เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 จระเข้มังกรบึงพิษ

บทที่ 29 จระเข้มังกรบึงพิษ

บทที่ 29 จระเข้มังกรบึงพิษ


ก่อนออกจากธาราสองขั้ว หลินเฟิงเก็บสมุนไพรเซียนที่โตเต็มที่ทั้งหมดใส่ลงในอุปกรณ์วิญญาณประเภทเก็บของ โดยเหลือรากไว้และถ่ายพลังวิญญาณธาตุไม้ใส่เพื่อบำรุง เชื่อว่าอีกไม่นานมันจะงอกใหม่ได้ แต่กว่าจะโตเต็มที่คงต้องใช้เวลานานโข ส่วน 'บัวโลหิตมังกรนิพพาน' ที่ตู่กูเหยียนต้องใช้ตอนเลเวล 70 นั้น หลินเฟิงมอบให้ตู่กูโป๋เก็บรักษาไว้ รอเวลาที่นางพร้อมค่อยเอาออกมาใช้

ตู่กูโป๋บอกว่าสัตว์วิญญาณเป้าหมายที่เขาจะพาหลินเฟิงไปล่าคือ 'สิงโตเพลิง' ระดับพลังราวๆ 8,500 ปี เป็นสัตว์วิญญาณสายเลือดระดับสูง ซึ่งหลินเฟิงก็พอใจมาก เส้นทางจากถ้ำตู่กูโป๋ไปยังสิงโตเพลิง จะผ่านบึงของ 'จระเข้มังกรบึงพิษ' พอดี ทั้งสามจึงตกลงว่าจะแวะล่าจระเข้ให้ตู่กูเหยียนก่อน แล้วค่อยไปล่าสิงโตให้หลินเฟิง

จระเข้มังกรบึงพิษอยู่ห่างจากธาราสองขั้วไม่ไกล เดินทางแค่ครึ่งวันก็ถึงบึงพิษที่มันอาศัยอยู่ เจ้าจระเข้ตัวนี้อายุ 4,000 ปีนิดๆ ปกติสัตว์วิญญาณระดับนี้ไม่อยู่ในสายตาตู่กูโป๋หรอก แต่เพราะมันเป็นสัตว์วิญญาณสายพันธุ์กึ่งมังกรที่มีสายเลือดระดับสูงและหายาก เขาบังเอิญเจอเข้าเลยจำพิกัดไว้ กะว่าจะเก็บไว้ให้ตู่กูเหยียนเป็นวงแหวนที่สี่ แต่ไม่นึกว่าจะได้ใช้เร็วขนาดนี้ เป็นวงแหวนที่สามซะเลย

ด้วยความแข็งแกร่งปัจจุบันของตู่กูเหยียน นางยังรับมือจระเข้มังกรบึงพิษไม่ไหว เดิมทีตู่กูโป๋จะลงมือเอง แต่หลินเฟิงคันไม้คันมืออยากออกแรง เลยอาสารับหน้าเสื่อแทน

จระเข้มังกรบึงพิษตัวนี้ยาว 7 เมตร สูงราว 2 เมตร เหมือนรถถังขนาดย่อม ลำตัวปกคลุมด้วยเกล็ดหนาเหมือนหินอัคนี มีน้ำพิษสีเขียวเข้มไหลเยิ้มออกมาตลอดเวลา ดูน่าขยะแขยงพิลึก หลินเฟิงนึกเทียบกับ 'ราชาจระเข้ทองคำ' ในป่าซิงโต้ว แล้วรู้สึกรังเกียจเจ้าตัวนี้ขึ้นมาทันที ไม่เกี่ยวกับอายุ แต่หน้าตามันชวนอ้วกจริงๆ เขาแอบบ่นในใจ 'โชคดีที่ไม่ได้เลือกดูดซับเจ้านี่'

หลินเฟิงเรียกกระบี่อิงฟ้าออกมาเริ่มการต่อสู้ ตู่กูเหยียนถึงเพิ่งรู้ว่าหลินเฟิงมีวงแหวนที่สองเป็นระดับพันปี แต่เมื่อเทียบกับเรื่องพีคๆ ที่เจอมาสองสามวันนี้ วงแหวนพันปีวงที่สองก็ดูธรรมดาไปเลย หลินเฟิงกระโจนเข้าใส่ ปราณกระบี่ธาตุทองพุ่งตรงไปที่ดวงตาจระเข้ ด้วยความใหญ่เทอะทะ มันหลบไม่พ้น ได้แต่หลับตาใช้เปลือกตาหนาๆ รับแทน แม้เปลือกตาจะกันกระบี่ได้ แต่แรงกระแทกก็ทำให้ลูกตาบาดเจ็บ เลือดไหลซึมออกมาผสมกับน้ำพิษและโคลนตม ยิ่งดูน่าสะอิดสะเอียนเข้าไปใหญ่

จระเข้โกรธจัดที่โดนเล่นงานดวงตา ตวัดหางฟาดสวนด้วยท่าไม้ตาย 'ค้อนหางพิษ' ราวกับค้อนดาวตกยักษ์ติดหนาม หลินเฟิงเก็บกระบี่แล้วถอยฉาก ใช้ออกด้วยท่า 'มังกรปรากฏกาย' สร้างกำแพงพลังปราณต้านรับหางจระเข้ ท่าไม้ตายจระเข้แม้มิใช่เล่นๆ แต่ก็ยังเจาะทะลุการป้องกันของ 18 ฝ่ามือสยบมังกรไม่เข้า

พร้อมกันนั้น หลินเฟิงอัดพลังวิญญาณธาตุทองมหาศาลลงในกระบี่อิงฟ้า ปราณกระบี่ที่รุนแรงกว่าเดิมสิบเท่าฟันฉับลงที่โคนหางจระเข้ แสงกระบี่วาบ หางจระเข้ขาดกระเด็นในดาบเดียว จระเข้ที่หางขาดคลุ้มคลั่งคำรามลั่น มันงัดท่าไม้ตายสุดท้าย 'พ่นพิษมรณะ' พ่นก้อนพิษเข้มข้นออกจากปากใส่หลินเฟิง ถ้าโดนเข้าไปคงระเบิดเละเทะแน่ แม้หลินเฟิงจะมีกายาทนพิษจากการขัดเกลากายาด้วยน้ำแข็งและไฟ แต่เขาก็ไม่อยากโดนของสกปรกพวกนี้ หลินเฟิงสะบัดข้อมือขวา เปลี่ยนกระบวนท่ากระบี่จาก "รั้ง" เป็น "ดีด" ปัดก้อนพิษกระเด็นกลับไปหาเจ้าของ ก้อนพิษระเบิดใส่หัวจระเข้เต็มๆ พิษทำอะไรมันไม่ได้ แต่แรงระเบิดส่งร่างมหึมาของมันหงายท้องตึง หลินเฟิงผสานธาตุน้ำเข้ากับธาตุไม้ ปล่อยปราณกระบี่ผสานธาตุไม้เสียบทะลุท้องน้อยจุดตายของมัน จากนั้นเขากระโดดลงไปในบึงพิษ ใช้โคลนตมเป็นฐานส่งแรง เตะซากจระเข้กระเด็นขึ้นฝั่ง

พร้อมกันนั้นเขาก็ตะโกนบอก "พี่เหยียน ลงมือเลยครับ มันหมดสภาพแล้ว ใช้แปดแมงมุมสังหารดูดกลืนพิษในตัวมันก่อน แล้วค่อยดูดซับวงแหวน ผมขอตัวไปล้างมือล้างเท้าตรงแหล่งน้ำข้างหน้านู้นก่อนนะ" พูดจบเขาก็เหาะหนีไปทันที ก่อนที่ตู่กูเหยียนจะตัดชุดพิเศษที่ไม่โป๊เวลาใช้ขาแมงมุม การใช้ทักษะนี้ยังต้องให้คนรอบข้างหลบฉากหน่อย

เมื่อหลินเฟิงล้างเนื้อล้างตัวเสร็จและเดินกลับมา ตู่กูเหยียนก็นั่งสมาธิดูดซับวงแหวนเรียบร้อยแล้ว ดูเหมือนจะผ่านช่วงวิกฤตไปแล้วและกำลังเข้าสู่ช่วงปรับสมดุลพลัง

หลินเฟิงเดินไปหาตู่กูโป๋ "ปู่ตู่กูครับ ระหว่างพี่เหยียนดูดซับวงแหวน ผมมีเรื่องจะบอก อวี้เทียนเหิงแห่งตระกูลมังกรฟ้าทรราชกำลังตามจีบพี่เหยียนอยู่ ปู่รู้ใช่ไหมครับ?"

ตู่กูโป๋: "เรื่องนี้ข้ารู้ เหยียนเหยียนเพิ่งเข้าเรียนไม่กี่วัน เจ้านั่นก็มาเกาะแกะเป็นปลิง ถึงข้าจะไม่ชอบหน้าตระกูลนั้น แต่เจ้าเด็กนั่นดูนิสัยใช้ได้ ไม่น่ารำคาญเหมือนคนอื่นๆ ในตระกูล ข้าเลยไม่ได้ว่าอะไร ปล่อยให้เหยียนเหยียนตัดสินใจเอง ทำไมหรือ มีปัญหาอะไรรึเปล่า?"

หลินเฟิง: "เปล่าครับ ไม่ใช่แบบนั้น ผมเคยเจอเขาแค่ครั้งเดียว ก็ไม่เห็นความผิดปกติอะไร แต่ความสัมพันธ์เบื้องหลังเขามันซับซ้อนน่ะครับ ปัจจุบันตระกูลมังกรฟ้าทรราชมีราชทินนามพรหมยุทธ์แค่คนเดียวคือท่านประมุข รุ่นอาวุโสไม่มีใครมีแววจะทะลวงระดับได้เลย ส่วนรุ่นกลางก็พรสวรรค์ไม่ถึง ดูจะแย่กว่ารุ่นอาวุโสด้วยซ้ำ การแก่งแย่งอำนาจภายในตระกูลเลยดุเดือดมาก รุ่นนี้มีอัจฉริยะโผล่มาสองคน ฉายา 'มังกรคู่คะนองฟ้า'คืออวี้เทียนเหิงกับลูกพี่ลูกน้องอวี้เทียนซิน ว่ากันว่าทั้งคู่มีแววเป็นราชทินนามพรหมยุทธ์ ผู้อาวุโสหลายคนเลยแบ่งฝักแบ่งฝ่ายเดิมพันข้างใดข้างหนึ่ง เพื่อหวังผลประโยชน์หากคนที่ตนหนุนหลังได้ขึ้นเป็นประมุข"

"ถ้าพี่เหยียนคบกับอวี้เทียนเหิง ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกดึงเข้าไปพัวพันกับวังวนนี้ อวี้เทียนเหิงอาจจะจริงใจ แต่ยากจะบอกว่าผู้อาวุโสเบื้องหลังเขาจะไม่มีแผนการ เป้าหมายจริงๆ ของแผนการพวกนั้น อาจจะเป็นตัวท่านปู่ที่หนุนหลังพี่เหยียนอยู่นั่นแหละ"

"สิ่งที่ผมจะบอกคือ ถ้าพี่เหยียนไม่ได้ชอบพออวี้เทียนเหิง ก็อย่าไปยุ่งเกี่ยวเลยดีที่สุด แต่ถ้าพี่เหยียนมีใจให้เขา เราอาจจะต้องยื่นมือเข้าไปช่วยครับ ยังไงถ้าคบกันก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว ก็ต้องช่วยดันให้เขาชนะการชิงตำแหน่งประมุขให้ได้ พี่เหยียนจะได้แต่งงานในฐานะภรรยาประมุข มีทรัพยากรหนุนหลังเพียบ"

ตู่กูโป๋: "เฟิงเอ๋อร์พูดถูก ข้าคิดน้อยไปหน่อย เมื่อก่อนข้าคิดแค่ว่าตัวเองแก้พิษไม่ได้ ถ้าเหยียนเหยียนได้ดองกับอวี้เทียนเหิง ความปลอดภัยของนางก็น่าจะดีขึ้น เลยไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ตอนนี้ข้าแก้พิษหายแล้ว แถมแกร่งขึ้นด้วย ย่อมต้องเปลี่ยนวิธีคิด เดี๋ยวข้าจะลองหยั่งเชิงเหยียนเหยียนดูว่าคิดยังไงกับเจ้าเด็กนั่น แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเอายังไง"

หลินเฟิง: "อ้อ ปู่ตู่กูครับ อีกเรื่องนึง ผมกะว่าจะตั้งโรงเรียนวิญญาณจารย์ขั้นสูง น่าจะอีกสักปีสองปี ปู่มาเป็นคณะกรรมการการศึกษาหรือรองผู้อำนวยการให้หน่อยนะครับ"

ตู่กูโป๋ไม่ถามเหตุผล ตอบตกลงทันที "ได้สิ ไม่มีปัญหา ถึงเวลาบอกมาได้เลย"

คุยกันไปสักพัก ตู่กูเหยียนก็ดูดซับวงแหวนเสร็จ นางลุกขึ้นยืน ดูจากคลื่นพลังวิญญาณแล้ว นางทะลุระดับ 34 ไปแล้ว ตู่กูเหยียนไม่นึกเลยว่าจากเลเวล 26 จะพุ่งขึ้นมา 8 เลเวลในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ได้ทั้งกระดูกวิญญาณ สมุนไพรกึ่งเซียน วิวัฒนาการวิญญาณยุทธ์ แถมยังดูดซับวงแหวนข้ามระดับได้อีก ทั้งหมดนี้เริ่มต้นจากการที่นางไปหาเรื่องที่คลินิกแท้ๆ พอนึกย้อนกลับไปก็ขำดี ตอนนั้นนางแทบบ้าตายเพราะหลินเฟิง

หลินเฟิงขัดจังหวะความคิดฟุ้งซ่านของตู่กูเหยียน "พี่เหยียน ตื่นครับตื่น ดูดซับวงแหวนเป็นไงบ้าง?"

ตู่กูเหยียนตอบ "ได้ทักษะที่ดีมากเลย ชื่อว่า 'มังกรพิษพันธนาการ' เรียกกับดักน้ำพิษและกรงเล็บจระเข้ขึ้นมาจากพื้นดินเพื่อตรึงศัตรู พร้อมฉีดพิษอัมพาตใส่ เป็นทั้งทักษะควบคุมและโจมตีที่รุนแรง ต่อไปพี่เล่นสายผสมโจมตีและควบคุมได้เลย"

ตู่กูโป๋: "ไม่เลวเลย ปกติทักษะวิญญาณต่ำกว่าหมื่นปีหายากมากที่จะมีผลควบคุม สมกับที่เป็นสายพันธุ์กึ่งมังกรจริงๆ"

หลินเฟิง: "ใช่ครับ แสดงว่าจระเข้มังกรบึงพิษเข้ากันได้ดีมากกับวิญญาณยุทธ์ของพี่เหยียน ยิ่งความเข้ากันได้สูง ทักษะที่ได้ก็ยิ่งมีคุณภาพ นี่แหละเหตุผลที่เราต้องเลือกสัตว์วิญญาณที่ธาตุตรงกับเรา และทำไมวิญญาณจารย์พืชถึงไม่ค่อยดูดซับสัตว์วิญญาณสัตว์ และกลับกัน นอกจากจะมีทักษะหรือธาตุพิเศษจริงๆ เพราะความเข้ากันได้มันไม่สูงพอที่จะให้ทักษะที่ดีที่สุดครับ"

จบบทที่ บทที่ 29 จระเข้มังกรบึงพิษ

คัดลอกลิงก์แล้ว