เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 239: System (2)

Chapter 239: System (2)

Chapter 239: System (2)


Chapter 239: System (2)


หลังจากที่เครียร์ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วผมก็เดินไปหาแกรแรส

"มันดูเหมือนจะนานมากแล้ว."

“...มันก็นานมากเหมือกัน.”

แกรแรสพยักหน้าด้วยความรู้สึกที่ประหลาดใจ

เหตุผลง่ายๆ ผมค่อนข้างแตกต่างจากครั้งสุดท้ายที่ผมได้เจอกับเขา ไม่ใช่ว่าเขาไม่สังเกต แต่แกรแรสเป็นคนที่อยู่ในเขตแดนที่เหนือกว่า เขาสามารถมองเห็นแก่นแท้ของผมได้เล็กน้อย.

แกรแรสมองไปทั่วร่างกายของผมแล้วถาม

"คุณเป็นดีม่อนจริงๆ? มันไม่แปลกที่จะเรียกคุณว่าเป็นพระเจ้าที่ยังมีชีวิตอยู่.”

“ผมกำลังพยายามฆ่าพระเจ้า.”

"น่าสนใจ น่าสนใจมากๆ ถ้าผมไม่ยุ่งมากจนเกินไปผมอาจจะเข้าไปช่วยคุณ.”

“แกรแรส คุณต้องการแก้แค้นดาร์กสปิริตไหม?”

ผมจ้องเข้าไปในดวงตาของแกรแรสมากกว่าครึ่งโลกสปิริตไฟได้ถูกทำลาย มีเพียงสปิริตไม่เท่าไรที่เหลืออยู่นั่นสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน ถ้าดาร์กสปิริตบุกมาอีกสองหรือสามครั้ง พวกเขาจะถูกทำลาย

เป็นไปไม่ได้ที่แกรแรสจะไม่รู้เรื่องนี้

หลังจากที่เห็นความแข็งแกร่งของผมแล้วทางเลือกของเขาก็ง่ายขึ้น

มันเป็นการดีที่จะวางตัวต่ำกว่าผม แกรแรสยิ้มและพูดขึ้น

“คุณต้องการอะไร?”

เขาเหมาะที่จะเป็นราชาจริงๆ

เขาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับโลกสปิริตรอยแยกถูกเปิดออกและดาร์กสปิริตซุ่มโจมตีพวกเขา แผนการของดาร์กสปิริตเป็นอะไรที่น่าตกใจมาก สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่าเกี่ยวกับแอนอลที่เป็นราชาดาร์กสปิริต.

"เขาทำลายสมดุล แต่ละฝ่ายของโลกสปิริตดำรงไว้อยู่ในความสมดุล แต่เขาเป็นคนบ้าที่ติดอยู่กับการทำลายล้าง ถ้าเหลือเขาเพียงคนเดียวโลกสปิริต...หึ”

แกรแรสส่งสัญญาณที่ไม่พอใจ ไฟที่ออกมาตอนที่เขาถอนหายใจนั้นดูรุนแรง แต่มันไม่มีพลังอะไร.

"มีอะไรแปลกๆไหม?อะไรดีๆ.”

แกรแรสพยักหน้า

“ใช่ เรารวมกัน สปิริตที่รอดตายได้เข้าร่วมกองกำลังกันและมุ่งหน้าไปยังโลกของดาร์กสปิริต และเราก็ถูกกวาดล้าง ผมเป็นคนเดียวที่รอดกลับมา.”

“เกิดอะไรขึ้น?”

“ผมไม่รู้. แต่...แอบนอลไม่ยอมให้คนที่เข้าไปโจมตีเขารอดกลับมาได้...”

เป้าหมายที่ไม่สามารถเอาชนะได้ เขาดูเหมือนว่าจะเป็นเดมิก๊อต ความภาคภูมิใจของแกรแรสไม่ยอมให้ตัวเองเรียกแอบนอลว่าพระเจ้า

“มันจบแล้วหรือยัง?คุณไม่ได้เห็นอย่างอื่นเลยหรอ?”

"เห็นอย่างอื่น?มีบางอย่างแปลกๆ แล้วก็เห็น ผมเห็น...ประตู ใช่ มันเป็นประตู ประตูยักษ์ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้ามันเป็นอะไรเพียงแค่แว่บเดียว แต่ผมเห็นมันแน่นอน.”

ประตู?

โลกดาร์กสปิริตเป็นสถานที่ผมรู้จัก

การประมูลถูกจัดขึ้นหลายครั้งในปราสาทของใจกลางโลกสปิริต

แต่ผมไม่เคยเห็นประตูบนท้องฟ้า

ถ้ามีประตูบานนั้นแล้วมันอาจจะมีบางอย่างเกี่ยวกับระบบ

"อย่างไรก็ตามนั่นคือสิ่งที่ผมบอกได้ ดาร์กสปิริตมีความแข็งแกร่งและมีจำนวนมากแถมแอบนอลยังมีประสิทธิภาพ มีวิธีไหนบ้างที่เอาชนะพวกเขาได้?”

“คุณไม่จำเป็นต้องทำอะไร.”

ผมกางปีกออก

ถ้าเรื่องมันมีทั้งหมดแค่นี้ก็ดี

ผมสามารถเคลื่อนไหวโดยไม่ต้องกังวล

เวลามีค่ากว่าสิ่งอื่นๆ ถ้าเดธบลิ้งเกอร์สังเกตเห็นว่าผมอยู่ใกล้กับระบบในโลกดาร์กสปิริตแล้วเขาก็จะมาทันที ผมมีเวลาไม่มากนัก ตอนนี้การครอบครองยังไม่สมบูรณ์ดังนั้นเขาจึงต้องมุ่งเน้นไปยังการดูดซับราชานรก

"คุณจะจัดการกับมันคนเดียว?”

แกรแรสเต็มไปด้วยความชื่นชม

"ถ้าผมกลับมาแล้วคุณจะต้องเปิดโกดังของคุณ”

"ถ้ามันทำให้คุณกลับมาได้..ผมเข้าใจ ผมจะให้คุณเป็นโกดังของผมได้อย่างเต็มที่ ใช้สิ่งที่คุณต้องการแทนที่จะกำจัดพวกมันเหล่านั้นและกลับมา.”

แกรแรสยอมแพ้

เดิมทีความตั้งใจแรกจะส่งสปิริตไฟทั้งหมดคืนให้กับเขา แต่สถานการณ์เปลี่ยนไป

ตอนแรกเขาต้องการต่อสู้เคียงข้างผม อย่างไรก็ตามเขาต้องไล่หาสปิริตที่เหลืออยู่

ผมมุ่งหน้ากลับไปยังรอยแยก

เร็วเหมือนสายฟ้า.

ผมไม่สามารถให้เวลาในการสังเกตและเตรียมอะไรบางอย่าง

ทุกอย่างต้องถูกแก้ไขอย่างรวเร็ว

แต่เดิมดาร์กสปิริตเป็นพ่อค้า พวกเขาสามารถยกระดับได้จากการค้าขายกับดีม่อน ในชีวิตก่อนหน้านี้พวกเขาได้ทำสงครามหลายทศวรรษแล้ว แต่ตอนนี้เขาใช้เวลาน้อยกว่านั้นหลาย10ปีเหตุผลมันคืออะไร?

รอยแยกก็เป็นเพียงรอยแยก พวกเขาอาจจะสามารถช่วยให้ประหยัดเวลาได้โดยการใช้รอยแยก แต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะรับมือกับโลกสปิริต

ต้องมีเหตุผลที่มันเป็นไปได้ เหตุผล....ระบบ

ผมเข้าไปในรอยแยกและโผล่ออกมาในโลกดาร์กสปิริต

ผมยกระดับความรวดเร็วของผมเพื่อที่จะไม่ให้ดาร์กสปิริตจะสังเกตเห็น

ไม่มีใครในที่นี่จะหยุดผมได้ มีสปิริตบางตน แต่พวกเขาไม่เห็นผม โรงประมูลโลกดีม่อน เหล่าดีม่อนกำลังจมอยู่กับความแข็งแกร่งของสัญญาที่ทำกับเดวิล ในความเป็นจริงโลกดีม่อนมีความเป็นอยู่ที่แข็งแกร่งมาก

ไม่ว่าดาร์กสปิริตจะแข็งแกร่งแค่ไหนพวกเขาก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของผม ผมเพียง แค่ให้ความสำคัญกับเรื่องเดียวเท่านั้น.

‘แอบนอล.’

ปัญหาของผมคือแอบนอล

แกรแรสบอกเรื่องนี้ แต่พลังของเขามีมากเท่ากับเดมิก๊อต แน่นอนว่านั่นไม่ใช่ปัญหา แต่เขาได้ทะลวงข้อจำกัดของเขาในเวลาอันสั้นในเขตแดนที่เหนือกว่ามันเป็นเวลาสั้นๆการเติบโตของเขาเกินสามัญสำนึก

ผมมาถึงใจกลางของโลกสปิริตอย่างรวดเร็ว เป็นปราสาทใหญ่ และประดูลอยอยู่บนท้องฟ้า!

มันไม่มีรายละเอียดมากนัก แต่มันมีอยู่จริง

หัวใจผมเต้นแรง. ประตูนั่นเป็น ‘ระบบ’ กุสตาร์ที่อยู่ในตัวผมก็เห็นด้วย.

อย่างไรก็ตามประตูนั่นถูกป้องกันโดยดาร์กสปิริตมากมาย มีบันไดขึ้นยังท้องฟ้าและมีปราสาทมากมาย

บุลคลที่ไม่ได้รับอณุญาตจะถูกกันออกมา

'ฉันไม่สามารถผ่านมันไปได้โดยไม่ถูกสังเกต.’

ผมเกาแก้มของผม.

ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะเคลื่อนไหวอย่างเงียบๆอยู่แล้วในตอนแรก

และผมวางแผนที่จะจับแอบนอล ผมมีบางอย่างที่ต้องการจากเขา

‘เจ็ดบาป.’

ผมต้องการเจ็ดบาปทั้งหมดที่เขามี ผมมีสามและกรีดของปลอม ยกเว้นกรีด อีกสามชิ้นที่ผมต้องการ

ผมสงสัยว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้าทุกอย่างมารวมกัน

ฉัวะ!

ผมปลุกสายฟ้าพระเจ้า

สายฟ้าพระเจ้าออกมา.

"ไปทักทายพวกเขาหน่อย”

ผมพดว่าไปทักทายเบาๆ

สายฟ้าพระเจ้าเคลื่อนที่ผ่านดาร์กสปิริตเข้าไปก่อนกวนพวกเขาด้วยการทำลายปราสาท

และ...

ครึ่นๆๆ! ปัง ปัง ปัง ครึ่นๆๆ!

ปราสาทถูกทำลายทันที

ดาร์กสปิริตถูกสังหาร.

ยังมีสปิริตบางตนที่ยังมีชีวิตอยู่แต่ผมก็ไม่สนใจ พวกเขาไม่สามารถขวางกั้นระหว่างผมกับเป้าหมายของผมได้ ความสัมพันธ์ของพ่อค้าและลูกค้าหายไปหมดแล้วและตอนนี้เราก็เป็นศัตรูกันโดยสมบูรณ์

ผมไม่ดีพอที่จะแสดงความเมตตาต่อศัตรูของผม

ผมเดินผ่านดาร์กสปิริตที่เหมือนกับมด

พวกเขาไม่สามารถทำอะไรผมได้ ผมไม่จำเป็นต้องใช้อำนาจใดๆ.

ผมสงสัยว่าผมจะถูกทุบได้อย่างไร

“...รัลดาล บิกิเซล ผมจำไม่ได้ว่าได้ส่งคำเชิญไปหาคุณ.”

แอบนอล!

เขาสวมใส่เสื้อคุลมสีดำและหนา

หน้ากากและเครื่องประดับที่ทำมาจากกริฟฟินดูเหมือนมันจะอยู่ในระดับตำนาน.

เขาเป็นคนที่สง่างามสำหรับดาร์กสปิริต

"แอบนอล ให้สิ่งที่คุณเหลืออยู่และถอยไป.”

"ถอย?”

"ส่วนที่เหลือของเจ็ดบาปและประตูนั่น!”

ผมชีนิ้วไปที่ประตูที่อยู่บนท้องฟ้า ประตูบานใหญ่ ระบบมันอยู่ข้างหลังของมัน

แอบนอลเย้ยหยันและเขาก็หัวเราพออกมา

“คุณไม่มีแข็งแกร่ง.”

"ไม่ ผมแค่ถามอย่างสุภาพ ผมจะปล่อยให้คุณมีชีวิตอยู่ถ้าคุณให้มันกับผม.”

ดาร์กสปิริตจะใช้ทุกวิธีหากมีการซื้อขาย ผมก็ทำแบบเดียวกัน นอกจากนี้ผมยังมีหลักฐานยืนยันว่าเขากับเดธบลิ้งเกอร์สมรู้ร่วมคิดกันอย่างชัดเจน

มันไม่ใช่คำโกหก เมื่อผมบอกว่าผมจะไว้ชีวิตเขาหากเขาให้ของกับผม.

มันใช้แค่กับแอบนอลเท่านั้น

ผมไม่ต้องสนใจดาร์กสปิริตที่เหลือ

แน่นอนว่าแอบนอลไม่ได้ให้ผมอย่างง่ายดาย...

"แม้ว่าจะได้รับพลังมาจากไหนก็ตามผมก็ปราถนาที่จะให้คุณตาย.”

ผมไม่ต้องการให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างแอบนอลและเดธบลิ้งเกอร์ แอบนอลไม่อาจคิดได้ว่าผมแข็งแกร่งขึ้นแค่ไหน.

ความสัมพันธุ์ระหว่างแอบนอลและเดธบลิ้งเกอร์เป็นเรื่องแปลก แอบนอลได้รับระบบในขณะที่เดธบลิ้งเกอร์ได้รับร่างราชานรก.

เกรแรสเห็นมัน อย่างไรก็ตามแอบนอลไม่รู้ช่องว่างระหว่างเรา

ถ้าเขาทำได้เขาคงไม่ออกมาแบบนี้

'ฉันดีใจที่เขาเป็นคนโง่.’

ผมยักไหล่และชูวาธและดาบจักพรรดิขึ้น

ไม่จำเป็นต้องใช้สกิลอื่นกับเขาอีก

ดวงจันทร์กำลังลอยอยู่บนฟ้า

‘ท่วงท่าของมูนก็เพียงพอแล้ว.’

ผมตั้งใจจะทำลายเขาด้วยพลังของดาบเพียวๆ

ผมไม่ได้ใช้พลังเวทย์ทั้งหมดของผม

แอบนอลไม่ได้เป็นคู้ต่อสู้ของผมตั้งแต่แรก

การโจมตีของสปิริตไม่ได้เชื่อต่อกันเนื่องจากเขามีสกิลอยู่ในระดับเดมิก๊อค

‘เอเลเมนซิล[Elemental Shield] (Demigod)’ มันเป็นสกิลที่ทำให้คู่ต่อสู้เจาะจงเป้าหมายไม่ได้

แต่มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรต่อหน้าผม ถึงแม้ว่ามันจะเป็นระดับเดมิก๊อต แต่ความต่างของเราก็ใหญ่เกินไป.

ทั้งหมดที่เขามีนอกจากอาวุธดีๆ เขาก็ยังใช้มันได้ไม่ดี เขาล้มเหลวในการแสดงประสิทธิภาพอย่างถูกต้อง

ผมเข้าใจทั้งหมดเมื่อผมใช้ดวงตาของพระเจ้า ตาพระเจ้าสามารถทำให้ผมเป็นหน้าต่างสถานะของคนอื่นๆแม้ว่ามันอาจจะล้มเหลวเนื่องจากการป้องกันของฝ่ายตรงข้ามและยังเกียวข้องกับพลังเวทย์และความฉลาด.

มันก็เหมือนกันสำหรับเรื่องนี้

ไม่มีความหมายแม้ว่าจะมีเอเลเมนซิลอยู่ตรงหน้า ความแตกต่างของสถานะสูงเกินไป

“นี้...ไร้สาระ...”

ตาของแอบนอลเบิกกว้าง

เขาไม่อยากจะเชื่อว่ายังมีช่องว่าขนาดใหญ่.

แต่เขาไม่สามารถพูดจนจบได้.

ดาบของผมผ่าแอบนอล

ฉัวะ!

ผมสะบัดดาบและมองไปรอบๆ

ดาร์กสปิริตมากมายจ้องมองผมอยู่รอบๆ แต่เขามองผมด้วยสายตาที่ว่างเปล่า

‘ฉันต้องทำตามคำสัญญากับแกรแรส’

ดาร์กสปิริตทั้งหมดที่ได้ทำผิดร่วมกัน

ถ้าพวกเขาถูกทำลายหมดมันจะเสียสมดุล ดังนั้นผมจะต้องทำลายแค่บางส่วน

เปรี๊ยวงงง!

เฟี๊ยวว!

สายฟ้าพระเจ้าเคลื่อนไหว

ไฟของไพน์ก็ห่อหุ้มรอบๆไม่ให้ดาร์กสปิริตหนีออกไปได้

พวกที่ถูกขัง

และ..จำนวนของพวกเขาก็ลดลงอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่ผมหยุดโจมตี ผมก็มุ่งหน้าไปยังดาร์กสปิริตที่กำลังสั่นสะท้านอยู่ มันเป็นสปิริตที่ดูโง่ๆเหมือนกับโคโบล

“คุณชื่ออะไร?”

"สะ-สนิ...ฮัดชิ้ว! สนิฟเฟอร์.”

ผมพยักหน้า.

"สนิฟเฟอร์ จากนี้ไปคุณเป็นผู้นำของดาร์กสปิริตที่เหลืออยู่”

"ฮะ-อชิ้ว! ใช่ ใช่?”

"ผู้นำสนิฟเฟอร์ นำส่วนที่เหลือของเจ็ดบาปมาให้ผม หรือคุณจะจบลงแบบแอบนอล.”

พูดง่ายๆก็คือตาย.

แม้ว่าเขาจะมองผมอย่างสั่นๆแต่เขาก็พยักหน้าอย่างแรง

“ใช้ ใช่!”

เขาวิ่งออกไปด้วยความเร็วสูงสุด ผมไม่คิดว่าเขาจะหนีไป

จากนั้นผมก็มองไปรอบๆของดาร์กสปิริตที่เหลืออยู่.

ดาร์กสปิริตที่ไม่สามารถขยับตัวหรือเคลื่อนไหวได้ พวกเขาจะหายไปอย่างสมบูรณ์.

"คุณแพ้แล้ว."

ผมใช้พลังจากคำพูดของราชา

มันคือการประทับตราความพ่ายแพ้ของเขา.

ด้วยความเมตตาของผู้ชนะความสมดุลของโลกสปิริตกลับมาอีกครั้ง

ผมไม่จะเป็นต้องรักษาสมดุล แต่ดาร์กสปิริตอาจจะมีประโยชน์ในภายหลัง พวกเขามีความสามารถให้การหาของอย่างยอดเยี่ยม.

มันจะไม่ดีที่จะรักษาทุกอย่างไว้หลังจากที่ใช้เสร็จแล้ว

‘ตอนนี้...’

ผมเดินออกไป

ผมมองไปที่ประตูยักษ์ที่นำไปสู่ระบบ

จบบทที่ Chapter 239: System (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว