- หน้าแรก
- ท่านนายพันหน้านิ่ง กับ ปัญญาชนสาวพราวเสน่ห์ ในยุค เจ็ดศูนย์
- บทที่ 7: กู้ชีพ
บทที่ 7: กู้ชีพ
บทที่ 7: กู้ชีพ
ชีพจรใต้ปลายนิ้วเต้นอ่อนแรงและติดขัด การไหลเวียนของเลือดย่ำแย่ นี่เป็นสัญญาณบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าลมปราณและเลือดในหัวใจอุดตัน
ซูเสี่ยวหว่านปลดกระดุมเสื้อของแม่ถังออกอย่างรวดเร็ว แล้วเริ่มใช้ฝ่ามือตบเบาๆ เป็นจังหวะที่บริเวณรักแร้ของอีกฝ่าย
นี่ไม่ใช่วิธีปฐมพยาบาลแบบตะวันตก แต่เป็นเทคนิคการช่วยชีวิตตามศาสตร์แพทย์แผนจีนโบราณ การตบกระตุ้นจุดนี้อย่างถูกวิธีจะช่วยทะลวงเส้นลมปราณและส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดลมให้คล่องตัวขึ้น
ลู่หานโจวมองท่าทางทะมัดทะแมงของซูเสี่ยวหว่าน สายตาที่เคยเต็มไปด้วยความระแวงสงสัยค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจ—เธอรู้วิชาแพทย์แผนจีนด้วยเหรอ?
มือของซูเสี่ยวหว่านยังคงทำงานไม่หยุด ขณะที่หันไปสั่งถังเหวินซี "รีบกดจุดเหรินจงเร็วเข้า"
การกดจุดเหรินจง (ร่องเหนือริมฝีปากบน) จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้มากขึ้น
ทว่าถังเหวินซีกลับยืนนิ่งอึ้ง ทำอะไรไม่ถูก
เธอสับสนไปหมด เหตุการณ์ตรงหน้าช่างแตกต่างจากชาติที่แล้วอย่างสิ้นเชิง
ในชาติก่อน ถังเหวินซีกับลู่หานโจวมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่เธอกลับมองข้ามเขาเพราะเห็นว่าเป็นชายขาพิการ และเลือกแต่งงานกับลูกชายครูใหญ่ในตำบลแทน ใครจะไปรู้ว่าผู้ชายคนนั้นมีปัญหาทางจิตและทำร้ายร่างกายเธอทุกวัน
หลังจากได้กลับมาเกิดใหม่ ถังเหวินซีรู้ดีว่าขาของลู่หานโจวจะหายดี และเขาจะได้กลับเข้ากองทัพเพื่อสร้างผลงานจนกลายเป็นบุคคลสำคัญ
ส่วนปัญญาชนหนุ่มไป๋ฟู่หลิน ครอบครัวของเขามีเส้นสายใหญ่โตในเมืองเอกของมณฑล และเขาเองก็จะกลายเป็นผู้มีอิทธิพลในอนาคตเช่นกัน
ดังนั้นในชาตินี้ เธอจึงตั้งใจจะสานสัมพันธ์อันดีกับผู้ชายทั้งสองคนนี้ให้แน่นแฟ้น เพื่อปูทางสู่อนาคตที่โรยด้วยกลีบกุหลาบของตัวเอง
ถังเหวินซีวางแผนไว้ว่า จะรอให้ความสัมพันธ์กับทั้งคู่พัฒนาไปถึงจุดหนึ่ง แล้วค่อยเลือกใครสักคนมาเป็นสามี
เธอตระหนักดีว่าในเมื่อสวรรค์เมตตาให้โอกาสเธอมีชีวิตใหม่อีกครั้ง เธอจะต้องเปลี่ยนแปลงตอนจบอันน่าสังเวชของชาติที่แล้วให้ได้!
น่าเสียดายที่ช่วงเวลาที่เธอย้อนกลับมานั้นช้าไปหน่อย ตอนนี้เธอกับลู่หานโจวเริ่มห่างเหินกันแล้ว และเขาก็แต่งงานกับซูเสี่ยวหว่านไปแล้วด้วย
เธออดคิดไม่ได้ว่า ถ้าหากเธอย้อนเวลากลับมาก่อนที่ลู่หานโจวจะแต่งงาน ไม่ว่าอย่างไรเธอก็จะไม่มีทางปล่อยให้เขาแต่งงานกับซูเสี่ยวหว่านเด็ดขาด
ตอนนี้ เธอต้องการเหตุผลที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับลู่หานโจว
จริงๆ แล้ว เธอรู้อยู่แล้วว่าวันนี้แม่ของเธอจะเกิดอาการหัวใจวายกะทันหัน
เธอจึงตั้งใจไปตามลู่หานโจวมาช่วย เพราะรู้ว่าเขาเคยเรียนการปฐมพยาบาลมาจากในกองทัพ เพื่อที่ภายหลังเธอจะได้ใช้ข้ออ้างเรื่อง "ตอบแทนบุญคุณ" ในการทำดีกับเขาและลดช่องว่างระหว่างกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
แต่เธอคาดไม่ถึงเลยว่า ซูเสี่ยวหว่านจะตามเขามาด้วย!
ตามเหตุการณ์ในชาติที่แล้ว ป่านนี้ซูเสี่ยวหว่านควรจะหย่ากับลู่หานโจวไปตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือ?
ทำไมจู่ๆ ถึงโผล่มาที่นี่ แถมยังกระตือรือร้นจะช่วยแม่เธอขนาดนี้?
ในขณะที่ถังเหวินซีกำลังเหม่อลอย ลู่หานโจวก็ขยับเข้าไปข้างกายซูเสี่ยวหว่านและยื่นมือไปกดจุดเหรินจงให้แม่ถังแทน
ถังเหวินซีสะดุ้งได้สติ รีบเอ่ยท้วงขึ้นมา "เอ่อ... เสี่ยวหว่าน วิธีของเธอจะได้ผลแน่เหรอ? เราควรทำ CPR แบบปกติดีกว่าไหม!"
หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความกังวล
ซูเสี่ยวหว่านทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย?
ถังเหวินซีรู้ดีว่าการช่วยชีวิตคนหัวใจวายเป็นเรื่องคอขาดบาดตายที่ต้องแข่งกับเวลา เธอวางใจไม่ได้จริงๆ ที่จะฝากชีวิตแม่ไว้ในมือของผู้หญิงคนนี้!
แต่เธอก็ไม่คิดเลยว่า ลู่หานโจวจะยอมทำตามคำสั่งของซูเสี่ยวหว่านอย่างว่าง่ายขนาดนั้น!
ซูเสี่ยวหว่านไม่มีเวลามาสนใจลู่หานโจวที่อยู่ข้างๆ มือของเธอยังคงขยับไม่หยุด
เธอเปลี่ยนมาตบหลังแม่ถังซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งก้อนเลือดดำคล้ำที่อุดตันอยู่ในทรวงอกถูกไอโครกออกมา ในที่สุดแม่ถังก็เริ่มหายใจได้คล่องขึ้น ลมหายใจที่เคยติดขัดค่อยๆ กลับมาสม่ำเสมอ
ทุกคนในห้องตะลึงงัน ซูเสี่ยวหว่านช่วยชีวิตคนได้จริงๆ!
การออกแรงตบจุดลมปราณอย่างต่อเนื่องทำให้ซูเสี่ยวหว่านหมดแรง
เธอเอื้อมมือไปจับชีพจรแม่ถังอีกครั้ง เมื่อสัมผัสได้ว่าจังหวะการเต้นมั่นคงขึ้นมากแล้ว จึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เธอพยายามจะลุกขึ้น แต่ขากลับอ่อนแรงจนทรงตัวไม่อยู่ ร่างกายเซถลาทำท่าจะล้มลง
ลู่หานโจวคว้าตัวเธอไว้ได้ทันท่วงที
กลิ่นหอมหวานจางๆ ลอยมาแตะจมูก เป็นกลิ่นที่ชวนให้รู้สึกดีอย่างประหลาด
ร่างในอ้อมแขนช่างเบาหวิวและนุ่มนิ่ม ลู่หานโจวไม่กล้าออกแรงจับมากนัก กลัวจะเผลอทำให้เธอเจ็บ
ซูเสี่ยวหว่านเองก็คาดไม่ถึงว่าลู่หานโจวจะช่วยประคองไว้
เธอจึงถือโอกาสทิ้งน้ำหนักตัวพิงอกเขา อาศัยเรี่ยวแรงของเขาช่วยพยุงตัวให้ยืนไหว
ก่อนจะกระซิบเสียงเบา "สามีคะ เมื่อกี้ช่วยคนเหนื่อยจะแย่ ตอนนี้ฉันไม่มีแรงเลย เรากลับบ้านไปพักผ่อนกันเถอะนะ"
ตอนนั้นเอง เธอก็นึกถึงแผนการที่จะจัดการกับลู่หานโจวก่อนหน้านี้ขึ้นมาได้
คืนนี้ เธอจะต้อง 'เผด็จศึก' เขาให้ได้!
"อืม"
สิ้นเสียงตอบรับ ลู่หานโจวก็เตรียมจะพาซูเสี่ยวหว่านกลับบ้าน
ถังเหวินซีเพิ่งจะได้สติ รีบก้าวเข้ามาขวางพร้อมเอ่ยว่า "พี่หานโจว เสี่ยวหว่าน ขอบคุณมากนะที่ช่วยแม่ฉันไว้"
เมื่อได้ยินเสียงเรียก ซูเสี่ยวหว่านก็หันไปมองถังเหวินซี
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้พิจารณานางเอกของเรื่องอย่างเต็มตา
ถังเหวินซีเป็นเหมือนที่บรรยายไว้ในหนังสือไม่มีผิด รูปลักษณ์อ่อนโยนบอบบาง ผมถักเปียสองข้าง ดวงตาดำขลับเป็นประกายดูมีชีวิตชีวายามต้องแสงไฟ
แม้จะไม่ใช่คนสวยจัดจนต้องเหลียวหลัง แต่บุคลิกโดยรวมกลับให้ความรู้สึกสบายตาและน่าเข้าหา
"ไม่ต้องเกรงใจหรอก แม่เธอเพิ่งฟื้น ต้องดูแลให้ดีๆ นะ ช่วงนี้ให้ท่านพักผ่อนเยอะๆ ที่เป็นลมไปคราวนี้หลักๆ ก็เพราะตรากตรำทำงานหนักเกินไปนั่นแหละ" ซูเสี่ยวหว่านกำชับถังเหวินซีด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ซูเสี่ยวหว่าน" คนเดิมมักมองถังเหวินซีเป็นศัตรูหัวใจ คอยอิจฉาริษยาที่มีหนุ่มๆ มาตามจีบนางเอก และมักหาเรื่องกลั่นแกล้งอยู่เสมอ
แต่ตอนนี้เป็นเธอแล้ว เธอไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับนางเอกคนนี้เลยสักนิด
ลู่หานโจวแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นซูเสี่ยวหว่านพูดคุยกับถังเหวินซีด้วยท่าทีสงบนิ่ง
ดูเหมือนเธอจะพยายามปรับปรุงตัวจริงๆ
ครอบครัวถังเองก็ตกตะลึงกับการเปลี่ยนแปลงของซูเสี่ยวหว่านเช่นกัน
ถังเฉินตงเห็นกับตาตัวเองว่าซูเสี่ยวหว่านช่วยแม่เขาให้ฟื้นคืนสติขึ้นมาได้ จึงได้แต่ยืนเงียบกริบ
เขายังรู้สึกหวาดเสียวไม่หาย โชคดีที่เมื่อกี้เขาไม่ได้ขัดขวางเธอจนถึงที่สุด ไม่อย่างนั้นแม่เขาอาจจะเป็นอะไรไปแล้วก็ได้
เมื่อมองซูเสี่ยวหว่านตรงหน้า ถังเหวินซีรู้สึกว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนไปมากจนดูแปลกตา
ไม่ใช่แค่ซูเสี่ยวหว่านยังไม่หย่ากับลู่หานโจว แต่ตอนนี้เธอกลับดูเอาอกเอาใจเขาเป็นพิเศษ ราวกับเป็นคนละคน
ต้องรู้ก่อนว่า เมื่อก่อนซูเสี่ยวหว่านเอาแต่วิ่งไล่ตามไป๋ฟู่หลิน และทำตัวเย็นชากับลู่หานโจวจะตายไป
หรือว่า... ซูเสี่ยวหว่านคนนี้จะกลับชาติมาเกิดใหม่เหมือนกับเธอ?
ถังเหวินซีอดไม่ได้ที่จะลองหยั่งเชิงถาม "เสี่ยวหว่าน ฉันนึกว่าเธอไม่ชอบหน้าฉันซะอีก ไม่คิดเลยว่าคราวนี้เธอจะยอมช่วยแม่ฉัน เธอใจดีจังเลยนะ"
แม้ใบหน้าจะเปื้อนยิ้มอ่อนหวาน แต่ซูเสี่ยวหว่านย่อมจับความนัยในคำพูดนั้นได้
ซูเสี่ยวหว่านรู้ทันความคิดของถังเหวินซี
แต่เธอไม่สน
เธอเข้าใจว่าสำหรับถังเหวินซีแล้ว โลกใบนี้ได้เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับก่อนที่จะย้อนเวลากลับมา
ถังเหวินซีในนิยายอาจจะใช้ทุกคนรอบตัวเป็นบันไดไต่เต้าสู่ความสำเร็จได้
แต่ขอโทษที เธอ... ซูเสี่ยวหว่านเองก็เป็นคนขี้หวงเหมือนกัน
ในเมื่อตอนนี้เธอเป็นภรรยาของลู่หานโจว เธอก็จะไม่ยอมยกเขาให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น
และเธอก็ไม่สามารถบอกใครได้ว่าเป็นวิญญาณจากต่างโลกที่มาสิงร่างนี้ จึงตอบกลับไปเรียบๆ ว่า "เมื่อก่อนฉันยังเด็ก ทำอะไรผิดไปเยอะ แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว ฉันรักพี่หานโจวมาก และอยากจะใช้ชีวิตดีๆ กับเขา"
คำพูดนี้ทำเอาคนบ้านถังอึ้งไปตามๆ กัน
เมื่อมองรอยยิ้มหวานหยดและท่าทางอิงแอบแนบชิดลู่หานโจวของเธอ ถังเหวินซียิ่งรู้สึกสับสนหนักเข้าไปอีก
ภาพความใกล้ชิดสนิทสนมของทั้งคู่ช่างบาดตาถังเหวินซียิ่งนัก
พอกลับถึงบ้าน จางเหมยจวี๋และลู่เหยียนซีต่างก็ออกมาจากห้องเพื่อสอบถามสถานการณ์จากลู่หานโจว
"พี่คะ ป้าถังเป็นยังไงบ้าง? ปลอดภัยไหม?" ลู่เหยียนซีถามขึ้นก่อน
"ปลอดภัยแล้ว" ลู่หานโจวตอบ
ขณะพูด สายตาของเขาก็เหลือบไปมองซูเสี่ยวหว่าน
เขารู้สึกว่าตัวเองอ่านผู้หญิงตรงหน้าไม่ออกมากขึ้นเรื่อยๆ
เธอไปเรียนรู้วิชาแพทย์มาตั้งแต่เมื่อไหร่?
ลู่หานโจวเพิ่งตระหนักได้เดี๋ยวนี้เองว่า เขาดูเหมือนจะไม่เคยรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเธอเลย
"หล่อนตามไปก่อเรื่องให้พี่เหวินซีอีกแล้วใช่ไหม?" ทันทีที่เห็นหน้าซูเสี่ยวหว่าน ลู่เหยียนซีก็ขมวดคิ้วถามเสียงแข็งด้วยความไม่พอใจ
ซูเสี่ยวหว่านจำได้ว่าเจ้าของร่างเดิมมักจะรังแกถังเหวินซีอยู่บ่อยๆ เพราะอิจฉาในความดีงามของอีกฝ่าย
ทุกครั้งที่เจอหน้าถังเหวินซี เจ้าของร่างเดิมมักจะค่อนแคะว่า "นังบ้านนอกหน้าตาจืดชืด วันๆ มีแต่เล่ห์เหลี่ยมยั่วยวนผู้ชายให้มาติดพัน"
แถมยังคอยขัดขวางทุกวิถีทางไม่ให้ลู่หานโจวเข้าใกล้ถังเหวินซีอีกด้วย
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมน้องชายของถังเหวินซีถึงได้ต่อต้านรุนแรงนักตอนที่เธอบอกจะช่วยชีวิตแม่ถัง
ลู่เหยียนซีสนิทกับถังเหวินซีมาก ย่อมไม่ชอบขี้หน้าซูเสี่ยวหว่านเป็นทุนเดิม
ลู่หานโจวปรายตามองน้องสาว ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "พี่สะใภ้เธอไปช่วยชีวิตคนต่างหาก"