- หน้าแรก
- แผนที่สู่เซียน
- บทที่ 47 สืบหาความจริง
บทที่ 47 สืบหาความจริง
บทที่ 47 สืบหาความจริง
บทที่ 47 สืบหาความจริง
ไม่ผิดแน่ ในหยกบันทึกบันทึกไว้ถึงค่ายกลที่ป้องกันถ้ำบำเพ็ญโบราณและแผนที่ของถ้ำบำเพ็ญโบราณนั้น
ทว่าเนื้อหาเกี่ยวกับค่ายกลกลับหยาบมาก คาดว่าคงเพราะปีศาจคู่เฮยอวิ๋นกับจ้าวผินเอ๋อร์ล้วนเป็นผู้บำเพ็ญเซียนพเนจรไม่รู้เรื่องค่ายกลเท่าไร จึงได้แต่คาดเดาวิธีแก้ค่ายกลตามความเข้าใจของตน
“ถ้าเช่นนั้น ที่จ้าวผินเอ๋อร์พูดมาก็ไม่ใช่เรื่องโกหกทั้งหมด ถ้ำบำเพ็ญโบราณนี้อยู่ไม่ไกลจากเมืองตลาดจิ่วชีนัก ด้วยความเร็วของอสูรวัวหนานหนิ่วแค่ครึ่งวันเช้าก็ไปกลับได้แล้ว” กู่ฉางฮวนถือหยกบันทึกพลางคิดถึงตอนที่ตนพูดอย่างมั่นใจว่าแคว้นชิงโจวเริ่มพัฒนาในภายหลัง จึงเป็นไปได้น้อยที่จะมีถ้ำบำเพ็ญโบราณอยู่ สีหน้าจึงออกจะรู้สึกกระอักกระอ่วน
ตอนนี้เขามีทั้งหินวิญญาณ อุปกรณ์เวท และมรดกมากมายแล้ว ถ้าอย่างนั้นจะบอกเรื่องถ้ำบำเพ็ญโบราณนี้ให้ท่านปู่รู้ก็ได้ ถือว่าเป็นการทำคุณประโยชน์ให้กับตระกูล
หลังจากกู่ฉางฮวนตรวจนับของทั้งหมดก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าตนร่ำรวยขึ้นมาจริงๆ
หินวิญญาณขั้นต่ำสามพันห้าสิบเจ็ดก้อน อุปกรณ์เวทระดับหนึ่งขั้นสูงหนึ่งชิ้น อุปกรณ์เวทระดับหนึ่งขั้นกลางสามชิ้น และอุปกรณ์เวทระดับหนึ่งขั้นต่ำเจ็ดชิ้น
เมื่อจัดการเรียบร้อยแล้ว กู่ฉางฮวนก็ถือหยกบันทึกไปหากู่หว่านฮ่าว
เมื่อกู่หว่านฮ่าวตรวจสอบเนื้อหาในหยกบันทึกแล้วก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่ง เนื้อหาในหยกบันทึกนี้ดูไม่เหมือนถูกปลอมแปลง รายละเอียดหลายอย่าง ถ้าไม่เห็นด้วยตาตนเองย่อมอธิบายออกมาไม่ได้
เพราะเหตุนี้เขาจึงตื่นเต้นมาก ถ้ำบำเพ็ญโบราณที่แท้จริงมักจะได้ของล้ำค่ามากมาย
อุปกรณ์เวท เคล็ดวิชา โอสถ หินวิญญาณ สิ่งเหล่านี้ไม่ว่าตระกูลไหนก็ไม่มีวันปฏิเสธได้ โดยเฉพาะตระกูลกู่ของพวกเขา
กู่หว่านฮ่าวถึงขั้นตื่นเต้นจนอยากออกเดินทางทันทีในวันนั้น ปฏิเสธคำขอของกู่ฉางฮวนที่อยากไปดูด้วยอย่างเด็ดขาด
เหตุผลคือ หากพาคนไปด้วยจะทำให้ความเร็วในการเหาะด้วยกระบี่ช้าลง
กู่ฉางฮวนทำได้แค่มองดูท่านปู่เดินออกจากประตูหอโอสถหมื่นสมบัติไปอย่างกระฉับกระเฉง
หลังจากกู่หว่านฮ่าวออกจากเมืองตลาดจิ่วชีแล้ว เขาก็บินวนอยู่รอบหนึ่งเพื่อตรวจสอบว่าไม่มีใครติดตามแน่นอน จึงมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย
จากนั้นเมื่ออยู่ห่างจากถ้ำบำเพ็ญโบราณประมาณสิบลี้ เขาก็เก็บกระบี่บิน ซ่อนกลิ่นอายของตนเอง ใช้วิชาตัวเบาเร่งฝีเท้า
“แปลกจริง ถ้ำบำเพ็ญโบราณกลับมาอยู่ในที่กันดารเช่นนี้” กู่หว่านฮ่าวขมวดคิ้วมองสภาพแวดล้อมโดยรอบ ที่นี่ล้วนเป็นทุ่งหินแล้งไร้พลังวิญญาณ ผู้คนไม่ค่อยจะเหยียบย่างมา
เขาใช้จิตสัมผัสอย่างระแวดระวังตรวจสอบโดยรอบอย่างถี่ถ้วน เดินเข้าไปยังถ้ำบำเพ็ญโบราณทีละก้าว
ทุ่งหินกว้างใหญ่มาก ถึงแม้จะมีแผนที่นำทาง กู่หว่านฮ่าวก็ยังเกือบหลงทาง
เพราะมองไปทางไหนก็เห็นแต่เสาหินโล่งๆ ที่หน้าตาเหมือนกันหมด ขาดจุดอ้างอิงโดยสิ้นเชิง
“ต้องที่นี่แน่”
กู่หว่านฮ่าวยืนอยู่หน้าหนึ่งในเสาหินธรรมดาที่ไม่มีอะไรโดดเด่น แล้วดึงกระบี่ออกมาฟันไปที่เสาหิน
กระบี่วิญญาณพุ่งผ่านเสาหินไปโดยไร้สิ่งขวางกั้น แต่กลับไม่ทิ้งรอยใดๆ ไว้
เสาหินนี้กลับเป็นเพียงภาพลวงตา!
ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน เสาหินต้นนี้ก็ดูไม่ต่างจากต้นอื่นเลย หากไม่ได้สัมผัสจริง คงไม่มีใครคิดว่ามันจะเป็นภาพลวง เพราะแม้แต่เงาก็ยังมีครบถ้วน
กู่หว่านฮ่าวค่อยโล่งใจลงเล็กน้อย เขาถือกระบี่เดินผ่านเสาหินนั้นเข้าไป
ไม่ผิด ถ้ำบำเพ็ญโบราณอยู่ตรงตำแหน่งเดียวกับเสาหินภาพลวงนี้นั่นเอง
เมื่อเข้าไปแล้วภายในมืดสนิท กู่หว่านฮ่าวไม่ได้นำไข่มุกส่องสว่างออกมา แต่เรียกใช้พลังวิญญาณมารวมที่ดวงตา ทำให้สามารถมองเห็นในความมืดได้ จากนั้นก็ใช้จิตสัมผัสตรวจสอบ พบว่าปลายทางของทางเดินยาวคือประตูหินสีขาวบานหนึ่ง
เมื่อมายืนอยู่หน้าแท่นประตู กู่หว่านฮ่าวก็ร่ายกระบี่โจมตีไปที่ประตูหิน แต่ทันทีที่กระบี่ใกล้จะสัมผัสกับประตู แสงสีน้ำเงินชุดหนึ่งก็พุ่งออกมาดันกระบี่กลับ
“ดูเหมือนค่ายกลนี้จะถูกกระตุ้นอัตโนมัติเมื่อถูกโจมตี”
กู่หว่านฮ่าวหยิบยันต์ระดับสองขั้นกลางออกมา เป็นยันต์ธาตุโลหะซึ่งถือว่ามีพลังทำลายสูงในบรรดายันต์โจมตี
ยันต์เมื่อถูกกระตุ้นก็เปล่งแสงสีทองเจิดจ้า ก่อนจะรวมตัวกลายเป็นกลุ่มแสงขนาดเท่าหม้อดิน พุ่งเข้าโจมตีค่ายกล
แต่ก็ยังคงไร้ผล ค่ายกลไม่มีแม้แต่การสั่นไหวเลยด้วยซ้ำ
กู่หว่านฮ่าวสามารถสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณธาตุน้ำอันพลุ่งพล่านที่แฝงอยู่ในค่ายกล จึงยืนยันได้ว่า ที่จ้าวผินเอ๋อร์ทั้งสามคนคาดไว้นั้นไม่ผิด ค่ายกลนี้เป็นธาตุน้ำ ระดับอย่างน้อยก็ต้องเป็นระดับสามขั้นต่ำ
กู่หว่านฮ่าวได้ข้อสรุปว่า วันนี้เขาคงไม่อาจทำลายค่ายกลนี้ได้ แต่ข้อมูลที่ได้มาก็คือ เจ้าของถ้ำบำเพ็ญโบราณแห่งนี้ น่าจะเป็นผู้บำเพ็ญเซียนระดับจื่อฝู่ เพราะผู้บำเพ็ญระดับจู้จีทั่วไปไม่น่าจะสามารถใช้ค่ายกลระดับสามได้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็ตัดสินใจจะนำข่าวนี้ไปบอกเจ้าตระกูล ให้พาผู้คนมาช่วยสำรวจถ้ำบำเพ็ญโบราณแห่งนี้ร่วมกัน
ขณะนั้นเอง ที่เมืองตลาดจิ่วชี กู่ฉางฮวนกำลังรออยู่ในลานบ้าน
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใด กู่หว่านฮ่าวก็กลับมาอย่างเร่งรีบ สีหน้าเต็มไปด้วยความยินดี
เขาตบไหล่กู่ฉางฮวนแรงๆ
“หลานฉางฮวนของเราทำผลงานใหญ่ได้อีกแล้ว!”
ดูท่าถ้ำบำเพ็ญโบราณแห่งนั้นจะเป็นของจริง และไม่ใช่ถ้ำธรรมดาของผู้บำเพ็ญระดับจู้จีทั่วไปด้วย
“เป็นถ้ำของผู้บำเพ็ญระดับจื่อฝู่หรือขอรับ?” กู่ฉางฮวนถาม
กู่หว่านฮ่าวลูบเคราแล้วกล่าวว่า
“ค่ายกลที่ปกป้องถ้ำมีอย่างต่ำก็ระดับสามขั้นต่ำ ข้าได้ส่งข่าวให้เจ้าตระกูลแล้ว ให้เขานำคนไปพบกันที่เนินแพะขาวในยามเฉินหนึ่งเค่อของวันพรุ่งนี้ เวลานั้นแค่มีผู้บำเพ็ญระดับจู้จีสามคน แม้จะใช้กำลังบุกเข้าไปก็น่าจะทำลายค่ายกลที่ไร้เจ้าของได้!”
ดูเหมือนว่ากู่หว่านฮ่าวจะตั้งใจครอบครองถ้ำบำเพ็ญโบราณนี้ให้ได้
“ถึงเวลานั้นเจ้าก็ไปกับข้าด้วย จะได้พบหน้ากับพวกเขาเสียที”
กู่ฉางฮวนกำลังกลุ้มว่าจะให้กู่หว่านฮ่าวพาตนไปด้วยอย่างไร คิดไม่ทันจบกู่หว่านฮ่าวก็พูดนำเสียแล้ว
“ว่าแต่ เรื่องถ้ำบำเพ็ญโบราณนี้ พวกฉางเต๋อรู้หรือไม่?”
จู่ๆ กู่หว่านฮ่าวก็ถามขึ้นมา
“ท่านปู่วางใจได้ขอรับ พี่ฉางเต๋อพวกเขายังไม่รู้ แต่ตอนที่จ้าวผินเอ๋อร์พูดเรื่องนั้น พวกผู้ใหญ่ในตระกูลที่ตามข้าอยู่ด้วยตลอดก็คงได้ยินเช่นกัน”
“แต่ขนาดข้าเองยังไม่เห็นแผนที่ก็คิดว่าจ้าวผินเอ๋อร์พูดโกหก ท่านผู้อาวุโสที่ตามข้ามาก็น่าจะไม่เชื่อเหมือนกันขอรับ!”
กู่หว่านฮ่าวส่ายหน้า แม้เขาจะไม่รู้ว่าเจ้าตระกูลส่งใครมาแอบคุ้มกันกู่ฉางฮวน แต่มั่นใจว่าเป็นผู้บำเพ็ญระดับเหลี่ยนชี่ขั้นเก้าของตระกูลแน่ ระดับเหลี่ยนชี่ขั้นเก้า หากจะก้าวข้ามไปสู่ระดับจู้จีนั้นยากเย็นแสนเข็ญ เพื่อจะทะลวงสู่ขั้นถัดไป ย่อมไม่มีทางมองข้ามข่าวสารที่เป็นประโยชน์ได้ เกรงว่าตอนนี้อาจจะเริ่มตามรอยอดีตของจ้าวผินเอ๋อร์แล้วก็เป็นได้
หากในตอนนั้นผู้บำเพ็ญที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ยินและเชื่อในสิ่งที่จ้าวผินเอ๋อร์พูด และเกิดความโลภขึ้นมา…
คิดถึงตรงนี้ กู่หว่านฮ่าวก็รู้สึกเย็นวาบกลางหลัง พวกเขาเกือบทำให้กู่ฉางฮวนตกอยู่ในอันตรายแล้ว!
เมื่อมองดูใบหน้าอันสมบูรณ์ดีของกู่ฉางฮวนตรงหน้า กู่หว่านฮ่าวก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง
คิดถึงตรงนี้ กู่หว่านฮ่าวก็กระตุ้นยันต์อีกครั้ง
อีกด้านหนึ่ง ณ เขาปี้เฟิง
กู่หว่านชางเพิ่งเข้าไปในคลังหยิบเอาสมบัติชิ้นหนึ่งที่มีความสามารถพิเศษในการทำลายค่ายกลออกมา ยังไม่ทันได้แจ้งข่าวกับกู่ซื่อเหวิน ก็ได้รับยันต์อีกฉบับหนึ่ง
พอเปิดออกดูก็พบว่าเป็นกู่หว่านฮ่าวส่งมา
“หรือว่ามีการเปลี่ยนแผน?”