- หน้าแรก
- เมื่อสิ้นวาสนาข้าจากจร เจ้าอาวรณ์ร่ำไห้ด้วยเหตุใด
- บทที่ 18: พ่อลูกสกุลเชียนตะลึงค้างไปร้อยปี! (1)
บทที่ 18: พ่อลูกสกุลเชียนตะลึงค้างไปร้อยปี! (1)
บทที่ 18: พ่อลูกสกุลเชียนตะลึงค้างไปร้อยปี! (1)
หลังจากที่ปิปิตงและเชียนเฉิงเซียวก้าวลงจากรถม้าทีละคน ปิปิตงก็ไม่ได้สร้างเรื่องวุ่นวายอีก นางกลับทำตัวสงบเสงี่ยมผิดปกติ เดินตามหลังเชียนสวินจี๋ขณะที่ทุกคนมุ่งหน้าเข้าสู่ส่วนลึกของป่าใหญ่ซิงโต้ว
"ท่านอาจารย์ จากการฝึกฝนช่วงนี้ ข้าค้นพบบางอย่างเจ้าค่ะ"
เมื่อก้าวเข้าสู่เขตป่าใหญ่ซิงโต้ว ปิปิตงที่เดินตามเชียนสวินจี๋อย่างเงียบเชียบ จู่ๆ ก็เอ่ยปากขึ้น
เชียนเฉิงเซียวที่เดินตามหลังเชียนเต้าหลิวอยู่ หรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของนาง
นังผู้หญิงบ้าคนนี้...
ยังไม่ทันที่เชียนเฉิงเซียวจะคิดจบ เชียนสวินจี๋ที่ได้ยินปิปิตงเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยก็เกิดความสนใจทันที เขาก้มลงมองลูกศิษย์ตัวน้อยด้วยความใคร่รู้ "แม่หนูน้อย เจ้าค้นพบอะไรใหม่ๆ รึ?"
"เรียนท่านอาจารย์ การฝึกฝนในช่วงนี้ทำให้ข้ารู้สึกว่าร่างกายแข็งแกร่งขึ้นมากเจ้าค่ะ"
"ดังนั้น ขีดจำกัดในการล่าและดูดซับวงแหวนวิญญาณของข้า น่าจะทะลุระดับร้อยปีไปได้แล้ว"
"ข้ารู้สึกได้ชัดเจนว่า วงแหวนวงแรกของข้าสามารถรองรับอายุได้ถึงหนึ่งพันห้าร้อยปีเจ้าค่ะ"
!!!
สิ้นคำพูดของปิปิตง เยว่กวนและกุ่ยเม่ยต่างมองนางราวกับเห็นตัวประหลาด
แม้แต่เชียนสวินจี๋และเชียนเต้าหลิวเองก็จ้องมองปิปิตงด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ
ส่วนเชียนเฉิงเซียวไม่ได้แสดงอาการประหลาดใจแต่อย่างใด
เพราะในชาติก่อน ตอนที่นางสืบทอดตำแหน่งเทพ วงแหวนวิญญาณระดับร้อยปีและพันปีของนางก็วิวัฒนาการเป็นระดับหมื่นปีทั้งหมดอยู่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น นังหญิงวิปลาสผู้นี้กลับชาติมาเกิดใหม่ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นางจะมีวิธีเพิ่มขีดจำกัดเริ่มต้นของตัวเอง
ต่างจากท่าทีสงบนิ่งของเชียนเฉิงเซียว เชียนสวินจี๋และเชียนเต้าหลิวกลับเก็บอาการไม่อยู่
หลังจากหายตกตะลึง เชียนสวินจี๋มองศิษย์รักด้วยความตื่นเต้นระคนคาดหวัง เอ่ยถามเสียงเครียด "ปิปิตง เจ้าแน่ใจนะว่าวงแหวนวงแรกของเจ้าจะรับไหวถึงหนึ่งพันห้าร้อยปี?"
"ใช่แล้วปิปิตง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ!"
"ผิดพลาดเพียงนิดเดียว เจ้าอาจถึงตายได้"
"เรื่องนี้ล้อเล่นไม่ได้เด็ดขาด"
เมื่อเชียนสวินจี๋พูดจบ เชียนเต้าหลิวก็รีบเข้ามาหาปิปิตง จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง ต้องการความมั่นใจว่าสิ่งที่ได้ยินเป็นเรื่องจริง
"ท่านอาจารย์ ท่านมหาปุโรหิต ข้าไม่เอาชีวิตตัวเองมาล้อเล่นหรอกเจ้าค่ะ"
"เพราะข้ายังอยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ร่วมกับเฉิงเซียว"
"ถ้าข้าตายตอนนี้ ข้าจะอยู่คู่กับเขาไปตลอดชีวิตได้ยังไง จริงไหมเจ้าคะ?"
พูดจบ รอยยิ้มหวานหยดก็ผลิบานบนใบหน้าของปิปิตง
"..."
เชียนเฉิงเซียวถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินประโยคนั้น
ในขณะที่เชียนสวินจี๋และเชียนเต้าหลิว เมื่อได้ยินดังนั้น ต่างพากันสลับมองระหว่างปิปิตงกับเชียนเฉิงเซียว รอยยิ้มรู้ทันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทั้งคู่
เชียนเฉิงเซียวที่พูดไม่ออกอยู่แล้ว ยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่เมื่อเห็นรอยยิ้มล้อเลียนของบิดาบุญธรรมและปู่
ส่วนปิปิตง เมื่อเห็นปฏิกิริยานั้น ดวงตาของนางก็โค้งลงเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวด้วยความชอบใจ
เยว่กวนและกุ่ยเม่ย สองตัวประกอบที่ยืนดูอยู่ หากไม่มีเชียนเต้าหลิวและเชียนสวินจี๋อยู่ที่นี่ พวกเขาคงเป็นกำลังรบที่น่าเกรงขามที่สุดของสำนักวิญญาณยุทธ์
แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าสองพ่อลูกสกุลเชียน ทั้งคู่ก็กลายเป็นเพียงผู้ติดตามธรรมดาๆ
ทว่าเจ้าสองคนนี้กลับเอาแต่สบตากัน ส่งสายตามีเลศนัยมองมาที่เชียนเฉิงเซียวและปิปิตง ชัดเจนว่าเป็นพวกชอบจิ้นคู่รักคู่นี้เข้าเส้น
"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเรารีบไปหาสัตว์วิญญาณอายุประมาณหนึ่งพันห้าร้อยปีกันเถอะ"
"เยว่กวน กุ่ยเม่ย พยายามหาสัตว์วิญญาณประเภทแมงมุมนะ!"
"เพราะวิญญาณยุทธ์ของปิปิตงคือ 'จักรพรรดิแมงมุมแห่งความตาย' สุดยอดวิญญาณยุทธ์สายสัตว์"
"ดังนั้น จะดีที่สุดหากได้สัตว์วิญญาณประเภทแมงมุมอายุราวหนึ่งพันห้าร้อยปี"
"รับทราบขอรับ องค์สังฆราช!"
เยว่กวนและกุ่ยเม่ยที่รับบทตัวประกอบมาตลอด ในที่สุดก็รู้สึกว่าตัวเองมีประโยชน์ขึ้นมาบ้าง รีบพุ่งตัวมุ่งหน้าสู่ใจกลางป่าใหญ่ซิงโต้วทันที
เพราะโดยทั่วไป สัตว์วิญญาณระดับพันปีมักจะอาศัยอยู่บริเวณรอบนอกของส่วนกลางป่าใหญ่ซิงโต้ว
ส่วนป่าชั้นในมักเป็นที่อยู่ของสัตว์วิญญาณที่แข็งแกร่งอายุห้าพันปีขึ้นไป จนถึงระดับหมื่นปี
เพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขายังมีน้ำยา เยว่กวนและกุ่ยเม่ยจึงกลายร่างเป็นแสงพุ่งออกไปอย่างกระตือรือร้น
"เจ้าสองคนนี้ ทำไมวันนี้ถึงได้ใจร้อนกันนักนะ?"
"ข้าสัมผัสได้แล้วว่าสัตว์วิญญาณที่เหมาะกับแม่หนูนี่ที่สุดอยู่ที่ไหน แต่พวกมันดันวิ่งแจ้นไปไม่รอฟังข้าเลย"
เชียนเต้าหลิวที่ยืนอยู่ข้างเชียนสวินจี๋ มองดูเยว่กวนและกุ่ยเม่ยที่หายวับไปพร้อมรอยยิ้มอ่อนใจบนใบหน้าเหี่ยวย่น
อาจเป็นเพราะข่าวดีที่ปิปิตงเพิ่งบอก หัวใจของเชียนเต้าหลิวจึงพองโตด้วยความปิติ จนอดไม่ได้ที่จะพูดหยอกล้อออกมา
ได้ยินดังนั้น เชียนสวินจี๋ก็ยิ้มอย่างจนใจเช่นกัน "อายุปูนนี้แล้ว ยังจะทำอะไรใจร้อนเป็นวัยรุ่นไปได้"
"ดูท่าเรื่องสัตว์วิญญาณของแม่หนูน้อย เราคงต้องลงมือเองแล้วล่ะท่านพ่อ!"
พูดจบ เชียนสวินจี๋ก็คว้าตัวปิปิตงแล้วเหาะมุ่งหน้าไปยังทิศทางหนึ่งในใจกลางป่าใหญ่ซิงโต้ว
ส่วนเชียนเต้าหลิวก็หิ้วเชียนเฉิงเซียวตามติดไป
ไม่ถึงชั่วจิบชา เชียนสวินจี๋และเชียนเต้าหลิวก็พาเด็กทั้งสองมาถึงจุดหมาย
เมื่อทั้งสี่มาถึงเป้าหมาย เชียนเฉิงเซียวมองดูแมงมุมสีเขียวเข้มที่หมอบสั่นงกๆ อยู่บนพื้นไม่ไกล มุมปากของเขากระตุกเล็กน้อย
เขาอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ การมีแบ็คดีนี่มันดีจริงๆ
ไม่ว่าจะตอนนี้หรือชาติก่อน ทั้งเขาและปิปิตงไม่เคยต้องเสี่ยงอันตรายเลยสักครั้งในการหาวงแหวนวิญญาณ ไม่ว่าจะระดับไหน
ทุกครั้งที่มาล่าวงแหวนวิญญาณที่ป่าใหญ่ซิงโต้ว จะต้องมีราชทินนามพรหมยุทธ์อย่างน้อยสี่คนคอยอารักขา
อย่าว่าแต่สัตว์วิญญาณระดับพันปีตรงหน้าเลย ต่อให้เป็นระดับหมื่นปี เจอเชียนเต้าหลิวผู้มีเลเวลเกือบตันเข้าไป ก็ต้องสั่นกลัวจนหัวหดเหมือนกันหมด
"เอาล่ะ แม่หนูน้อย จัดการมันซะ แล้วดูดซับวงแหวนวิญญาณได้เลย"
เชียนเต้าหลิวปลดปล่อยแรงกดดันพลังวิญญาณ ตรึงร่างแมงมุมเขียวเข้มจนขยับไม่ได้ กลายเป็นเพียงปลาบนเขียง รอให้เชือดเท่านั้น
"เจ้าค่ะ ขอบคุณท่านปู่!"
ได้ยินเชียนเต้าหลิวบอก ปิปิตงก็หันมายิ้มกว้างให้เขา
เชียนเต้าหลิวชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินปิปิตงเรียกว่า 'ท่านปู่' ก่อนที่ใบหน้าเหี่ยวย่นจะบานแฉ่งราวกับดอกเบญจมาศบานสะพรั่ง
"ดี! ดี! ดีมาก!"
คำว่า 'ท่านปู่' คำเดียวของปิปิตง ทำเอาหัวใจคนแก่พองโตคับอก
ส่วนเชียนเฉิงเซียว เมื่อได้ยินคำเรียกขานนั้น ดวงตาก็หรี่ลงเล็กน้อย
ผู้หญิงคนนี้ชักจะแปลกๆ... แปลกมาก... แปลกขึ้นทุกที!
สำหรับปิปิตง คนที่สำคัญกว่าเชียนเฉิงเซียวในตอนนี้ก็คือเชียนสวินจี๋และเชียนเต้าหลิว
นางปักใจแน่วแน่ว่าจะต้องได้เชียนเฉิงเซียวมาครอบครอง นางคือภรรยาของเขา
ในเมื่อเป็นภรรยา ถ้าเชียนเฉิงเซียวเรียกเชียนเต้าหลิวว่า 'ปู่' นางในฐานะหลานสะใภ้ ก็สมควรเรียกเขาว่า 'ปู่' ตามไปด้วยมิใช่หรือ?
ถือซะว่าเป็นทางลัดอีกทางหนึ่งก็แล้วกัน