เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 - พรรคโฉมใหม่

บทที่ 39 - พรรคโฉมใหม่

บทที่ 39 - พรรคโฉมใหม่


บทที่ 39 - พรรคโฉมใหม่

"ไปกันเสี่ยวเฮย ฉันจะพาแกไปเก็บเลเวล" ฉู่เป่ยยิ้มกล่าว

เสี่ยวเฮยดูเหมือนจะยอมรับชื่อเล่นนี้แล้ว มันพันรอบคอฉู่เป่ยอย่างอารมณ์ดี

ฉู่เป่ยหาจุดเกิดของงูหลามสองหัวเจอแล้ว เขาตั้งใจจะให้เสี่ยวเฮยได้ลองฝีมือดูสักหน่อย

เจ้าเสี่ยวเฮยบินออกไป ส่งเสียงฟ่อๆ ใส่เจ้างูหลามสองหัว

ขนาดตัวและเลเวลของทั้งสองฝ่ายต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่งูหลามสองหัวกลับขดตัวงออยู่กับพื้น ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว!

เชี่ย นี่มันสถานการณ์อะไรกัน?

หรือนี่จะเป็นบารมีมังกรในตำนาน?

เสี่ยวเฮยต้องมีสายเลือดเผ่ามังกรแน่นอน ไม่อย่างนั้นอ๋าวซวงผู้หญิงของจ้าวสมุทรตงไห่คงไม่ให้ความสำคัญขนาดนี้!

"ฟู่!"

เปลวเพลิงสีดำพ่นออกมาจากปากของเสี่ยวเฮย เผาไหม้ร่างงูหลามสองหัว แม้ดาเมจจะไม่สูงมาก แต่เพลิงทมิฬนี้กลับดับไม่ได้ มันเผาจนงูหลามสองหัวกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

ฉู่เป่ยชักกระบี่ชิงเย่ออกมา เข้าไปช่วยสงเคราะห์ให้งูหลามสองหัวพ้นทุกข์

ทันใดนั้นก็มีกลุ่มก้อนสีเทาลอยออกมาจากศพของงูหลามสองหัว

นั่นมันดวงจิตอสูร!

เสี่ยวเฮยพุ่งเข้าไปกลืนกินดวงจิตอสูรอย่างตื่นเต้น มันทำท่าเคี้ยวตุ้ยๆ เหมือนกำลังกินของอร่อย

ทันใดนั้นเกล็ดสีดำทั่วร่างของมันก็เปล่งแสงสีดำวูบหนึ่ง เลเวลอัปเป็นเลเวล 2 ขนาดตัวของมันขยายใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด!

ฉู่เป่ยเห็นฉากนี้ก็ตกตะลึง หรือว่าเสี่ยวเฮยจะเติบโตด้วยการกลืนกินดวงจิตอสูร?

หรือนี่คือพรสวรรค์ในการวิวัฒนาการเป็นมังกร?

โคตรเจ๋งเลยแฮะ!

ตอนนั้นเองมีงูหลามสองหัวอีกตัวเลื้อยเข้ามา มันจ้องมองเสี่ยวเฮยด้วยความอาฆาตมาดร้าย แต่ในแววตานั้นนอกจากความแค้นแล้วยังมีความหวาดกลัวปนอยู่ด้วย

"เสี่ยวเฮย ใช้สกิลผสานวิญญาณ!" ฉู่เป่ยอยากลองของใหม่

เสี่ยวเฮยบินกลับมาแล้วพุ่งหายเข้าไปในร่างของฉู่เป่ย

ฉู่เป่ยรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่แขนขวาอย่างชัดเจน พอก้มลงดูก็เห็นว่าแขนขวามีเกล็ดงูสีดำงอกออกมาปกคลุม นิ้วมือเปลี่ยนสภาพเป็นกรงเล็บ!

พอลองเช็กสถานะส่วนตัว ค่าพละกำลังพุ่งจาก 161 ไปเป็น 261 แต้ม!

เชี่ย สกิลนี้มันจะโหดไปไหนเนี่ย?

เขาถือกระบี่พุ่งเข้าใส่งูหลามสองหัว เพียงไม่นานก็ปลิดชีพมันได้สำเร็จ

เสี่ยวเฮยบินออกมาจากร่างของฉู่เป่ย แล้วพุ่งไปกินดวงจิตอสูรของงูหลามสองหัว ร่างกายของมันใหญ่ขึ้นอีกนิด เลเวลขยับขึ้นอีก

ด้วยอัตราการเติบโตแบบนี้ พอเสี่ยวเฮยเลเวล 10 มันน่าจะวิวัฒนาการสำเร็จ ถึงตอนนั้นคงจะเก่งขึ้นไปอีก

สมกับเป็นสัตว์ภูตระดับเซียน เรียกว่าโกงสะบัด!

แต่เขาอยู่ในหุบเขาอสรพิษนานเกินไปแล้ว ในพรรคยังมีเรื่องอีกมากรอให้เขาไปตัดสินใจ แถมกระเป๋าก็เต็มไปด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ต่อให้ดรอปของเพิ่มก็ยัดไม่ลงแล้ว

ฉู่เป่ยเดินย้อนกลับทางเดิม พอออกจากหุบเขาอสรพิษ หมอกหนาก็ปกคลุมทางเข้าอีกครั้ง ปิดตายเส้นทางเดิม

"ติ๊ง ยันต์ผนึกหมดอายุการใช้งาน"

ฉู่เป่ยเปิดกระเป๋าดู ยันต์ผนึกหายไปแล้วจริงๆ ดูท่าถ้าอยากกลับเข้ามาในหุบเขาอสรพิษอีกคงต้องหายันต์ใหม่ แถมต้องทำภารกิจปลดผนึกด้วย

แต่ของสองอย่างนี้เขาไม่มีเลย มีแต่กิลด์เทียนมิ่งที่มี ตอนนี้ฉู่เป่ยยังไม่รู้ว่ากิลด์เทียนมิ่งเข้าไปทำภารกิจอะไร แต่เป้าหมายสุดท้ายต้องเป็นเสี่ยวเฮยแน่ๆ

เพียงแต่โชคชะตาเล่นตลก ให้ฉู่เป่ยชิงตัดหน้าไปก่อน กลายเป็นผู้ชนะที่กวาดเรียบทุกอย่าง

เมื่อกลับมาถึงที่ทำการพรรค ฉู่เป่ยเห็นกำแพงเมืองที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง สูงกว่าสามเมตร ประตูเมืองทำจากเหล็กกล้าตอกหมุดดูแข็งแกร่งทนทาน

ที่หน้าประตูเมืองมีผู้คนเข้าออกขวักไขว่ ดูคึกคักมาก

พอเดินผ่านประตูเมืองเข้าไปก็เห็นสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่มากมาย ยังมีช่างฝีมือผู้เล่นอาชีพกำลังก่อสร้างอาคารอื่นๆ เพิ่มเติม บนถนนก็มีผู้เล่นเดินกันขวักไขว่

ไม่เจอกันแค่ไม่กี่วัน ไม่นึกว่าที่ทำการพรรคจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ เล่นเอาตื่นตาตื่นใจเลยทีเดียว

ตอนฉู่เป่ยออกไป ที่นี่ยังเป็นแค่ยอดเขาโล้นๆ ร้างๆ ตอนนี้กลายเป็นเมืองขนาดย่อมไปซะแล้ว!

ดูท่าพวกหลี่ฮ่าวหรานและเสี่ยวพั่วฉางกงคงทุ่มเทกันน่าดู

"เฮ้พวก นายพอจะรู้ไหมว่าตึกอำนวยการพรรคอยู่ตรงไหน?" มีคนเดินเข้ามาถามฉู่เป่ย

ฉู่เป่ยหันไปมอง เห็นกลุ่มคนสี่คน คนที่เข้ามาถามเป็นชายหนุ่มผมสั้นสวมเกราะสีแดงเข้ม หน้าตาดูอ่อนเยาว์และใสซื่อ

"เอ่อ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน" ฉู่เป่ยยิ้มพลางส่ายหน้า เขาเพิ่งกลับมา จะไปรู้ได้ไงว่าตึกไหนเป็นตึกไหน

"งั้นเหรอ นายก็มาคัดตัวเข้าพรรคโต้วเทียนเหมือนกันสินะ? อ้อ ลืมแนะนำตัว ฉันชื่อหงหลิน อาชีพนักรบหอก นายชื่ออะไรล่ะเพื่อน?" หงหลินยื่นมือมาทักทายอย่างเป็นกันเอง ดูเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดี

"สวัสดี ฉันชื่อเซียวเหยาเป่ยเฟิง" ฉู่เป่ยยื่นมือไปจับตอบ

"ฮ่าฮ่าฮ่า นายโครตตลกเลยว่ะเพื่อน ถ้าแกเป็นเซียวเหยาเป่ยเฟิง งั้นฉันก็เง็กเซียนฮ่องเต้แล้วล่ะ" หงหลินหัวเราะร่า อีกสามคนในกลุ่มก็พากันหัวเราะคิกคัก

เห็นพวกเขาไม่เชื่อ ฉู่เป่ยก็ช่วยไม่ได้ ได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ

"งั้นนายก็ต้องไปตึกอำนวยการเหมือนกัน เดินไปด้วยกันสิ เดี๋ยวฉันเล่าเรื่องเด็ดๆ ของพี่เป่ยเฟิงให้ฟัง!" หงหลินทำท่าทางลึกลับ เรียกความสนใจจากคนอื่นได้ทันที รวมถึงฉู่เป่ยด้วย

ฉู่เป่ยเองก็อยากฟังเหมือนกันว่าหมอนี่จะมีเรื่องเด็ดอะไร

ทั้งห้าคนเดินไปตามถนนหลัก หงหลินก็เริ่มฝอยน้ำไหลไฟดับ เล่าเรื่องเหตุการณ์ในหุบเขาอสรพิษ แต่เขาเล่าได้ออกรสออกชาติแถมใส่สีตีไข่จนเวอร์วังอลังการไปไกล

"พวกนายรู้ไหมว่าหวงฝู่ป้าเทียนโดนพี่เป่ยเฟิงฆ่ายังไง" หงหลินทิ้งปริศนา

อีกสามคนส่ายหน้าดิก ทำหน้าอยากรู้อยากเห็นเหมือนคนรอฟังนิทาน "ฆ่ายังไง เล่ามาเร็วๆ สิ อยากรู้จะแย่แล้ว!"

หงหลินยิ้มอย่างภาคภูมิใจ เล่าว่า "กระบี่ผ่ามิติ! พี่เป่ยเฟิงแค่วาดกระบี่กลางอากาศเบาๆ คลื่นกระบี่ก็ผ่าร่างหวงฝู่ป้าเทียนขาดเป็นสองท่อน!"

ฉู่เป่ยได้ยินเข้าถึงกับสะดุดขาตัวเอง เกือบจะพ่นน้ำลายออกมา หมอนี่เล่านิทานอยู่หรือไง เวอร์เกินไปแล้ว!

"โห สุดยอดเลย สมกับเป็นอันดับหนึ่งแห่งเขตไท่จวิน!"

"แน่นอน ไอดอลฉันซะอย่าง นายเล่าต่อเร็วๆ สิ ยังฟังไม่จุใจเลย!"

"ใช่ๆ เล่ามาอีก!"

หงหลินหัวเราะร่า ก่อนจะเล่าต่อ "แล้วพวกนายรู้ไหมว่าคนของกิลด์เทียนมิ่งสามร้อยกว่าคนตายยังไง?"

"ตายยังไง?"

"โดนพี่เป่ยเฟิงใช้ท่า 'หมื่นกระบี่ดาราเหิน' ถล่มยับน่ะสิ! พี่เป่ยเฟิงแค่สะบัดมือก็เรียกกระบี่เซียนนับหมื่นเล่มออกมา กระบี่พวกนั้นพุ่งเหมือนขีปนาวุธนำวิถี ฆ่าพวกกิลด์เทียนมิ่งไม่เหลือซาก!" หงหลินทำท่าปาดคอประกอบ

"ว้าว เทพซ่ามาก สกิลของพี่เขาต้องโคตรแรงแน่ๆ!" อีกสามคนทำหน้าเคลิบเคลิ้มศรัทธาสุดขีด

ส่วนฉู่เป่ยมีเส้นสีดำพาดผ่านหน้าผากเต็มไปหมด มุมปากกระตุกยิกๆ นี่มันไปฟังนิทานหลอกเด็กมาจากไหนเนี่ย?

หงหลินเห็นฉู่เป่ยทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ ก็ตบอวดตัวเองดังปึก "เพื่อน ที่ฉันเล่านี่เรื่องจริงนะโว้ย ข้างนอกเขาลือกันให้แซ่ด เวอร์ชันของฉันนี่ใกล้เคียงความจริงที่สุดแล้ว"

"ยังมีเวอร์ชันอื่นอีกเหรอ?"

"มีสิ ในบอร์ดมีตำนานหลายเวอร์ชันเลย นายไม่ได้เข้าไปดูเหรอ?" หงหลินถาม

ฉู่เป่ยส่ายหน้า เขาไม่ได้เข้าไปดูจริงๆ นั่นแหละ

คุยกันไปเดินกันไปจนสุดถนนหลัก หลังจากถามทางคนแถวนั้นถึงได้รู้ตำแหน่งตึกอำนวยการพรรค

พอเลี้ยวซ้ายทีขวาทีจนพ้นมุมตึก ฉู่เป่ยก็เห็นลานเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยผู้คนเข้าแถวรอคิว กะด้วยสายตาน่าจะมีสักสามสี่พันคน

"เชี่ย นึกว่ามาเช้าแล้วนะเนี่ย ไม่นึกว่าคนจะเยอะขนาดนี้!" หงหลินหน้าถอดสีทันที

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 39 - พรรคโฉมใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว