- หน้าแรก
- หน่วยรบเถื่อน
- บทที่ 353 – เกียรติของพ่อครัวจากอาณาจักรนักชิมที่ยิ่งใหญ่
บทที่ 353 – เกียรติของพ่อครัวจากอาณาจักรนักชิมที่ยิ่งใหญ่
บทที่ 353 – เกียรติของพ่อครัวจากอาณาจักรนักชิมที่ยิ่งใหญ่
ซอสจาเจี้ยงเค็มไปหน่อย แต่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะถ้าใส่เกลือน้อยไปก็กลัวจะเสีย ส่วนเรื่องรสชาติสำหรับเกาหยางแล้ว ไม่มีรสชาติใดในโลกนี้จะดีไปกว่านี้อีกแล้ว
เส้นบะหมี่ที่ฉุ่ยป๋อทำก็ใช้ได้ สมกับที่เคยเป็นเชฟใหญ่มาสองปี แม้ฉุ่ยป๋อจะเคยเป็นเชฟใหญ่ในภัตตาคารที่เรียกตัวเองว่า 'อาหารจีน' เพื่อหลอกชาวต่างชาติเท่านั้น แต่ฝีมือพื้นฐานก็ยังคงอยู่ อย่างน้อยเส้นบะหมี่ก็ยังมีความเหนียวนุ่ม
ใคร ๆ ก็รู้ว่าซอสจาเจี้ยงโหลนั้นมีความหมายต่อเกาหยางอย่างไร ดังนั้นไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ เกาหยางก็กลายเป็นคนหลักที่รับหน้าเสื่อเลี้ยงอาหารในบ้านของฟลายไป
เมื่อเกาหยางยกบะหมี่จาเจี้ยงมาเสิร์ฟทีละชาม คนที่ได้รับบะหมี่ก็จะกล่าวขอบคุณเกาหยางอย่างจริงจัง จากนั้นก็นั่งตัวตรงสงบเสงี่ยม รอเกาหยางมาเริ่มกินพร้อมกับพวกเขา บรรยากาศตอนกินอาหารจึงเรียกได้ว่าเคร่งขรึมและสง่างามกว่าตอนที่นักชิมผู้เชี่ยวชาญกำลังลิ้มรสและตัดสินอาหารจานใหญ่อย่างเป็นทางการเสียอีก
เกาหยางถือชามใบใหญ่แล้วนั่งลงที่โต๊ะอาหาร เขาพูดเสียงดัง
"ทำไมยังไม่มีใครเริ่มเลยล่ะ มา ๆ รีบกินเถอะ บะหมี่ต้องกินทันทีที่ตักขึ้นมา ไม่อย่างนั้นมันจะอืดหมด"
การกินบะหมี่จาเจี้ยงให้เหมือนกำลังกินอาหารตะวันตก ก็คงมีแต่ชาวต่างชาติอย่างเกรกลอรอฟ และคนอื่น ๆ เท่านั้น ส่วนเกาหยางกับฉุ่ยป๋อต่างถือชามใหญ่แล้วซดเสียงดังตามแบบฉบับชาวจีน โดยเฉพาะฉุ่ยป๋อหนักข้อขนาดเดินไปในครัว คว้ากระเทียมหัวใหญ่มาสองหัว ปอกเปือกแล้วกัดกระเทียมหนึ่งคำกินบะหมี่หนึ่งคำ ช่างเป็นความสุขที่หาใดเทียบ
ที่บ้านของเกาหยางก็ชอบกินบะหมี่คู่กับกระเทียมเหมือนกัน แต่เกาหยางจะทำแบบนี้ก็ต่อเมื่อกินที่บ้านเท่านั้น แต่พอเห็นท่าทางของฉุ่ยป๋อ เกาหยางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ทนต่อสิ่งยั่วยวนไม่ไหว กัดกระเทียมหนึ่งกลีบ กินบะหมี่หนึ่งคำ รู้สึกได้ถึงความสะใจอย่างที่สุด
เกาหยางรู้สึกว่ามันอร่อยจนแทบจะตาย ส่วนคนอื่น ๆ ด้วยความเกรงใจเกาหยาง ไม่ว่าจะรู้สึกว่าอร่อยจริงหรือไม่ ก็ต้องเอ่ยชมไม่ขาดปากแน่นอน แต่ตอนแรกอาจจะเป็นแค่คำชมตามมารยาท แต่พอกินบะหมี่ไปได้ครึ่งชาม คำชมเหล่านั้นก็กลายเป็นความจริงใจ
เกรกลอรอฟกินบะหมี่หมดชาม แล้วพูดด้วยความรู้สึกตื้นตัน
"พูดตามตรงนะ บะหมี่แบบนี้ถึงแม้หน้าตาจะดูไม่ค่อยสวย แต่... อร่อยจริง ๆ ขอฉันอีกชาม"
บรูซยักไหล่
"ฉันไม่เคยกินจาเจี้ยง แต่เคยกินบะหมี่จีนหลายชนิด ฉันชอบพาสต้าของอิตาลีนะ แต่ก็ชอบบะหมี่จีนด้วย แถวบ้านมีร้านอาหารจีน ที่นั่นมีบะหมี่อย่างน้อยแปดชนิด จะว่าไงดีล่ะ พาสต้าของอิตาลีก็ว่ากันว่ามีหลายชนิด แต่ส่วนใหญ่ก็คือเส้นบะหมี่หลากหลายแบบกับซอสมะเขือเทศ ส่วนเครื่องเคียงของบะหมี่จีนแต่ละชนิดไม่เหมือนกันเลย รสชาติก็เป็นคนละสไตล์กันเลย อื้มมม ฉันว่าจีนมีบะหมี่อย่างน้อยยี่สิบชนิดขึ้นไปนะ ฉันหมายถึงชนิดที่แตกต่างกัน"
ฉุ่ยป๋อได้ยินบรูซพูดอย่างเป็นจริงเป็นจังก็หัวเราะออกมา
"ยี่สิบชนิดเหรอ? ฉันจะบอกให้ว่าใส่ศูนย์เพิ่มเขาไปอีกตัวก็ยังไม่พอ นายเชื่อไหม?"
เกาหยางพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"ถ้าพูดถึงทั้งประเทศจีน สองร้อยชนิดนี่น้อยไปหรือเปล่า?"
บรูซยักไหล่
"อย่ามาหัวเราะเยาะฉันนะ อย่างกับว่าพวกนายเคยกินอาหารจำพวกเส้นทั้งหมดของจีนแล้วอย่างนั้นแหละ"
เกรกลอรอฟหัวเราะเสียงดัง ใช้ผ้าเช็ดปากเช็ดปาก แล้วยิ้มว่า
"รสชาติของจาเจี้ยงดีมาก เส้นบะหมี่ก็ไม่เลว กระต่าย นายควรจะโชว์ฝีมือให้เร็วกว่านี้ ในแวดวงทหารรับจ้าง คนจีนถือว่าค่อนข้างน้อย แต่มีเหล่าทหารอยู่เหล่าหนึ่งที่คนจีนได้รับความนิยมมากที่สุด พวกนายรู้ไหมว่าเป็นเหล่าไหน?"
เกาหยางส่ายหน้า
"ไม่รู้สิ คือเหล่าไหน?"
ฉุ่ยป๋อพูดอย่างกระตือรือร้น
"ที่นายอยากพูด... ไม่ใช่พลสูทกรรม*ใช่ไหม?"
*(ทหารเหล่าพ่อครัว (พลครัว) เรียกว่า "พลสูทกรรม" โดยสังกัดอยู่กับ กรมพลาธิการ ในแต่ละเหล่าทัพ มีหน้าที่หลักในการประกอบอาหารและดูแลเรื่องการส่งกำลังบำรุงอื่นๆ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง และเครื่องแบบ)
เกาหยางโบกมือ
"ไปเลย! อย่าพูดมั่วสั่ว พ่อครัวจะนับเป็นเหล่าทหารได้ยังไง"
เกรกลอรอฟหัวเราะ
"สำหรับประเทศอื่น พลครัวเป็นแค่งานตำแหน่งหนึ่ง แต่สำหรับทหารจีนแล้ว พลครัวคือเหล่าทหาร ดังนั้น กระต่ายพูดถูก ถ้านายบอกว่าตัวเองเป็นอดีตพลครัวจีนที่ปลดประจำการแล้ว เชื่อฉันสิ พวกนายจะถูกกองทหารรับจ้างต่าง ๆ แย่งชิงตัวกัน"
เกาหยางอ้าปากค้าง
"เว่อร์ไปมั้ง?"
"เว่อร์เหรอ? ไม่เลย ไม่แม้แต่น้อย สมัยก่อนตอนที่ฉันอยู่ไทรเดนต์ (ตรีศูล) ฉันเคยร่วมงานกับทหารรับจ้างกลุ่มหนึ่งที่ชื่อว่า 'กองทหารรับจ้างแห่งความสุข' (Happiness Mercenary Group) ฉันลืมชื่อเดิมของพวกเขาไปแล้ว แต่เหตุผลที่เราเรียกพวกเขาว่า 'ความสุข' ก็เพราะพวกเขามีพลครัวชาวจีนสองคน ตอนที่เราแต่ละคนต้องแบกกระสุนเพิ่ม หรือสะพายจรวดต่อต้านรถถังให้เพื่อนร่วมทีม แต่พวกของ 'กองทหารรับจ้างแห่งความสุข' กลับเลือกที่จะหยิบซอสถั่วเหลืองจีนไปหนึ่งขวด หรือแบกข้าวสารไปหนึ่งถุง"
หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง เกรกลอรอฟพูดด้วยความรู้สึกตื้นตัน
"ลองคิดดูสิ! ตอนที่เราต้องเคี้ยวบิสกิตอัดแท่งอย่างยากลำบาก แต่พวกของ 'กองทหารรับจ้างแห่งความสุข' กลับได้กินอาหารร้อน ๆ ไม่ว่าในสถานการณ์ใด พวกเขาก็ไม่เคยต้องกลัวว่าจะหาของกินไม่ได้ ที่สำคัญคือ คนจีนมีความสามารถในการทำให้อะไรก็ตามอร่อยได้หมด ระหว่างที่เราพักรบ เราต้องหยิบบิสกิตออกมาเคี้ยวอย่างยากลำบาก แต่พ่อครัวของ 'กองทหารรับจ้างแห่งความสุข' กลับหาฟืนมาสุมไฟ แล้วใช้หม้อใบใหญ่ที่แบกมาด้วยหุงข้าวหนึ่งหม้อ พร้อมกับข้าวที่เราเรียกชื่อไม่ถูก อื้มมม อาหารเหล่านั้นหอมจริง ๆ นะ และพลครัวชาวจีนสองคนนั้นยังสามารถใช้พลั่วสนามทอดไข่นกได้ ในขณะที่เราถ้าเจอกับไข่นก ก็ทำได้แค่โยนเข้ากองไฟ"
เกรกลอรอฟกลืนน้ำลายลงคออย่างไม่รู้ตัว แล้วพูดด้วยสีหน้าหลงใหล
"พวกนายยังจำ 'พิทไฟร์' ได้ไหม? ตอนนั้นแหละ ตอนที่เราเสบียงแห้งหมด ทุกคนออกไปหาทุกอย่างที่กินได้ พิทไฟร์โชคร้ายเพราะกินของที่ไม่ควรกิน แต่ 'กองทหารรับจ้างแห่งความสุข' ยังคงได้กินอาหารร้อน ๆ แม้ที่ตั้งของเราจะห่างไกลกัน แต่ฉันจำได้แม่นว่าที่ตั้งของพวกเขามักจะมีกลิ่นหอมลอยมาเสมอ เมื่อก่อนฉันไม่เคยรู้ว่างูก็กินได้ แต่คนของ 'กองทหารรับจ้างแห่งความสุข' บอกว่าแกงงูที่พลครัวจีนทำนั้นอร่อยมาก อื้มมม ฉันว่าแกงงูต้องอร่อยแน่ ๆ ต้องดีกว่าการกินงูเป็น ๆ เยอะเลย"
เกรกลอรอฟหันไปมองเกาหยาง
"จีนมีกระติกน้ำชนิดหนึ่ง ทำจากอะลูมิเนียม ใช้ซ้ำได้ ด้านนอกของกระติกเป็นหม้อข้าวที่ใช้แทนหม้อได้ด้วย มีผ้าคลุมสีเขียว คนของ 'กองทหารรับจ้างแห่งความสุข' มีคนละอัน พวกเราอิจฉาจะตาย แต่ฉันไม่รู้ชื่อกระติกน้ำนั้นนะ แต่กระติกนั้นดีกว่ากระติกน้ำที่เราทุกคนใช้เป็นหมื่นเท่า พวกของ 'กองทหารรับจ้างแห่งความสุข' ใช้กระติกนั้นต้มน้ำร้อน ต้มซุปเนื้อ และยังสามารถหุงข้าวได้ด้วย พวกเขาใช้กระติกใบนั้นทำได้ทุกอย่าง"
เกาหยางและฉุ่ยป๋อพูดพร้อมกัน
"ชี่ป้าหู๋!"
เกรกลอรอฟพยักหน้า
"เหมือนจะเป็นชื่อนี้แหละ อื้มมม ฉันว่ากระติกแบบนั้นคงแพงน่าดูเลยใช่ไหม? พอคิดถึงเรื่องเก่า ๆ แล้ว ตอนนี้ฉันก็ยังอยากจะซื้อมาสักอัน"
เกาหยางหัวเราะ "แพงมากเลยนะ ราคายี่สิบถึงสามสิบกว่าหยวนเลย"
ฉุ่ยป๋อพูดต่อทันที
"ตอนนี้ราคาขึ้นแล้ว น่าจะประมาณห้าสิบหกสิบหยวนได้ อื้มมม เงินหยวนนะ ว่าไปแล้ว ฉันกับพี่หยางเมื่อก่อนเวลาไปกิจกรรมกลางแจ้งก็ใช้ ชี่ป้าหู๋ ทำอาหารกินประจำ น่าเจ็บใจจริง ๆ ทำไมตอนกลับไปคราวนี้ถึงไม่หยิบติดมือมาสักสองสามอันนะ"
เกรกลอรอฟนิ่งอึ้ง
"ถูกขนาดนั้นเลยเหรอ? เอาล่ะ เกา นายหาทางเอามาให้เยอะ ๆ หน่อย มันเป็นของดีจริง ๆ ตอนนั้น พิทไฟร์เคยจะเอาหนึ่งพันดอลลาร์ แลกซื้อกระติกจาก 'กองทหารรับจ้างแห่งความสุข' แต่ไม่มีใครยอมขายให้เลย นายก็รู้ว่าตอนนั้นการจะได้ดื่มน้ำร้อนสะอาด หรือเอาอาหารที่หามาได้มาปรุงให้สุกก่อนกินน่ะ มันคือเรื่องที่หรูหรามาก"
เกาหยางหัวเราะ
"ได้เลย เรื่องนี้ยกให้เป็นหน้าที่ฉันเอง นายเล่าต่อสิ ฟังดูน่าสนใจมาก"
เกรกลอรอฟยักไหล่
"ตอนนี้รู้สึกว่าน่าสนใจ แต่ตอนนั้นเราคิดว่ามันคือนรก หลายคนอยากจะไปขออาศัยกินอาหารกับ 'กองทหารรับจ้างแห่งความสุข' น่าเสียดายที่พวกเขามีคนจีนแค่สองคน ไม่มีเวลามาทำอาหารที่เราหามาได้ให้ เราทุกคนอิจฉาพวกเขา มีอยู่สองสามครั้งที่คนของกองทหารรับจ้างอื่นถูกปฏิเสธ จนเกือบจะยกพวกตีกัน ดังนั้นสุดท้ายผู้บัญชาการของ 'กองทหารรับจ้างแห่งความสุข' กับพวกเราก็เลยตกลงกันว่า จะจับสลากเลือกคนโชคดีสองสามคนไปขออาศัยกินอาหารทุกวัน สิ่งที่น่าเจ็บใจคือฉันโชคร้าย ไม่เคยถูกสลากเลยสักครั้ง"
เกาหยางส่ายหน้า
"ไม่ว่าจะเป็นทหารประจำการหรือทหารรับจ้าง อาหารที่ดีมีความหมายอย่างยิ่ง แต่สำหรับพวกเราแล้ว การจ้างพลครัวสองคนเพื่อทำอาหารโดยเฉพาะนี่มันจะหรูหราเกินไปไหม?"
เกรกลอรอฟทำหน้าดูถูก
"หรูหราเหรอ? แค่ทำอาหารเหรอ? เกา พวกเขาพักรบก็ทำอาหารได้ ออกศึกก็สู้ได้ แถมยังเก่งกาจมากด้วย มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เราถูกโจมตีอย่างหนัก พร้อมกันนั้นก็มีศัตรูนับสิบคนเล็ดลอดไปถึงด้านหลังที่ตั้งของ 'กองทหารรับจ้างแห่งความสุข' พลครัวชาวจีนสองคนนั้นป้องกันคนละทิศทาง พวกเขายันไว้ได้นานถึงสี่สิบนาที พอคนของ 'กองทหารรับจ้างแห่งความสุข' กลับมาช่วย ศัตรูก็ล่าถอยไปแล้ว และคนที่กลับมาช่วยก็ได้รับประทานอาหารพอดี รู้ไหม พลครัวชาวจีนสองคนนั้นได้รับเงินเดือนเท่ากับผู้บัญชาการของ 'กองทหารรับจ้างแห่งความสุข' เลยนะ"
เกาหยางพูดอย่างไม่ค่อยเชื่อ
"เก่งขนาดนั้นเลยเหรอ? ไม่น่าเป็นไปได้นะ พลครัวก็แค่ทำอาหารเท่านั้นไม่ใช่เหรอ?"
ฉุ่ยป๋อพูดทันที
"พี่หยาง พี่พูดผิดแล้ว พลครัวของหน่วยทหารระดับสองเป็นยังไงไม่รู้ แต่พลครัวของหน่วยทหารระดับหนึ่งไม่ได้เก่งแค่ทำอาหารเท่านั้น กองทัพจีนเวลาจะตรวจสอบผลการฝึกความสามารถในการรบอะไรก็ตาม หน่วยที่ชอบสุ่มตรวจที่สุดคือกองพลครัว ดังนั้นพวกที่เข้าไปอยู่ในกองพลครัวของหน่วยทหารพวกนั้นได้ ล้วนเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งและมีคุณภาพทางการทหารเป็นเลิศ ลองถามจินฟางสิ เรื่องนี้ไม่มีทางผิดพลาดแน่นอน"
เกาหยางอยากโทรหา หลี่จินฟาง เพื่อถามดูว่าฉุ่ยป๋อพูดจริงหรือไม่ ในเวลานั้นเอง บรูซก็พูดด้วยความรู้สึกตื้นตัน
"ตอนที่ฉันอยู่ที่อิรัก ทหารเชื้อสายจีนเหล่านั้นมีซอสพริกชนิดหนึ่งที่อร่อยมาก รสชาติซับซ้อนมาก เข้ากันได้ดีกับทุกอย่าง อร่อยจริง ๆ เหมือนจะชื่อยี่ห้อ 'คุณแม่เฒ่า' อะไรสักอย่าง"
เกาหยางกับฉุ่ยป๋อหันมองหน้ากันอีกครั้ง แล้วพูดพร้อมกัน
"ซอสพริก เหล่ากานมา (Lao Gan Ma)"
ฟลายฟังด้วยสีหน้าหลงใหล
"หัวหน้า... ที่คุณเล่ามาผมฟังแล้วอิจฉามากเลย คุณกับกระต่ายแล้วก็คางคกเป็นคนจีน พวกคุณมีเงื่อนไขที่ดีในการหาพลครัวชาวจีนมาให้เราคนหนึ่ง ลงมือเลยครับ"
เกาหยางพยักหน้า
"ได้เลย เดี๋ยวฉันโทรหาคางคกเดี๋ยวนี้ ถามเพื่อน ๆ ของเขาดูว่าสามารถหาพลครัวมืออาชีพมาให้พวกเราได้ไหม"
------
(จบบทที่ 353)