เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 - ผู้ชนะเลิศและรางวัล

บทที่ 8 - ผู้ชนะเลิศและรางวัล

บทที่ 8 - ผู้ชนะเลิศและรางวัล


บทที่ 8 - ผู้ชนะเลิศและรางวัล

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

เซวียเชียนถอนหายใจยาว ทำลายความเงียบ เขาจ้องมองชายหนุ่มผมดำตรงหน้า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"ผมคิดว่าผมไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ผมทึ่งกับผลงานชิ้นนี้มาก"

"ผมวิเคราะห์ยาทั้งหมดอย่างละเอียด ผมเห็นพรสวรรค์ของคุณ และได้เป็นพยานในความสามารถของคุณ ถึงแม้การจับคู่สุดท้ายจะมีตำหนิเล็กน้อย แต่นั่นไม่สำคัญเลย มันยอดเยี่ยมจริงๆ"

"ผลงานชิ้นนี้ทำให้ผมพูดไม่ออก กอร์ดอน แม็กกี้ พวกคุณลองบอกความคิดเห็นหน่อยสิ"

เซวียเชียนย้ำคำว่า "พูดไม่ออก" ถึงสองครั้ง เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าเขาชื่นชอบผลงานชิ้นนี้ขนาดไหน

คอมเมนต์ในไลฟ์สดต่างพากันตื่นตะลึง "ได้รับคำชมสูงขนาดนี้เลยเหรอ"

แม็กกี้รับช่วงต่อ "เป็นยารักษาที่ดีมาก ประสิทธิภาพการรักษาอยู่ในระดับสูงลิ่ว แถมการฟื้นฟูยังเกินมาตรฐานไปไกลโข ผลลัพธ์ที่ช่วยเติมเต็มพลังชีวิตและความกระปรี้กระเปร่า ยิ่งช่วยเร่งให้ยาออกฤทธิ์เร็วขึ้นไปอีก"

"แถมคุณยังค้นพบวิธีจัดการที่ยอดเยี่ยมมาก คุณใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติของเลือดมังกรโดยไม่ได้รับผลกระทบด้านลบเลย ฉันคิดว่าถ้าเรียบเรียงดีๆ เทคนิคนี้สามารถตีพิมพ์ลงวารสาร ความลับแห่งโอสถ ได้เลยนะ เป็นแนวคิดที่อัจฉริยะมาก เดี๋ยวจบรายการฉันจะไปขอคำแนะนำจากคุณ ห้ามปฏิเสธนะ"

แม็กกี้กะพริบตาปริบๆ ท่าทางน่ารักของเธอดึงดูดสายตาผู้ชมได้อยู่หมัด เธอเป็นแม่มดที่มีชื่อเสียงมานานแล้ว แต่กาลเวลาทำอะไรเธอไม่ได้เลย รูปร่างหน้าตายังดูอ่อนเยาว์และเซ็กซี่

พ่อมดแม่มดมีวิธีมากมายที่จะคงความเยาว์วัย ยิ่งเธอเป็นถึงระดับปรมาจารย์ปรุงยาด้วยแล้ว เรื่องนี้ยิ่งไม่ใช่ปัญหา

"ไม่มีปัญหาครับ" หลี่เต้าเสียนรับปากทันที โอกาสที่จะได้แลกเปลี่ยนความรู้กับปรมาจารย์ปรุงยาเป็นสิ่งที่หลายคนฝันหา เขาไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ

ปิดท้ายด้วยคำวิจารณ์ของกอร์ดอน "ฉันชื่นชมความกล้าของคุณ ตอนที่เทคนิคการกลั่นแก่นแท้โผล่ออกมา ฉันนึกว่าวันนี้ผู้ชนะถูกล็อกผลไปแล้ว แต่คุณกลับพลิกเกมได้สำเร็จ ความคิดสร้างสรรค์สุดบรรเจิด การจับคู่ที่เกือบจะสมบูรณ์แบบ ฉันแทบไม่อยากเชื่อเลยว่านี่คือผลงานที่สร้างขึ้นภายใต้เวลาที่จำกัด"

"หลายคนเลือกที่จะทำตาม คู่มือการปรุงยา แต่คุณกลับทำการดัดแปลงสูตรที่ได้รับการยอมรับว่า สมบูรณ์แบบ แล้ว นี่เป็นวิธีการประยุกต์ใช้เลือดมังกรแบบใหม่ คุณกำลังผลักดันความก้าวหน้าของวงการปรุงยา และมันมีจุดที่น่าสนใจให้ขบคิดเยอะมาก"

"คุณไม่เพียงดึงจุดเด่นของยาออกมา แต่คุณยังแสดงจุดเด่นของตัวคุณเองออกมาด้วย"

"ดังนั้นผลการตัดสินในคืนนี้ไม่มีข้อกังขา คุณคือผู้ชนะเลิศ ยินดีด้วยหลี่เต้าเสียน"

เมื่อสิ้นเสียงของกอร์ดอน หลี่เต้าเสียนก็ยิ้มออกมาบางๆ แต่รอยยิ้มนั้นก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว เขาบังคับตัวเองให้ใจเย็นเข้าไว้

กอร์ดอนเดินลงมาตบไหล่หลี่เต้าเสียน แล้วพาเขาหันกลับไปยืนเคียงข้างเหล่าเมนเทอร์

เขาเห็นแคทเธอรีนขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ เห็นสายตาที่ตะลึงปนอิจฉาของจอร์จ และสีหน้าผิดหวังแกมสับสนของผู้เข้าแข่งขันอีกสองคน

แต่ในใจของหลี่เต้าเสียนกลับเรียบเฉย เขามองดูพลุเวทมนตร์อันงดงามรอบตัว ในใจปรารถนาความรุ่งโรจน์ที่งดงามเช่นเดียวกัน ซึ่งตอนนี้เขายังห่างไกลจากจุดนั้นมากนัก

กอร์ดอนกล่าวว่า "แคทเธอรีน วันนี้ผลงานของคุณช่วยยกระดับมาตรฐานโดยรวมให้สูงขึ้น ส่วนหลี่เต้าเสียน ผลงานของคุณยอดเยี่ยมยิ่งกว่า พวกคุณทั้งสองคนสร้างแรงสั่นสะเทือนให้พวกเราอย่างมาก เราต้องการผู้มีพรสวรรค์แบบพวกคุณนี่แหละ มาสืบทอดและผลักดันการพัฒนาศาสตร์การปรุงยา และพวกคุณยังช่วยสร้างมาตรฐานสำหรับการคัดเลือกในรอบต่อไปด้วย"

"หลี่เต้าเสียน เพื่อเป็นรางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศในค่ำคืนนี้ คุณจะได้ไปดินเนอร์กับผมที่ร้านอาหารที่เจ๋งที่สุดในเมืองเซเลน่า บางทีเราอาจจะได้คุยเรื่องการปรุงยากันนิดหน่อย แม็กกี้ คุณคงต้องต่อคิวผมแล้วล่ะ"

"และในฐานะผู้ชนะ คุณยังได้รับสิทธิ์พิเศษในการพักที่หอคอยนภาต่อไป"

กอร์ดอนพูดแสดงความยินดีด้วยรอยยิ้มเต็มหน้า ชายชราที่ปกติมักจะเคร่งขรึม เวลานี้รอยย่นบนใบหน้าคลี่ออก ดูใจดีขึ้นเป็นกอง

เมื่อเสียงของกอร์ดอนเงียบลง บรรยากาศอันร้อนแรงในสตูดิโอก็เริ่มจางหาย

ภาพค่อยๆ ตัดไป พาผู้ชมไปดูบรรยากาศการคัดเลือกรอบออฟไลน์ตามสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก ที่นั่นฝูงชนกำลังแย่งชิงโอกาสเพื่อเข้ามาเป็นผู้เข้าแข่งขันที่จะมาเติมเต็มโควตาที่เหลือ

แต่ผู้ชมในไลฟ์สดห้องหลักยังคงถกเถียงกันเรื่องการแข่งขันเมื่อครู่อย่างดุเดือด

"แค่ใส่เลือดมังกรลงไปก็พลิกเกมได้เลยเหรอ ไหนตอนแรกบอกว่าพวกสำนักปรุงยาเก่งนักเก่งหนาไง"

"ขอพูดสั้นๆ อนาคตไกลแน่นอน"

"อันหนึ่งคือวิธีที่คนรุ่นก่อนสรุปมาให้ อีกอันคือการค้นคว้าสร้างสรรค์ด้วยตัวเอง อันไหนเจ๋งกว่าก็เห็นกันชัดๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่ายาของหลี่เต้าเสียนระดับสูงกว่าอยู่แล้ว ต่อให้สลับระดับยากัน ด้วยการประยุกต์ใช้เลือดมังกรแบบนั้น เผลอๆ เขาก็ยังชนะอยู่ดี"

"ฉันอยากรู้มากกว่าว่ากูรูผู้เป็นกลางหายหัวไปไหนแล้ว ไหนว่าจะกินขี้โชว์ไง จะเปิดไลฟ์เมื่อไหร่"

"นั่นสิ กูรูไปไหนแล้ว"

...

การบันทึกเทปรายการจบลงแล้ว

เซวียเชียนเดินเข้ามาหาหลี่เต้าเสียน หลี่เต้าเสียนมองคนที่มีผมดำตาดำเหมือนกันตรงหน้า แล้วรู้สึกสนิทใจขึ้นมาอีกนิด

เซวียเชียนก็น่าจะรู้สึกเหมือนกัน เขาหัวเราะร่า "ยินดีด้วยนะ ด้วยความสามารถของคุณ ไม่ช้าก็เร็วต้องได้เป็นปรมาจารย์ปรุงยาแน่ ไว้ติดต่อกันนะ"

"สมพรปากครับ ถ้ามีเวลาผมจะไปขอคำชี้แนะถึงที่เลย หวังว่าท่านจะไม่รังเกียจที่จะสอนผมนะครับ"

"ยินดีต้อนรับเสมอ" เซวียเชียนรับปากด้วยความเต็มใจ แล้วชี้ไปด้านหลัง "กอร์ดอนรอคุณอยู่ ผมไม่รบกวนเวลาแล้ว ไว้เจอกันใหม่"

หลังจากแลกเปลี่ยนบัญชีเครือข่ายเวทมนตร์และกดติดตามกันแล้ว หลี่เต้าเสียนก็หันกลับไป เห็นกอร์ดอนยืนรออยู่ไม่ไกล

เมื่อเห็นหลี่เต้าเสียนเดินมา กอร์ดอนก็ส่งสัญญาณให้ตามเขาไป

"ขอบคุณเมนเทอร์สำหรับคำชี้แนะก่อนหน้านี้ครับ" หลี่เต้าเสียนเอ่ยถึงจดหมายฉบับสำคัญนั้น

กอร์ดอนตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ "ความสามารถของคุณทำให้คุณได้รับสิ่งที่สมควรได้ คุณแพ้อาหารอะไรไหม"

หลี่เต้าเสียนส่ายหน้า "ไม่ครับเมนเทอร์"

ทั้งสองคนเดินผ่านประตูหลัก ไปยังพื้นที่ด้านหลังเวที ด้านข้างมีประตูสีเงินบานใหญ่ตั้งอยู่

กอร์ดอนพาหลี่เต้าเสียนเดินเข้าไป ข้างในเป็นพื้นที่ปิดสีเงินขาว ดูเหมือนกล่องใบใหญ่

หลี่เต้าเสียนรู้ดีว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือ อุปกรณ์เคลื่อนย้ายมวลสารแบบเสถียร คล้ายกับเครือข่ายฟลูในโลกแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่น่าสนใจคือทั้งสองอย่างใช้เปลวไฟสีเขียวในการเคลื่อนย้ายเหมือนกัน

"ไปร้านอาหาร ประกายดารา ที่เมืองเซเลน่า"

กอร์ดอนประกาศเสียงดัง เปลวไฟสีเขียวมรกตลุกโชนขึ้นทันที ทัศนียภาพรอบตัวถูกแสงไฟโอบล้อม

เมื่อเปลวไฟค่อยๆ มอดลง ประตูเงินตรงหน้าก็เลื่อนเปิดออก หลี่เต้าเสียนตกตะลึงกับภาพมหัศจรรย์ตรงหน้า

จุดแสงเวทมนตร์ล่องลอยไปทั่วราวกับหิ่งห้อย ส่องแสงนวลตา ร้านอาหารทั้งร้านเหมือนตั้งอยู่กลางป่าแฟนตาซี เต็มไปด้วยกลิ่นอายลึกลับ

ทันทีที่กอร์ดอนพาหลี่เต้าเสียนก้าวเข้ามา ก็มีกอบลินสวมชุดบริกรปรากฏตัวขึ้นอย่างนอบน้อม

"แขกผู้มีเกียรติทั้งสองท่าน จองโต๊ะไว้หรือเปล่าขอรับ"

"ห้องโถงดารา พาเราไปที ไม่ต้องเอิกเกริกนะ"

กอบลินฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟัน โค้งตัวต่ำจนจมูกแทบติดพื้น เสียงแหลมสูงขึ้นอีกระดับ "แขกผู้มีเกียรติที่สุด เชิญตามกระผมมาทางนี้ขอรับ"

กอบลินยืดตัวขึ้นแล้วปรบมือ

บันไดที่สร้างจากแสงและเงาเวทมนตร์ค่อยๆ ปรากฏขึ้น ลูกค้าคนอื่นรอบๆ ดูเหมือนจะมองไม่เห็นสิ่งนี้ เห็นได้ชัดว่ามีเวทมนตร์อำพรางตาชั้นสูงกำกับอยู่

หลี่เต้าเสียนสงสัยนิดหน่อยว่าทำไมไม่ใช้เวทมนตร์เคลื่อนย้ายเข้าไปเลย ทำไมต้องเดินขึ้นบันได แต่ตอนนี้คงไม่ใช่เวลาถาม

ความสงสัยนั้นมลายหายไปทันทีที่หลี่เต้าเสียนเหยียบลงบนบันไดขั้นแรก

ฉากรอบตัวเปลี่ยนไป สายลมแผ่วเบาพัดผ่าน

ร่างกายรู้สึกสดชื่นกะปรี้กระเปร่า มีกลิ่นหอมจางๆ ของส้ม

เป็นคาถาทำความสะอาดที่แยบยลมาก ประกอบด้วยผลลัพธ์ซ้อนทับหลายชั้น ที่สำคัญคือมันอ่อนโยนมาก คนที่ออกแบบโครงสร้างคาถานี้ได้ต้องเป็นระดับปรมาจารย์แน่นอน

แม้เจ้าของร่างเดิมจะลืมความรู้ไปเยอะ แต่ก็จบจากวิทยาลัยเวทมนตร์มา พื้นฐานความรู้รอบตัวยังพอมีอยู่บ้าง

หลี่เต้าเสียนเริ่มคาดหวังแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อ เขาจึงก้าวขึ้นบันไดขั้นที่สอง

ราวกับคีย์เปียโนนับไม่ถ้วนบรรเลงขึ้นพร้อมกัน ความอบอุ่นเอ่อล้นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ เสียงและภาพรอบตัวโอบอุ้มเขาไว้อย่างอ่อนโยน ความสงบสุขฉายชัดออกมาจากภายใน

ก้าวสู่ขั้นที่สาม ความเย็นสบายแผ่ซ่านในสมอง ความคิดของหลี่เต้าเสียนแล่นเร็วขึ้นทันตา นี่คือผลของเวทมนตร์ระดับสูง ปัญญาตื่นรู้ และอาจจะมีผลของ จิตกลไก แฝงอยู่ด้วย

ตั้งแต่ก้าวขึ้นบันไดเวทมนตร์ แต่ละก้าวเหมือนกำลังถูกชักนำ

เหมือนกับ... การปูพื้นอารมณ์

ใจของเขาเต้นแรงด้วยความคาดหวัง อยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

ก้าวสู่ขั้นที่สี่

หลี่เต้าเสียนถูกดึงเข้าสู่ภวังค์เลือนราง ความรู้แจ้งอันลึกล้ำไหลผ่านใจราวกับสายธาร เพียงแค่ได้สัมผัสก็ทำให้อยากจมดิ่งลงไปในนั้น

เสียงกระซิบจอแจดังข้างหู ภาพอันวิจิตรตระการตาหมุนวนเปลี่ยนผ่านไปมาตรงหน้า...

พอมารู้สึกตัวอีกที หลี่เต้าเสียนก็มายืนอยู่ในห้องอาหารที่ตกแต่งอย่างหรูหราแล้ว

"เมื่อกี้นี้มัน..." หลี่เต้าเสียนสัมผัสได้ถึงจิตใจที่ใสกระจ่างในตอนนี้ จึงพึมพำออกมาอย่างลืมตัว

"คือความรู้แจ้งจากห้วงดารา" กอร์ดอนเดินออกมาจากด้านหลังหลี่เต้าเสียน

"ห้วงดารา? ความรู้แจ้ง?"

"อืม เป็นความรู้แจ้งของนักผจญภัยคนหนึ่งตอนเดินทางข้ามห้วงดารา ผ่านกรรมวิธีพิเศษแล้วผนึกไว้ที่บันไดขั้นที่สี่ สามขั้นแรกมีไว้เพื่อเตรียมความพร้อม ให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดอุบัติเหตุระหว่างรับรู้ความรู้สึก เฉพาะแขกที่จองห้องโถงดาราเท่านั้นถึงจะมีโอกาสได้สัมผัส และแต่ละครั้งประสบการณ์ที่ได้จะไม่ซ้ำกัน นี่เป็นความลับที่ทำให้ร้าน ประกายดารา ขายดีเทน้ำเทท่า เป็นไง รู้สึกดีใช่ไหมล่ะ"

กอร์ดอนอธิบาย

หลี่เต้าเสียนเข้าใจแจ่มแจ้ง แต่ก็ยังมีข้อสงสัย "เมนเทอร์ดูคุ้นเคยกับที่นี่มาก..."

กอร์ดอนยิ้ม "ฉันมาบ่อยน่ะ อีกอย่างเจ้าของที่นี่คุณก็รู้จัก..."

"ผมรู้จักเหรอครับ"

"ก็แม็กกี้ไง" กอร์ดอนยักไหล่ "แม็กกี้มีพรสวรรค์ด้านธุรกิจสูงมาก ธุรกิจดังๆ ในเมืองเซเลน่าหลายแห่งเป็นชื่อของเธอทั้งนั้น อาหารเวทมนตร์จริงๆ ก็นับเป็นสาขาย่อยของการปรุงยาได้ และการปรุงยาก็นับเป็นสาขาย่อยของเล่นแร่แปรธาตุได้อีกที นอกจากเป็นนักปรุงยาแล้ว แม็กกี้ยังเป็นนักชิมตัวยงด้วย"

ร้านอาหารประกายดาราตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของเมือง ผ่านหน้าต่างบานใหญ่และพื้นโปร่งใส สามารถมองเห็นทิวทัศน์ทั่วทั้งเมืองเซเลน่าได้อย่างชัดเจน เหมือนกำลังลอยกินข้าวอยู่บนก้อนเมฆ

พอนั่งลง อาหารหลากหลายเมนูก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าทั้งสองคน แต่ละจานส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย

หลี่เต้าเสียนลองชิมอาหารหน้าตาดีตรงหน้า พอกัดเข้าไปคำหนึ่ง ความอร่อยระดับสุดยอดก็ระเบิดในปาก เทียบกับโลกก่อนแล้ว อาหารที่เสริมเวทมนตร์พวกนี้เหมือนมาจากคนละมิติเลย

ถ้าเขาเรียนรู้วิธีทำพวกนี้แล้วกลับไปเปิดร้านอาหารที่โลกเดิม คงรวยไม่รู้เรื่อง แถมพ่อมดทำอาหารใช้เวทมนตร์ทำ ไม่ต้องลงมือเอง ประหยัดค่าจ้างพนักงานไปได้อีกโข... กำไรเน้นๆ เผลอๆ อาจจะเขียนหนังสือ ยอดนักปรุง: ผมกลับมาจากโลกพ่อมดเพื่อทำอาหารขาย ได้ด้วย

คิดได้แบบนั้น หลี่เต้าเสียนก็เผลอหัวเราะออกมาเบาๆ

กอร์ดอนเห็นท่าทางของหลี่เต้าเสียนก็ยิ้มตาหยี "ดูเหมือนคุณจะดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้างแล้วนะ เหลือเชื่อจริงๆ ในการแข่งขันคุณทำหน้าเครียดเหมือนคนแก่แบกโลกไว้ทั้งใบ ตอนนี้ค่อยยังชั่วหน่อย คุณยังหนุ่มแน่น ควรจะมีความสดใสและพลังงานของวัยรุ่นหน่อยสิ"

หลี่เต้าเสียนไม่เคยคิดมาก่อนจริงๆ ว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ตอนแรกเขายังคิดหาวิธีถอนตัวแบบไม่เจ็บตัวมากอยู่เลย

แต่ตอนนี้ เขากำลังนั่งร่วมโต๊ะกับกอร์ดอนผู้โด่งดัง

หลี่เต้าเสียนอธิบาย "จริงๆ ผมตื่นเต้นมากครับ ตอนนี้ก็ยังตื่นเต้นอยู่ โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่ต่อหน้าปรมาจารย์ปรุงยาที่มีชื่อเสียงอย่างท่าน มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนฝันไป ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันนี้"

กอร์ดอนเข้าใจความรู้สึกของหลี่เต้าเสียน

เขาเองก็เคยตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูกตอนได้คุยกับไอดอลอย่างซาบาห์ และเพราะคำชมและการสนับสนุนของซาบาห์ เขาถึงมาได้ไกลขนาดนี้

คนรุ่นใหม่ตรงหน้า พื้นฐานแน่นปึก ความคิดสร้างสรรค์บรรเจิด ปัจจัยเหล่านี้รวมอยู่ในตัวเขา ทำให้คนอดไม่ได้ที่จะคาดหวังว่าอนาคตเขาจะไปได้ไกลแค่ไหน

บางทีตอนนั้นที่ซาบาห์มองเขา ก็คงเหมือนที่เขามองหลี่เต้าเสียนในตอนนี้

เขายิ้มแล้วพูดว่า "รักษาฟอร์มแบบนี้ไว้ ฉันกล้าพนันเลยว่าภายในไม่กี่ปี คุณจะเฉิดฉายในวงการปรุงยาแน่นอน ฉันเชื่อมั่นอย่างนั้น"

พูดจบ กอร์ดอนก็ตักเนื้อปลาเนื้อละเอียดเข้าปาก

หลี่เต้าเสียนทำตาม ดึงจานปลาเข้ามาใกล้แล้วลองชิม

เนื้อปลาละเอียด ละลายในปาก แถมพลังเวทยังเพิ่มขึ้นด้วย เทคนิคการปรุงอาหารแบบนี้ นอกจากจะอร่อยแล้ว ยังมีผลเสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกายอีกต่างหาก

นอกจากความประหลาดใจ หลี่เต้าเสียนก็ถือโอกาสถามคำถามที่คาใจที่สุด "เมนเทอร์กอร์ดอนครับ ท่านคิดว่าผมควรพัฒนาด้านไหนต่อ ท่านเคยคอมเมนต์บอกให้ผมลองศึกษาสำนักปรุงยาที่แตกต่างกันดู แต่ความจริงคือ ผมหาช่องทางเข้าถึงพวกสำนักปรุงยาไม่ได้เลยครับ... แค่กๆ ขอโทษครับ ผลไม้นี่เผ็ดนิดหน่อย ผมเคยดูคลิปวิดีโอมาบ้าง แต่ก็ได้รู้นิดๆ หน่อยๆ เทียบไม่ได้กับการได้เห็นแคทเธอรีนลงมือทำเลย..."

หลี่เต้าเสียนรีบดื่มน้ำตาม

ระบบการปรุงยา หรือที่เรียกว่าสำนัก มีจุดที่แปลกอยู่อย่างหนึ่ง คือในเครือข่ายเวทมนตร์มีข้อมูลแนะนำ มีคลิป มีหนังสือ แต่ไม่มีอันไหนบอกวิธีเรียนรู้เลย ต่อให้อยากลองฝึก ก็ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน

กอร์ดอนอธิบาย "อย่างที่พวกเราเคยพูดไป พอกระแสการปรุงยาพัฒนาจนเป็นระบบ ก็เกิดสำนักต่างๆ ขึ้นมากมาย แต่ละสำนักมีเกณฑ์คัดเลือกของตัวเอง ปกติพวกเขาจะเฟ้นหานักเรียนหัวกะทิจากวิทยาลัยเวทมนตร์ต่างๆ แล้วพยายามดึงตัวเข้ากลุ่ม นี่กลายเป็นวิธีปฏิบัติที่แพร่หลายที่สุด"

มองดูหลี่เต้าเสียนที่ตั้งใจฟัง กอร์ดอนยิ้มแล้วเสริมว่า "เห็นได้ชัดว่า ปัญหาใหญ่ของวิธีนี้คือ อัจฉริยะอย่างคุณอาจจะถูกมองข้ามไป ฉันไม่สนหรอกว่าทำไมก่อนหน้านี้คุณถึงซ่อนตัว หรือทำไมตอนนี้ถึงตัดสินใจออกมาโชว์ของ แต่การทำตัวไร้ตัวตนไม่ใช่เรื่องดีแน่ มีพรสวรรค์แต่ไม่มีใครรู้ มันน่าเสียดายจะตายไป"

"นอกเหนือจากนั้น อีกวิธีหนึ่งคือผ่านการแนะนำ"

ดวงตาสีเขียวเข้มของกอร์ดอนมองมาที่หลี่เต้าเสียน มุมปากยกขึ้นอย่างขี้เล่น "ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณแต่งงานกับแคทเธอรีน คุณก็สามารถอาศัยการแนะนำของเธอ เข้าสู่สำนักบริสุทธิ์ได้โดยไม่ต้องสอบเลยนะ"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 8 - ผู้ชนะเลิศและรางวัล

คัดลอกลิงก์แล้ว