เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18: พ่อลูกสกุลเชียนตะลึงค้างไปร้อยปี! (1)

บทที่ 18: พ่อลูกสกุลเชียนตะลึงค้างไปร้อยปี! (1)

บทที่ 18: พ่อลูกสกุลเชียนตะลึงค้างไปร้อยปี! (1)


หลังจากที่ปิปิตงและเชียนเฉิงเซียวก้าวลงจากรถม้าทีละคน ปิปิตงก็ไม่ได้สร้างเรื่องวุ่นวายอีก นางกลับทำตัวสงบเสงี่ยมผิดปกติ เดินตามหลังเชียนสวินจี๋ขณะที่ทุกคนมุ่งหน้าเข้าสู่ส่วนลึกของป่าใหญ่ซิงโต้ว

"ท่านอาจารย์ จากการฝึกฝนช่วงนี้ ข้าค้นพบบางอย่างเจ้าค่ะ"

เมื่อก้าวเข้าสู่เขตป่าใหญ่ซิงโต้ว ปิปิตงที่เดินตามเชียนสวินจี๋อย่างเงียบเชียบ จู่ๆ ก็เอ่ยปากขึ้น

เชียนเฉิงเซียวที่เดินตามหลังเชียนเต้าหลิวอยู่ หรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของนาง

นังผู้หญิงบ้าคนนี้...

ยังไม่ทันที่เชียนเฉิงเซียวจะคิดจบ เชียนสวินจี๋ที่ได้ยินปิปิตงเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยก็เกิดความสนใจทันที เขาก้มลงมองลูกศิษย์ตัวน้อยด้วยความใคร่รู้ "แม่หนูน้อย เจ้าค้นพบอะไรใหม่ๆ รึ?"

"เรียนท่านอาจารย์ การฝึกฝนในช่วงนี้ทำให้ข้ารู้สึกว่าร่างกายแข็งแกร่งขึ้นมากเจ้าค่ะ"

"ดังนั้น ขีดจำกัดในการล่าและดูดซับวงแหวนวิญญาณของข้า น่าจะทะลุระดับร้อยปีไปได้แล้ว"

"ข้ารู้สึกได้ชัดเจนว่า วงแหวนวงแรกของข้าสามารถรองรับอายุได้ถึงหนึ่งพันห้าร้อยปีเจ้าค่ะ"

!!!

สิ้นคำพูดของปิปิตง เยว่กวนและกุ่ยเม่ยต่างมองนางราวกับเห็นตัวประหลาด

แม้แต่เชียนสวินจี๋และเชียนเต้าหลิวเองก็จ้องมองปิปิตงด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ

ส่วนเชียนเฉิงเซียวไม่ได้แสดงอาการประหลาดใจแต่อย่างใด

เพราะในชาติก่อน ตอนที่นางสืบทอดตำแหน่งเทพ วงแหวนวิญญาณระดับร้อยปีและพันปีของนางก็วิวัฒนาการเป็นระดับหมื่นปีทั้งหมดอยู่แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น นังหญิงวิปลาสผู้นี้กลับชาติมาเกิดใหม่ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นางจะมีวิธีเพิ่มขีดจำกัดเริ่มต้นของตัวเอง

ต่างจากท่าทีสงบนิ่งของเชียนเฉิงเซียว เชียนสวินจี๋และเชียนเต้าหลิวกลับเก็บอาการไม่อยู่

หลังจากหายตกตะลึง เชียนสวินจี๋มองศิษย์รักด้วยความตื่นเต้นระคนคาดหวัง เอ่ยถามเสียงเครียด "ปิปิตง เจ้าแน่ใจนะว่าวงแหวนวงแรกของเจ้าจะรับไหวถึงหนึ่งพันห้าร้อยปี?"

"ใช่แล้วปิปิตง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ!"

"ผิดพลาดเพียงนิดเดียว เจ้าอาจถึงตายได้"

"เรื่องนี้ล้อเล่นไม่ได้เด็ดขาด"

เมื่อเชียนสวินจี๋พูดจบ เชียนเต้าหลิวก็รีบเข้ามาหาปิปิตง จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง ต้องการความมั่นใจว่าสิ่งที่ได้ยินเป็นเรื่องจริง

"ท่านอาจารย์ ท่านมหาปุโรหิต ข้าไม่เอาชีวิตตัวเองมาล้อเล่นหรอกเจ้าค่ะ"

"เพราะข้ายังอยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ร่วมกับเฉิงเซียว"

"ถ้าข้าตายตอนนี้ ข้าจะอยู่คู่กับเขาไปตลอดชีวิตได้ยังไง จริงไหมเจ้าคะ?"

พูดจบ รอยยิ้มหวานหยดก็ผลิบานบนใบหน้าของปิปิตง

"..."

เชียนเฉิงเซียวถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินประโยคนั้น

ในขณะที่เชียนสวินจี๋และเชียนเต้าหลิว เมื่อได้ยินดังนั้น ต่างพากันสลับมองระหว่างปิปิตงกับเชียนเฉิงเซียว รอยยิ้มรู้ทันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทั้งคู่

เชียนเฉิงเซียวที่พูดไม่ออกอยู่แล้ว ยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่เมื่อเห็นรอยยิ้มล้อเลียนของบิดาบุญธรรมและปู่

ส่วนปิปิตง เมื่อเห็นปฏิกิริยานั้น ดวงตาของนางก็โค้งลงเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวด้วยความชอบใจ

เยว่กวนและกุ่ยเม่ย สองตัวประกอบที่ยืนดูอยู่ หากไม่มีเชียนเต้าหลิวและเชียนสวินจี๋อยู่ที่นี่ พวกเขาคงเป็นกำลังรบที่น่าเกรงขามที่สุดของสำนักวิญญาณยุทธ์

แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าสองพ่อลูกสกุลเชียน ทั้งคู่ก็กลายเป็นเพียงผู้ติดตามธรรมดาๆ

ทว่าเจ้าสองคนนี้กลับเอาแต่สบตากัน ส่งสายตามีเลศนัยมองมาที่เชียนเฉิงเซียวและปิปิตง ชัดเจนว่าเป็นพวกชอบจิ้นคู่รักคู่นี้เข้าเส้น

"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเรารีบไปหาสัตว์วิญญาณอายุประมาณหนึ่งพันห้าร้อยปีกันเถอะ"

"เยว่กวน กุ่ยเม่ย พยายามหาสัตว์วิญญาณประเภทแมงมุมนะ!"

"เพราะวิญญาณยุทธ์ของปิปิตงคือ 'จักรพรรดิแมงมุมแห่งความตาย' สุดยอดวิญญาณยุทธ์สายสัตว์"

"ดังนั้น จะดีที่สุดหากได้สัตว์วิญญาณประเภทแมงมุมอายุราวหนึ่งพันห้าร้อยปี"

"รับทราบขอรับ องค์สังฆราช!"

เยว่กวนและกุ่ยเม่ยที่รับบทตัวประกอบมาตลอด ในที่สุดก็รู้สึกว่าตัวเองมีประโยชน์ขึ้นมาบ้าง รีบพุ่งตัวมุ่งหน้าสู่ใจกลางป่าใหญ่ซิงโต้วทันที

เพราะโดยทั่วไป สัตว์วิญญาณระดับพันปีมักจะอาศัยอยู่บริเวณรอบนอกของส่วนกลางป่าใหญ่ซิงโต้ว

ส่วนป่าชั้นในมักเป็นที่อยู่ของสัตว์วิญญาณที่แข็งแกร่งอายุห้าพันปีขึ้นไป จนถึงระดับหมื่นปี

เพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขายังมีน้ำยา เยว่กวนและกุ่ยเม่ยจึงกลายร่างเป็นแสงพุ่งออกไปอย่างกระตือรือร้น

"เจ้าสองคนนี้ ทำไมวันนี้ถึงได้ใจร้อนกันนักนะ?"

"ข้าสัมผัสได้แล้วว่าสัตว์วิญญาณที่เหมาะกับแม่หนูนี่ที่สุดอยู่ที่ไหน แต่พวกมันดันวิ่งแจ้นไปไม่รอฟังข้าเลย"

เชียนเต้าหลิวที่ยืนอยู่ข้างเชียนสวินจี๋ มองดูเยว่กวนและกุ่ยเม่ยที่หายวับไปพร้อมรอยยิ้มอ่อนใจบนใบหน้าเหี่ยวย่น

อาจเป็นเพราะข่าวดีที่ปิปิตงเพิ่งบอก หัวใจของเชียนเต้าหลิวจึงพองโตด้วยความปิติ จนอดไม่ได้ที่จะพูดหยอกล้อออกมา

ได้ยินดังนั้น เชียนสวินจี๋ก็ยิ้มอย่างจนใจเช่นกัน "อายุปูนนี้แล้ว ยังจะทำอะไรใจร้อนเป็นวัยรุ่นไปได้"

"ดูท่าเรื่องสัตว์วิญญาณของแม่หนูน้อย เราคงต้องลงมือเองแล้วล่ะท่านพ่อ!"

พูดจบ เชียนสวินจี๋ก็คว้าตัวปิปิตงแล้วเหาะมุ่งหน้าไปยังทิศทางหนึ่งในใจกลางป่าใหญ่ซิงโต้ว

ส่วนเชียนเต้าหลิวก็หิ้วเชียนเฉิงเซียวตามติดไป

ไม่ถึงชั่วจิบชา เชียนสวินจี๋และเชียนเต้าหลิวก็พาเด็กทั้งสองมาถึงจุดหมาย

เมื่อทั้งสี่มาถึงเป้าหมาย เชียนเฉิงเซียวมองดูแมงมุมสีเขียวเข้มที่หมอบสั่นงกๆ อยู่บนพื้นไม่ไกล มุมปากของเขากระตุกเล็กน้อย

เขาอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ การมีแบ็คดีนี่มันดีจริงๆ

ไม่ว่าจะตอนนี้หรือชาติก่อน ทั้งเขาและปิปิตงไม่เคยต้องเสี่ยงอันตรายเลยสักครั้งในการหาวงแหวนวิญญาณ ไม่ว่าจะระดับไหน

ทุกครั้งที่มาล่าวงแหวนวิญญาณที่ป่าใหญ่ซิงโต้ว จะต้องมีราชทินนามพรหมยุทธ์อย่างน้อยสี่คนคอยอารักขา

อย่าว่าแต่สัตว์วิญญาณระดับพันปีตรงหน้าเลย ต่อให้เป็นระดับหมื่นปี เจอเชียนเต้าหลิวผู้มีเลเวลเกือบตันเข้าไป ก็ต้องสั่นกลัวจนหัวหดเหมือนกันหมด

"เอาล่ะ แม่หนูน้อย จัดการมันซะ แล้วดูดซับวงแหวนวิญญาณได้เลย"

เชียนเต้าหลิวปลดปล่อยแรงกดดันพลังวิญญาณ ตรึงร่างแมงมุมเขียวเข้มจนขยับไม่ได้ กลายเป็นเพียงปลาบนเขียง รอให้เชือดเท่านั้น

"เจ้าค่ะ ขอบคุณท่านปู่!"

ได้ยินเชียนเต้าหลิวบอก ปิปิตงก็หันมายิ้มกว้างให้เขา

เชียนเต้าหลิวชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินปิปิตงเรียกว่า 'ท่านปู่' ก่อนที่ใบหน้าเหี่ยวย่นจะบานแฉ่งราวกับดอกเบญจมาศบานสะพรั่ง

"ดี! ดี! ดีมาก!"

คำว่า 'ท่านปู่' คำเดียวของปิปิตง ทำเอาหัวใจคนแก่พองโตคับอก

ส่วนเชียนเฉิงเซียว เมื่อได้ยินคำเรียกขานนั้น ดวงตาก็หรี่ลงเล็กน้อย

ผู้หญิงคนนี้ชักจะแปลกๆ... แปลกมาก... แปลกขึ้นทุกที!

สำหรับปิปิตง คนที่สำคัญกว่าเชียนเฉิงเซียวในตอนนี้ก็คือเชียนสวินจี๋และเชียนเต้าหลิว

นางปักใจแน่วแน่ว่าจะต้องได้เชียนเฉิงเซียวมาครอบครอง นางคือภรรยาของเขา

ในเมื่อเป็นภรรยา ถ้าเชียนเฉิงเซียวเรียกเชียนเต้าหลิวว่า 'ปู่' นางในฐานะหลานสะใภ้ ก็สมควรเรียกเขาว่า 'ปู่' ตามไปด้วยมิใช่หรือ?

ถือซะว่าเป็นทางลัดอีกทางหนึ่งก็แล้วกัน

จบบทที่ บทที่ 18: พ่อลูกสกุลเชียนตะลึงค้างไปร้อยปี! (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว