เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 - การกดดัน

บทที่ 18 - การกดดัน

บทที่ 18 - การกดดัน


บทที่ 18 - การกดดัน

มั่นคงแล้ว ศึกหนักตลอดทั้งคืน บวกกับคะแนนเดิมที่มีอยู่ ตอนนี้เขามีรวมทั้งสิ้นหนึ่งแสนหกหมื่นกว่าคะแนน

ลู่หมิงไม่รอช้า แลกวิชา 'พลังคชสารมังกร' มาทันที

เขาแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะเริ่มฝึกฝน

พอกลับมาถึงลานบ้าน

ก็เห็นในกระทะใบใหญ่กำลังต้มกระดูกหมูส่งกลิ่นหอม แม่ครัวหลายคนกำลังง่วนอยู่หน้าเตา

จางเหมิงเดินยิ้มร่าเข้ามาหา "ใต้เท้า ในที่สุดท่านก็กลับมา ข้ารู้อยู่แล้วว่าแค่ตระกูลจางตระกูลเดียว ไม่มีทางสู้ท่านได้หรอก"

"พาคนไปขนของลง เอาของเข้าคลัง บอกพวกพี่น้องว่า มื้อเช้ารองท้องกันไปก่อน เที่ยงนี้เราจะฉลองกันให้เต็มคราบ!"

"ได้เลยขอรับใต้เท้า!" จางเหมิงรับคำอย่างร่าเริง

แล้วพาคนไปช่วยกันขนของลงจากรถ

ส่วนลู่หมิงเดินตรงไปยังเรือนหลัง

แสงเงินแสงทองเพิ่งจะจับขอบฟ้า หลี่ซีโหรวตื่นขึ้นมาแล้ว

นางกำลังเขย่งเท้าชะเง้อมองอยู่ที่หน้าประตู

"ท่านพี่!"

พอเห็นลู่หมิง นางก็ตะโกนเรียกด้วยความดีใจ ยกชายกระโปรงวิ่งถลารับ

"ทุกอย่างจบลงแล้ว" ลู่หมิงลูบผมยาวสลวยของนางเบาๆ

ช่วงที่ผ่านมา ทำให้หลี่ซีโหรวต้องอกสั่นขวัญแขวนจริงๆ

ในใจเขารู้สึกผิดอยู่บ้าง

"เจ้าค่ะ!"

หลี่ซีโหรวรับคำ แล้วเดินตามลู่หมิงเข้าไปในห้อง

สาวใช้ไม่รู้เตรียมน้ำไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่

ไอร้อนกำลังลอยกรุ่นขึ้นมาจากถังอาบน้ำ

"อาบน้ำให้หายเหนื่อยเถอะเจ้าค่ะ"

หลี่ซีโหรวเดินเข้ามา ช่วยลู่หมิงถอดชุดเกราะอย่างเบามือ

ลู่หมิงไม่ได้ปฏิเสธ พอหย่อนตัวลงในน้ำอุ่น ร่างกายก็ผ่อนคลายลงทันที

ภรรยาคอยนวดไหล่อยู่ข้างๆ

นับตั้งแต่ข้ามมิติมา นี่เป็นครั้งแรกที่ลู่หมิงรู้สึกผ่อนคลายขนาดนี้

แช่น้ำอยู่ครึ่งชั่วยาม เขาถึงลุกขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ที่สะอาดสะอ้าน

เดินออกมาที่ลานบ้าน ลองโคจรพลังตามเคล็ดวิชา 'พลังคชสารมังกร'

เพียงครู่เดียว ก็สัมผัสได้ถึงขุมพลังมหาศาลที่แทรกซึมเข้าไปในกระดูก

ทั่วร่างเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง

"ได้ผลจริงๆ ด้วย ฝึกได้เร็วกว่าวิชาเดิมตั้งหลายเท่า!"

ลู่หมิงพึมพำกับตัวเอง

ใบหน้าฉายแววมั่นใจ

อีกไม่นาน เขาคงจะทะลวงระดับพลังได้อีกครั้ง

เมื่อเดินมาถึงเรือนหน้า ทุกคนกินข้าวกันเสร็จแล้ว

แต่ทว่าลานบ้านมันเล็กเกินไป คนเยอะขนาดนี้จัดสรรลำบาก

"จางเหมิง สองวันนี้ลองไปสืบข่าวในตำบลดูหน่อย ว่ามีที่ไหนเหมาะจะตั้งเป็นที่ทำการกองพันบ้าง เอาที่กว้างๆ หน่อย อยู่ไกลหน่อยก็ไม่เป็นไร!"

"ใต้เท้า ตระกูลจางมีคฤหาสน์อยู่ที่ชายตำบล ใหญ่โตมากขอรับ ได้ยินว่าตอนสร้างใช้เวลาตั้งสามรุ่นคนกว่าจะเสร็จ กินพื้นที่หลายสิบไร่ ข้างในมีครบทุกอย่าง!"

จางเหมิงรีบเสนอหน้าเข้ามา

เขาเล็งคฤหาสน์ตระกูลจางไว้นานแล้ว

ตอนนี้มีโอกาสได้เข้าไปอยู่ด้วยบารมีของลู่หมิง ย่อมดีใจจนเนื้อเต้น

"งั้นบ่ายนี้เจ้าพาคนไปยึดซะ ตระกูลจางสมคบคิดกับกองทัพเขาดำก่อกบฏ ทรัพย์สินทั้งหมดสมควรถูกริบเข้าหลวง"

"รับทราบ!"

จางเหมิงรับคำเสียงดัง

ยิ้มจนแก้มแทบปริ

ลู่หมิงสั่งต่อ "ไปบอกพี่น้องทุกคน เราจะไปกินข้าวที่หอเหอเฟิง วันนี้ข้าเหมาทั้งร้าน!"

"ขอบพระคุณใต้เท้า!"

คนในลานบ้านลุกขึ้นยืนพร้อมกัน ส่งเสียงเฮลั่นด้วยความตื่นเต้น

จากนั้น ขบวนคนจำนวนมากก็มุ่งหน้าออกไปข้างนอก

หอเหอเฟิง เป็นภัตตาคารที่ใหญ่ที่สุดในตำบลเฟิงเหลย

แต่การรองรับคนนับพัน ก็ถือเป็นงานหนักเอาการ

โชคดีที่หลงจู๊เป็นคนฉลาด เรื่องที่กองพันถล่มตระกูลจางเมื่อคืน แพร่สะพัดไปทั่วตำบลแล้ว

เขาไหนเลยจะกล้าปฏิเสธ

ในร้านนั่งไม่พอ ก็ตั้งโต๊ะในลาน

ถ้ายังไม่พอ บนถนนก็ตั้งได้

ดังนั้น หอเหอเฟิงจึงวุ่นวายกันทั้งร้าน

ถึงขั้นต้องไปยืมตัวพ่อครัวจากร้านอื่นมาช่วย

ลู่หมิงนั่งอยู่บนชั้นสาม รอคอยการมาถึงของเหล่าพ่อค้า

แม้ครั้งนี้จะได้เงินจากตระกูลจางมาไม่น้อย แต่ตัวเลขที่แน่นอนยังไม่ได้นับ

ทว่าการจะสร้างกองทัพที่แข็งแกร่งจริงๆ แค่เงินพวกนี้ยังไม่พอหรอก

ดังนั้น ภาษีการค้าจึงเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้

เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มลอยสูง

เหล่าพ่อค้าทยอยกันมาถึง แต่พอมีคนยิ้มแย้มจะเดินเข้าไป กลับถูกทหารเฝ้าประตูขวางไว้

"เทียบเชิญ!"

น้ำเสียงเย็นชา แข็งกร้าว ทำให้สีหน้าของพ่อค้าเปลี่ยนไป

หน้าหอเหอเฟิงที่เพิ่งจะคึกคัก ทหารกองพันทุกคนหันขวับมามองเป็นตาเดียว

พ่อค้าที่รู้อยู่แก่ใจว่าทำอะไรไว้ ต่างยืนตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าขยับ

ลู่หมิงยืนอยู่ที่หน้าต่าง มองดูฉากด้านล่าง แววตาเย็นเยียบ

พ่อค้าพวกนี้กล้าเผาเทียบเชิญของเขา ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทน

จะไม่ฆ่าแกงกันหรอก แต่ต้องรีดเลือดกันบ้าง หนีไม่พ้นแน่

"ตุบ!"

ไม่รู้ใครเป็นคนเริ่มคุกเข่าลงก่อน

คนอื่นๆ ก็พากันคุกเข่าตาม

ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

ลู่หมิงยังคงเงียบ นั่งจิบเหล้าคนเดียวเงียบๆ

จนกระทั่งเที่ยง อาหารรสเลิศทยอยยกมาเสิร์ฟ

คนของกองพันเริ่มกินดื่มกันอย่างเอร็ดอร่อย แต่ก็ยังไม่มีใครสนใจพ่อค้าเหล่านั้น

พวกเขาต้องตากแดดร้อนระอุ ร่างกายหนาวเหน็บด้วยความกลัว

ความหวาดผวาฉายชัดบนใบหน้า

จนกระทั่งทุกคนกินเสร็จ

จางเหมิงถึงเดินออกมา

"ใต้เท้าให้พวกเจ้าเข้าไปได้"

น้ำเสียงยังคงแข็งกระด้าง

เหล่าพ่อค้าถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก รีบพากันเดินเข้าไในร้าน

ที่กลางห้องโถงชั้นสาม ลู่หมิงกินอิ่มแล้ว กำลังบ้วนปาก

พ่อค้ายืนเบียดเสียดกันเต็มห้อง แต่เขาทำเหมือนมองไม่เห็น ทำธุระส่วนตัวต่อไป

ครู่ใหญ่ ถึงเงยหน้าขึ้น "มากันครบแล้วสินะ?"

"คารวะใต้เท้า!"

เหล่าพ่อค้ารีบโค้งคำนับ

ลู่หมิงโบกมือขัดจังหวะ

"ไม่ต้องมากพิธี ข้ารับไว้ไม่ไหวหรอก วันนี้เรียกพวกเจ้ามา มีเรื่องเดียว ภาษีการค้า

ข้าต้องการกำไรห้าส่วนจากทุกร้าน พวกเจ้าต้องนำมาส่งเองทุกเดือน

แต่เมื่อรับเงินพวกเจ้าแล้ว ข้าจะรับประกันความปลอดภัยของพวกเจ้าในตำบลเฟิงเหลย

วันหน้า นอกจากคำสั่งราชสำนัก พวกเจ้าไม่ต้องไปสนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนอีก!"

ความจริง ปกติเขาเก็บกันแค่สิบชักหนึ่ง แต่ใครใช้ให้พวกนี้มาลองดีกับลู่หมิง เขาเลยขึ้นราคาซะเลย

"ใต้เท้าวางใจ พวกเราจะปฏิบัติตามแน่นอน!"

พ่อค้าคนหนึ่งก้าวออกมาตอบรับ

มีบางคนดูเหมือนจะไม่พอใจ อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ถูกเพื่อนข้างๆ กดไหล่ไว้

เพราะพวกเขาเห็นว่า มือของทหารกองพันหลายคน เริ่มจับที่ด้ามดาบแล้ว

"เอาล่ะ ในเมื่อตกลงกันแล้ว ข้าก็ไม่รั้งพวกเจ้าไว้ กลับไปซะ ภาษีการค้าเริ่มเก็บตั้งแต่สิ้นเดือนนี้!"

ลู่หมิงพูดจบ ก็เดินออกไปข้างนอก

คนของกองพันเดินตามไปติดๆ

จนกระทั่งพวกเขาจากไปหมดแล้ว เหล่าพ่อค้าถึงเริ่มจับกลุ่มกระซิบกระซาบกัน

แต่สุดท้าย ก็สรุปอะไรไม่ได้

เพราะในมือลู่หมิงมีคน มีอาวุธ

ขนาดตระกูลจางยังโดนล้างบาง พวกเขาจะไปมีปัญญาทำอะไรได้

ขณะที่ทุกคนกำลังปรึกษากัน

ลู่หมิงกลับมาถึงที่ทำการกองพันแล้ว

ช่วงก่อนหน้านี้ เขาจ้างคนทำบัญชีมาสามคน

ตอนนี้ดูเหมือนจะเพิ่งทำงานเสร็จ กำลังเก็บของเตรียมกลับ

ลู่หมิงไม่ได้สนใจพวกเขา เดินตรงไปที่เรือนหลัง

เงินทองทั้งหมดหลี่ซีโหรวเป็นคนดูแล

ถามนางได้เลย

และก็เป็นดังคาด พอเขาเดินเข้าห้องมา หลี่ซีโหรวก็เดินแก้มปริเข้ามาหา

"ท่านพี่ ลองทายสิว่ารอบนี้ขนเงินกลับมาได้เท่าไหร่?"

ตอนนี้นาง ดวงตาเป็นประกายวิบวับ เหมือนมีแสงดาวอยู่ในนั้น

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 18 - การกดดัน

คัดลอกลิงก์แล้ว