- หน้าแรก
- เมื่อสิ้นวาสนาข้าจากจร เจ้าอาวรณ์ร่ำไห้ด้วยเหตุใด
- บทที่ 19: สองพ่อลูกตระกูลเชียนตกตะลึงไปร้อยปี! (2)
บทที่ 19: สองพ่อลูกตระกูลเชียนตกตะลึงไปร้อยปี! (2)
บทที่ 19: สองพ่อลูกตระกูลเชียนตกตะลึงไปร้อยปี! (2)
เมื่อปิปิตงมายืนอยู่เบื้องหน้าสัตว์วิญญาณแมงมุมที่เชียนเต้าหลิวจัดการสยบไว้เรียบร้อยแล้ว นางไม่ได้ลงมือสังหารมันในทันที
ทว่านางกลับปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์ที่สองของนาง 'จักรพรรดิแมงมุมดูดวิญญาณ' ออกมา
ทันทีที่จักรพรรดิแมงมุมดูดวิญญาณปรากฏกายขึ้นด้านหลังปิปิตง แววตาของเชียนเต้าหลิวและเชียนสวินจี๋ฉายแววฉงนเล็กน้อย
พวกเขาสงสัยว่าเหตุใดปิปิตงจึงไม่รีบสังหารสัตว์วิญญาณเพื่อดูดซับวงแหวนวิญญาณ แต่กลับเรียกวิญญาณยุทธ์ที่สองออกมาแทน นางมีจุดประสงค์อันใดกันแน่?
ขณะที่เชียนเต้าหลิวและเชียนสวินจี๋กำลังงุนงงกับการกระทำของปิปิตง เชียนเฉิงเซียวที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับดูออกถึงเจตนาของนาง
เหตุผลที่ปิปิตงเรียกวิญญาณยุทธ์ที่สองอย่างจักรพรรดิแมงมุมดูดวิญญาณออกมา ก็เพราะนางมีความสามารถคล้ายคลึงกับวิญญาณยุทธ์ที่สองของเขา แม้ประสิทธิภาพจะไม่เทียบเท่าของเขาก็ตาม
มิเช่นนั้น ขีดจำกัดในการดูดซับวงแหวนวิญญาณวงแรกของนางคงไม่หยุดอยู่ที่ 1,500 ปีหรอก
และแล้ว ท่ามกลางสายตาของทุกคน ปิปิตงก็ก้าวเข้าไปใกล้สัตว์วิญญาณแมงมุมสีเขียวเข้ม ขาหน้าอันแหลมคมทั้งสองข้างของจักรพรรดิแมงมุมดูดวิญญาณที่เพิ่งถูกเรียกออกมาพุ่งเสียบทะลุร่างของสัตว์ร้ายทันที
ภายใต้การจับตามองของเชียนเต้าหลิวและคนอื่นๆ เพียงชั่วพริบตาเดียว ร่างของแมงมุมยักษ์สูงสองเมตรก็เหี่ยวแห้งลงต่อหน้าต่อตา
จากนั้น วงแหวนวิญญาณสีม่วงก็ค่อยๆ ลอยขึ้นมาจากซากศพของมัน
เมื่อเห็นวงแหวนวิญญาณปรากฏขึ้น ดวงตาของปิปิตงก็เป็นประกายด้วยความตื่นเต้น ราวกับนึกถึงภาพความสุขสมบางอย่าง นางรีบนั่งขัดสมาธิลงทันที แล้วเริ่มดูดซับวงแหวนวิญญาณอย่างเบิกบานใจ
เมื่อปิปิตงเริ่มเข้าสู่กระบวนการดูดซับ หลับตาพริ้ม เชียนสวินจี๋และเชียนเต้าหลิวที่เฝ้ามองอยู่นั้น เห็นวงแหวนวิญญาณสีม่วงอายุ 1,500 ปีค่อยๆ ลอยเข้ามาครอบร่างของนาง ทั้งสองถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ต้องเห็นกับตาตัวเองเท่านั้น พวกเขาถึงจะวางใจได้จริงๆ
เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา นอกจากการได้รับวงแหวนวิญญาณจากการสืบทอดตำแหน่งเทพหรือบททดสอบเทพเจ้าแล้ว ไม่เคยมีใครหน้าไหน ไม่ว่าจะเก่งกาจเพียงใด ที่จะมีวงแหวนวิญญาณวงแรกหรือวงที่สองเป็นระดับพันปีได้
เพราะหากฝืนดูดซับวงแหวนวิญญาณที่เกินขีดจำกัดของตน ร่างกายจะระเบิดและตายตกไปก่อนที่จะดูดซับเสร็จสิ้น
ทว่าเมื่อทั้งสองคลายความกังวลลง จู่ๆ เชียนเต้าหลิวและเชียนสวินจี๋ก็ดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ แววตาพลันเปลี่ยนเป็นความหวาดผวา
จากนั้น ทั้งคู่ก็หันขวับไปมองเชียนเฉิงเซียวพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย สายตาเต็มไปด้วยความเวทนาสงสาร
ฝ่ายเชียนเฉิงเซียว เมื่อถูกจ้องมองด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์จากเชียนเต้าหลิวและเชียนสวินจี๋ ก็อดรู้สึกงงงวยไม่ได้
สองคนนี้ยังไม่ตื่นดีหรือไง หรือลืมกินยาเขย่าขวดวันนี้?
วันนี้สองคนนี้ป่วยหรือเปล่า? ทำไมถึงมองข้าด้วยสายตาน่าสมเพชแบบนั้น?
ป่วยแน่ๆ!
เชียนเต้าหลิวและเชียนสวินจี๋มองดูเชียนเฉิงเซียวที่เข้าใจความหมายผิดไปคนละทิศละทาง แล้วหันมาสบตากันเอง
"อืม!"
"อืม~"
เพียงสบตากัน สองพ่อลูกก็เข้าใจความหมายของอีกฝ่ายได้ทันที
สมแล้วที่เป็นพ่อลูกกัน มีกระแสจิตสื่อถึงกันได้จริงๆ
เมื่อครู่ หลังจากปิปิตงใช้วิญญาณยุทธ์จักรพรรดิแมงมุมดูดวิญญาณเสียบร่างสัตว์วิญญาณแมงมุม ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูปก็สูบพลังชีวิตมันจนแห้งเหี่ยว
น่ากลัว... ช่างน่ากลัวจริงๆ
ถ้าในอนาคตเจ้าหนูสองคนนี้แต่งงานกัน แล้วเชียนเฉิงเซียวยังทำตัวเย็นชาใส่ปิปิตงจนนางโกรธแบบนี้ต่อไป...
มีหวังแม่หนูปิปิตงได้สูบเจ้าเด็กแสบเชียนเฉิงเซียวจนแห้งตายคาอกแน่ๆ?
แค่คิด เชียนเต้าหลิวยังพอทน แต่เชียนสวินจี๋นี่สิถึงกับตัวสั่นงันงก
ในขณะที่ปิปิตงกำลังดูดซับวงแหวนวิญญาณ เยว่กวนและกุ้ยเม่ยที่กระตือรือร้นอยากจะสร้างผลงาน ไม่อยากยืนดูอยู่เฉยๆ ต่างก็แยกย้ายกันไปหาสัตว์วิญญาณที่เหมาะสมมาให้ปิปิตง
แต่ทว่า เมื่อทั้งคู่ลากสัตว์วิญญาณที่จับมาได้ กลับมาตามร่องรอยที่เชียนสวินจี๋และคนอื่นๆ ทิ้งไว้ พวกเขาก็ต้องยืนอ้าปากค้างเมื่อเห็นปิปิตงนั่งขัดสมาธิดูดซับวงแหวนวิญญาณอยู่บนพื้นแล้ว
เดี๋ยวนะ... พวกเราสองคนมาเพื่อเป็นตัวประกอบฉากจริงๆ เหรอเนี่ย?
องค์สังฆราช ท่านมหาปุโรหิต อย่างน้อยก็ให้โอกาสพวกเราพี่น้องได้โชว์ฝีมือบ้างเถอะ!
ขณะที่เยว่กวนและกุ้ยเม่ยกลับมา เชียนเฉิงเซียวที่ยืนมองปิปิตงดูดซับวงแหวนวิญญาณอยู่ ก็เริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นเรื่อยๆ
เขารู้ดี แม้จะใช้ส้นเท้าคิดก็ยังรู้ว่าความรู้สึกไม่ปลอดภัยนี้มาจากปิปิตง ยัยบ้าคนนี้ต้องมีแผนชั่วร้ายแน่ๆ
ความไม่ปลอดภัยทั้งมวลเกิดจากพลังโจมตีไม่เพียงพอ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ต้องแข็งแกร่งด้วยตัวเองเท่านั้น
คิดได้ดังนั้น เชียนเฉิงเซียวก็เดินเข้าไปหาเชียนเต้าหลิวแล้วกล่าวว่า "ท่านปู่ ปิปิตงได้วงแหวนวิญญาณแล้ว เพื่อเป็นการไม่เสียเวลาและรีบกลับเมืองวิญญาณยุทธ์ ท่านพาข้าไปหาวงแหวนวิญญาณที่ข้าต้องการบ้างเถอะขอรับ"
"อืม ไปกันเถอะ!"
ได้ยินหลานชายพูดเช่นนั้น เชียนเต้าหลิวก็พยักหน้ารับ
จากนั้น เชียนเต้าหลิวก็คว้าร่างเชียนเฉิงเซียวหิ้วขึ้นมาราวกับลูกเจี๊ยบ แล้วพุ่งทะยานลึกเข้าไปในป่าใหญ่ซิงโต้วทันที
เชียนเฉิงเซียวที่ถูกหิ้วต่องแต่งอยู่ในมือเชียนเต้าหลิว ได้แต่ทำหน้าบอกบุญไม่รับ
ตาแก่นี่เห็นเขาเป็นลูกเจี๊ยบจริงๆ สินะ
"จริงสิ ท่านปู่ ช่วยหาสัตว์วิญญาณที่มีพลังวิญญาณประมาณสามพันปีให้ข้าที เอาแบบสายโจมตีหรือแบบที่ช่วยเสริมพละกำลังให้ข้าก็ได้"
"โห?"
"เจ้าเด็กแสบ ศักดิ์ศรีสูงไม่เบานะเรา"
"เห็นปิปิตงดูดซับวงแหวนแรกได้ 1,500 ปี เจ้าก็เลยยอมไม่ได้ ต้องเอาให้มากกว่านาง จะเอาถึงสามพันปีเลยรึ?"
ถึงตรงนี้ เชียนเต้าหลิวหัวเราะร่า "เจ้าหนู การดูดซับวงแหวนวิญญาณไม่ใช่เรื่องเอามาอวดเบ่งกันนะ"
"ก้าวพลาดนิดเดียวอาจถึงแก่ชีวิตได้ แถมเจ้าก็เห็นแล้วว่าทำไมแม่หนูปิปิตงถึงดูดซับวงแหวน 1,500 ปีได้"
"กรณีของนางมันพิเศษ นางใช้วิญญาณยุทธ์ที่สองดูดกลืนสัตว์วิญญาณเพื่อเสริมพลังให้ตัวเอง"
"นางถึงแหกกฎของทวีปโต้วหลัวและดูดซับข้ามระดับได้"
พูดไปพลาง เชียนเต้าหลิวก็หยุดเคลื่อนไหว วางเชียนเฉิงเซียวลง แล้วมองหน้าเขาด้วยสีหน้าจริงจัง
"ข้ารู้อยู่แล้ว!"
"ข้าไม่ใช่คนโง่ที่จะเอาชีวิตตัวเองมาล้อเล่นนะ"
"ปิปิตงนางมีวิธีพิเศษในการดูดซับข้ามระดับ ข้าเองก็มีเหมือนกัน"
"อีกอย่าง ถ้าท่านปู่เป็นห่วง ท่านลองตรวจสอบร่างกายข้าดูก็ได้"
"ร่างกายข้าพิเศษมาแต่ไหนแต่ไร ยิ่งฝึกฝน พละกำลังยิ่งเพิ่มพูน ร่างกายก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น"
"แถมเส้นลมปราณในตัวข้ายังทนทานกว่าคนทั่วไป ดังนั้นการดูดซับวงแหวนแรกระดับสามพันปี เป็นไปได้แน่นอน"
เชียนเต้าหลิวมองหน้าหลานชายที่ดูจริงจังขึงขัง หลังฟังจบ เขาก็วางมือลงบนไหล่ของเชียนเฉิงเซียว เพื่อตรวจสอบสภาพร่างกาย
ตอนแรกก็ไม่เท่าไหร่ แต่พอตรวจสอบอย่างละเอียดเท่านั้นแหละ ดวงตาของเชียนเต้าหลิวถึงกับเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
คุณพระช่วย! เจ้าหนูนี่... ก่อนที่เชียนสวินจี๋จะรับมาเลี้ยง เชียนเต้าหลิวเคยตรวจสอบร่างกายเชียนเฉิงเซียวด้วยตัวเองเพราะเรื่องวิญญาณยุทธ์มาแล้ว
เวลาผ่านไปแค่สองเดือน ร่างกายของเจ้าหนูนี่แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมอย่างน้อยห้าเท่า!
ผิดปกติ... มันผิดปกติเกินไปแล้ว!