- หน้าแรก
- หน่วยรบเถื่อน
- บทที่ 101 - ไม่ใช่ข่าวดีทั้งหมด
บทที่ 101 - ไม่ใช่ข่าวดีทั้งหมด
บทที่ 101 - ไม่ใช่ข่าวดีทั้งหมด
ฉุ่ยป๋อพูดจาไม่คล่องแล้ว เอ่ยเสียงสั่นด้วยความเศร้า
“พวกพี่รู้อยู่แล้วว่าผมโดนบังคับ แล้วยังให้ผมไปสนามยิงอีกเหรอ”
เกาหยางไหล่ตก พูดเสียงเนือย
“เฮ้อ...เชื้อ HIV น่ะนะ แค่ครั้งเดียวก็ติดได้แล้ว จะสองครั้งหรือมากกว่านั้นมันก็ไม่ต่างกัน ฉันก็เลยคิดว่า ไหน ๆ นายก็ไม่รอดอยู่แล้ว งั้นให้มันสุขให้เยอะหน่อยดีกว่า อย่างน้อยถ้าเป็นขึ้นมาจริง ๆ จะได้ไม่ตายทั้งที่ได้แค่ครั้งเดียว ฟังดูน่าเศร้ากว่าเยอะเลยใช่ไหมล่ะ”
เกาหยางพูดแค่เล่น ๆ แต่หลี่จินฟางกลับมีสีหน้าเจ็บปวด ตบไหล่ฉุ่ยป๋อพลางพูดว่า
“ทำใจซะเถอะนะ…”
เกรกลอรอฟเองก็ตบไหล่ฉุ่ยป๋อด้วย แล้วเสริมว่า
“ไม่ต้องห่วงนะ กระต่าย พวกเราไม่รังเกียจนายหรอก เราจะอยู่กับนายจนถึงวันสุดท้ายเอง”
ใบหน้าฉุ่ยป๋อซีดขาวสนิท เขาก้มหน้าคิดอยู่นาน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วพูดว่า
“ฉันว่าไปโรงพยาบาลตอนนี้เลยดีกว่า พวกพี่ไปกับฉันหน่อย ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีมาหลายวันแล้ว ถ้าฉันติดจริง ๆ ฉันคง…”
ลิ้นของฉุ่ยป๋อดูเหมือนจะพันกันไปหมด พูดไม่เป็นคำ เกาหยางซึ่งเดิมทีตั้งใจแค่แกล้งขู่ให้ตกใจ กลับเริ่มรู้สึกผิดขึ้นมา เพราะดูเหมือนจะขู่แรงเกินไป จนเขาเองยังเริ่มกลัวขึ้นมาจริง ๆ
พอเห็นท่าทางของฉุ่ยป๋อ เกาหยางก็อดถามไม่ได้
“เฮ้ย…กระต่าย นายไม่มีการป้องกันเลยเหรอตอน...เอ่อ…มีอะไรกัน”
พอเห็นฉุ่ยป๋อพยักหน้าเงียบ ๆ เกรกลอรอฟก็ถอนใจ ก่อนจะเอามือปิดหน้าแล้วสบถออกมา
“เชี่ยเอ๊ย! กระต่าย แกมันโง่จริง ๆ ไม่รู้อะไรเลยรึไงว่าที่แอฟริกานี่ ไม่ว่าจะ ‘รุก’ หรือ ‘รับ’ มันอันตรายมากขนาดไหน ยืนเฉยอยู่ทำไม ไปโรงพยาบาลสิ”
ในแอฟริกา การติดเชื้อ HIV ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร เดิมทีพวกเกาหยางก็แค่ล้อกันเล่น แต่กลับกลายเป็นว่าตัวพวกเขาเองนี่แหละที่กลัวขึ้นมาจริง ๆ
ทั้งสี่คนจึงรีบเก็บของเพื่อไปโรงพยาบาล เกาหยางหยิบโทรศัพท์ดาวเทียมกับเงินสดจำนวนหนึ่งแล้วรีบออกจากบ้านทันที ไม่มีเวลามานั่งคิดว่าโรงพยาบาลจะตรวจ HIV ตอนกลางคืนได้ไหม ไปถึงก่อนค่อยว่ากัน
พวกเขาไปที่โรงพยาบาลใหญ่ที่สุดในโจฮันเนสเบิร์ก และโชคดีที่หมอเวรกลางคืนบอกว่าสามารถตรวจ HIV ได้ทันที เพราะที่แอฟริกาใต้มีผู้ป่วย HIV จำนวนมาก ทำให้โรงพยาบาลใหญ่ต้องพร้อมรับตรวจอยู่เสมอ ถือว่าเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่ให้ผลเร็วที่สุดในโลก
ตั้งแต่เจาะเลือดจนถึงผลตรวจออกยังต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง พวกเกาหยางก็นั่งรออยู่ที่ม้านั่งริมทางเดินในโรงพยาบาล ตอนนี้ดึกมากแล้ว โรงพยาบาลเงียบจนวังเวง ยิ่งมองหน้าซีด ๆ ของฉุ่ยป๋อ เกาหยางก็อดแซวไม่ได้
“เฮ้ย...นายขี้ขลาดไปหน่อยไหม เรื่องแค่นี้เอง ทำหน้าเหมือนจะตายอยู่แล้ว”
ฉุ่ยป๋อเกาหว่างขาพลางบ่นเสียงเศร้า
“มันคัน ๆ ยังไงไม่รู้ ผมก็สงสัยอยู่หลายวันแล้วว่าน่าจะต้องไปตรวจก่อนละ สุดท้ายก็เป็นแบบนี้ พี่หยาง ถ้าผมไม่รอด ผมไม่อยากกลับบ้านหรอกนะ ถ้าผมตาย ก็ฝังผมไว้ที่แอฟริกานี่แหละ ผมขออย่างเดียว เอา M700, MP5 แล้วก็ P226 ของผมฝังไปพร้อมด้วยก็พอ จริง ๆ อยากซื้อสไนเปอร์ดี ๆ ไปฝังด้วย แต่คิดดูดี ๆ แล้วก็ไม่เอาละ เอาเงินนั้นให้หมาดำเถอะ เขายังต้องเลี้ยงครอบครัว ส่วนบ้านผมไม่ขาดเงิน ไม่ต้องส่งคืนก็ได้”
เกาหยางทั้งขำทั้งโมโห พูดเสียงแข็ง
“ไอ้โง่! นายรู้ได้ยังไงว่าเป็นเอดส์ ถึงจะเป็นจริง ๆ ช่วงที่ยังไม่แสดงอาการมันก็ยังอยู่อีกตั้งหลายปี ตราบใดที่ยังไม่แสดงอาการอีกแปดถึงสิบปีนายก็ยังไม่ตาย หรือต่อให้แสดงอาการแล้วนายก็ยังอยู่ไปได้อีกแปดถึงสิบปีเหมือนกัน ช่างเถอะ ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ สรุปก็คือนายยังมีชีวิตอยู่อีกหลายปีเลย นายจะตื่นเต้นอะไรนักหนา”
พอฟังจบ ฉุ่ยป๋อก็อึ้ง
“หา เป็นเอดส์แล้วไม่ตายทันทีเหรอ ยังอยู่ได้อีกตั้งหลายปี ถ้างั้นผมก็ไปตายเอาดาบหน้าในสนามรบก็ได้น่ะสิ เฮ้ย แบบนี้ไม่แย่นี่หว่า ขอแค่อย่าตายเพราะเอดส์ ผมไม่กลัวตายแบบอื่นหรอก”
เกรกลอรอฟถอนหายใจ
“กระต่าย นายจำไว้ให้ดีนะ ถ้าผลตรวจออกมาแล้วว่านายไม่เป็น ฉันรับรองว่านายจะซวยแน่”
“ฉันก็รับประกันว่านายจะโดนหนักเลย”
“เห็นด้วย!”
พอรู้ว่าตัวเองไม่น่าจะตายในเร็ววัน ฉุ่ยป๋อก็คลายกังวลไปหมด ไม่สนคำขู่ของทั้งสามคน ยืดตัวนอนบนม้านั่งแล้วกรนคร่อก ๆ ปล่อยให้ที่เหลือมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
เกาหยางกัดฟันกรอด
“ถ้าไอ้กระต่ายไม่เป็นอะไรนะ ฉันจะฆ่ามันแน่ พวกนายอย่ามาห้ามฉันโดยเด็ดขาด”
หลี่จินฟางก็พูดแบบเครียด ๆ
“ใครจะห้ามล่ะ ฉันเองก็อยากกระทืบมัน แต่ถ้ามันเป็นจริง ๆ จะทำยังไงล่ะ”
เกาหยางหน้าตึงลงทันที
“ถ้ามันติดเอดส์จริง ฉันจะไปยิงยัยทูทูนั่นให้ตายเลย! ไม่สนว่าเป็นผู้หญิงหรือไม่ ถ้าทำให้น้องฉันต้องตาย ฉันจะฆ่ามันทั้งบ้าน”
แม้จะด่า และซ้อมฉุ่ยป๋อเป็นประจำ แต่นั่นคือรูปแบบการสื่อสารระหว่างพวกเขา มันไม่ได้หมายความว่าเกาหยางไม่ใส่ใจหรือไม่รัก
สำหรับเกาหยาง ถ้าฉุ่ยป๋อเป็นอะไรขึ้นมา เขาจะล้างแค้นให้ถึงที่สุด
“ถ้าคุณทำร้ายน้องชายของฉัน ฉันจะฆ่าพวกคุณยกบ้าน นั่นคือหลักการของฉัน”
เกาหยางพูดด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธจัด หลี่จินฟางพยักหน้า
“โอเค ฆ่ามันทั้งบ้านไปเลย”
แม้จะรู้จักกันไม่นานเท่ากับเกาหยาง แต่เกรกลอรอฟกับหลี่จินฟางก็ผูกพันกับฉุ่ยป๋อไม่น้อย โดยเฉพาะเกรกลอรอฟ ที่เคยได้รับการช่วยชีวิตจากฉุ่ยป๋อที่เบงกาซี
เกรกลอรอฟพูดเรียบ ๆ
“ฉันเป็นทหารรับจ้างมาหลายปี ฆ่าคนมาเยอะเพื่อเงิน ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือเด็ก ฉันก็ฆ่ามาหมด ถ้าต้องทำอีกก็แค่รู้สึกผิดนิดหน่อยเอง งานแบบนี้ฉันทำจนชินแล้ว แต่อย่าลืมว่า ตอนนี้กระต่ายยังไม่ถูกตัดสินให้ตายนะ พวกนายอย่าร้อนรนเกินเหตุสิ”
เหมือนคำพูดของเกรกลอรอฟจะกลายเป็นลางบอกเหตุ พอพูดจบ หมอผิวดำในชุดกาวน์ก็เดินมาพร้อมกระดาษในมือ
“ใครคือโรเบิร์ต ชุย ผลตรวจออกแล้ว”
ทั้งสามคนเด้งตัวลุกพรวด ร้องพร้อมกัน
“เป็นยังไงบ้าง”
“ผลตรวจเป็นลบ (HIV Negative) มีโอกาสติดเชื้อน้อยมาก เพื่อความแน่นอน แนะนำให้ตรวจซ้ำอีกครั้งหลังพฤติกรรมเสี่ยงครบ 90 วัน”
ทันทีที่ได้ยินว่าผลเป็นลบ ทั้งสามคนก็หันมามองฉุ่ยป๋อที่ยังนอนกรนอยู่ เกาหยางเดินพรวดเข้าไป นั่งทับท้องฉุ่ยป๋อทันที
ฉุ่ยป๋อร้องลั่น พยายามผลักเกาหยางออก แต่ไม่ทันไร เกรกลอรอฟก็มานั่งทับขา ส่วนหลี่จินฟางตะโกน:
“ไอ้กระต่ายเวร กูจะนั่งทับให้ตาย”
จากนั้นก็จับแขนฉุ่ยป๋อกดไว้ ก่อนจะนั่งทับหน้าอกจนหน้าของฉุ่ยป๋อจมหายไปครึ่งหนึ่ง
เมื่อทุกคนระบายอารมณ์ได้บ้าง เกาหยางก็ยิ้มแล้วหันไปพูดกับหมอ
“ขอโทษครับ นี่คือวิธีเฉลิมฉลองของพวกเรา ขอบคุณสำหรับข่าวดีนะครับ”
ฉุ่ยป๋อดิ้นพล่าน
“พวกพี่จะทำอะไร ปล่อยผมเถอะ หายใจไม่ออก”
หมอผิวดำยักไหล่
“เข้าใจครับ แต่ที่นี่คือโรงพยาบาล กรุณาเงียบด้วย และขอโทษด้วย สิ่งที่ผมเอามาไม่ใช่ข่าวดีทั้งหมดครับ”
ทันใดนั้นบรรยากาศก็เปลี่ยนไป ทั้งสามคนเงียบกริบ รวมถึงฉุ่ยป๋อที่อยู่ใต้ก้นเพื่อน
หมอพูดต่อ
“คุณโรเบิร์ต ชุย แม้จะไม่ติดเชื้อ HIV แต่คุณเป็น หนองในเฉียบพลัน (acute gonorrhea) ต้องรักษาทันทีด้วยการฉีดยาปฏิชีวนะในปริมาณมาก ระยะเวลารักษา 1 สัปดาห์ โชคดีที่ยังไม่ลามไปเป็นเรื้อรัง แต่ต้องเริ่มฉีดยาพรุ่งนี้เช้า และต้องขอเตือนว่า หนองในนี่ติดต่อกันง่ายมากครับ”
ฟังจบ เกาหยางกับเกรกลอรอฟเด้งพรวดขึ้นจากฉุ่ยป๋อทันที ท่าทางเหมือนใต้ก้นติดจรวด ส่วนหลี่จินฟางที่ฟังภาษาอังกฤษไม่ทันก็รีบถาม
“เกิดอะไรขึ้น หมอพูดว่าอะไร”
เกาหยางแปลให้ แล้วสีหน้าหลี่จินฟางก็เปลี่ยนทันที เหมือนกลืนแมลงวันเข้าไปทั้งตัว เขากระโดดลุกพรวดขึ้นอย่างกับซูเปอร์แมน
เหลือไว้เพียงฉุ่ยป๋อที่นอนหมดสภาพอยู่ข้างล่าง พึมพำอย่างสิ้นหวัง
“ฉิบหาย สุดท้ายก็ไม่รอดอยู่ดี”
ในเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นฉุ่ยป๋อก็ต้องเข้ารับการรักษาอยู่แล้ว และตอนนี้ก็เลยตีสองแล้ว พวกเขาทั้งหมดจึงไม่กลับบ้าน พากันนอนรวมกันบนม้านั่งในโรงพยาบาล
แต่ก่อนนอน พวกเขาแสดงความเป็นเพื่อนที่ดี ด้วยการลากฉุ่ยป๋อออกไปนอกตึกโรงพยาบาล แล้วช่วยกันรุมซัดอย่างสาสมคนละหมัดสองหมัด เพื่อระบายความอัดอั้น
เช้าวันต่อมา เกาหยางที่กำลังนอนหลับอย่างสบายบนม้านั่งก็ถูกปลุกด้วยเสียงโทรศัพท์ เมื่อรับสายปรากฏว่าเป็นสายจากอุลยานอฟ แต่เกาหยางยังง่วงอยู่ จึงแค่พูดไม่กี่คำแล้วกลับไปนอนต่อ
แต่ไม่นาน โทรศัพท์ก็ดังอีกครั้ง คราวนี้เกาหยางคว้าขึ้นมาตะคอกใส่
“เพิ่งจะโทรมาไม่ใช่เหรอ เกิดอะไรขึ้นอีก”
แต่ปลายสายไม่ใช่อุลยานอฟ หากเป็นเสียงที่เขารอฟังมานาน
“ไง ฉันรบกวนเวลานอนหรือเปล่า ขอโทษทีนะ แต่ฉันเลื่อนแผนแล้ว อาทิตย์หน้า ฉันจะไปแอฟริกาใต้ นายว่างไหม”
ปลายสายคือ แคทเธอรีน ทำให้เกาหยางลืมง่วงทันที
“ว่างสิ ผมว่างมาก พร้อมเสมอ”
---------
(จบบทที่ 101)