- หน้าแรก
- โจรสลัดแห่งเงา ปล้นทะเลด้วยแรงงานก๊อปปี้
- บทที่ 26 ออกเดินทาง! ออกเดินทาง!
บทที่ 26 ออกเดินทาง! ออกเดินทาง!
บทที่ 26 ออกเดินทาง! ออกเดินทาง!
บทที่ 26 ออกเดินทาง! ออกเดินทาง!
บนเรือสินค้าลำหนึ่ง ณ ทะเลอีสต์บลู
"แกจะบอกว่าแม่หนูนั่นอ่านนิทานหลอกเด็กมากเกินไปงั้นสิ? ถึงได้กล้าออกทะเลมาคนเดียวบนเรือสินค้าแบบนี้ ช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเอาซะเลย"
"ชู่ว... อย่าพูดพล่อยๆ ไป ดูการแต่งกายของนางสิ ต้องเป็นลูกผู้ดีมีเงินแน่ๆ คุณหนูพวกนี้มักจะถูกตามใจจนเสียคน อย่าให้นางได้ยินแกนินทาเชียว"
"เออน่า ข้ารู้น่า ข้าก็แค่บ่นระบายกับแกไปงั้นแหละ อยู่กลางทะเลแบบนี้มันน่าเบื่อจะตายชัก"
"ใครว่าไม่เบื่อล่ะ แต่เบื่อก็ส่วนเบื่อ ข้าแค่หวังว่าพวกเราจะไม่ซวยไปเจอโจรสลัดเข้าก็พอ"
อาร์โทเรียมองกะลาสีสองคนที่กำลังซุบซิบกันอยู่ในมุมมืดโดยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
สำหรับเธอแล้ว การทำภารกิจที่มู่เสวี่ยไหว้วานให้สำเร็จคือสิ่งสำคัญที่สุด เรื่องอื่นนอกจากนั้นเธอไม่เก็บเอามาคิดให้รกสมอง
ทว่า จู่ๆ เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
"โจรสลัดมาแล้ว~!"
เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังขึ้น
ทุกคนบนเรือสินค้าเริ่มแตกตื่นโกลาหล
ตู้ม!
วินาทีถัดมา เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว
ลูกกระสุนปืนใหญ่พุ่งเข้าใสกาบเรือด้านหนึ่ง ส่งผลให้เรือทั้งลำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง กัปตันเรือรีบวิ่งไปที่หัวเรือ เมื่อมองเห็นเรือโจรสลัดที่กำลังมุ่งหน้าเข้ามา เขาก็ทรุดฮวบลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง
หนีไม่พ้นแน่ๆ เรือโจรสลัดอยู่แค่เอื้อม อีกเดี๋ยวก็คงเทียบท่าเรือของพวกเขาแล้ว ยิ่งเรือลำนี้บรรทุกสินค้ามาเต็มอัตราศึก ความเร็วของมันย่อมเทียบไม่ได้เลยกับเรือโจรสลัดที่เชี่ยวชาญด้านการไล่ล่าปล้นสะดม เขาได้แต่ภาวนาว่าโจรสลัดกลุ่มนี้จะไม่ใช่พวกโหดเหี้ยมอำมหิตที่ฆ่าคนไม่กะพริบตา
มิฉะนั้น อย่าว่าแต่สินค้าจะรักษาไว้ได้เลย แม้แต่ดวงตะวันของวันพรุ่งนี้ก็ไม่รู้ว่าจะยังมีโอกาสได้เห็นหรือไม่
ทันใดนั้นเอง ร่างหนึ่งที่งดงามราวกับนางฟ้าก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้ากัปตัน
"ท่านคะ ต้องการให้ช่วยไหม?"
...
แกรนด์ไลน์ สาขา G-6
หญิงสาวผู้มีเรือนผมยาวสีแดงเพลิง ห้อยดาบเลื่องชื่อ 'ฟรอสต์' ที่ผ่านการตีเสริมความแกร่งไว้ที่เอว สวมเกราะครึ่งตัวและรองเท้าบูทหนังสีดำยาว ปรากฏกายขึ้นที่โถงทางเดินของป้อมปราการ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
"เข้ามา!"
พลเรือโทโดเบอร์แมน ผู้บัญชาการประจำสาขา ได้ยินเสียงเคาะประตูจึงเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน
"รายงานท่านพลเรือโท! พันเอกเอลซ่าขออนุญาตไปที่เมืองเนเวล เพื่อจับกุมโจรสลัด 'มังกรเพลิง' นัตสึค่ะ!"
เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่หนักแน่นและเด็ดขาดของเอลซ่า
โดเบอร์แมนถอนหายใจออกมาเบาๆ เขารู้ดีว่าเมื่อคนคนนี้ตัดสินใจอะไรแล้ว เธอไม่มีวันเปลี่ยนใจ นิสัยของเธอหัวรั้นราวกับหินผา
ต่อให้เขาไม่อนุญาต เธอก็คงจะแอบหนีออกทะเลไปในตอนที่เขาเผลออยู่ดี
ท้ายที่สุดแล้ว ทหารเรือทุกคนในสาขา G-6 ต่างก็ชื่นชมวีรสตรีผู้มีเสน่ห์ แข็งแกร่ง และมีความรับผิดชอบผู้นี้!
โดยเฉพาะพวกทหารเกณฑ์หน้าใหม่ เวลาที่ได้ร่วมรบกับเอลซ่า แต่ละคนจะฮึกเหิมราวกับโด๊ปยามา เพียงเพื่อต้องการจะโชว์ฝีมือให้เธอเห็น
"ไปเถอะ แต่ระวังโดฟลามิงโก้ไว้หน่อย พยายามเลี่ยงการปะทะกับหมอนั่น เพราะตอนนี้รัฐบาลโลกกำลังเตรียมเสนอชื่อเขาให้รับตำแหน่งเจ็ดเทพโจรสลัด"
โดเบอร์แมนกล่าวเตือนอย่างอ่อนใจ เพราะเธอคือคนที่เขาเป็นคนรับเข้ามาเองกับมือ ดังนั้นไม่ว่าจะลำบากใจแค่ไหนเขาก็ต้องทน
ลูกน้องมือดีที่มักจะเป็นหัวหอกในการทำงานนั้นหายาก และคนที่ทั้งเก่งกาจและกระตือรือร้นในการทำงานนั้นยิ่งหาได้ยากกว่า
เวลาบอกใครต่อใครว่าเขาเป็นอาจารย์ของเอลซ่า เขาก็รู้สึกภูมิใจไม่น้อย
นอกจากนิสัยดื้อรั้นไปบ้าง เธอก็ไม่มีข้อเสียใหญ่อื่นๆ เลย จึงไม่แปลกที่ใครๆ ต่างก็รักใคร่เอ็นดู
"รับทราบค่ะ ตราบใดที่โดฟลามิงโก้ไม่เข้ามายุ่มย่ามก่อน ฉันจะระวังตัว แต่ถ้าไม่... ดาบของฉันก็แค่จะได้ดื่มเลือดสังเวยวิญญาณเพิ่มอีกตน!"
เอลซ่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
เมื่อมองดูหญิงสาวที่ไม่ยอมถอยให้กับสิ่งใด โดเบอร์แมนเหมือนเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในอดีต
ในตอนนั้น เขาก็เต็มไปด้วยพลังของคนหนุ่มสาว และทนไม่ได้กับความชั่วร้ายใดๆ
เขาถึงขนาดเคยเข้าร่วมกับพลเรือเอกอาคาอินุ (ในสมัยที่ยังไม่ได้ขึ้นเป็นพลเรือเอก) เพื่อกวาดล้างโจรสลัดมาแล้วมากมาย
น่าเสียดายที่เมื่อโดเบอร์แมนอายุมากขึ้นและฝีมือเริ่มหยุดนิ่ง ความห้าวหาญในวัยเยาว์นั้นก็เลือนหายไป
ดังนั้น เมื่อเขารู้ว่ามีใครบางคนในอีสต์บลูที่มีแนวทางการปฏิบัติเกือบจะเหมือนกับเขาในวัยหนุ่ม โดเบอร์แมนจึงอยากจะเห็นเธอด้วยตาตัวเอง
และผลลัพธ์ก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง เอลซ่าแข็งแกร่งกว่าเขาในตอนนั้นเสียอีก ไม่ว่าจะเป็นความแน่วแน่ของจิตใจหรือความเร็วในการพัฒนาฝีมือ เธอเหนือกว่าเขาทุกด้าน
อันที่จริง โดเบอร์แมนรู้สึกว่าตัวเขาในตอนนี้อาจจะไม่ใช่คู่มือของเอลซ่าด้วยซ้ำ
บางทีอาจจะมีเพียงสัตว์ประหลาดอย่างพลเรือเอกอาคาอินุเท่านั้นที่สามารถเทียบเคียงกับเอลซ่าได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับ 'ความยุติธรรมสัมบูรณ์' ของอาคาอินุที่ไม่ละเว้นแม้แต่พลเรือน โดเบอร์แมนกลับชอบความยุติธรรมของเอลซ่าที่มุ่งเป้าไปที่โจรสลัดเพียงอย่างเดียวมากกว่า!
โดเบอร์แมนสูบบุหรี่เข้าปอดลึกๆ ก่อนจะพ่นควันออกมาอย่างหนักหน่วง แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "เอลซ่า ถ้าโดฟลามิงโก้เข้ามาขัดขวาง ก็ลงมือทำสิ่งที่ต้องทำได้อย่างเต็มที่เลย ฉันจะรับผิดชอบผลที่ตามมาเอง อย่าดูถูกกันนักสิ เห็นแบบนี้ฉันก็เป็นถึงพลเรือโทเชียวนะ!"
...
หมู่เกาะซาบอนดี้ เกาะที่ 13
"กิลดาส พรสวรรค์ของเจ้านี่มันน่าทึ่งจริงๆ!"
เมื่อมองดูชายตรงหน้าที่สามารถใช้ฮาคิเกราะแบบถมดำ แผ่พุ่ง และทำลายจากภายในได้อย่างเชี่ยวชาญภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์!
เรย์ลี่อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา "พรสวรรค์ในการควบคุมฮาคิอย่างละเอียดของเจ้าแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นมาในชีวิต แม้แต่โรเจอร์ตอนอายุเท่าเจ้ายังเทียบไม่ติด เผลอๆ อีกไม่กี่ปี แม้แต่ตาแก่การ์ปก็คงรับมือเจ้าลำบากแน่!"
"ก็ไม่แน่นะ อาจจะใช้เวลาไม่ถึงสองสามปีด้วยซ้ำ!" กิลดาสยักไหล่พร้อมกล่าวอย่างมั่นใจ
"เจ้านี่ไม่ถ่อมตัวเลยนะ จงจำไว้ว่าการพัฒนาฮาคิไม่มีทางลัด คนส่วนใหญ่ต่อให้ขัดเกลาฮาคิมาเป็นสิบปีก็อาจทำไม่ได้อย่างเจ้า ยิ่งไปกว่านั้น ที่ข้าบอกว่าเจ้าจะไปถึงจุดสูงสุดของฮาคิในไม่กี่ปี ข้าพูดเร็วไปหน่อยด้วยซ้ำ เจ้ารู้ไหมว่ายิ่งก้าวขึ้นไปสูงเท่าไหร่ แต่ละก้าวก็จะยิ่งยากลำบากขึ้นเป็นทวีคูณ!"
เมื่อเห็นท่าทีไม่ยี่หระของกิลดาส เรย์ลี่จึงรีบเตือนสติไม่ให้เขาประมาท
"พรสวรรค์เป็นเรื่องสำคัญ แต่ความพยายามอย่างไม่ย่อท้อและประสบการณ์การต่อสู้จริงคือหนทางที่ดีที่สุดในการพัฒนาฮาคิ ตอนนี้เจ้ายังมีประสบการณ์น้อยเกินไป รู้หรือไม่ว่าจนถึงทุกวันนี้ ฮาคิของข้าก็ยังเทียบกับโรเจอร์ไม่ได้เลย!"
ในที่สุด เรย์ลี่ก็หยิบกระติกเหล้าขึ้นมาจิบ สายตามองออกไปในที่ไกลแสนไกล ราวกับกำลังตกอยู่ในห้วงความคิด