- หน้าแรก
- หน่วยรบเถื่อน
- บทที่ 348 - ของที่ช่วงชิงมา ก็อย่าไปคิดมากเลย
บทที่ 348 - ของที่ช่วงชิงมา ก็อย่าไปคิดมากเลย
บทที่ 348 - ของที่ช่วงชิงมา ก็อย่าไปคิดมากเลย
คนโปแลนด์มายังไงก็กลับไปแบบนั้น พวกเขาวิ่งหนีไปอย่างน่าสังเวช แต่ในขณะเดียวกัน เกาหยางกับพวกก็หมดสิทธิ์ขึ้นเครื่องลำเดียวกับที่รับ–ส่งพวกโปแลนด์กลับไปเช่นกัน
เมื่อคนโปแลนด์ถูกไล่ไปแล้ว สถานการณ์ความปลอดภัยก็กลับมาผ่อนคลายอีกครั้ง และหลี่จินฟางก็จะอยู่ที่นี่ โคล์มจึงตัดสินใจว่าจะไม่หายามรักษาความปลอดภัยใหม่ เขาจะให้ยามรักษาความปลอดภัยชุดเดิมอยู่ต่อแล้วให้หลี่จินฟางเป็นคนดูแล
หลังจากเลื่อนไปหนึ่งวัน พวกเกาหยาง ก็นั่งเครื่องบินลำเล็กที่โคล์มหามาให้ตรงไปยังเมืองจูบา
เกาหยางและดัสตินต่างก็พกอาวุธมา การเดินทางด้วยเครื่องบินลำเล็กไม่มีปัญหาอะไร เครื่องบินไม่จำเป็นต้องลงจอดที่สนามบินนานาชาติของเมืองจูบา สามารถหาทางวิ่งบนดินธรรมดาๆ นอกเมืองก็ลงจอดได้แล้ว แต่ถ้าจะต่อเครื่องไปที่เมืองจิบูตี เรื่องก็จะซับซ้อน ขั้นแรกคือการจะเดินทางออกนอกประเทศได้จะต้องนั่งเที่ยวบินระหว่างประเทศเท่านั้น และการเดินทางก็ไม่ใกล้ ต้องเดินทางข้ามเขตน่านฟ้าของประเทศเอธิโอเปียทั้งหมด และแม้สนามบินของซูดานใต้ถึงจะบริหารจัดการได้แย่แค่ไหน ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะให้คนติดอาวุธเต็มขึ้นเครื่องบินโดยสารออกไป
พวกเกาหยาง ตั้งใจว่าจะลองหาคนในเมืองจูบาเพื่อฝากขนส่งอาวุธไปที่เมืองจิบูตี แล้วพวกเขาก็จะขึ้นเครื่องบินตรงไปที่เมืองจิบูตี แต่การฝากขนส่ง อาวุธและอุปกรณ์ของพวกเขาก็มีโอกาสที่จะถูกขโมยไปสูงมาก เกาหยางไม่อยากแยกจากสิ่งของของตัวเอง เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องขอให้มอร์แกนช่วย หวังว่ามอร์แกนจะทำให้พวกเขาสามารถนำอาวุธและอุปกรณ์ขึ้นเครื่องบินไปได้
สำหรับมอร์แกนแล้ว เรื่องใดสามารถแก้ไขได้ด้วยเงินก็ไม่เป็นปัญหา มอร์แกนที่อยากจะเจอเกาหยางหรือจะพูดให้ถูกก็คืออยากจะเห็นปืนไรเฟิลล่าสัตว์สองกระบอกในมือของเกาหยาง หลังจากคุยโทรศัพท์กับเกาหยางสองสามครั้ง เขาก็ให้เกาหยางและพวก อยู่ในเมืองจูบาวันหนึ่ง จากนั้นเขาก็ส่งเครื่องบินส่วนตัวของตัวเองมาที่เมืองจูบา
เมื่อมีเครื่องบินส่วนตัวของมอร์แกน ทำให้การเดินทางต่อไปก็สะดวกมาก เขาให้คนขับเครื่องบินไปส่งดัสตินและคนอื่นๆ สี่คนไปที่เมืองจิบูตี แล้วให้พวกดัสตินนำอาวุธและอุปกรณ์ทั้งหมดขึ้นเรือขนส่งต่อ ส่วนเกาหยางก็บินไปนิวยอร์ก
มอร์แกนรอเกาหยางอยู่ที่นิวยอร์ก เดิมทีมอร์แกนอยู่ที่พอร์ตแลนด์ แต่เพราะเกาหยางต้องเดินทางไปนิวยอร์กเป็นที่แรก มอร์แกนจึงมารอเขาที่นิวยอร์ก
ฟลายก็มาถึงนิวยอร์ก และได้เช่าบ้านไว้แล้ว แต่เกาหยางไม่ได้บอกข่าวการมาถึงนิวยอร์กของตัวเองให้ฟลายและเกรกลอรอฟรู้ เกาหยางตั้งใจจะสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับพวกเขา และแน่นอนว่า “เซอร์ไพรส์” นั้นส่วนใหญ่แล้วจะให้กับเยเลน่า
เครื่องบินไม่ได้ลงจอดที่สนามบินนานาชาติของนิวยอร์กอย่างสนามบินจอห์น เอฟ เคนเนดี (เจ เอฟ เค) แต่ไปลงจอดที่สนามบินขนาดเล็กที่มีไว้สำหรับเครื่องบินส่วนตัวโดยเฉพาะ
เกาหยางยังไม่ได้ลงจากเครื่องบิน เขาก็เห็นมอร์แกนยืนอยู่ที่ขอบรันเวย์ มอร์แกนในตอนนี้ดูเหมือนจะตั้งตารอการมาของเกาหยางอย่างใจจดใจจ่อ ตอนที่เกาหยางถือกระเป๋าปืนสองใบที่บรรจุปืนไรเฟิลล่าสัตว์อยู่เดินลงจากบันไดเครื่องบิน มอร์แกนก็เดินเข้าไปหาทันทีแล้วก็กอดเกาหยางอย่างอบอุ่น (แอบกระซิบว่า กระเป๋าปืนเป็นของที่มอร์แกนส่งไปพร้อมเครื่องบินที่ไปรับเกาหยาง เพื่อให้เกาหยางใส่ปืนของตัวเองโดยเฉพาะ)
หลังจากกอดเกาหยาง มอร์แกนก็ถูมือทั้งสองข้าง แล้วมองไปที่กระเป๋าปืนในมือของเกาหยางด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้น หลังจากถอนหายใจยาวๆ แล้ว เขาก็พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“มาเถอะเพื่อน! มาเลย! ขอให้ฉันได้เห็นหน่อยเถอะว่านายผู้โชคดีคนนี้ได้ของดีอะไรมาอีกแล้ว”
เกาหยางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะแล้วยื่นกระเป๋าปืนไปข้างหน้า
“ได้เวลาเปิดกล่องแล้วครับ”
มอร์แกนส่ายหน้า “ไม่! ไม่! นี่เป็นปืนสองกระบอกนะ ถ้าเอาออกมาพร้อมกันหมดมันจะเสียความรู้สึกที่ต้องรอและได้เจอเซอร์ไพรส์ที่ชีวิตหนึ่งไม่ได้มีบ่อยๆ มาเลยเกา! เอาของขวัญของนายมาให้ฉันทีละอย่าง”
หลังจากพูดจบ มอร์แกนก็หลับตาลง อกของเขาก็กระเพื่อมขึ้นลงถี่ ๆ แล้วก็ยื่นมือทั้งสองข้างออกมาเหมือนเด็ก กำลังรอคอยช่วงเวลาที่ของขวัญจะถูกวางไว้ในมือของตัวเอง
เกาหยางรูดซิปของกระเป๋าปืนออกอย่างเบามือ แล้วหยิบปืนไรเฟิลล่าสัตว์เบอร์ 16 ออกมา จากนั้นก็ยื่นให้กับมอร์แกน พอให้มอร์แกนจับปืนมั่นแล้วจึงปล่อยมือ
มอร์แกนลืมตาขึ้น ยิ้มกว้างเหมือนเด็ก เขาดูปืนไรเฟิลล่าสัตว์ในมืออย่างพิถีพิถัน เขาพูดด้วยความปิติยินดีว่า
“ยอดเยี่ยม! เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมจริงๆ เก็บรักษาได้สมบูรณ์แบบ นี่เป็นผลงานของช่างทำปืนชาวอังกฤษ เคลเมนต์ เค. ลาร์วิน ไม่ผิดแน่ ปืนกระบอกนี้น่าจะเป็นผลงานที่เขาทำระหว่างปี 1890 ถึง 1900 ซึ่งเป็นช่วงที่เขาทำผลงานได้ดีที่สุด และผลงานของเขาในช่วงเวลานี้ส่วนใหญ่จะถูกชนชั้นสูงใช้ในการแข่งขันยิงนกพิราบ ดูจากสัญลักษณ์รูปนกพิราบแล้ว เจ้าของปืนคนเก่าต้องเคยใช้ปืนกระบอกนี้ชนะการแข่งขันมาแล้วแน่นอน”
เกาหยางยักไหล่
“ผมสนใจแค่ว่าปืนกระบอกนี้เป็นยังไงบ้าง?”
มอร์แกนยิ้ม
“ยอดเยี่ยมมาก ถ้าดูจากคุณค่าในคอลเลกชันของฉันแล้ว น่าจะอยู่ในอันดับที่สี่ถึงหกได้เลย ผลงานของ K.K.L มีอยู่มากในโลก แต่เป็นที่ต้องการอย่างมากของนักสะสม และผลงานที่เก็บรักษาได้สมบูรณ์แบบขนาดนี้ก็ยิ่งเป็นที่ต้องการสูงมากด้วย เกา! แม้ว่าฉันจะรู้แล้วว่านายจะเอาผลงานของ K.K.L มาให้ แต่ก็ต้องบอกเลยว่าพอได้เห็นปืนที่สมบูรณ์แบบกระบอกนี้ นายก็ทำให้ฉันประหลาดใจอีกแล้ว”
หลังจากพูดจบ มอร์แกนก็เอาปืนใส่กลับไปในกระเป๋าอย่างไม่เต็มใจ แล้วก็เก็บปืนอย่างระมัดระวัง จากนั้นมอร์แกนก็ถูมืออีกครั้ง แล้วพูดด้วยสีหน้าที่คาดหวังว่า
“มาเถอะ! ขอให้ฉันได้เห็นเซอร์ไพรส์ต่อไปหน่อยเถอะว่าเป็นยังไง”
มอร์แกนหลับตาลงอีกครั้งแล้วยื่นมือทั้งสองข้างออกมา เกาหยางวางปืนไรเฟิลล่าสัตว์อีกกระบอกไว้บนมือของมอร์แกน แล้วมอร์แกนก็กลั้นหายใจ แล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้น และหลังจากที่เขาลืมตาขึ้นแล้ว ได้เห็นปืนไรเฟิลล่าสัตว์ในมือแล้ว สีหน้าของมอร์แกนกลับไม่ใช่ความปีติ หากเป็น ‘หนักอึ้งปนสะอิดสะเอียน’
“ไม่! ไม่! พระเจ้าช่วย! ไอ้พวกเวรนรกนี่ มันทำแบบนี้ได้ยังไง! มันกล้าทำแบบนี้ได้ยังไง! ไอ้พวกปลวกเส็งเคร็งไร้ยางอาย!”
ตอนที่มอร์แกนดูส่วนท้ายของปืน เขาก็กรีดร้องออกมาเหมือนแมวที่ถูกเหยียบหาง
เกาหยางตกใจมากกับความโกรธของมอร์แกน เขารีบมองไปรอบๆ แล้วก็พบว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ นอกจากเขา มอร์แกน และบอดี้การ์ดสองสามคนแล้ว เกาหยางจึงถอนหายใจโล่งอก
“เกิดอะไรขึ้น? เกิดอะไรขึ้น?”
มอร์แกนยกส่วนท้ายของปืนไปให้เกาหยางดูด้วยความโศกเศร้า
“นายดูเองเถอะว่าพวกเวรนั่นทำอะไรลงไป!”
เกาหยางดูอย่างพิถีพิถันแล้วก็พบว่าที่ส่วนท้ายของปืนมีการแกะสลักตัวอักษรหนึ่งบรรทัด เป็นภาษาอาหรับ ตัวอักษรแกะสลักลงไปบนท้ายปืนแล้วก็ใช้ผงสีทองเติมเข้าไป ถ้าให้เกาหยางพูดแล้ว ตัวอักษรอาหรับสีทองนั้นก็ค่อนข้างสวยงาม...
“พวกมันทำแบบนี้ได้ยังไง! พวกมันทำได้ยังไง! นี่เป็นผลงานของเคลเมนต์เลยนะ พวกมันกล้าทำลายผลงานของเคลเมนต์เพื่อที่จะแกะสลักชื่อโง่ๆ นี่ลงไป! พระเจ้า! การกระทำของพวกมันมันแย่ยิ่งกว่าสมเด็จพระราชินีวิกตอเรียอีก! ต่อให้เป็นแค่ตราประทับฉันก็ยังพอทนได้ แต่นี่พวกมันแกะสลักลงบนปืนเลยนะ! การทำแบบนี้มันต้องตกนรก!”
เมื่อเห็นมอร์แกนโกรธจัด เกาหยางก็ถอนหายใจแล้วตบไปที่ไหล่ของมอร์แกนเบาๆ
“พอแล้ว อย่าโกรธเลยครับ ผมรู้ว่าตอนนี้คุณโกรธมาก แต่ลองคิดดูสิว่าปืนกระบอกนี้ได้มายังไง คุณอาจจะรู้สึกดีขึ้นมากก็ได้ ของที่ปล้นมาแล้ว ก็อย่าไปคิดมากเลยครับ”
------
(จบบทที่ 348)