้วมาตลอดก็ยังต้องดื่มจนหมด
หลังจากดื่มหมดไปอีกรอบ คนที่เข้าร่วมการต่อสู้มาโดยตลอดในทีมของอีวานก็แทบจะไม่มีใครยืนอยู่ได้แล้ว
อุลยานอฟหน้าแดงก่ำ ยืนโซเซ พูดไม่ชัด เขาถือแก้วเหล้าไปทางบรูซว่า
"ฉันขอเสนอให้ขอบคุณ หลอดทดลอง ถ้าไม่มีเขา ความพยายามของเราทั้งหมดก็จะไร้ผล เขาช่วยชีวิตอีวานไว้ได้ เขาคือแพทย์ทหารที่ดีที่สุด และก็มี... แอนดี้ เหอ นายคือหมอศัลยแพทย์ที่ดีที่สุด พวกเรา ชนแก้ว!"
ระหว่างที่ตะโกนว่าชนแก้ว อุลยานอฟก็ล้มครืนลงไปใต้โต๊ะ ขณะที่ทุกคนที่ตอบรับ หลังจากดื่มเหล้าอีกแก้ว ก็ล้มตามกันไปอีกหลายคน
ไม่ได้กินอะไรเลย แต่ดื่มอึกเดียวหมดแก้วติดต่อกัน ภายในเวลาไม่ถึงห้านาที มีวอดก้าลงท้องไปแล้วอย่างน้อย ประมาณ 1,000 มิลลิลิตร มีคนที่ยืนหยัดอยู่ได้เหลืออยู่ไม่กี่คนจริง ๆ
ไม่นับรวมเกาหยางและคนอื่น ๆ ที่พยายามจะเลี่ยงการดื่มให้มากที่สุด คนที่ยังดื่มอยู่แต่ดูเหมือนจะยังไม่เป็นอะไรเลยก็เหลือแค่หลี่จินฟาง กับซามูเอลเท่านั้น ในเวลานี้เกาหยางก็พลันนึกขึ้นได้ว่า ฉายาของซามูเอลคือถังไวน์
ในขณะนั้นเอง เกรกลอรอฟที่ยังคงยืนโซเซอยู่ ก็ดึงตัวหลี่จินฟางที่อยู่ข้าง ๆ ไว้ แล้วกระซิบว่า
"คางคก ขอมอบภารกิจที่สำคัญยิ่งให้แก เมื่ออยู่กับชาวรัสเซีย แกสามารถยอมแพ้ได้ในทุกสนาม แต่ห้ามยอมแพ้ในการดื่มเหล้าเด็ดขาด ดื่มโค่นซามูเอลลงให้ได้ ให้พวกเขารู้ว่าแม้แต่ในสนามดื่ม ซาตานก็ยังเก่งที่สุด จัดการ 'ถังไวน์' ซะ! มันขึ้นอยู่กับแกแล้ว!"
------
(จบบทที่ 540)