เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 61 การเปลี่ยนแปลงของแผนที่สู่เซียน

บทที่ 61 การเปลี่ยนแปลงของแผนที่สู่เซียน

บทที่ 61 การเปลี่ยนแปลงของแผนที่สู่เซียน


บทที่ 61 การเปลี่ยนแปลงของแผนที่สู่เซียน

***********************************

ขอแก้ชื่อวิชาหลักๆที่เจอบ่อย ตามที่ผู้อ่านได้ทักท้วงมาให้เป็นไทยแทน

เพื่อให้ได้อรรถรสมากกว่าการใช้ทับศัพท์

混沌萬靈訣 เคล็ดวิชาลับฮุ่นตุ้นหวั่นหลิง = เคล็ดวิชาลับหมื่นวิญญาณแห่งห้วงโกลาหล

震霄九雷決 เคล็ดวิชาลับเจิ้นเซียวจิ่วเหลย = เคล็ดวิชาลับเก้าสายฟ้าทะลวงสวรรค์

青蓮渡難真經 พระสูตรชิงเหลียนตู๋หนาน = พระสูตรบัวศักดิ์สิทธิ์ข้ามความทุกข์

***********************************

กู่หว่านชางกับกู่หว่านฮ่าวมองไปทางกู่เสวียนจั้นด้วยสีหน้าสงสัย กู่เสวียนจั้นในตอนนี้ก็รู้สึกหน้าบางอยู่ไม่น้อย

เขาไอเบาๆ หนึ่งครั้ง

“ก็เพราะเป็นห่วงว่าฉางฮวนจะเกิดอันตรายน่ะสิ! ฉางฮวน เจ้าก็เหมือนกัน! ไยจู่ๆ ถึงได้ทะลวงระดับจู้จีขึ้นมาเล่า? โชคยังดีที่ทะลวงสำเร็จ หากเกิดเหตุผิดพลาดขึ้นจะทำอย่างไรดี!”

พูดไปพูดมาก็เปลี่ยนเรื่อง

กู่หว่านฮ่าวกับกู่หว่านชางก็ให้หน้าเขา ต่างเริ่ม “ตำหนิ” กู่ฉางฮวนบ้าง

“ฉางฮวน ครั้งนี้เจ้าช่างบุ่มบ่ามจริงๆ!”

“เรื่องใหญ่อย่างทะลวงระดับจู้จี เหตุใดจึงไม่แจ้งพวกเราก่อน!”

ทั้งสองกล่าวต่อๆ กัน

กู่ฉางฮวนหัวเราะแห้งๆ “ก็เป็นเหตุบังเอิญขอรับ ข้าเองก็ไม่ได้คิดจะทะลวงเร็วขนาดนี้”

ใครจะรู้ว่าเมื่อพลังวิญญาณถูกกลั่นบริสุทธิ์และชำระล้างหลายครั้ง เพียงแค่กดดันนิดเดียวก็กลายเป็นปราณแท้แล้ว แถมยังทำให้เขาอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หากไม่ใช่เพราะเขาตั้งสติไว หยิบหินวิญญาณขั้นสูงสุดขึ้นมาดูดซับพลังวิญญาณได้ทันการณ์ ป่านนี้ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นแล้ว!

ใช่แล้ว หลังจากกู่เสวียนจั้นทะลวงถึงระดับจื่อฝู่ ก็ได้บอกเรื่องหินวิญญาณขั้นสูงสุดให้กู่ฉางฮวนรับรู้ ทว่ากู่ฉางฮวนก็ไม่ได้แปลกใจอะไรนัก เพราะเป็นแหวนเก็บของของผู้ฝึกบำเพ็ญระดับต้าเฉิง ต่อให้มีหินเซียนอยู่สองสามก้อนก็ไม่ใช่เรื่องประหลาด

แต่เรื่องที่เกิดหลังจากทะลวงระดับจู้จี เช่นพบเจอจื่อหลิงจื่อที่เหลือเพียงจิตวิญญาณ และเรื่องอื่นๆ นั้น ล้วนไม่ใช่สิ่งที่กู่ฉางฮวนคาดคิดมาก่อนเลย

เมื่อคิดถึงจื่อหลิงจื่อ และเจดีย์เสวียนเทียนที่อีกฝ่ายมอบให้ แผนการหนึ่งก็เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ

กู่หว่านฮ่าวกล่าวว่า “แต่การที่สามารถทะลวงระดับจู้จีได้ก่อนที่คลื่นอสูรจะมา ก็นับเป็นเรื่องดี อย่างน้อยก็มีพลังป้องกันตัวได้ ตระกูลกู่เราทะลวงระดับจู้จีเพิ่มขึ้นอีกคน คิดว่าในคลื่นอสูรที่กำลังจะมาถึง เราจะสามารถปกป้องคนในตระกูลได้มากขึ้น และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้มากขึ้นเช่นกัน!”

ใช่แล้ว แม้คลื่นอสูรจะนำมาซึ่งภัยพิบัติถึงขั้นล้างตระกูล แต่หากสามารถรอดจากมันมาได้ ก็จะสามารถเก็บเกี่ยววัสดุจากอสูรจำนวนไม่น้อย ซึ่งล้วนมีค่ามหาศาล

โลกบำเพ็ญเซียนนั้น เป็นสถานที่ซึ่งภัยอันตรายและโอกาสเดินคู่กันเสมอ

เมื่อได้ยินถ้อยคำของกู่หว่านฮ่าว กู่ฉางฮวนก็นึกสงสัยขึ้นมา

ทะลวงระดับจู้จีเพิ่มขึ้นอีกคน? เขาคิดเล็กน้อยแล้วถามว่า

“หรือว่าป้าซื่อซิงทะลวงแล้วหรือ?”

กู่หว่านชางพยักหน้า

“ป้าซื่อซิงของเจ้าได้ซื้อโอสถน้ำเซียนเยวียนมาเอง และทะลวงระดับจู้จีไปแล้ว แต่ตอนนี้กำลังปิดด่านอยู่ คิดว่าอีกไม่นานก็คงออกมาได้”

กู่ฉางฮวนเข้าใจดี โอสถน้ำเซียนเยวียนนั้นมีพิษร้ายแรงและชั่วร้าย คิดว่าขณะทะลวงคงทิ้งพิษตกค้างเอาไว้ จึงต้องปิดด่านขจัดมัน

กู่ฉางฮวนกลอกตาเล็กน้อยก่อนกล่าวว่า “ตามกฎของตระกูลกู่ หากทะลวงระดับจู้จีได้ก็สามารถเลือกออกไปท่องโลกได้สามปี ข้านี่ทั้งทะลวงระดับจู้จี ทั้งจะออกเดินทาง ท่านทวด ท่านปู่ ท่านลุง เจ้าตระกูล ท่านทั้งหลายว่าอย่างไร…”

เขาพูดไปก็ถูมือไป รอยยิ้มบนใบหน้าดูสว่างไสวเป็นพิเศษ เกือบจะพูดออกมาตรงๆ ว่า ‘ขอของขวัญ ขอหินวิญญาณ’ แล้ว

ทั้งสามเมื่อเห็นท่าทางของกู่ฉางฮวนก็อดหัวเราะไม่ได้ ต่างล้วงมือลงในถุงเก็บของของตนเอง

ไม่นานนัก กู่ฉางฮวนก็ได้รับสมบัติมาสามชิ้น

กู่หว่านฮ่าวมอบอุปกรณ์เวทรูปทรงกระสวยบินระดับสองขั้นกลางหนึ่งลำ กู่หว่านชางมอบกระบี่วิญญาณระดับสองขั้นกลาง และกู่เสวียนจั้นให้ยันต์ระดับสามขั้นต่ำหนึ่งแผ่น

เมื่อเห็นของทั้งสาม กู่ฉางฮวนกล่าวขอบคุณหนึ่งคำก่อนจะเก็บไว้ด้วยรอยยิ้มกว้าง

คราวนี้ล่ะดีเลย จะสู้ก็ได้ จะหนีก็มีเครื่องหนี หากหนีไม่ได้จริงๆ ก็ใช้ยันต์ตู้มใส่ฝ่ายตรงข้ามเสียเลย

“ไม่ทราบว่าเจ้าคิดจะไปท่องโลกที่ใด?” กู่หว่านฮ่าวถาม

กู่ฉางฮวนคิดเล็กน้อยก่อนตอบว่า “ข้าคิดจะไปเทือกเขาเฉียนหลงก่อน จากนั้นก็ไปแคว้นเหิงโจว หากเวลายังพอก็อยากไปดูแคว้นหลานด้วย”

โดยเคร่งครัดแล้ว เทือกเขาเฉียนหลงถือเป็นเขตแดนของเผ่าอสูร แต่บริเวณชายขอบของเทือกเขาเฉียนหลงนั้นมีเมืองตลาดชื่อ ‘หลินเป่าฝั่งซื่อ’ อยู่ภายในถ้ำขนาดใหญ่

ที่นั่นมีผู้บำเพ็ญเซียนพเนจรอยู่ไม่น้อย พวกเขาใช้การล่าสังหารอสูรในเทือกเขาเฉียนหลง และค้นหาโอสถสมุนไพรเพื่อยังชีพ มักจะสามารถหาโอสถหรือของดีต่างๆ มาขายให้กับร้านค้าในเมืองตลาดหลินเป่าได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ตระกูลกู่ก็มีร้านค้าอยู่ในเมืองตลาดหลินเป่าแห่งนี้เช่นกัน

แม้แต่นิกายอันดับหนึ่งของแคว้นชิงโจวอย่างนิกายห่าวหราน ก็ยังมาเปิดร้านขนาดใหญ่ในเมืองตลาดหลินเป่า

เมื่อได้ยินว่ากู่ฉางฮวนตั้งใจจะไปยังเมืองตลาดหลินเป่า กู่หว่านฮ่าวก็ขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากห้าม

เพียงแต่หยิบแผนที่ออกมาอีกหนึ่งแผ่น

“นี่คือที่ตั้งของเมืองตลาดหลินเป่า เจ้าไปถึงแล้ว หากมีปัญหาอะไรก็ไปขอความช่วยเหลือที่ร้านค้าของตระกูลกู่ได้”

กู่ฉางฮวนรับแผนที่ไว้ด้วยความตื่นเต้น เมื่อเห็นเขาเป็นเช่นนี้ สามคนกู่เสวียนจั้นต่างก็ยิ้มออกมาโดยมิได้นัดหมาย

ตอนพวกเขาออกไปท่องโลกเมื่อสมัยก่อน ใจความก็ไม่ต่างจากกู่ฉางฮวนนัก อยู่ในตระกูลอึดอัดมาหลายสิบปี พอทะลวงระดับจู้จีได้ ก็ได้ออกไปข้างนอก ตื่นเต้นยิ่งนัก

กลางคืน กู่ฉางฮวนเฝ้าพิจารณาเจดีย์เสวียนเทียนอยู่ในห้องของตนเอง เขารู้สึกเสมอว่าอักขระลึกลับรอบตัวเจดีย์เสวียนเทียนคล้ายกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่ก็นึกไม่ออกเสียที

จู่ๆ ก็มีประกายความคิดแล่นวาบขึ้นมาในหัว

กู่ฉางฮวนตรวจสอบทะเลจิตในตนเอง แล้วพบว่ารูนอักขระที่อยู่ด้านหลังของแผนที่สู่เซียนนั้น มีความคล้ายคลึงกับอักขระรอบเจดีย์เสวียนเทียนถึงเจ็ดส่วน!

หรือว่าแผนที่สู่เซียนก็เป็นสมบัติเสวียนเทียนด้วย?

แต่ทว่า ประสิทธิภาพของแผนที่สู่เซียนดูจะสู้เจดีย์เสวียนเทียนไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

เขาจึงเรียกแผนที่สู่เซียนออกมา ทว่าในขณะนั้นก็พลันพบสิ่งผิดปกติบางอย่าง

เหตุใดแผนที่สู่เซียนถึงได้ใหญ่ขึ้นขนาดนี้?

จากเดิมที่มีขนาดเพียงเท่าผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กๆ ตอนนี้กลับใหญ่ถึงขนาดเป็นผ้าผืนสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่!

ในเมื่อขนาดของแผนที่สู่เซียนขยายขึ้น งั้นขอบเขตที่มันสามารถแสดงผลได้ก็คงจะ…

กู่ฉางฮวนคิดดังนี้ จึงจ้องมองแผนที่สู่เซียนอย่างตั้งใจ

เป็นจริงตามคาด ขอบเขตที่แผนที่สู่เซียนสามารถแสดงออกมาได้ขยายใหญ่ขึ้นถึงสิบเท่า!

ขณะนี้กู่ฉางฮวนสามารถมองเห็นสิ่งของมีค่าทั้งหมดภายในรัศมีสองร้อยมี่จากจุดศูนย์กลางของตน! ไม่ว่าจะอยู่บนพื้นดินหรือใต้ดิน ก็ล้วนเห็นชัดเจนไม่มีสิ่งใดหลุดรอด!

กู่ฉางฮวนรู้สึกว่าการทะลวงระดับจู้จีครั้งนี้ช่างคุ้มเกินคุ้ม

ทะลวงครั้งเดียว ยังทำให้แผนที่สู่เซียนอัปเกรดตามไปด้วย

เขาจึงเริ่มตรวจดูสิ่งของมีค่าทั้งหมดที่อยู่บนเขาปี้เฟิง

ทว่า กลับไม่พบแหล่งสายแร่ใดๆ ในอาณาบริเวณบ้านของตน

กู่ฉางฮวนก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก ท้ายที่สุด การที่จะขุดพบเหมืองทองในบ้านตัวเองมันก็เป็นเรื่องยากอยู่แล้ว ที่สำคัญกว่านั้นคือ ตระกูลกู่ในเทือกเขาจิ่วชีไม่ได้มีเพียงแค่เขาปี้เฟิงเพียงลูกเดียว

เขาปี้เฟิงก็เป็นเพียงภูเขาที่มีพลังวิญญาณหนาแน่นที่สุดในเขตแดนของตระกูลกู่เท่านั้นเอง

กู่ฉางฮวนเริ่มจินตนาการฉากที่ตนเดินถือแผนที่สู่เซียนไปทั่วๆ แล้วจู่ๆ ก็พบแหล่งแร่ซ่อนอยู่ในเขตตระกูลของตัวเอง

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง กู่ฉางฮวนก็เก็บแผนที่สู่เซียนกลับไป

เขาหยิบเจดีย์เสวียนเทียนขึ้นมา กำลังกลุ้มว่าจะเข้าไปข้างในอย่างไร ทันใดนั้นภาพเบื้องหน้าก็พลันเปลี่ยนไป เขาปรากฏตัวอยู่ในสวนสมุนไพรที่มีแต่หญ้าขึ้นรกเต็มไปหมด

ดูเหมือนที่นี่จะเป็นโลกภายในชั้นแรกของเจดีย์เสวียนเทียน

กู่ฉางฮวนเงยหน้าขึ้น เหนือศีรษะมีลูกกลมสีขาวเปล่งแสงสว่างนุ่มนวลออกมา ไม่ได้จ้าแสบตาเหมือนแสงอาทิตย์

เขาก้มลงมองดูหญ้ารกทั่วพื้นดิน แล้วในใจพลันรู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง

เขาจะทำอย่างไรถึงจะหาโอสถในสวนหญ้านรกนี่เจอกันเล่า?!!

จบบทที่ บทที่ 61 การเปลี่ยนแปลงของแผนที่สู่เซียน

คัดลอกลิงก์แล้ว