เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 มหาจักรพรรดิผู้ปกครองแผ่นดิน!

บทที่ 24 มหาจักรพรรดิผู้ปกครองแผ่นดิน!

บทที่ 24 มหาจักรพรรดิผู้ปกครองแผ่นดิน!


[ติ๊ง!]

ทันใดนั้น เสียงของระบบก็ดังขึ้นในหัวของหลินเฉินอีกครั้ง เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของหลินเฉินก็ปรากฏรอยยิ้มแห่งความปิติยินดีทันที ดูเหมือนว่าเขาจะบรรลุภารกิจสำเร็จ และระบบกำลังมอบรางวัลให้

[ตรวจพบว่าโฮสต์ทำลายตระกูลหลิวได้ตามเงื่อนไข รางวัล: โชคชะตาแห่งรัฐเพิ่มขึ้นหนึ่งพันเท่า และโอกาสฟื้นคืนชีพ 1 ครั้ง]

[ตรวจพบว่าโฮสต์สังหารบุตรแห่งโชคชะตารางวัล 'หีบสมบัติเกียรติยศแห่งผู้ถูกเลือก' สามารถเปิดได้ในมิตระบบ!]

เมื่อสิ้นเสียง หลินเฉินก็เห็นหีบของขวัญใบใหญ่และโอกาสฟื้นคืนชีพถูกเพิ่มเข้ามาในหน้าต่างระบบ แม้ตอนนี้เขาจะยังไม่มีเรื่องให้ต้องใช้ แต่มันก็เป็นหลักประกันว่าเขาจะมีชีวิตสำรองเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งชีวิต

สำหรับรางวัลหีบสมบัติจากการสังหารหลิวหรูเยียน หลินเฉินยังไม่เลือกที่จะเปิดมันในทันที เขากลับทอดสายตาไปอีกทิศทางหนึ่ง... มุ่งตรงไปยังสำนักไท่เสวียน! ที่นั่นยังมี "บุตรแห่งโชคชะตา" อีกคนหนึ่งอยู่!

ตามเนื้อเรื่องเดิม หลิวหรูเยียนและหลี่เทียนหมิงคือตัวการสำคัญที่ทำให้ราชวงศ์เยี่ยล่มสลาย แม้ยามนี้เขาจะกวาดล้างตระกูลหลิวและสังหารหลิวหรูเยียนไปแล้ว แต่มันยังไม่จบ อย่างน้อยไอเดียเรื่องการขุดเอา "กระดูกสูงสุด" ออกจากร่างเขาก็มาจากฝีมือของเจ้าสำนักน้อยแห่งไท่เสวียนผู้นั้น

บัญชีแค้นนี้ยังชำระไม่หมด!

เมื่อคิดได้ดังนั้น รอยยิ้มอำมหิตก็ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก แววตาฉายประกายคมกล้า

"ในเมื่อส่งข้ามาเกิดใหม่ในร่างตัวร้ายที่เป็นเพียงแท่นเหยียบให้พวกเจ้าและนางเอกทั้งหลาย เช่นนั้นพวกเจ้าเตรียมใจรับการเข่นฆ่าจากมารนอกพิภพผู้นี้แล้วหรือยัง?"

กล่าวจบ หลินเฉินก็แสยะยิ้ม แววตาดูมีเสน่ห์ทว่าน่าเกรงขามอย่างประหลาด!

เขาเหลือบมองลงไปยังเบื้องล่าง ดวงตาคู่นั้นล้ำลึกดุจท้องนภาที่เต็มไปด้วยดวงดาว แผ่ซ่านกลิ่นอายกดข่มที่ติดตัวมาแต่กำเนิด สร้างความหวาดผวาให้แก่ผู้คนเบื้องล่างอย่างมหาศาล เพียงแค่เขาปรายตามอง ฝูงชนที่มุงดูก็สั่นสะท้านจนมิอาจละสายตาได้!

“กลับวัง!”

สิ้นคำสั่ง หลินเฉินสะบัดแขนเสื้อ ทะยานขึ้นสู่เวหามุ่งหน้ากลับสู่พระราชวัง โดยมีหลินมู่และกองทัพพลองครักษ์เทพติดตามไปติดๆ เพียงไม่กี่อึดใจ กองทัพองครักษ์เทพก็เลือนหายไปจากสายตาของผู้คน

เมื่อมองไปยังหลุมลึกขนาดมหึมาตรงหน้า กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศ ซากปรักหักพังของจวนตระกูลหลิว และคราบเลือดที่แห้งกรังตามพื้นดิน ความตกตะลึงยังคงตราตรึงอยู่ในดวงตาของทุกคน

"ช่าง... ช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก!"

"นี่คือองค์ชายรัชทายาทคนเดิมจริงๆ หรือ? ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน!"

"ใช่แล้ว ภายใต้การ 'ปรนเปรอ' ขององค์ชาย ตระกูลหลิวเคยยิ่งใหญ่เทียบเท่าขุนนางชั้นสูง แต่กลับถูกล้างบางในเวลาไม่ถึงครึ่งวัน!"

"น่าหวาดกลัวเกินไป! แม้จะพอเดาผลลัพธ์ได้ แต่ความเร็วนี่มัน... ตระกูลหลิวมีคนนับพัน แต่ตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่คนเดียว!"

"วิธีนี้มิโหดร้ายเกินไปหรือ? ทั้งตระกูลหลิวมิเหลือแม้แต่ศพที่สมบูรณ์สักร่าง!"

"โหดร้ายบ้านเจ้าสิ! พวกเจ้ามันพวกใจบุญจอมปลอม สมควรไปตายพร้อมตระกูลหลิวนัก ในยุคยากเข็ญเช่นนี้ คนพวกแรกที่ถูกฆ่าก็คือคนน่ารำคาญแบบพวกเจ้านี่แหละ!"

"โหดร้ายงั้นหรือ? นั่นคือองค์ชายนะ! ดูสิ่งที่ตระกูลหลิวทำและพูดกับองค์ชายตลอดหลายปีมานี้สิ ต่อให้พวกมันตายสิบชาติก็ชดใช้ไม่หมด!"

"ดูเหมือนรัชทายาทจะเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ เด็ดขาดและอำมหิต นี่สิคือผู้สืบทอดที่แท้จริงของจักรพรรดิ ต่อไปอาณาจักรโดยรอบต่างหากที่ต้องหวาดกลัว!"

ในวันนี้ นครหลวงตกอยู่ในความโกลาหล และบางทีนับจากนี้ไปอีกหลายร้อยหลายพันปี ผู้คนจะยังคงจดจำวันนี้ไปตลอดกาล!

ณ พระราชวังหลวง!

กลิ่นอายอันทรงพลังปะทุขึ้นกะทันหันจากตำหนักของจักรพรรดิหลินชางฉยง พุ่งทะยานสู่ชั้นฟ้าด้วยพลานุภาพอันไร้ที่เปรียบ ทันใดนั้น ร่างในชุดสีทองก็พุ่งออกมาจากตำหนักพร้อมเสียงหัวเราะอันกึกก้อง ดวงตาสีทองฉายแววแห่งความปีติสุดขีด

"ขั้นมหาจักรพรรดิ! ในที่สุดข้าก็ทะลวงผ่านสู่ขั้นมหาจักรพรรดิได้เสียที! ฮ่าๆๆ!"

คนผู้นี้มิใช่ใครอื่น แต่คือมหาจักรพรรดิแห่งเยี่ย หลินชางฉยง!

เขายกมือขวาขึ้นช้าๆ แล้วบีบอัดห้วงอากาศเบื้องหน้าเบาๆ พริบตานั้นมิติรอบด้านบิดเบี้ยวอย่างบ้าคลั่ง เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าหวาดหวั่นในฝ่ามือและทั่วร่างกาย ใบหน้าของหลินชางฉยงก็เต็มไปด้วยความดีใจอย่างที่สุด

ขณะเดียวกัน เขาก็ฉุกใจคิดด้วยความประหลาดใจ ตามการคาดการณ์เดิม เขาต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยหลายวันจึงจะทะลวงผ่านได้อย่างสมบูรณ์ แต่ใครจะคิดว่าโชคชะตาแห่งรัฐจะเพิ่มพูนขึ้นอย่างกะทันหันในพริบตาเดียว! โชคชะตาอันมหาศาลนั้นช่วยผลักดันให้เขาบรรลุเป้าหมายได้ก่อนกำหนด จากสัมผัสของเขา โชคชะตาครั้งนี้เพิ่มขึ้นอย่างน้อยหนึ่งพันเท่า สิ่งที่เขาไม่เข้าใจคือ เหตุใดโชคชะตาของมหาจักรวรรดิเยี่ยถึงได้พุ่งสูงขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า?

ในระหว่างที่เขากำลังครุ่นคิด ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าหลินชางฉยง

ผู้มาเยือนคือหลินมู่นั่นเอง หลังจากล้างบางตระกูลหลิวแล้ว เขาก็รีบมารายงานต่อจักรพรรดิทันที เขาคุกเข่าลงเตรียมจะเอ่ยปาก ทว่าร่างกายกลับสั่นเทิ้มกะทันหัน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงขณะจ้องมองหลินชางฉยง น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยว่า

"ขอถวายพระพรและร่วมยินดีกับฝ่าบาท ที่ทรงทะลวงผ่านสู่ ขั้นมหาจักรพรรดิ พ่ะย่ะค่ะ!"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ประกายตาประหลาดก็วาบผ่านดวงตาของหลินชางฉยง เขาปกปิดกลิ่นอายไว้แล้ว เหตุใดหลินมู่ถึงยังสัมผัสได้?

ทว่าเพียงครู่เดียวแววตาก็กลับสู่ปกติ ความจริงเขารู้ดีว่าหลินมู่ไม่ธรรมดาตั้งแต่ยามที่เขาช่วยชีวิตไว้เมื่อหลายปีก่อน ชายผู้นี้ต้องมีเบื้องหลังแน่นอน แต่ในเมื่อหลินมู่ไม่พูด เขาก็จะไม่ถาม ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความกตัญญู หลินมู่ได้สาบานเลือดต่อมหาเต๋าไว้ว่าจะภักดีต่อราชวงศ์เยี่ยตลอดไป หากคิดคดขอให้ดับสูญ! เมื่อคำสาบานเลือดมีผล แม้แต่ยอดฝีมือระดับตำนานก็มิกล้าบิดพลิ้ว มิเช่นนั้นจุดจบจะอเนจอนาถยิ่งนัก นี่คือเหตุผลที่หลินชางฉยงกล้าใช้คนลึกลับผู้นี้เป็นคนสนิท!

"ว่ามา! มีธุระอันใดถึงมาหาข้า?" หลินชางฉยงถาม

"กราบทูลฝ่าบาท องค์ชายรัชทายาททรงนำพลองครักษ์เทพแห่งเยี่ยล้างบางตระกูลหลิวจนสิ้นซาก สมาชิกตระกูลหลิวทั้ง 6,758 คนสิ้นชีพทั้งหมด! มิมีผู้ใดรอดชีวิต!"

"รัชทายาททรงลงมือสังหารหลิวหรูเยียนและบรรดาสมาชิกหลักด้วยพระองค์เอง..."

"ซี้ดดด!!"

เมื่อได้รับรายงานจากหลินมู่ แม้แต่จักรพรรดิหลินชางฉยงยังต้องสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ เขารู้ว่าหลินเฉินจะลงมือ แต่คิดไม่ถึงว่าจะรวดเร็วและเด็ดขาดปานนี้ ตระกูลหลิวถูกลบชื่อหายไปเพียงวันเดียวหลังจากกลับมาจากตระกูลหน่าหราน

การฆ่าหลิวหรูเยียนและทำลายตระกูลหลิว... นี่เป็นฝีมือของลูกชายที่ยอมก้มหัวให้พวกมันมานานหลายปีจริงๆ หรือ? เขาตกอยู่ในภวังค์ไปครู่หนึ่ง!

"เรื่องนี้เป็นความจริงงั้นหรือ?" หลินชางฉยงถามย้ำอีกครั้งด้วยเกรงว่าตนเองจะหูฝาด

หลินมู่พยักหน้าพร้อมรอยยิ้มอิ่มเอม

"จริงแท้พ่ะย่ะค่ะ องค์ชายทรงนำทัพองครักษ์เทพจัดการด้วยพระองค์เอง และคนทั้งนครหลวงต่างร่วมเป็นพยาน!"

"ลองสดับฟังเถิดพ่ะย่ะค่ะ ยามนี้นครหลวงยังคงเดือดพล่านด้วยเรื่องนี้มิจางหาย!"

จบบทที่ บทที่ 24 มหาจักรพรรดิผู้ปกครองแผ่นดิน!

คัดลอกลิงก์แล้ว