เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 เบื้องหลังของเฉาเหวินปินยิ่งใหญ่คับฟ้า!

บทที่ 30 เบื้องหลังของเฉาเหวินปินยิ่งใหญ่คับฟ้า!

บทที่ 30 เบื้องหลังของเฉาเหวินปินยิ่งใหญ่คับฟ้า!


บทที่ 30 เบื้องหลังของเฉาเหวินปินยิ่งใหญ่คับฟ้า!

แม้ผู้มีพลังระดับ นักบุญ จะไม่สามารถฉีกมิติท่อง ห้วงอากาศ ได้ ทว่าความเร็วในการเคลื่อนที่ก็รวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด!

เพียงชั่วอึดใจหลังจากอู๋หลิงเทียนส่งสัญญาณ บุรุษหน้าบากผู้หนึ่งก็ปรากฏกายขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่า ณ ปากทางเข้าแดนลับ!

"ศิษย์น้องบอกข้าว่ามีคนบ้าคิดจะฮุบแดนลับไว้คนเดียวงั้นรึ!"

"ไหน... ให้บรรพชนผู้นี้ดูหน่อยซิว่าเป็นใครกัน!"

สิ้นเสียง สายตาของเขาก็พุ่งเป้าไปที่ เฉาเหวินปิน ทันที!

หากเป็นคนทั่วไปย่อมต้องอกสั่นขวัญแขวน!

เพราะเมื่อพิจารณาจากกลิ่นอาย ผู้มาเยือนย่อมเป็นระดับนักบุญไม่ผิดแน่!

แต่เฉาเหวินปินกลับหาได้ใส่ใจไม่!

"ก็แค่มดปลวกใกล้ตายที่ฝืนรีดพลังเฮือกสุดท้ายมาใช้วางก้าม!"

"มีอะไรน่าอวดเบ่งนักหนา?"

หวังเทา ชะงักกึก!

แต่เพียงครู่เดียว เขาก็แสยะยิ้มออกมา!

ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ!

"เจ้ารู้ว่าข้ากำลังจะตาย แต่ก็ยังกล้าปากดีใส่ข้าอีกงั้นรึ?"

"ไม่กลัวข้าลากเจ้าลงนรกไปด้วยกันก่อนตายหรือไง?"

เฉาเหวินปินก็ยิ้มเช่นกัน!

เขาเอื้อมมือไปดัน เสวี่ยโหรว ที่ยืนขวางอยู่ด้านหน้าออกไป แล้วย้อนถามอย่างใจเย็น "เจ้ารู้ไหมว่าทำไมขุนนางที่ต้องโทษประหาร ถึงต้องขอบพระทัยฝ่าบาทก่อนตาย?"

หวังเทานิ่งเงียบ!

ทำไมต้องขอบคุณ?

แน่นอนว่าเพื่อครอบครัว!

หากไม่ขอบคุณ ก็อาจต้องตายตกไปตามกันทั้งโคตรเหง้า!

และเมื่อตีความนัยที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของเฉาเหวินปินได้ เหงื่อกาฬก็ผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผากของหวังเทาทันที!

แต่ในยามนี้ เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว!

ทำได้เพียงกัดฟันเล่นละครตบตาต่อไป "พูดจาเพ้อเจ้ออะไรของเจ้า ฟังไม่รู้เรื่อง!"

"เอาล่ะ รีบไสหัวไปซะ!"

"แดนลับนี้เป็นสมบัติของทุกคน เจ้าไม่มีสิทธิ์จะมายึดครองไว้คนเดียว!"

พูดจบ เขาก็ทำท่าจะลงมือขับไล่เฉาเหวินปินด้วยกำลัง!

แต่สิ่งที่หวังเทาคาดไม่ถึงคือ แม้เขาจะแสดงละครสมบทบาทถึงขนาดนี้ แต่ชายหนุ่มตรงหน้ากลับยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง!

"มันมีไพ่ตายอะไรซ่อนอยู่กันแน่!"

เวลานี้ หวังเทาเริ่มรู้สึกไม่มั่นคงในใจขึ้นมาจริงๆ แล้ว!

และเฉาเหวินปินก็ไม่ปล่อยให้เขาต้องฟุ้งซ่านนาน รีบหงายไพ่ตายออกมาทันที

"เฮ้อ... ข้าให้โอกาสเจ้าแล้วนะ!"

"แต่เจ้าดันรนหาที่ตายเอง ก็อย่าโทษข้าแล้วกัน!"

สิ้นเสียงพึมพำ จี้หยกบนหน้าอกของเฉาเหวินปินก็เปล่งแสงห้าสีเจิดจรัส!

ทันใดนั้น รอยแยกมิติก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศเหนือศีรษะของทุกคน!

และผู้ที่ก้าวออกมาจากรอยแยกนั้น ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก... บรรพชนหก!

"ไอ้เด็กบ้า ในที่สุดก็ยอมเรียกข้าสักทีนะ!"

เมื่อได้เห็นฉากอันน่าตื่นตะลึงนี้ ทุกคนในที่นั้น ยกเว้นเฉาเหวินปินกับเสวี่ยโหรว ต่างพากันยืนตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก!

ส่วนหวังเทาที่เพิ่งจะวางมาดข่มขวัญไปเมื่อครู่ ถึงกับเข่าอ่อนจนร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า!

ตุบ~

ร่างกระแทกพื้นหน้าคะมำอย่างไร้การป้องกัน!

แต่ ณ เวลานี้ ไม่มีใครสนใจเขาอีกแล้ว!

เพราะเจ้าเฉาเหวินปินดันกระโจนเข้าไปซุกอกผู้มาใหม่ท่ามกลางสายตาประชาชี!

"เชี่ย... หมอนั่นเป็นใครกันแน่? นอกจากจะมีองครักษ์ระดับกึ่งนักบุญแล้ว ยังกล้าลวนลาม จอมจักรพรรดิ อีกต่างหาก!"

ใช่แล้ว หลังจากโอบกอด จ้าวหยวนเอ๋อร์ เฉาเหวินปินก็เริ่มไม่อยู่นิ่ง!

ใบหน้าหล่อเหลาถูไถไปมากับหน้าอกหน้าใจอันอวบอิ่มของนางอย่างไม่เกรงใจ!

"ข้าได้ยินท่านพ่อเล่าว่า นายน้อยตระกูลเฉาเดินทางมาที่เมืองเทียนอู่! ดูท่าแล้วคนคนนี้ต้องเป็นนายน้อยท่านนั้นแน่ๆ!"

"พี่ชาย เดี๋ยวอย่าลืมมาเก็บศพข้าด้วยนะ เมื่อกี้ข้าเพิ่งปากเสียใส่นายน้อยไป!"

"เก็บศพอะไร? คิดว่าข้าจะหนีทันรึไง ถ้านายน้อยเอาเรื่องขึ้นมาจริงๆ?"

"นายน้อยหล่อจังเลย ข้าอยากมีลูกกับเขา!"

"..."

ในขณะที่เหล่าไทยมุงกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างออกรส เฉาเหวินปินกับจ้าวหยวนเอ๋อร์ก็เริ่มสนทนากันอย่างสนิทสนม

"พอได้แล้ว เจ้าเด็กบ้า ถ้าหิวน้ำก็ไปหาดื่มเอาข้างล่าง ข้ายังไม่เคยมีลูก ไม่มีน้ำนมให้เจ้าดูดหรอกนะ!"

เฉาเหวินปินเหงื่อตก!

สมกับเป็นสาวงามสะพรั่ง วาจาเชือดเฉือนได้ใจจริงๆ!

เดิมทีเฉาเหวินปินเกือบจะพลั้งปากตอบไปว่า ข้าทำให้ท่านมีได้นะ!

แต่เมื่อคำพูดมาถึงริมฝีปาก เขาก็ต้องกลืนมันกลับลงไป!

และท่าทีลังเลนั้นก็ตกอยู่ในสายตาของจ้าวหยวนเอ๋อร์!

"มีอะไรก็พูดมา จะมาอึกอักอะไรกับข้า!"

เห็นได้ชัดว่านางเข้าใจผิด คิดว่าเฉาเหวินปินมีเรื่องจะไหว้วาน!

อย่างไรก็ตาม คำพูดของนางก็เปิดช่องให้เฉาเหวินปินได้จังหวะพอดี!

"พี่สาวหยวนเอ๋อร์ แดนลับนี้มีประโยชน์กับข้ามาก ข้าอยากให้ท่านช่วยเฝ้าทางเข้าไว้หน่อย!"

"อย่าให้ใครหน้าไหนเข้าไปได้ จนกว่าข้าจะออกมา!"

พูดจบ เฉาเหวินปินก็ชี้ไปที่ประตูทางเข้าแดนลับที่เปิดอ้าอยู่!

โดยไม่ลังเล จ้าวหยวนเอ๋อร์พยักหน้ารับทันที

"เจ้าเข้าไปสำรวจอย่างสบายใจเถอะ! ตราบใดที่ไม่มีทางเข้าอื่น จะไม่มีใครมารบกวนเจ้าได้เด็ดขาด!"

หลังจากรับปากเฉาเหวินปิน จ้าวหยวนเอ๋อร์ก็ปรายตามองเหล่าไทยมุงเบื้องล่าง!

"ข้าให้เวลาพวกเจ้าแค่สิบลมหายใจ!"

"หลังจากสิบลมหายใจ ใครยังไม่ไป ก็ไม่ต้องไปไหนอีกตลอดกาล!"

"แน่นอน หากใครไม่พอใจ ก็ไปเรียกผู้หลักผู้ใหญ่ในตระกูลมา! ข้าเป็นคนมีเหตุผล ชอบพูดคุยด้วยเหตุผลอยู่แล้ว!"

ทุกคนแตกตื่นโกลาหล!

จากนั้นโดยไม่มีใครกล้าปริปากบ่นแม้แต่คำเดียว ฝูงชนทั้งหมดก็อันตรธานหายไปจนเกลี้ยงภายในชั่วพริบตา!

"เอาล่ะ เข้าไปได้แล้ว!"

พยักหน้าให้หนึ่งครั้ง จากนั้นเฉาเหวินปินก็ก้าวเข้าไปในประตูแดนลับทันที!

แน่นอนว่าเบื้องหลังของเขา มีสาวงามสะคราญโฉมอย่าง ฉินอวิ๋นเมิ่ง ผู้มีพลังระดับจินตานติดตามเข้าไปด้วย!

ส่วนจุดประสงค์ที่พาผู้หญิงคนนี้ไปด้วยนั้น...

...

"ฉีก... ฉีกกระชากห้วงอากาศ!"

"คนที่มาถึงขั้นระดับ จอมจักรพรรดิ!"

ณ ป่าทึบห่างออกไปหลายสิบไมล์ อู๋เฉิงเฉียนนอนแผ่หราอยู่บนพื้นหญ้าโดยไม่ห่วงภาพลักษณ์!

สภาพของเขาดูสิ้นหวังสุดขีด!

"เฉาเหวินปิน ไอ้ขี้โกง!"

"ข้าแค่ใช้ท่าโจมตีธรรมดา ทำไมเจ้าถึงงัดไม้ตายใหญ่มาใช้เลยวะ!"

"เฮ้อ... โบราณว่าไว้ไม่ผิด ต่อหน้าพลังที่เหนือกว่าอย่างสมบูรณ์ แผนการอันแยบยลก็ไร้ค่าดั่งกองขี้หมา!"

เวลานี้ อู๋เฉิงเฉียนรู้สึกหลงทาง!

การปรากฏตัวของจ้าวหยวนเอ๋อร์ทำลายความทะเยอทะยานของเขาจนป่นปี้!

เขารู้สึกว่าเส้นทางชีวิตของเขาได้มาถึงทางตันแล้ว!

และตระกูลเฉาก็คือกำแพงยักษ์ที่ขวางอยู่ตรงหน้า ซึ่งเขาไม่มีวันปีนข้ามไปได้!

"ถ้าตอนนี้ข้ายอมสงบศึก ไม่รู้ว่าเฉาเหวินปินจะยอมปล่อยแม่ข้าคืนมาไหม"

ต้องยอมรับว่าความมุ่งมั่นของอู๋เฉิงเฉียนนั้นน่ายกย่องจริงๆ!

แม้ในยามนี้ เขาก็ยังคงนึกถึงเป้าหมายแรกเริ่มของตนเองเสมอ!

"ดูท่า... พี่เฉิงเฉียนก็เป็นคนที่มีชะตากรรมคล้ายกันสินะ!"

"ใคร!"

อู๋เฉิงเฉียนกระเด้งตัวลุกขึ้น เรียกเจดีย์สะกดมารออกมาถือไว้ในมือทันที!

ตั้งท่าพร้อมรบเต็มอัตราศึก!

"พี่เฉิงเฉียน ไม่ต้องตื่นเต้นไป!"

"ข้าชื่อ เตี๋ยเค่อ เช่นเดียวกับท่าน ข้าก็มีความแค้นฝังลึกกับไอ้เฉาเหวินปินนั่นเหมือนกัน!"

"เพียงแต่สิ่งที่ข้าถูกแย่งชิงไปคือบรรพชนของข้า ส่วนสิ่งที่ท่านถูกแย่งชิงไปคือมารดาบังเกิดเกล้า!"

เมื่อได้ยินดังนั้น อู๋เฉิงเฉียนก็รู้สึกเห็นอกเห็นใจเตี๋ยเค่อขึ้นมาทันที!

ที่แท้... ในโลกนี้เขาก็ไม่ได้โดดเดี่ยว!

ยังมีเพื่อนร่วมชะตากรรมอยู่อีกมาก!

แต่กระนั้น อู๋เฉิงเฉียนก็ยังไม่วางใจเสียทีเดียว!

"แล้ว... พี่เตี๋ยเค่อมาที่นี่ด้วยจุดประสงค์อันใดรึ..."

เตี๋ยเค่อไม่อ้อมค้อม "ศัตรูของศัตรูคือมิตร!"

"ข้ามาที่นี่เพื่อจะร่วมมือกับท่านจัดการเฉาเหวินปิน!"

อู๋เฉิงเฉียนยิ้มขื่นๆ พลังใจที่เพิ่งฟื้นคืนมาเมื่อครู่กลับเหี่ยวเฉาลงอีกครั้งราวกับมะเขือม่วงโดนน้ำร้อนลวก!

"พี่เตี๋ยเค่อ หากเป็นเมื่อก่อน ข้าย่อมไม่ปฏิเสธ!"

"แต่ตอนนี้..."

"ท่านก็เห็นจอมจักรพรรดิผู้นั้นแล้วใช่ไหม!"

"พูดตรงๆ นะ พวกเราจะเอาอะไรไปสู้?"

มุมปากของเตี๋ยเค่อกระตุกยิ้ม ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้อู๋เฉิงเฉียนกระโดดตัวลอย!

"แล้วถ้าข้ารู้ทางเข้าแดนลับอีกทางหนึ่งล่ะ?"

"จริงหรือ?"

อู๋เฉิงเฉียนตื่นเต้นจนเนื้อเต้น!

หากมีทางเข้าอื่น ปัญหาทุกอย่างก็จะคลี่คลายลงได้ง่ายดาย!

แถมยังทำให้แผนการสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปอีก!

เพราะในเมื่อมีจอมจักรพรรดิมาเฝ้าหน้าประตูขนาดนั้นแล้ว หากเกิดอะไรขึ้นกับเฉาเหวินปินข้างใน ก็โทษคนอื่นไม่ได้แล้วใช่ไหมล่ะ!

"ย่อมจริงแน่นอน!"

"ทางเข้าอีกทางอยู่ในถ้ำห่างจากที่นี่ไปพันไมล์!"

"แถมยังมีค่ายกลธรรมชาติปกคลุมปากถ้ำอยู่ด้วย!"

"ต่อให้เป็นระดับจอมจักรพรรดิ ถ้าไม่ใช้จิตสัมผัสตรวจสอบอย่างละเอียด ก็ไม่มีทางหาเจอ!"

"ทีนี้... เรามาตกลงเรื่องส่วนแบ่งของรางวัลกันได้หรือยัง?"

ดวงตาของอู๋เฉิงเฉียนหรี่ลง "ท่านต้องการอะไร?"

"ข้าต้องการทุกอย่างในแดนลับ!"

"แน่นอน... แม่ของท่านย่อมเป็นของท่าน ข้าไม่แย่งของรักของใคร!"

โดยไม่ลังเล อู๋เฉิงเฉียนพยักหน้ารับทันที!

"ตกลง!"

...

จบบทที่ บทที่ 30 เบื้องหลังของเฉาเหวินปินยิ่งใหญ่คับฟ้า!

คัดลอกลิงก์แล้ว