- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยตบะไร้เทียมทาน ทุกสรรพสิ่งล้วนถูกสังหารในพริบตา
- บทที่ 6 สินสอด!
บทที่ 6 สินสอด!
บทที่ 6 สินสอด!
"ฝ่าบาท... ฝ่าบาท ตรัสจริงหรือพ่ะย่ะค่ะ?"
ราวกับต้องการจะยืนยัน หน่าหรานเอ้าว์ถามซ้ำอีกครั้งด้วยเกรงว่าทั้งหมดนี้จะเป็นเพียงภาพหลอนหรือเรื่องเข้าใจผิด
"แน่นอน คำตรัสของกษัตริย์ย่อมไม่คืนคำ!" หลินชางฉยงยิ้มตอบ
"เรื่องนี้..."
เมื่อได้รับการยืนยัน หน่าหรานเอ้าว์ก็ตื่นเต้นจนพูดไม่ออก ผ่านไปครู่ใหญ่เขาจึงรีบคุกเข่าลงโขกศีรษะให้หลินชางฉยงสามครั้งด้วยดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตา "ขอบพระทัยองค์จักรพรรดิ!"
"เช่นนี้ พี่ชายของกระหม่อมที่อยู่ปรโลกย่อมสามารถนอนตายตาหลับได้แล้ว!"
ในพริบตา เหล่าผู้อาวุโสตระกูลหน่าหรานที่ก่อนหน้านี้มีสีหน้าเคร่งเครียดต่างก็เปลี่ยนเป็นยิ้มร่าจนหน้าบานกันถ้วนหน้า
ทว่าที่ด้านหลังสุดของฝูงชน ประกายแสงเย็นเยือกกลับพาดผ่านดวงตาของหน่าหรานเยียนหราน
หากนางมิได้มีชีวิตที่สอง และมิได้ล่วงรู้ธาตุแท้อันน่ารังเกียจของพวกหน่าหรานเอ้าว์ล่วงหน้า นางคงถูกพวกมันตบตาเข้าให้แล้ว
ผู้คนอาจคิดว่าพวกมันดีใจเพื่อหน่าหรานเยียนหราน แต่แท้จริงแล้ว เป็นเพราะความสัมพันธ์ของนางกับหลินเฉินต่างหากที่จะทำให้ฐานะอำนาจของพวกมันในตระกูลหน่าหรานมั่นคงดุจขุนเขา... เว้นเสียแต่ว่ามหาจักรวรรดิเยี่ยจะล่มสลาย!
นอกจากพวกหน่าหรานเอ้าว์แล้ว แม้แต่ตัวนางเองก็ยังตกใจจนแทบไม่อยากเชื่อ จ้องมองหลินเฉินและบิดาด้วยความสับสน
"นี่... นี่มันไม่ถูกต้อง!" นางพึมพำเบาๆ
เนื้อเรื่องในชาติก่อนมิได้ดำเนินไปเช่นนี้ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
แม้จะได้กลับชาติมาเกิด แต่นางก็ยังไม่อาจหาคำตอบได้ในทันที นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดหลินเฉินจึงมิได้มาเพื่อถอนหมั้นแต่กลับมาเพื่อสู่ขอ
"หรือว่าการกลับมาของข้า จะทำให้เส้นทางของโลกใบนี้เปลี่ยนไป?" นางงุนงงสับสนอย่างถึงที่สุด
"หรานเอ๋อร์! ยินดีด้วยนะลูก!"
ทันใดนั้น เสียงอวยพรที่อ่อนโยนพร้อมรอยสะอื้นเบาๆ ก็ดังเข้าหูของนาง
"ท่านแม่!" นางหันไปมองและต้องตกใจเมื่อเห็นสีหน้าตื่นเต้นของซูอู๋โยว
มันคือน้ำตาแห่งความปีติ!
ตลอดเดือนที่ผ่านมา นางและมารดาได้มองเห็นธาตุแท้ของคนในตระกูลจนหมดสิ้น หากวันนี้จักรพรรดิและองค์ชายมาเพื่อถอนหมั้น พวกนางย่อมหมดวาสนาและคงถูกขับไล่ออกจากตระกูลในทันที
เมื่อถึงเวลานั้น หญิงม่ายผู้อ่อนแอและเด็กสาวที่ฝึกตนไม่ได้... ชะตากรรมคงน่าเวทนาจนยากจะจินตนาการ!
"ท่านแม่ อย่าร้องไห้ไปเลย ข้าจะทำให้พวกมันต้องชดใช้ ข้าจะทำให้ทุกคนรู้ว่าใครกันแน่คือเจ้านายที่แท้จริงของจวนหน่าหรานแห่งนี้!"
นางกระซิบที่ข้างหูมารดา น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเย็นชาอย่างปิดไม่มิด
"หรานเอ๋อร์ ลูกคิดจะทำอะไร อย่าใจร้อนนะ!" ซูอู๋โยวมีสีหน้ากังวลเมื่อได้ยินเช่นนั้น
"ท่านแม่วางใจเถอะ ข้ารู้ว่าข้ากำลังทำสิ่งใดอยู่!"
นางปลอบโยนมารดาด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว
"ตกลง! ไม่ว่าลูกจะทำสิ่งใด แม่จะสนับสนุนลูกเสมอ!"
เมื่อมองดูนางในยามนี้ ซูอู๋โยวรู้สึกใจหายวูบ ราวกับลูกสาวของนางเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นในเพียงชั่วข้ามคืน
เดิมที หากเรื่องราวดำเนินไปตามชาติก่อน นางคงต้องคิดแผนการอื่น แต่ในเมื่อเหตุการณ์เปลี่ยนไป นางย่อมต้องการใช้พลังของราชวงศ์เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ต้องการ
ในขณะเดียวกัน นางก็อยากจะพิสูจน์ดูว่าหลินเฉินเปลี่ยนไปจริงๆ หรือไม่
หากเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ นางอาจจะลองพิจารณาดูอีกครั้ง เพราะก่อนที่หลิวหรูเยียนจะปรากฏตัว ทั้งสองก็มิได้มีความขัดแย้งรุนแรงนัก
อย่างไรก็ตาม เป็นเพราะสัญญาหมั้นหมาย หลินเฉินจึงมาเยี่ยมจวนหน่าหรานอยู่บ่อยครั้ง และเป็นเพราะการมาของเขาที่ทำให้สองแม่ลูกพอจะมีที่ยืนอยู่ในตระกูลได้บ้าง
แน่นอนว่าทั้งหมดนี้นางเพิ่งจะมาวิเคราะห์ได้หลังจากผ่านเหตุการณ์ในชาติก่อนมาแล้ว
“ในเมื่อทั้งสองฝ่ายเห็นพ้อง ข้าผู้เป็นจักรพรรดิจะหาฤกษ์มงคลให้!”
“อีกสิบวันนับจากนี้ ให้เด็กทั้งสองเข้าพิธีวิวาห์! เมื่อนั้น เยียนหรานจะตบแต่งเข้าสู่ราชวงศ์และกลายเป็นพระชายารัชทายาทแห่งมหาจักรวรรดิเยี่ยของเรา!” หลินชางฉยงหัวเราะอย่างพึงพอใจยิ่ง
หน่าหรานเยียนหรานคือลูกสะใภ้ที่เขาเลือกไว้แต่ต้น หลิวหรูเยียนนั่นเป็นใครกัน?
ยามนี้ลูกชายของเขาคิดได้แล้ว เขาย่อมมีความสุขยิ่งกว่าผู้ใด!
“พ่ะย่ะค่ะ! ขอบพระทัยฝ่าบาท!”
หน่าหรานเอ้าว์พยักหน้าหงึกๆ ราวกับไก่จิกข้าว ด้วยเกรงว่าหลินชางฉยงจะเปลี่ยนใจ
"ในเมื่อเรื่องจบสิ้นแล้ว พวกเราก็กลับกันเถอะ!"
เมื่อกล่าวจบ หลินชางฉยงและบุตรชายก็ลุกขึ้นก้าวเดินไปยังทางออกของโถงหลัก
หลินเฉินยังส่งยิ้มให้แก่นางวูบหนึ่ง
ทว่าในวินาทีนั้นเอง เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
หน่าหรานเยียนหรานกลับยืนขึ้นและเรียกหลินเฉินกับบิดาเอาไว้
"ช้าก่อน!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนในตระกูลรวมถึงหน่าหรานเอ้าว์ต่างหน้าถอดสี
"หน่าหรานเยียนหราน เจ้าคิดจะทำอะไร?" หน่าหรานเอ้าว์จ้องเขม็งไปยังนางพลางกดเสียงต่ำ
ด้วยมีหลินชางฉยงและหลินเฉินอยู่ตรงนี้ เขาจึงมิกล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
หากสายตาฆ่าคนได้ นางคงตายไปนับพันครั้งแล้วด้วยฝีมือของเขา
"อีตัวแสบ เจ้าอย่าได้คิดมาพังแผนการใหญ่ของข้าเชียว มิเช่นนั้นต่อให้หลินเฉินอยากจะแต่งกับเจ้า ข้าก็มีวิธีจัดการเจ้าอยู่ดี!"
"มารดาของเจ้ามิได้เข้าวังไปพร้อมเจ้าด้วยหรอกนะ นั่นมันผิดกฎมณเฑียรบาล!"
ด้วยความร้อนใจ หน่าหรานเอ้าว์จึงลอบใช้วิชาส่งเสียงทางจิตข่มขู่นางโดยตรง
นางรับรู้ถึงคำขู่ของหน่าหรานเอ้าว์ ดวงตาไหววูบเล็กน้อยก่อนจะกลับมาสงบนิ่ง ดูเหมือนนางจะตัดสินใจขั้นเด็ดขาดได้แล้ว
"โอ้? เยียนหรานตัวน้อย เจ้ามีเรื่องอื่นอีกงั้นหรือ?"
หลินชางฉยงหาได้กริ้วไม่ เขามองนางด้วยความประหลาดใจเสียมากกว่า
เมื่อเห็นดังนั้น นางก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ มุมปากยกยิ้มจางๆ "ในเมื่อราชวงศ์มาเพื่อสู่ขอแต่งงาน ย่อมมิได้มาเพียงมือเปล่าโดยไร้ซึ่งสินสอดใช่หรือไม่?"
สิ้นประโยคนี้ ทั้งหลินชางฉยงและหน่าหรานเยียนหรานต่างก็ชะงักไป
ความจริงพวกเขาเร่งรีบมาจนมิได้เตรียมของหมั้นหมายมาเลย หากเรื่องแพร่ออกไปว่าราชวงศ์สู่ขอโดยไร้สินสอด นั่นย่อมเป็นเรื่องที่...
"บังอาจ! หน่าหรานเยียนหราน! เจ้าพูดเพ้อเจ้ออะไรออกมา?"
"เพียงองค์จักรพรรดิและองค์ชายรัชทายาทเสด็จมาสู่ขอด้วยพระองค์เองก็นับเป็นเกียรติสูงสุดแล้ว เจ้าคิดว่าพวกเขาจะตระหนี่ถี่เหนียวเรื่องของหมั้นงั้นหรือ?"
ก่อนที่หลินชางฉยงและหลินเฉินจะได้อ้าปากพูด หน่าหรานเอ้าว์ก็รีบด่านางเสียก่อน
เขากลัว! กลัวว่าหากสองคนนั้นขุ่นเคืองจากคำพูดไม่เจียมตัวของนาง ตระกูลหน่าหรานย่อมถึงคราววิบัติ
ทว่ายามนี้ หลินชางฉยงเริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
หน่าหรานเอ้าว์ดุด่านางซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่อหน้าต่อตาพวกเขา หากพวกเขามิอยู่ตรงนี้เล่า เขาจะทำถึงขนาดไหน?
อีกทั้งเขามิยักษ์จำได้ว่าเยียนหรานเป็นเด็กใจร้อนเช่นนี้ แต่วันนี้ดูเหมือนนางจะเปลี่ยนไป
"หรือว่าจะมีลับลมคมในอะไรบางอย่าง?" หลินชางฉยงครุ่นคิดในใจ
"นี่คือความสะเพร่าของพวกเราเอง เอาแบบนี้เถอะ ข้าจะให้คนเตรียมหินวิญญาณระดับสูงสุดสิบล้านก้อน, ชีพจรวิญญาณสิบสาย, รวมถึงผลไม้อัคคีแดงและน้ำนมปฐพีวิญญาณจำนวนหนึ่ง ส่งมาที่จวนหน่าหรานทันที"
หลินเฉินยิ้มและกล่าวกับนาง