- หน้าแรก
- แผนที่สู่เซียน
- บทที่ 1101 ตรวจนับสมบัติที่ได้ บันทึกจันทราทิศใต้ (ฟรี)
บทที่ 1101 ตรวจนับสมบัติที่ได้ บันทึกจันทราทิศใต้ (ฟรี)
บทที่ 1101 ตรวจนับสมบัติที่ได้ บันทึกจันทราทิศใต้ (ฟรี)
บทที่ 1101 ตรวจนับสมบัติที่ได้ บันทึกจันทราทิศใต้
ในโลกบำเพ็ญเซียนนั้น ผู้บำเพ็ญระดับสูงที่มีนิสัยอ่อนโยนเช่นนี้ หาได้ยากยิ่งนัก
วังฉางซีจะปรากฏขึ้นทุกสองพันปี และทุกครั้งที่ปรากฏ ก็จะคงอยู่เพียงสิบสองวันเท่านั้น ก่อนจะหายไปอีกครั้ง รอคอยจังหวะที่ดวงจันทร์สองดวงปรากฏพร้อมกัน จึงจะเผยตัวอีกครั้ง
แต่กู่ฉางฮวนกลับใช้เวลาไม่ถึงสามวันก็สำรวจวังฉางซีได้ทั่วทั้งหมด
เขายังได้พบภาพวาดของเจ้าของวังฉางซีคนก่อนซึ่งอยู่ในตำหนักรองของเจ้าของวัง รูปวาดนั้นเส้นสายเรียบง่าย ไม่มีสีสันสดใสใด ๆ แต่ก็เผยให้เห็นว่าผู้นั้นเป็นหญิงงามผู้หนึ่ง
ในตำหนักยังมีภาพวาดอีกหลายชิ้นถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี คาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของศิษย์หรือสหายของเจ้าของวังคนก่อน
กู่ฉางฮวนดูเสร็จแล้วก็วางกลับที่เดิม
ส่วนพื้นที่อื่น ๆ เขาก็ไม่คิดจะเข้าไปดูอีก ด้วยมีแผนที่สู่เซียนอยู่ในมือ ย่อมไม่พลาดสิ่งใด และเขาเองก็ไม่มีนิสัยพลิกค้นตำหนักของผู้อื่น ดังนั้นหลังจากใช้เวลาสามวันกวาดต้อนสมบัติไปทั่วทั้งวังฉางซีแล้ว กู่ฉางฮวนจึงเตรียมตัวออกจากวัง
ก่อนจาก เขาหยิบหินบันทึกภาพออกมา บันทึกทัศนียภาพของที่นี่เอาไว้
และยังฝากคัมภีร์มากมายที่ชิงถูได้บันทึกไว้ ลงไว้ในหอคัมภีร์ใต้ต้นหลิวที่เขาเข้าไปเป็นที่แรก
เมื่อออกจากวังฉางซีแล้ว เขาหันกลับไปมองเพียงครั้งหนึ่ง ภายในวังฉางซีนั้น ท่านเย่และบรรพชนอู๋ชิวพร้อมเหล่าศิษย์มากมายกำลังง่วนอยู่กับการค้นหาสมบัติ ยังมีผู้บำเพ็ญที่เข้ามาภายหลังอีกจำนวนมากที่ยังคงวุ่นวายกันอยู่
“ไม่รู้เมื่อวังฉางซีหายไปแล้ว โลกจันทราจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง”
กู่ฉางฮวนพึมพำกับตนเองเบา ๆ ก่อนจะกลายเป็นแสงเร้นร่างพุ่งออกไป
เขาไม่ได้กลับไปยังหุบเขาปีศาจนิทราทันที แต่เลือกพักในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในเมืองตลาดเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เพื่อเริ่มตรวจนับสมบัติที่ได้มาจากวังฉางซี
สมบัติที่ได้มากที่สุดคือเคล็ดวิชา และรองลงมาคือสมุนไพรวิญญาณนานาชนิด
สำหรับเคล็ดวิชาหลักของเจ้าของวังฉางซีคนก่อน กู่ฉางฮวนก็ได้พบอยู่ในกองคัมภีร์นั้นด้วย มีนามว่า “บันทึกจันทราทิศใต้” ซึ่งเป็นเคล็ดวิชาลึกล้ำหาได้ยาก แม้จะแตกต่างจากเคล็ดวิชาทั่วไปที่มักอ่อนโยนและบริสุทธิ์ โดยมีแนวโน้มจะโน้มเอียงไปทางด้านเย็นยะเยือกและลี้ลับ หากฝึกจนสำเร็จ อาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้ฝึกได้ ด้วยเหตุที่เคล็ดวิชาประเภทนี้หายากในระดับสูง ทำให้ไม่เพียงแต่ในโลกเล็กเช่นนี้ แม้แต่ในโลกวิญญาณของมนุษย์ เคล็ดวิชาประเภทนี้ก็มีผู้ฝึกน้อยนัก
แน่นอนว่า ก็ไม่อาจปฏิเสธว่าบางคนจิตแน่วแน่มั่นคง ไม่หวั่นไหวต่อเคล็ดวิชาเหล่านี้ เพียงแต่คนประเภทนี้ก็ใช่ว่าจะพบเห็นได้ง่ายดายนัก
หลังจากที่กู่ฉางฮวนไล่ดูเคล็ดวิชาทั้งหมด รวมถึงสองเล่มที่สามารถฝึกจนถึงระดับฮว่าเสินได้แล้ว ก็จัดการรวบรวมเก็บรักษาอย่างดี สมุนไพรวิญญาณต่าง ๆ ที่ได้มาก็ต้องนำไปปลูกต่อ
ส่วนสมบัติเล็ก ๆ น้อย ๆ กับวัตถุวิญญาณระดับต่ำอื่น ๆ ภายในวังฉางซี เขาไม่ได้เก็บมาทั้งหมด นำติดตัวมาเพียงสมุนไพรวิญญาณระดับต่ำบางส่วนเท่านั้น
อย่างไรเสีย ทั้งตระกูลกู่และตัวเขาเอง ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสิ่งของภายนอกมากนักอีกต่อไป จึงปล่อยไว้ให้ผู้มาภายหลังเป็นโชควาสนาต่อไปจะดีกว่า
สำหรับกู่ฉางฮวนและตระกูลกู่ในตอนนี้ สิ่งที่ต้องการจากวัตถุวิญญาณเหล่านั้น ไม่ใช่ปริมาณ แต่เป็นความแปลกใหม่
ที่เขาต้องการออกท่องโลกไปยังหลายแดน ก็มีเหตุผลส่วนหนึ่งจากข้อนี้เช่นกัน
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว กู่ฉางฮวนก็ไปดูสภาพของเหล่าสัตว์วิญญาณ
การได้ดื่มน้ำอมฤตจักรพรรดิครั้งนี้ นับว่าเป็นโชควาสนาที่ยิ่งใหญ่ต่อสัตว์วิญญาณทั้งสี่ แม้แต่เจ้าวัวน้อยที่มีระดับพลังต่ำที่สุด ก็ยังหลับใหลบำเพ็ญอย่างตั้งใจด้วยอานิสงส์ที่ได้รับ มิพักต้องกล่าวถึงชิงถู โม่หลิน และภูตดอกไม้น้อย
เพียงแต่ก่อนหน้านี้ภายในวังฉางซี ชิงถูและโม่หลินคงคิดว่าอาจมีจุดที่พวกมันจะต้องออกมาช่วย จึงไม่ได้เข้าสู่การปิดด่านบำเพ็ญทันที
บัดนี้เมื่อกู่ฉางฮวนออกจากวังฉางซีแล้ว สัตว์วิญญาณทั้งสองจึงแยกย้ายไปปิดด่านของตน
สำหรับศึกระหว่างวังปลาบินและพันธมิตรเก้ามังกรในโลกจันทรานั้น อู๋ชิวและอู๋เอี้ยนซึ่งอยู่ระดับฮว่าเสินขั้นกลาง ยังนับว่าสู้กับค่ายกลของวังฉางซีได้ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ กู่ฉางฮวนหากจะลงมือก็สามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย จึงไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสัตว์วิญญาณเหล่านั้น
ด้วยเหตุนั้น ภายในเจดีย์เสวียนเทียนในเวลานี้ ทั้งโม่หลินและชิงถูต่างก็นอนหลับสนิทเพื่อบำเพ็ญพลัง
กู่ฉางฮวนมองดูสัตว์วิญญาณเหล่านั้นพลางรู้สึกสบายใจอยู่ไม่น้อย
โลกจันทราภายนอก เวลาสิบกว่าวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทว่าในเจดีย์เสวียนเทียนกลับล่วงเลยมากกว่าร้อยวันแล้ว ในช่วงเวลากว่าร้อยวันนี้ กู่ฉางฮวนมัวหมกมุ่นอยู่กับการศึกษาปราณพลังจันทราที่เก็บรวบรวมมา
หลังจากพากเพียรมาอย่างยาวนาน ปราณพลังจันทราที่เคยเก็บไว้ก็เหลืออยู่น้อยเต็มที
เมื่อใช้พลังจันทราไปมากขนาดนี้ ย่อมไม่ใช่เพื่อให้สูญเปล่าแน่ หลังจากได้ศึกษาหยกบันทึกของจื่อหลิงจื่อ ซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับปราณพลังจันทราอยู่บ้างประปราย และทดลองด้วยตนเอง เขาก็พบว่าปราณพลังจันทรานั้นมีคุณสมบัติเสริมพลังในด้านเย็นและหยิน ใช้ในการหลอมสิ่งของประเภทนี้จะมีผลเพิ่มพลังได้ดี แต่มีข้อจำกัดคือ แม้จะผสมพลังจันทราเข้ากับวัตถุอื่น ก็ยังคงมีการจางหายไปเรื่อย ๆ เพียงแต่ช้ากว่าปกติเท่านั้น
“หากสามารถทำให้ปราณพลังจันทรากลายเป็นของแข็งได้ล่ะก็ ระดับการเสื่อมสลายคงจะลดลงได้มาก”
กู่ฉางฮวนกล่าวพลางมองไปยังอุปกรณ์เวทน้ำเต้าที่ว่างเปล่า
เปรียบเสมือนปราณวิญญาณที่เมื่อมีความหนาแน่นสูงมาก ก็จะก่อตัวกลายเป็นหินวิญญาณ ซึ่งสามารถคงสภาพได้นับสิบล้านปี
เพียงแต่เทคนิคระดับนี้ เขาเองในตอนนี้ก็ยังไม่อาจทำได้
ว่าแต่ผู้บำเพ็ญระดับเหลียนซวีและเหอถี่จะสามารถทำได้หรือไม่นั้น ในหยกบันทึกของจื่อหลิงจื่อก็ไม่มีระบุไว้ คาดว่าคงไม่มีผู้ใดเคยนึกจะกลั่นจิตพลังแห่งฟ้าดินให้กลายเป็นของแข็งกระมัง?
ผู้คนส่วนใหญ่คิดจะกลั่นน้ำหรือไฟเพื่อนำไปใช้เป็นวัสดุในการหลอมอุปกรณ์เท่านั้น
กู่ฉางฮวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็เก็บสิ่งของทั้งหมดไว้ตามเดิม
“คำนวณเวลาดูแล้ว ก็คงถึงเวลาต้องออกไปข้างนอกแล้ว
เพียงแต่เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรก็ยังไม่แน่ชัดนัก”
เขาหมายถึงเรื่องของวังปลาบินและพันธมิตรเก้ามังกร
นับตั้งแต่งานชุมนุมวีรชนจนถึงตอนนี้ เรื่องราวก็บังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้แต่กู่ฉางฮวนเองก็ยังไม่อาจทำนายได้อย่างแม่นยำว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไรต่อไป แน่นอนว่าไม่ว่าอย่างไร เขาก็จะไม่อยู่ในโลกจันทรานานเกินไป หากภายในสี่ถึงห้าปี พันธมิตรเก้ามังกรและท่านเย่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เขาก็จะจากไปอยู่ดี
เขาไม่ใช่ชาวโลกจันทรา หลังจากอยู่ใต้สมุทรมานาน ก็เริ่มคิดถึงอากาศภายนอกขึ้นมา
เมื่อคิดเช่นนี้แล้ว กู่ฉางฮวนก็ออกจากเจดีย์เสวียนเทียน
เวลานี้ ผ่านพ้นช่วงที่ดวงจันทร์สองดวงปรากฏพร้อมกันมาถึงสิบสามวันเต็มแล้ว
และวังฉางซี ก็หายไปในค่ำคืนก่อนหน้านั้นเอง เหล่าผู้ที่ยังค้นหาสมบัติอยู่ภายใน ไม่ว่าจะเป็นอู๋ชิว อู๋เอี้ยน หรือผู้ใดก็ตาม ต่างก็ถูกดีดออกมาหมด ส่วนใครจะได้สมบัติมาเท่าไรยังไม่อาจทราบแน่ชัด
เมืองตลาดเล็ก ๆ ที่กู่ฉางฮวนพักอยู่ในขณะนี้ อยู่ไม่ไกลจากตำแหน่งวังฉางซี ดังนั้นจึงเริ่มมีข่าวสารบางอย่างแพร่สะพัดเข้ามาแล้ว
แน่นอนว่า คนส่วนใหญ่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสถานที่นั้นชื่อวังฉางซี พวกเขารู้เพียงว่าเป็นสถานที่โบราณลึกลับ มีค่ามาก จนแม้แต่ผู้บำเพ็ญระดับฮว่าเสินยังแย่งกันเข้าไป ในนั้นว่ากันว่ามีทั้งเคล็ดวิชาระดับสูง สมุนไพรเซียน ฯลฯ หากโชคดีเข้าไปได้และพบเจอโชควาสนา อาจได้เป็นศิษย์ของผู้บำเพ็ญระดับสูงก็ได้
คำเล่าลือทั้งหลายที่ฟังดูเกินจริงเหล่านี้ ทำเอากู่ฉางฮวนอดหัวเราะไม่ได้
แต่หากพินิจให้ดี ก็ไม่ได้พูดผิดเสียทีเดียว เพียงแต่เรื่องที่เขาสนใจไม่ใช่ประเด็นเหล่านั้นเท่านั้นเอง
ท้ายที่สุด กู่ฉางฮวนก็มอบหมายให้ผู้มีระดับพลังระดับจินตันคนหนึ่งช่วยเป็นนายหน้า สืบข่าวให้เขาแทน