เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 510 – บทเรียนที่เจ็บปวดของหลี่จินฟาง (ตอนพิเศษ)

บทที่ 510 – บทเรียนที่เจ็บปวดของหลี่จินฟาง (ตอนพิเศษ)

บทที่ 510 – บทเรียนที่เจ็บปวดของหลี่จินฟาง (ตอนพิเศษ)


กลางดึกในค่ายที่ยึดจากพ่อค้ายา

เสียงเครื่องปั่นไฟดังแผ่วเบา คล้ายลมหายใจของใครสักคนที่กำลังจะหลับแต่ยังไม่หลับสนิท

เสียงแมลงกลางป่าดังต่อเนื่องเหมือนดนตรีประกอบของความเงียบ

หลี่จินฟางนั่งพิงกำแพงไม้เก่า ๆ ที่มีกลิ่นยางไม้ผสมกลิ่นเหล็กและฝุ่นดิน เขายกขาข้างหนึ่งพาดไว้กับอีกข้าง ปืนพาดอยู่ข้างตัว นิ้วมือยังรู้สึกถึงความเย็นแข็งของไกปืนที่เพิ่งปล่อยไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน

กลิ่นดิน กลิ่นเลือด กลิ่นดินปืน ยังคงอยู่ในโพรงจมูก

เขาอาบน้ำแล้ว แต่บางกลิ่นมันไม่ใช่สิ่งที่อยู่บนผิว

มันซึมเข้าไปข้างใน... อยู่ในหัวของเขา... อยู่ในใจของเขา

---

‘นายยิงคนที่ยกมือขึ้นแล้ว…’

เสียงในหัวของเขาดังก้องซ้ำ ๆ

หลี่จินฟางหลับตา ภาพเหล่านั้นก็กลับมาทันที

ชายค้ายาคนหนึ่งยกมือขึ้นทั้งสองข้าง สายตาเต็มไปด้วยความกลัว และความว่างเปล่า

แสงไฟจากหลอดนีออนกระพริบเหนือศีรษะสะท้อนบนลูกตาเขา ก่อนกระสุนจะทะลุร่างไปในเสี้ยววินาที

เขาจำได้ดี นิ้วของตัวเองสั่นเล็กน้อยตอนนั้น แต่ก็ไม่ได้หยุด

เขาเคยเป็นทหาร เคยฝึก เคยผ่านสนามรบ แต่เขาเชื่อใน ‘กฎแห่งสงคราม’

ยอมจำนนแล้ว – ไม่ยิง

มันเป็นหลักที่ถูกปลูกฝังตั้งแต่วันแรกที่สวมเครื่องแบบ แต่วันนี้…

วันนี้เขาไม่ได้อยู่ในกองทัพอีกต่อไป

ไม่มีธงให้เคารพ ไม่มีคำสาบาน ไม่มีอะไรจะอ้างความชอบธรรม

---

‘อย่าคิดมาก มันเป็นคำสั่ง’

เขาพยายามบอกตัวเองแบบนั้น ทว่าคำพูดของไนท์ หัวหน้าหน่วยจู่โจม ยังดังก้องในความจำ

‘อย่าจับเชลย – พวกเราก็ไม่มีสิทธิ์จะเป็นเชลยเหมือนกัน’

มันฟังดูสมเหตุสมผล

แต่ก็แค่ ฟังดูสมเหตุสมผลเท่านั้น

---

เขาจุดบุหรี่ สูบเข้าเต็มปอด ไอควันสีเทาลอยขึ้นอย่างเชื่องช้า

ไฟแดงเล็ก ๆ ที่ปลายมวนสะท้อนในดวงตา เหมือนจุดไฟแห่งบาปอีกดวงในใจ

ควันร้อนแล่นผ่านลำคอ เหมือนจะชะล้างอะไรบางอย่าง

แต่ไม่เลย มันไม่ได้ล้างอะไรได้จริง ๆ

หลี่จินฟางไม่กลัวตาย ไม่กลัวการต่อสู้

สิ่งที่เขากลัว – คือวันที่เขาเริ่ม เลิกแยกแยะความเป็นมนุษย์

ตอนนี้ เขาไม่แน่ใจแล้ว ว่าตัวเองต่างจากพวกค้ายาที่นอนเรียงรายอยู่ในหลุมนั่นตรงไหน

บางที…

ต่างกันแค่ ‘ใครลั่นไกก่อน’ ก็เท่านั้น

---

เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังจากอีกฟาก เกาหยางเดินมาพร้อมไฟฉายในมือ ลำแสงสะท้อนผ่านควันบุหรี่เป็นเส้นสว่าง

เขาหยุดห่างออกไปไม่กี่ก้าว

“นอนไม่หลับเหรอ?”

หลี่จินฟางไม่หันไปมอง

“ก็แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย”

“อย่าคิดมาก มันคือสงคราม”

“สงครามเหรอ…” หลี่จินฟางหัวเราะเบา ๆ เสียงเหมือนฝืดคอ

“แต่พวกมันไม่ได้ยิงเราสักนัดเดียว”

เกาหยางเงียบไปครู่ ก่อนพูดเสียงเรียบ

“เพราะพวกนั้นเคยฆ่าคนมาก่อน ถึงตอนนี้จะวางปืน แต่มันไม่อาจลบล้างสิ่งที่ทำได้”

“แล้วเรา?” หลี่จินฟางหันมามองตรง ๆ

“เราก็เคยฆ่าเหมือนกัน ต่อให้วันนี้เราหยุดยิง มันก็ลบล้างไม่ได้เหมือนกัน ใช่ไหม?”

คำถามนั้นเหมือนคมมีด

เกาหยางไม่ตอบ เพียงมองหน้าหลี่จินฟางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันหลังเดินจากไปเงียบ ๆ

เหลือไว้เพียงเสียงเครื่องปั่นไฟสั่นเบา ๆ และควันบุหรี่ที่ยังคงหมุนวนอยู่ในความมืด

---

หลี่จินฟางมองขึ้นไปบนฟ้า – เห็นเพียงเงาใบไม้ที่บดบังทุกอย่าง

“ถ้ามีพระเจ้าจริง…” เขาพึมพำกับตัวเอง

“…คงต้องมีนรกไว้ให้พวกเราแน่ ๆ”

เขาดับบุหรี่ด้วยปลายนิ้ว เสียงลั่น เอี๊ยด บนไม้พื้น

เอนหัวพิงผนัง หลับตา

แต่ในความมืดนั้น เสียงปืนยังดังอยู่

ปัง… ปัง… ปัง…

วนซ้ำไปมาอยู่ในหัว – ไม่รู้จบ

---

รุ่งเช้า

แสงอาทิตย์ส่องลอดผ่านใบไม้ลงมาเป็นลายจาง ๆ บนพื้น

ค่ายยังเงียบ ทุกคนเพลียเกินกว่าจะพูด

หลี่จินฟางเดินออกจากกระท่อม สูดกลิ่นอากาศที่ปนกลิ่นควันจากครัว

กลิ่นแป้งเผา ๆ และเสียงกระทะดัง ฉ่า มาจากอีกฟาก เขาเดินไปตามกลิ่นนั้น

ฉุ่ยป๋อกำลังยืนหน้าเตา ร่างเล็ก ๆ สวมผ้ากันเปื้อนที่เปรอะไปด้วยแป้งขาว

หน้าเขามันเยิ้มแต่มีรอยยิ้มอยู่มุมปาก

“เช้านี้พิเศษนะพี่ฟาง – ไข่คนกับแป้งนวดมือฝีมือฉันเอง”

หลี่จินฟางมองเขาเงียบ ๆ

“เมื่อคืนไม่ได้นอน?”

“จะนอนได้ไง คนครึ่งค่ายบาดเจ็บ อีกครึ่งกังวลว่าจะมีใครบุก นายก็รู้”

ฉุ่ยป๋อพูดไปพลิกแผ่นแป้งไป พลางหัวเราะเบา ๆ

“ทำอาหารนี่แหละวิธีเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนยังมีชีวิตอยู่”

หลี่จินฟางเงียบไปนาน ก่อนจะเอ่ยช้า ๆ

“นายคิดว่าเรายังเป็นคนดีอยู่ไหม?”

ฉุ่ยป๋อหันมามองเขาเต็มตา

“คนดีเหรอ… พี่ฟาง เราอยู่ที่นี่ ไม่มีใคร ‘ดี’ ได้หรอก”

เขาหยุดไปนิด ก่อนพูดต่อ

“แต่เรายังเลือกได้ว่าจะ ‘เลวแบบไหน’ แค่นั้นเอง”

เสียงไข่กระทบกระทะดังแผ่ว แล้วกลิ่นหอมของน้ำมันลอยขึ้นในอากาศ

หลี่จินฟางมองดูภาพตรงหน้า – ความเรียบง่าย ความอุ่นเล็ก ๆ ที่ไม่คิดว่าจะเจอในป่าแห่งนี้

“เลวแบบที่ยังรู้สึกว่าตัวเองเลวสินะ…” เขาพูดเบา ๆ

“ใช่แล้ว” ฉุ่ยป๋อยิ้ม

“ตราบใดที่ยังรู้สึก – ก็ยังไม่ตายข้างใน”

---

หลี่จินฟางรับจานแป้งทอดกับไข่คนจากมืออีกฝ่าย นั่งลงเงียบ ๆ

เสียงแมลงในป่ากลับมาอีกครั้ง เสียงเครื่องปั่นไฟเริ่มแผ่วลง

แสงแดดยามเช้าส่องกระทบจานโลหะ เงาสะท้อนวูบไหวคล้ายไฟปลายบุหรี่เมื่อคืน

แต่ครั้งนี้ มันไม่ร้อน ไม่ไหม้

มีเพียงกลิ่นอาหารหอมอ่อน ๆ ที่ทำให้เขาหลับตา แล้วหายใจลึกเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน

---

“เราไม่ได้ฆ่าคน เพราะเกลียดพวกมัน…”

“เราแค่ไม่อยากให้คนของเรา ต้องถูกฆ่าก่อนเท่านั้นเอง”

---

หลี่จินฟางยกจานขึ้นช้า ๆ กินคำแรกเงียบ ๆ

รสจืดชืดของแป้ง กับไข่คนที่ทอดเกินไฟเล็กน้อย – ไม่อร่อยเท่าไร

แต่สำหรับเขา เช้านี้มันคือ ‘รสชาติของความเป็นคน’

ที่ยังเหลืออยู่ หลังเสียงปืนเงียบลง

------

(จบบทที่ 510)

จบบทที่ บทที่ 510 – บทเรียนที่เจ็บปวดของหลี่จินฟาง (ตอนพิเศษ)

คัดลอกลิงก์แล้ว