- หน้าแรก
- แผนที่สู่เซียน
- บทที่ 504 ชายแดนถูกโจมตี (ฟรี)
บทที่ 504 ชายแดนถูกโจมตี (ฟรี)
บทที่ 504 ชายแดนถูกโจมตี (ฟรี)
บทที่ 504 ชายแดนถูกโจมตี
“พี่ลมดำ พวกเราไม่ได้มาเพื่อต่อสู้กับเจ้าพวกมนุษย์เฒ่าหรอกนะ”
ราชาอสูรแดนลวงตากล่าวขณะถือผลวิญญาณลูกหนึ่งขึ้นมากัด จากนั้นจึงหันไปมองราชาอสูรลมดำพลางพูด
ที่จริงแล้ว เขาเองก็ไม่ชอบต่อสู้กับผู้บำเพ็ญเฒ่าของมนุษย์ เพราะสู้ไม่ค่อยจะได้
คราวก่อนที่เขาปะทะกับหนึ่งในผู้บำเพ็ญเฒ่าของเผ่ามนุษย์ เขาถูกกระชากขนปีกแห่งชีวิตไปหนึ่งเส้น แล้วเจ้าผู้นั้นยังเอาไปหลอมเป็นอุปกรณ์เวทเพื่อต่อกรกับเขาอีก มันน่าขายหน้าเสียจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
แน่นอนว่า สองอสูรที่อยู่ด้วยในตอนนี้ยังไม่รู้เรื่องนี้
“นั่นสิ”
ศิลาม่วงที่กำลังกัดเนื้อต้นขาของอสูรตัวหนึ่งพูดออกมาเสียงอู้อี้อย่างเห็นด้วย
“ท่านผู้นำพูดไว้ว่า แค่ให้พวกเราไปสร้างปัญหาให้เผ่ามนุษย์ก็พอแล้ว ให้พวกมันเหนื่อยล้า ไม่ต้องไปเปลืองพลังต่อสู้กับพวกผู้บำเพ็ญเฒ่าให้เสียเวลา”
เมื่อเห็นว่าอสูรทั้งสองไม่เห็นด้วยกับตน ราชาอสูรลมดำก็ขมวดคิ้ว แต่ในขณะนั้นเอง ราชาอสูรแดนลวงตาก็กล่าวขึ้น
“หากพี่ลมดำอยากทดสอบค้อนใหม่ที่ได้มา ก็ไม่จำเป็นต้องไปหาเรื่องกับพวกมนุษย์เฒ่าหรอก ลองทุ่มแรงทุบใส่ค่ายกลของพวกมนุษย์ดูสักที ถ้าทำให้ค่ายกลสั่นคลอนขึ้นมาได้ ค่อยพูดก็ยังไม่สายว่าค้อนนี้มันดีจริง”
เมื่อถูกเปิดโปงความคิดในใจ ราชาอสูรลมดำก็หัวเราะแหะ ๆ เผยฟันขาวสะอาดออกมาบนใบหน้าดำสนิท
“ของที่ซื้อจากจงโจวจะไปด้อยคุณภาพได้ยังไง ข้าแค่คันไม้คันมืออยากจะลองฝีมือน่ะ แต่พวกเจ้าน่ะไม่มีใครอยากสู้กับข้าเลย ส่วนจะไปสู้กับท่านผู้นำ ข้าก็สู้ไม่ได้เลยสักนิด”
ดูไม่ออกเลยว่าเจ้าอสูรหมีดำท่าทางซื่อ ๆ คนนี้ จะมีเล่ห์เหลี่ยมอยู่ไม่น้อย
พอเอ่ยถึงราชาอสูรม่วงเถื่อน ดวงตาของศิลาม่วงก็เป็นประกายขึ้นมา เอ่ยอย่างภาคภูมิว่า
“แน่นอนอยู่แล้ว!
ท่านผู้นำของเราน่ะ เป็นราชาอสูรระดับห้าขั้นกลางมาหลายร้อยปีแล้ว อีกไม่นานก็คงจะบรรลุเป็นราชาอสูรระดับห้าขั้นสูงได้แน่!
ถึงตอนนั้น ท่านผู้นำจะนำพาพวกเราบุกตีเปิดดินแดนใหม่ กวาดล้างเผ่ามนุษย์แห่งตงฮวงให้ราบเป็นหน้ากลอง!
ไม่ว่าจะเป็นนิกายห่าวหรานหรือว่าตระกูลเอี๋ยน เมื่อเผชิญหน้ากับราชาอสูรใหญ่ ก็มีแต่จะหนีหัวซุกหัวซุนเท่านั้น!”
ราชาอสูรลมดำที่นั่งตรงข้ามก็พยักหน้าเห็นด้วย
ก็จริงอยู่
เผ่าอสูรนั้นมีราชาอสูรใหญ่ แต่เผ่ามนุษย์ในตงฮวง กลับไม่มีผู้บำเพ็ญระดับหยวนอิงขั้นปลายเลยแม้แต่คนเดียว
แม้ว่าตลอดช่วงหลายปีมานี้ จำนวนผู้บำเพ็ญระดับหยวนอิงในเผ่ามนุษย์จะเพิ่มขึ้น และยังมีวิธีต่อกรกับราชาอสูรธรรมดามากขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ราชาอสูรใหญ่นั้น หาใช่สิ่งที่ราชาอสูรธรรมดาจะเทียบเคียงได้ ไม่ต้องดูอื่นไกล แค่สองราชาอสูรใหญ่อย่างลายมรกตและเก้าหัวที่อยู่ใกล้เคียงดินแดนของพวกเขา ปกติอาจดูไม่ต่างจากอสูรระดับสูงทั่วไป แต่พอเปิดศึกขึ้นมาทีไร ฟ้าดินแทบถล่ม จนพวกอสูรระดับห้ายังไม่กล้าเข้าใกล้ เพราะกลัวถูกลูกหลงตายไปเปล่า ๆ
แม้แต่สนามรบที่สองราชาอสูรใหญ่นั้นปะทะกันเป็นประจำ ก็กลายเป็นทุ่งร้างพันลี้ไร้พืชพรรณ แม้แต่หินก้อนใหญ่สักก้อนก็ไม่มีเหลือให้เห็น สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงพลังอันน่าหวาดหวั่นของราชาอสูรใหญ่
หากวันใดราชาอสูรม่วงเถื่อนได้บรรลุระดับเดียวกัน…
ราชาอสูรลมดำจินตนาการภาพนั้นก็อดรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาไม่ได้
แต่ทางด้านราชาอสูรแดนลวงตา กลับไม่พูดอะไรเลย
เพราะเขามีฝีมือด้อยกว่าราชาอสูรทั่วไป ดังนั้นสิ่งที่เขาคิดจึงย่อมมากกว่าพวกเดียวกัน
เช่น: ทำไมสองราชาอสูรใหญ่อย่างลายมรกตและเก้าหัวที่ต่างมีพลังพอจะถล่มตงฮวงได้ กลับยังไม่เคยเคลื่อนไหวจริงจังเลยแม้แต่น้อย?
แม้แต่กำลังเสริมจากภายนอกก็แทบไม่ส่งมา มีแต่เฝ้ามองพวกมนุษย์รุกคืบยึดครองดินแดนของเผ่าอสูรไปเรื่อย ๆ เท่านั้นเอง?
แม้ว่าในตอนนี้ ดินแดนและสายพลังวิญญาณที่เผ่ามนุษย์ครอบครองจะยังเทียบกับดินแดนของเหล่าราชาอสูรใหญ่ไม่ได้ แต่ในอนาคตก็ใช่ว่ามนุษย์จะไม่หมายตาสถานที่เหล่านั้น
ผู้ที่สามารถบรรลุเป็นราชาอสูรใหญ่ได้ล้วนเป็นปีศาจเฒ่าที่มีชีวิตยาวนับพันปี ราชาอสูรแดนลวงตาไม่เชื่อเลยว่าราชาอสูรใหญ่เหล่านั้นจะไม่คิดเรื่องนี้
แต่พวกเขาก็ยังไม่เคยลงมือกับเผ่ามนุษย์โดยตรง ราวกับว่ามีสิ่งใดบางอย่างที่พวกเขาเกรงกลัว
หากราชาอสูรใหญ่ตนอื่นยังรู้จักเกรงใจสิ่งนั้น แล้วเมื่อถึงเวลาที่ราชาอสูรม่วงเถื่อนบรรลุเป็นราชาอสูรใหญ่ เขาจะสามารถเมินเฉยต่อสิ่งที่พวกนั้นหวั่นเกรงได้หรือ?
แน่นอนว่า…เป็นไปไม่ได้
เพราะจากเชื้อสายและพรสวรรค์ ราชาอสูรม่วงเถื่อนยังเทียบไม่ได้กับราชาอสูรใหญ่ลายมรกตหรือเก้าหัวด้วยซ้ำ
แม้จะคิดเช่นนี้ แต่ราชาอสูรแดนลวงตาก็ไม่ได้พูดออกมา เพราะเขาฉลาดพอที่จะรู้ว่าไม่ควรทำลายความกระตือรือร้นของสหาย
เขาจึงเพียงยิ้มเล็กน้อยเท่านั้น
และหากว่ากันตามตรง การบรรลุเป็นราชาอสูรใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
แต่ในใจลึก ๆ ราชาอสูรแดนลวงตาก็หวังว่าราชาอสูรม่วงเถื่อนจะสามารถบรรลุขั้นนั้นได้จริง เพราะหากเป็นเช่นนั้น ในฐานะผู้อาวุโสและผู้ติดตามคนแรก สถานะของเขาก็จะสูงขึ้นไปด้วยโดยธรรมชาติ
แต่จากสถานการณ์ในตอนนี้ สิ่งที่ควรทำก่อนกลับเป็น “เอาตัวรอดจากสงครามระหว่างสองเผ่าครั้งนี้” เสียก่อน
หากราชาอสูรม่วงเถื่อนยังไม่สามารถต้านทานเผ่ามนุษย์ได้ การจะขึ้นเป็นราชาอสูรใหญ่ก็คงเป็นเรื่องตลก
ราชาอสูรแดนลวงตาคิดพลางกัดผลวิญญาณในมือจนดังกร๊วบ
เผ่ามนุษย์เจ้าเล่ห์เสมอมา ไม่เคยยกทัพหากไม่มั่นใจ สองศึกก่อนก็ล้วนจบลงด้วยชัยชนะของฝั่งมนุษย์ และศึกครั้งนี้…
ศิลาม่วงยังคงพูดคุยอย่างสนุกสนานกับราชาอสูรลมดำข้าง ๆ แต่ราชาอสูรแดนลวงตากลับทำเหมือนไม่ได้ยิน เขากลืนผลวิญญาณในมือลงไปทั้งลูก แล้วตัดสินใจบางอย่างในใจ
หากราชาอสูรม่วงเถื่อนไม่อาจต้านทานเผ่ามนุษย์ได้ เขาไป๋หลี่ก็ไม่อาจฝังตัวตายไปพร้อมกันด้วย ทางเลือกของเขาคือ หาเจ้านายใหม่ หรือไม่ก็ออกจากตงฮวง ไปสำรวจโลกภายนอกดูสักครั้ง
เพราะนับตั้งแต่บรรลุเป็นราชาอสูรมา เขายังไม่เคยออกจากตงฮวงเลยสักครั้ง
และในขณะที่ราชาอสูรทั้งสามกำลังนั่งดื่มกินกันอย่างสำราญอยู่บนอุปกรณ์เวทที่ลอยอยู่กลางอากาศ บรรดาอสูรบนพื้นดินก็ยังคงพุ่งทะยานอย่างไม่หยุดยั้ง มุ่งหน้าสู่เผ่ามนุษย์
เหล่าอสูรระดับสี่ทำหน้าที่เป็นผู้นำขบวน พาอสูรกลุ่มอื่น ๆ ที่ถูกคัดสรรตามทางให้รวมเข้ากับกองทัพเดิม กระแสนั้นจึงเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
สำหรับราชาอสูรระดับห้านั้น ความเร็วของพวกมันสูงกว่าฝูงอสูรเหล่านี้นับไม่ถ้วน เมื่ออสูรพวกนี้เข้าใกล้ดินแดนมนุษย์เมื่อไร พวกมันสามตนค่อยเคลื่อนไหวก็ยังทัน
ทว่า จากเขตแดนของราชาอสูรม่วงเถื่อนไปยังแคว้นชิงโจวก็ยังมีระยะทางอีกไม่น้อย เพื่อให้มั่นใจว่าอสูรระดับต่ำจะยังคงมีความสามารถในการต่อสู้ พวกมันก็จำเป็นต้องหยุดพักบ้าง เพราะเป้าหมายของพวกมันคือการสร้างปัญหา ไม่ใช่ไปเป็นอาหารให้ผู้บำเพ็ญของเผ่ามนุษย์
ในวันที่สามหลังจากผู้บำเพ็ญแห่งตระกูลกู่ออกจากป้อมปราการจันทร์กระต่าย กู่ฉางฮวนซึ่งกำลังวาดยันต์อยู่ ก็ได้รับคำสั่งเคลื่อนพล
เขาถือยันต์ไว้ข้างหนึ่ง อีกมือหนึ่งจับพู่กันวิญญาณ สายตาจับจ้องอยู่บนกระดาษยันต์ที่ทำจากหนังอสูร ร่างลายเวทเส้นสุดท้ายด้วยพลังปราณแท้ที่มั่นคง
เมื่อยันต์ถูกวาดเสร็จสิ้น กู่ฉางฮวนก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ยันต์ที่เขาเพิ่งวาดเสร็จนี้ เป็นยันต์สายฟ้าระดับสามขั้นสูง ซึ่งถือว่ามีความยากสูงที่สุดในบรรดายันต์ระดับสาม แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่อาจรับประกันอัตราความสำเร็จได้เต็มร้อย
เมื่อเก็บยันต์ใส่ถุงเรียบร้อย กู่ฉางฮวนจึงหันไปมองยังแผ่นยันต์สื่อสาร
และเพียงแค่มองครู่เดียว หัวใจเขาก็เต้นแรงขึ้นทันที
“อสูรระดับสี่นำพาเผ่าอสูรโจมตีชายแดนเผ่ามนุษย์
ผู้บำเพ็ญและสามัญชนของเผ่ามนุษย์ที่แนวชายแดน ต่างได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตในระดับต่าง ๆ
บัดนี้มีคำสั่งให้ศิษย์ในเมืองออกตามคำสั่งของนิกายห่าวหราน
เพื่อสนับสนุนขุมพลังท้องถิ่น ปราบอสูรและปกป้องเมือง ป้องกันไม่ให้สามัญชนได้รับอันตรายเพิ่มเติม”