เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - หนอนบ่อนไส้!

บทที่ 3 - หนอนบ่อนไส้!

บทที่ 3 - หนอนบ่อนไส้!


นี่คือรหัสลับในการติดต่อ ตามบทพูดที่เตี๊ยมกันไว้ ต่อไปจ้าวเซวียนต้องตอบว่า: "ในเมื่อหมดแล้ว งั้นเอาสีแดงล้วนก็ได้"

จากนั้นหูหนิวก็จะเชื้อเชิญพาจ้าวเซวียนไปรอที่ห้องชงชาด้านหลัง

แต่ทว่า... สถานการณ์วันนี้ไม่เหมือนวันวาน จ้าวเซวียนไม่กล้าขยับตัวสุ่มสี่สุ่มห้า

อีกอย่าง ด้วยคาแรคเตอร์ที่จ้าวเซวียนแสดงออกต่อหน้าติงม่อฉวินและเตาเหยียน เขาเป็นคนขี้รำคาญและไม่มีทางยอมเสียเวลาเพราะเรื่องหยุมหยิมแค่นี้แน่

บวกกับทางเบอร์ 76 อาจจะสืบทราบแล้วว่าวันนี้หูหนิวจะมีการนัดพบกับสายข่าว แต่รหัสลับที่ใช้คุยกันคืออะไร พวกมันไม่มีทางรู้

มีความเป็นไปได้สูงมากที่พวกมันจะรู้แค่เงื่อนไขเดียว: คนที่ถูกหูหนิวพาเข้าห้องชงชา ก็คือสายข่าวคนนั้น!

ตอนนี้เลยเวลานัดพบมาแล้ว

งั้นจุดเดียวที่จะใช้แยกแยะมิตรศัตรูได้ก็คือตรงนี้ ใครก้าวเท้าเข้าห้องชงชา คนนั้นซวย!?

ดังนั้น... มี 'หนอนบ่อนไส้' ก็ชัดเจนแจ่มแจ้งอยู่แล้ว

นี่คือสิ่งเดียวที่จ้าวเซวียนวิเคราะห์ได้ในเสี้ยววินาทีนี้

ไม่อย่างนั้น ตอนที่นาฬิกาบอกเวลานัดพบ คนของเบอร์ 76 คงบุกเข้ามาถล่มร้านเละไปแล้ว

แต่จนถึงตอนนี้พวกมันยังนิ่งเงียบ นั่นก็แปลว่ากำลังรอ... รอไอ้คนดวงกุดที่จะเดินตามหูหนิวเข้าห้องชงชาไป!

ถ้าจ้าวเซวียนไม่ได้ข้ามมิติมา ถ้าไม่มีระบบอีดิธช่วยวิเคราะห์ ป่านนี้จ้าวเซวียนกับหูหนิวคงกอดคอกันลงนรกไปแล้ว

ในขณะที่จ้าวเซวียนกำลังขบคิดวิธีแก้เกมอย่างหนัก เสียงในใจของเตาย่าก็ดังแทรกขึ้นมา

(สั่งดอกไม้ให้พี่สาวจริงๆ ด้วย แถมยังรู้เลขนำโชคของพี่สาวอีก สิบสองกับสามสิบหก... ดูท่าไอ้หน้าขาวนี่คงไปขอเคล็ดลับจากป้าหลิวมาไม่น้อย น่าสนใจแฮะ)

ได้ยินแบบนี้ จ้าวเซวียนก็เกิดความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว เขายิ้มบางๆ มองหูหนิวแล้วพูดตัดบทว่า:

"ไม่ต้องลำบากครับ ผมรีบ เอาแค่นั้นแหละ"

คำพูดห้วนๆ ของจ้าวเซวียนดึงดูดความสนใจของหูหนิวทันที แม้สายตาจะยังสบตากับจ้าวเซวียน แต่หางตาของเธอกวาดไปเห็นนิ้วทั้งสี่ของมือขวาจ้าวเซวียนที่กำลังเคาะเป็นจังหวะอยู่บนช่อดอกไม้ที่เขาอุ้มขึ้นมาจากเคาน์เตอร์

...รหัสมอร์ส!

ตอนนี้สิ่งเดียวที่จ้าวเซวียนใช้ส่งสารได้เงียบที่สุดคือรหัสมอร์ส

โชคดีที่ก่อนข้ามมิติจ้าวเซวียนสังกัดทีมสืบสวน ทักษะพิเศษต่างๆ ก็พอมีติดตัวมาบ้าง ไม่งั้นตอนนี้คงได้แต่มืดแปดด้านรอความตาย

และรหัสมอร์สนั้นส่งข่าวสารได้จริง แต่ไม่มีทางเหมือนในหนังสายลับเวอร์ๆ ที่เคาะมั่วๆ ก็ส่งเป็นประโยคยาวเหยียดได้ นั่นมันเรื่องโกหกทั้งเพ!

ขืนทำแบบนั้น นิ้วคงล็อคกันพอดี แถมอีกฝ่ายก็ใช่ว่าจะแปลออกได้ทันท่วงที

คนเราไม่ใช่ทุกคนจะมีความจำระดับอัจฉริยะหรือตรรกะแม่นยำดั่งคอมพิวเตอร์

ถ้าขาดคุณสมบัติสองข้อนี้ การจะแปลรหัสมอร์สยาวๆ สดๆ ก็เป็นเรื่องเพ้อฝัน

ข้อมูลที่จ้าวเซวียนส่งให้หูหนิวจึงมีแค่ตัวเลขสองตัวสั้นๆ: 7... 6...

ในฐานะสายลับมืออาชีพ แค่เลขสองตัวนี้ก็เกินพอที่จะเข้าใจสถานการณ์วิกฤตแล้ว

หูหนิวใจหายวาบแทบสิ้นสติ แม้จะไม่รู้ว่าจ้าวเซวียนล่วงรู้ความลับนี้ได้ยังไง แต่เธอเชื่อใจสหายร่วมอุดมการณ์คนนี้จากก้นบึ้งของหัวใจ

ดังนั้นตอนนี้ สิ่งที่หูหนิวต้องทำ คือร่วมมือกับจ้าวเซวียนตามน้ำไป หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุด คือต้องเอาชีวิตตัวเองเข้าแลกเพื่อรักษาชีวิตจ้าวเซวียนไว้

ส่วนจะเลือกทางไหน... วินาทีถัดมา หูหนิวก็ตัดสินใจได้เด็ดขาด

"คุณจ้าวคะ คุณหมายความว่ายังไงคะ? อะไรคือเอาแค่นั้นแหละ?"

"นายได้แต่งกับพี่สาวฉันก็นับว่าบุญหัวแล้ว นี่ซื้อดอกไม้ให้พี่สาวฉัน นายยังกล้าบอกว่าเอาแค่นั้นแหละเหรอ!?"

เตาย่าที่ยืนฟังอยู่โมโหจัด พุ่งตัวมาที่หน้าเคาน์เตอร์ กระชากดอกไม้ในมือจ้าวเซวียนแล้วเหวี่ยงลงพื้นอย่างแรง ก่อนจะหันไปตะคอกใส่หูหนิวอย่างเอาเรื่อง:

"นี่เถ้าแก่เเนี๊ยะ! เอาขาวสิบสอง แดงสามสิบหก ไปจัดมาใหม่เดี๋ยวนี้!"

"เงินเท่าไหร่ ฉันจ่ายเอง!"

(ไอ้พี่เขยเฮงซวย ถ้าไม่ใช่เพราะพี่สาวแต่งงานกับนายแล้ว ฉันคงไม่ลดตัวมายุ่งหรอก อย่างน้อยเอาขาวสิบสองแดงสามสิบหกกลับไป พี่สาวเห็นแล้วน่าจะอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง)

ได้ยินดังนั้น หูหนิวรีบสวมบทบาทต่อทันที:

"ขอโทษค่ะคุณหนู! ขอโทษจริงๆ เป็นความผิดของดิฉันเองที่ทำให้ทั้งสองท่านเสียเวลา จัดช่อใหม่ต้องใช้เวลาอีกสักพัก ทั้งสองท่านเชิญไปดื่มชาหรือกาแฟรอที่ห้องรับรองด้านในก่อนไหมคะ เดี๋ยวฉันจะรีบเร่งมือจัดการให้สุดฝีมือเลยค่ะ"

จ้าวเซวียนใจหล่นไปที่ตาตุ่ม หูหนิวเข้าใจความหมายของเขาไหม หรือว่ายังไม่เก็ท?

ห้องชงชานั่นคือกับดักมรณะนะโว้ย!

ขณะที่จ้าวเซวียนกำลังคิดหาทางปฏิเสธ เสียงความคิดของหูหนิวก็ดังขึ้นในหัวเขา

(อาเซวียนส่งรหัส 76... ดูท่าร้านดอกไม้คงถูกเปิดโปงแล้ว รอบๆ นี้คงเต็มไปด้วยหมาล่าเนื้อของเบอร์ 76)

(แม่หนูนี่เป็นหลานสาวคนเดียวของติงม่อฉวิน... บางทีอาจจะใช้เป็นเกราะกำบังได้ อาเซวียนน่าจะเข้าใจเจตนาของฉัน)

(ถ้าฉันไม่หนี ไม่สร้างสถานการณ์ อาเซวียนนั่นแหละที่จะถูกเปิดโปงของจริง!)

(อย่างน้อยการที่ฉันก่อเรื่องก็จะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจ ซื้อเวลาให้อาเซวียน และซื้อเวลาให้เพื่อนร่วมอุดมการณ์คนอื่นทำลายหลักฐาน... มีแต่ทางนี้ถึงจะรักษาชีวิต 'ลูกพยัคฆ์' ไว้ได้!)

จ้าวเซวียนอึ้งไปชั่วขณะ ไม่ได้ตอบคำถามหูหนิว แต่หันไปมองเตาย่าที่ยืนเท้าเอวอยู่ข้างๆ

เมื่อสบตากับจ้าวเซวียน เตาย่าก็แยกเขี้ยวใส่ พูดเสียงดุแบบเด็กเอาแต่ใจว่า:

"มองหน้าทำไมยะ? นั่งรถมาตั้งไกล ฉันคอแห้งจะแย่ พอดีเลยไปกินกาแฟฟรี นายก็เข้ามากับฉันด้วย ห้ามหนี!"

(หมอนี่ ปากแห้งแตกหมดแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะคุณหนูอย่างฉันช่างสังเกต ปล่อยให้ยืนแห้งตายไปเลย!)

พูดจบ เตาย่าก็เดินนำลิ่วไปทางห้องชงชาที่หูหนิวผายมือเชิญ จ้าวเซวียนเข้าใจแผนเสียสละของหูหนิวแล้ว จึงจำใจเดินตามเตาย่าเข้าไป

ตึกพาณิชย์ชั้นสองฝั่งตรงข้ามร้านดอกไม้ ในห้องมืดที่หน้าต่างเปิดแง้มไว้ เตาเหยียนในชุดเครื่องแบบสีเทาเขียวของหน่วยเบอร์ 76 ลดกล้องส่องทางไกลลงด้วยมือที่สั่นเทา ใบหน้าสวยเย็นชาซีดเผือก แทบไม่อยากเชื่อสายตาว่าน้องสาวสุดที่รักจะเดินเข้าไปในพื้นที่สังหาร

"หัวหน้าครับ... เลยเวลานัดมานานมากแล้ว การที่คุณหนูเล็กเข้าไปในร้าน น่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ..."

เตาเหยียนสูดหายใจลึก พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น ก่อนจะตวาดสั่งการด้วยสีหน้าอำมหิต:

"ลงมือ!"

เตาเหยียนคือหัวหน้าแผนกสื่อสาร ติงม่อฉวินระบุตัวให้เธอนำทีมปฏิบัติการครั้งนี้ด้วยตัวเองเพื่อพิสูจน์ความภักดี

ไม่อย่างนั้น คนที่มาคุมงานคงเป็นคนของแผนกปฏิบัติการที่โหดเหี้ยมกว่านี้

แต่ถึงอย่างนั้น แผนกปฏิบัติการก็ส่ง 'ฟ่านติ้งฟาง' มาเป็นรองหัวหน้าประกบเตาเหยียน

เมื่อครู่คนที่ช่วยพูดแก้ต่างให้เตาย่า ก็คือหัวหน้าทีมปฏิบัติการฟ่านติ้งฟางนั่นเอง

สิ้นเสียงคำสั่ง ฟ่านติ้งฟางถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วนำกำลังพลพร้อมอาวุธครบมือพุ่งลงไปชั้นล่าง

ร้านดอกไม้ ภายในห้องชงชา

ทันทีที่ปิดประตู หูหนิวก็ชักปืนพกออกมาเล็งไปที่จ้าวเซวียนกับเตาย่าอย่างรวดเร็ว

"กรี๊ด!!!"

เตาย่ากรีดร้องลั่นด้วยความตกใจสุดขีด หูหนิวตวาดกลับเสียงกร้าว:

"หุบปาก! ไม่งั้นแม่ยิงสมองกระจายเดี๋ยวนี้!"

จ้าวเซวียนเห็นท่าไม่ดีรีบเอาตัวบังเตาย่าไว้ พร้อมกับเอามืออุดปากเธอแน่น

"ไม่นึกเลยว่าจะยื้อมาได้ถึงตอนนี้ นึกว่าจะหนีไม่รอดแล้ว ฟ้ายังมีตาจริงๆ"

ฟังหูหนิวพึมพำกับตัวเอง จากนั้นเธอก็บังคับขู่เข็ญให้จ้าวเซวียนกับเตาย่านั่งลงบนเก้าอี้ที่ติดกัน แล้วมัดทั้งคู่ติดกันอย่างแน่นหนา มือตลบคล้องระเบิดมือที่ถอดสลักแล้วไว้ลูกหนึ่ง

เห็นฉากนี้ จ้าวเซวียนถึงกับตาเหลือก ระเบิดลูกนี้... จะเอามาวางตรงนี้จริงดิ?

จนกระทั่งระเบิดถูกยัดใส่มือจ้าวเซวียนและเตาย่า โดยให้มือของทั้งสองกุมทับกระเดื่องนิรภัยไว้ หูหนิวใช้เชือกพันมือทั้งคู่ทับอีกชั้นจนแน่น

จ้าวเซวียนถึงได้กระจ่างแจ้ง... หูหนิวแม่งเอาจริง!

ปึก!

ขณะที่เตาย่ายังขวัญผวาน้ำตานองหน้า หูหนิวก็ใช้สันมือสับเข้าที่ต้นคอจนเธอคอพับสลบเหมือดไป

"ลูกพยัคฆ์ เวลาไม่คอยท่า ตอนนี้อธิบายมากไม่ได้ จำใส่สมองไว้... จนกว่าสายข่าวคนใหม่จะติดต่อไป ให้รักษาความเงียบไว้ดั่งคนตาย"

"เห็นการแสดงของนายวันนี้ ฉันดีใจมาก... จำไว้ รักษาความเงียบ อย่าทำเก่ง!"

"วันที่ชัยชนะมาถึง... ฉันจะมารับนายกลับบ้าน!"

พูดจบ หูหนิวก็สับสันมือใส่ต้นคอจ้าวเซวียนอย่างแรงจนภาพตัดวูบ

(อาเซวียน... ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ฉันก็จะปกป้องนาย ครั้งนี้เกรงว่าคงหนีไม่พ้นแล้ว...)

นั่นคือเสียงในใจสุดท้ายของหูหนิวที่จ้าวเซวียนได้ยินก่อนสติจะดับวูบลง

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 3 - หนอนบ่อนไส้!

คัดลอกลิงก์แล้ว