- หน้าแรก
- กฎสยองขวัญ แต่ผมคือตัวบั๊กของระบบ
- บทที่ 30: สองวิถีแห่งการตอบโต้
บทที่ 30: สองวิถีแห่งการตอบโต้
บทที่ 30: สองวิถีแห่งการตอบโต้
"ถ้าประตูหลักของเขตท่องเที่ยวปิดตายอยู่ หมายความว่าฉันต้องไปเปิดประตูตอนนี้เลยงั้นเหรอ?"
คริสยืนอยู่หน้าบอร์ดประชาสัมพันธ์ จ้องมองข้อความในประกาศซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยสีหน้าลำบากใจ
"ไม่สิ ถึงมันจะไม่บอกว่า 'งานชำระล้าง' คืออะไร แต่ดูจากการที่ต้องปิดล็อกเขตท่องเที่ยวเพื่อดำเนินการ มันต้องเป็นปฏิบัติการที่สำคัญมากและค่อนข้างจะเป็นความลับ ถ้าฉันบุ่มบ่ามไปเปิดประตูตอนนี้ มันอาจจะส่งผลกระทบที่คาดเดาไม่ได้"
คริสคุ้นเคยกับโครงการความลับเป็นอย่างดี
ในอเมริกา สิ่งใดก็ตามที่ต้องสั่งล็อกดาวน์พื้นที่ ถ้าไม่ใช่เรื่องที่ประชาชนไม่ควรรับรู้ ก็ต้องเป็นเรื่องที่หากรั่วไหลออกไปจะนำมาซึ่งหายนะร้ายแรง
และโดยส่วนใหญ่ มันมักจะเป็นทั้งสองอย่างรวมกัน
"ดูเหมือนการบริหารจัดการสวนสนุกทะเลสาบเชียนจื่อแห่งนี้จะไม่ธรรมดาซะแล้ว..."
เมื่อลองคิดดู สวนสนุกที่มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นมากมายขนาดนี้ จะเป็นเพียงองค์กรพลเรือนธรรมดาได้อย่างไร?
มีความเป็นไปได้สูงว่าจะมีหน่วยงานรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้อง
หรืออาจเป็นไปได้ว่า พื้นที่ทะเลสาบเชียนจื่อทั้งหมดถูกจัดตั้งขึ้นโดยเจ้าหน้าที่ที่รัฐบาลส่งมา
คริสซึ่งซึมซับวัฒนธรรมอันดีงาม (ประชด) ของอเมริกามานาน ย่อมรู้ดีว่าควรจัดการกับสถานการณ์แบบนี้อย่างไร
ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่พูด ไม่ทำ!
ทางเลือกที่ดีที่สุดตอนนี้คือหาที่ซ่อนตัวจนกว่าจะผ่านพ้นคืนที่งานชำระล้างเสร็จสิ้น
ถึงตอนนั้น ฝ่ายบริหารที่เคยเงียบหายก็น่าจะกลับมาทำงานอีกครั้ง และเขาก็ยังสามารถขอความช่วยเหลือจากพวกเขาได้
เมื่อเป้าหมายชัดเจน สิ่งที่คริสต้องทำคือหาที่พักแรมให้ผ่านพ้นคืนนี้ไปอย่างสงบสุข
ตรงหน้าเขามีทางเลือกสองทาง:
ไปที่ทางเดินสีแดงเพื่อหาจุดพักผ่อนสาธารณะ: นี่คือวิธีที่ผู้ถอดรหัสส่วนใหญ่เลือกใช้ในคืนแรก และมีการรับประกันความปลอดภัย
-
ทำตามที่ประกาศบอก: พักในหอพักพนักงานและล็อกประตูให้แน่นหนา
นี่คือทางเลือกที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดสำหรับคริส ในเมื่อเขาอยู่ที่ศูนย์รักษาความปลอดภัยแล้ว การหาหอพักย่อมง่ายกว่าการไปงมหาจุดพักผ่อนข้างนอก
แต่คริสใช้คืนแรกในป้อมรักษาความปลอดภัย เขาไม่มีประสบการณ์ในการหาจุดพักผ่อนเลย การออกไปหาตอนนี้อาจเสียเวลาเปล่า และเผลอ ๆ อาจจะหาไม่เจอด้วยซ้ำ เขาจึงตัดทิ้งไป
ความกังวลเพียงอย่างเดียวคือ ห้องพักอาจจะเต็มหมดแล้ว และคนข้างในคงไม่ยอมเปิดประตูให้เขาแน่ ๆ
เมื่อคิดถึงจุดนี้ ภาพจินตนาการก็ผุดขึ้นในหัวคริส
ในหอพักที่มืดมิด เขาแอบอยู่ใต้ผ้าห่ม ตัวสั่นงันงกเพื่อรอให้ค่ำคืนอันน่าสยดสยองผ่านพ้นไป ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตู และมีใครบางคนตะโกนเรียกให้เขาเปิดประตูให้...
"ฉันคงถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผีแน่ ๆ..."
คริสสะบัดหัวไล่ภาพนั้นออกไป
มีวิธีไหนที่จะรู้ได้ไหมว่าห้องไหนว่างบ้าง?
คริสเดินสำรวจรอบโถงและเหลือบไปเห็นห้องเวรยามตรงทางเข้าพอดี
"จริงด้วย! ประตูหอพักพนักงานต้องมีกุญแจ และห้องเวรยามต้องมีกุญแจสำรองชัวร์!"
"แถมห้องเวรยามต้องมีใบลงทะเบียนเพื่อดูว่าแต่ละวันมีคนพักกี่คนด้วย"
"ฉันแค่ต้องเช็กรายชื่อแขกของวันนี้ ก็จะรู้ว่าห้องไหนมีคนอยู่ ห้องไหนว่าง จากนั้นก็แค่หยิบกุญแจห้องนั้นไป!"
คริสรีบปีนหน้าต่างเข้าไปในห้องเวรยาม หลังจากค้นอยู่พักใหญ่ เขาก็พบ 'ใบลงทะเบียนที่พัก' เข้าจริงๆ
ที่น่าแปลกใจคือ รายชื่อถูกจัดเรียงตามหมายเลขห้อง ห้องที่มีคนเข้าพักจะมีการทำเครื่องหมายถูกและเซ็นชื่อกำกับไว้
"ห้อง 13? ห้องนี้ไม่มีคนพัก!"
คริสเห็นห้องที่ไม่มีเครื่องหมายถูกทันที แม้ว่าเลข 13 จะถือเป็นเลขอัปมงคลในตะวันตก แต่ในฉากทัศน์ตะวันออกของทะเลสาบเชียนจื่อคงไม่มีธรรมเนียมแบบนั้น
คริสหยิบกุญแจห้อง 13 จากแผงบนผนัง เนื่องจากฟ้ายยังไม่มืดสนิท เขาจึงอาศัยแสงจากภายนอกมองหาป้ายบอกทางไปบันได
เขาสุ่มเลี้ยวเข้าทางเดินฝั่งหนึ่ง เพราะปกติแล้วบันไดมักจะอยู่สุดทางเดินทั้งสองฝั่ง
คริสเดินตามป้ายไป เมื่อเทียบกับโถงกลางแล้ว ทางเดินมีแสงสว่างดีกว่าเพราะมีหน้าต่างติดตั้งอยู่ทุก ๆ ไม่กี่เมตร
แน่นอนว่าหน้าต่างทุกบานถูกปิดสนิท
ความพยายามไม่ทรยศใคร คริสเดินไปไม่ไกลก็พบทางขึ้นบันไดตรงกลางทางเดิน
ที่ผนังบันไดมีผังอาคารแบบง่าย ๆ ระบุหน้าที่ของแต่ละชั้นไว้
ชั้นส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สำนักงาน แบ่งตามแผนกต่าง ๆ
ดู ๆ ไปแล้ว การแบ่งสัดส่วนของศูนย์รักษาความปลอดภัยที่นี่ เหมือนกับ 'สถานีตำรวจ' มากกว่าสวนสนุกเสียอีก
และที่ทำให้คริสประหลาดใจคือ หอพักพนักงานที่เขาตามหาถูกจัดให้เป็นชั้นเฉพาะแยกต่างหาก อยู่ที่ชั้น 3 ซึ่งไม่สูงนัก
คริสรีบปีนขึ้นไปถึงชั้น 3 แสงสว่างที่นี่ไม่ดีเท่าชั้นล่าง มองไปทางไหนก็เห็นแต่ประตูห้องยาวเหยียดตลอดทางเดิน มีหน้าต่างเพียงบานเดียวตรงหัวมุม
แม้แสงจะสลัว แต่สายตาของคริสยังดีเยี่ยม เขาสามารถมองเห็นเลขห้องบนประตูได้อย่างชัดเจน
เขาไล่หาทีละห้อง จนกระทั่งพบ ห้อง 13
ก่อนจะเปิดประตู คริสยังแอบกังวลชั่ววูบ
ถ้าห้อง 13 มีคนอยู่ล่ะ? ถ้าพวกเขาแค่ลืมลงทะเบียนล่ะ?
โชคดีที่จนถึงวินาทีที่เขาเสียบกุญแจสำรองและบิดล็อกเปิดเข้าไป ก็ไม่มีใครอื่นปรากฏตัวในห้องนั้น
มันคือหอพักพนักงานที่ว่างอยู่จริง ๆ
คริสถอนหายใจอย่างโล่งอกและก้าวเข้าไปในห้อง 13...
"ไอ้ห้องควบคุมมันอยู่ส่วนไหนของ (คำอุทานรัสเซีย) วะเนี่ย?"
วินาทีที่ อเล็กเซ พุ่งพรวดเข้ามาในศูนย์รักษาความปลอดภัย เขาเหลือบเห็นประกาศบนบอร์ดและเริ่มหาห้องควบคุมอย่างบ้าคลั่ง
โชคดีที่เขาเป็นคนประเภท 'หยาบแต่ละเอียด' เขาจึงสังเกตเห็นป้ายบอกทางและวิ่งตามไปจนสุดทางเดิน
แต่ความละเอียดของเขาก็มีอยู่แค่ติ่งเดียวเท่านั้น
เมื่ออเล็กเซลองหมุนลูกบิดประตูดู เขาพบว่าห้องควบคุมล็อกอยู่ และเขาไม่มีกุญแจเลยสักดอก
เขานึกได้ว่ามีห้องเวรยามอยู่ที่ทางเข้า ตรงข้ามกับบอร์ดประกาศพอดี แต่ตอนนั้นเขาไม่ได้สนใจมันเลย
"จะให้เดินกลับไปหยิบกุญแจตอนนี้ก็ (คำด่ารัสเซีย) เสียเวลาฉิบหายโว้ย!"
อเล็กเซล้มเลิกความคิดจะหากุญแจ เขาสังเกตดูแล้วว่าประตูนี้ไม่ได้แข็งแรงอะไรมากมาย จึงตั้งหลักถอยหลังรักษาระยะห่าง แล้วออกแรงวิ่งเต็มสูบกระโดดถีบประตูห้องควบคุมเข้าอย่างจัง!
ปัง!
แรงกระแทกมหาศาลทำให้ประตูบุบเข้าไปด้านในจนเกิดช่องว่างเล็ก ๆ
นั่นทำให้อเล็กเซมีกำลังใจขึ้นเป็นกอง
เขาถอยไปตั้งหลักอีกรอบ แล้วโถมตัวเข้าใส่ด้วยลูกถีบพิฆาตอีกครั้ง
ปัง! โครม!
ประตูถูกอเล็กเซถีบจนกระเด็นไปกระแทกผนังเสียงดังสนั่น
อเล็กเซยิ้มกว้างด้วยความภูมิใจ เดินเข้าไปสำรวจผลงานตัวเอง แล้วพบว่าสลักประตูแทบจะพังยับเยิน แถมยังมีรอยสนิมกัดกร่อน เนื้อไม้ด้านในเปื่อยผุจนหมดสภาพ
"ประตูพรรค์นี้มันจะไปกันใครได้วะ?"
เมื่อเห็นรอยกัดกร่อนที่ชัดเจน อเล็กเซสงสัยว่าแค่ผู้ชายตัวโต ๆ มาผลักแรง ๆ ก็น่าจะเปิดได้แล้ว
แต่เขาไม่มีเวลามาใส่ใจเรื่องนั้น เขาเดินเข้าไปในห้องควบคุม อาศัยแสงที่ลอดผ่านหน้าต่างทางเดิน คลำหาจนเจอสวิตช์ไฟหลักและสวิตช์ประตูหน้าของเขตท่องเที่ยว
โดยไม่รีรอ อเล็กเซสับสวิตช์ทันที!
เขาได้ยินเสียงกลไกดังเบา ๆ จากแผงควบคุม ไม่แน่ใจว่ามันทำงานจริงไหม
แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว มีแต่ต้องลองดูเท่านั้น
หลังจากออกจากห้องควบคุม อเล็กเซก็วิ่งย้อนกลับมาที่โถงกลางของศูนย์รักษาความปลอดภัย
คราวนี้เขาเข้าไปในห้องเวรยามจริง ๆ
แต่เขาไม่ได้มาหากุญแจ เขามาหาอย่างอื่น
"อาฮ่า! เจอแล้ว!"
อเล็กเซดึง ชุดยูนิฟอร์มรักษความปลอดภัยสำรอง และ อุปกรณ์ปราบจลาจล ออกมาจากตู้เหล็กในห้องเวรยาม
น่าเสียดายที่ไม่มีปืนลูกซอง ไม่งั้นคงจะอุ่นใจกว่านี้เยอะ
เมื่อเตรียมอาวุธครบมือ อเล็กเซมองออกไปที่ท้องฟ้าซึ่งยังไม่มืดสนิท และตัดสินใจจะลองบ้าดูสักตั้ง
"เพื่อเกียรติยศและความแข็งแกร่ง! ไม่ชนะก็ตายไปข้าง!"
หากใครมองลงมาจากหน้าต่างชั้นสองหรือสูงกว่าของศูนย์รักษาความปลอดภัยในตอนนี้ จะได้เห็นภาพ:
ชายชาวสลาฟร่างกำยำ ถือโล่ปราบจลาจล แบกง่ามระงับเหตุ และสวมหมวกนิรภัย วิ่งตะโกนก้องพุ่งออกจากศูนย์รักษาความปลอดภัยไปอย่างบ้าคลั่ง—
... "นั่นมันตัวอะไรน่ะ...?"
คริสซึ่งยืนอยู่ริมหน้าต่างชั้นบน จ้องมองร่างปริศนาเบื้องล่างด้วยแววตาหวาดวิตกสุดขีด