- หน้าแรก
- มังกรทมิฬท้าชะตาฟ้า
- บทที่ 5 ตำนานไร้พ่าย (ตอนปลาย)
บทที่ 5 ตำนานไร้พ่าย (ตอนปลาย)
บทที่ 5 ตำนานไร้พ่าย (ตอนปลาย)
"เขาคนเดียวถึงกับทำให้ขุมกำลังที่มีผู้เล่นนับล้านไม่กล้าตอแย... แบบนั้นมันจะไม่เวอร์เกินไปหน่อยเหรอ?" โดราบีมอนเอ่ยถามอย่างลังเล ไม่ว่าใครที่ได้ยินข่าวลือเช่นนี้เป็นครั้งแรกก็คงรู้สึกว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ในโลกของเกมเสมือนจริงนั้นมีความยุติธรรมที่ค่อนข้างสัมพัทธ์ดำรงอยู่เสมอ ทุกคนมีจุดเริ่มต้นที่เหมือนกัน อยู่ในโลกใบเดียวกัน แม้จะมีความแตกต่างด้านเลเวลหรืออุปกรณ์สวมใส่ที่ทำให้เกิดช่องว่างของความแข็งแกร่ง แต่ช่องว่างนั้นจะห่างชั้นกันได้สักแค่ไหนเชียว? นี่คือโลกของเกมที่มีกฎเกณฑ์ถูกกำหนดไว้ ไม่ใช่เทพมารในจินตนาการที่จะสามารถต่อกรกับคนนับหมื่นได้ด้วยตัวคนเดียว
"ฉันกะแล้วว่านายต้องพูดแบบนี้ ถ้าฉันเป็นนายก็คงคิดแบบเดียวกัน แต่ว่า 'จักรพรรดิอสูรไร้พ่าย' หรือ 'เทียนโม่เซี่ย' ผู้นั้นเป็นข้อยกเว้น... ความเป็นอสูรของเขาน่ะ เดี๋ยวฉันจะยกตัวอย่างวีรกรรมที่เขาเคยทำไว้ให้ฟังคร่าวๆ ก็แล้วกัน"
"ผู้เล่นทุกคนย่อมมีอาชีพที่ตนเองชื่นชอบและเหมาะสมที่สุด แม้จะเปลี่ยนเกมไปเล่นเกมอื่น แต่อาชีพที่เลือกก็มักจะไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะพวกยอดฝีมือที่แสวงหาจุดสูงสุดของความแข็งแกร่ง พวกเขามักจะเลือกอาชีพที่เข้ามือที่สุดเสมอ... แต่เทียนโม่เซี่ยเป็นข้อยกเว้น และนี่ก็เป็นหนึ่งในความแปลกประหลาดของเขา"
"สามปีก่อน ในเกมที่ชื่อว่า 'คงจี้' เขาเลือกเล่นอาชีพนักฆ่า และในเกมนั้นเองที่ชื่อเสียงของเขาทำให้คนทั่วโลกต้องสั่นสะเทือน วีรกรรมใหญ่ๆ ที่เขาก่อไว้ในคงจี้นั้นมีมากมายนับไม่ถ้วน ครั้งหนึ่ง หัวหน้ากิลด์พันธมิตรหมาป่าโลหิตเกิดมีเรื่องขัดแย้งกับเทียนโม่เซี่ย ผลคือถูกเทียนโม่เซี่ยสังหารทิ้งโดยใช้เวลาไม่ถึงห้าวินาที หากเป็นคนที่รู้ความ เรื่องก็ควรจะจบลงแค่นั้น แต่หัวหน้ากิลด์คนนั้นกลับผูกใจเจ็บ ผ่านไปไม่กี่วันก็ส่งยอดฝีมือในกิลด์หลายร้อยคนไปรุมล้อมปราบเทียนโม่เซี่ย... ผลปรากฏว่าผู้เล่นหลายร้อยคนนั้นทำอะไรเทียนโม่เซี่ยไม่ได้เลย มิหนำซ้ำยังถูกฆ่าตายไปถึงครึ่งหนึ่ง"
"หลังจากวันนั้น หัวหน้ากิลด์คนดังกล่าวถูกเทียนโม่เซี่ยลอบสังหารไปทั้งสิ้นเจ็ดสิบสองครั้ง ไม่ว่าเวลาไหน ไม่ว่าจะหนีไปที่ใด หรือจะมีคนคุ้มกันอยู่รอบกายมากเพียงไร ตราบใดที่เขาออนไลน์ เขาไม่เคยรอดพ้นการลอบสังหารของเทียนโม่เซี่ยไปได้เลย ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือน เทียนโม่เซี่ยไล่ฆ่าหัวหน้ากิลด์พันธมิตรหมาป่าโลหิตจนเลเวลลดลงไปต่ำกว่าสิบ และถูกระบบส่งกลับไปยังหมู่บ้านมือใหม่ แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น ทันทีที่หัวหน้ากิลด์ก้าวเท้าออกจากหมู่บ้านมือใหม่แม้แต่ก้าวเดียว ก็จะถูกเทียนโม่เซี่ยฆ่าส่งกลับไปทันที ในท้ายที่สุด หัวหน้ากิลด์คนนั้นก็ไม่เคยปรากฏตัวในเกมคงจี้อีกเลย และพันธมิตรหมาป่าโลหิตก็ล่มสลายไปโดยปริยาย"
"สองปีก่อน เกม 'ฉิงเทียน' โด่งดังไปทั่วโลก คราวนี้เทียนโม่เซี่ยเลือกเล่นอาชีพโล่พิทักษ์ โดยปกติแล้วอาชีพนี้จะมีพลังป้องกันสูงแต่พลังโจมตีต่ำ ทว่าเทียนโม่เซี่ยกลับมีพลังโจมตีและพลังป้องกันที่แข็งแกร่งมหาศาลทั้งคู่ ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ อาชีพโล่พิทักษ์ควรจะเป็นอาชีพที่เคลื่อนไหวช้าที่สุด แต่ความคล่องตัวของเขากลับเหนือกว่านักฆ่าเสียอีก เมื่อพลังโจมตี พลังป้องกัน และความรวดเร็วมารวมอยู่ในร่างเดียว เทียนโม่เซี่ยจึงถูกผู้เล่นในฉิงเทียนยุคนั้นเรียกว่าเป็นตัวบั๊กของเกม"
"ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ... น่าจะเป็นช่วงที่เกมเปิดมาได้ครึ่งปี สองขั้วอำนาจใหญ่ในขณะนั้นคือกิลด์ใบไม้แดงกับหอวิญญาณรบกำลังทำสงครามชิงเมืองครั้งใหญ่ กิลด์ใบไม้แดงที่เป็นฝ่ายป้องกันเมืองกำลังตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด ตอนนั้นเทียนโม่เซี่ยบังเอิญผ่านมา... ย้ำว่าแค่บังเอิญผ่านมา แล้วเขาก็ยกดาบกับโล่กระโดดเข้าร่วมทีมป้องกันเมือง การเข้าร่วมของเขาทำให้กองทัพผู้เล่นส่วนใหญ่ของหอวิญญาณรบปั่นป่วนวุ่นวายทันที จากที่เคยได้เปรียบกลับกลายเป็นเสียเปรียบ กองหน้าที่บุกตะลุยถูกตีจนถอยร่นไม่เป็นกระบวน จนในที่สุดก็หมดใจจะสู้และต้องถอยทัพกลับไป เทียนโม่เซี่ยเพียงคนเดียวสามารถพลิกสถานการณ์ของสงครามที่มีผู้เล่นเข้าร่วมถึงสองหมื่นคนได้หน้าตาเฉย... ภายหลัง เขาเพียงแค่พูดกับหัวหน้ากิลด์ใบไม้แดงด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า ที่เขาลงมือช่วยก็เพราะรู้สึกว่าชื่อกิลด์ใบไม้แดงดูแล้วเจริญหูเจริญตาดี ก็แค่นั้นเอง"
"หลังจากนั้นหอวิญญาณรบก็ฉลาดพอที่จะไม่ไปหาเรื่องเทียนโม่เซี่ยอีก นิสัยของเทียนโม่เซี่ยนั้นขึ้นชื่อเรื่องความแปลกประหลาดและเอาแน่เอานอนไม่ได้ เขาทำอะไรไม่เคยต้องการเหตุผล การที่เขาช่วยกิลด์ใบไม้แดงไม่ได้แปลว่าเขามีมิตรไมตรีด้วย และไม่ได้แปลว่าเขามีความแค้นกับหอวิญญาณรบ คาดว่าพอถึงวันรุ่งขึ้นเขาก็คงลืมเรื่องนี้ไปจนหมดสิ้น แต่ถ้าหอวิญญาณรบไปตอแยเทียนโม่เซี่ย นั่นแหละถึงจะเป็นการสร้างความแค้นของจริง และคนหรือกลุ่มอิทธิพลที่มีความแค้นกับเขานั้น... จะต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางนรกทั้งเป็นทุกๆ วัน"
"และในเกม 'ซื่อเสิน' เทียนโม่เซี่ยก็เปลี่ยนไปเล่นอาชีพเรนเจอร์ หกเดือนก่อน ฝูงมอนสเตอร์บุกโจมตีเมืองเล็กๆ ที่ชื่อลั่วเยียน เทียนโม่เซี่ยใช้ธนูเพียงคันเดียวยืนหยัดป้องกันทิศตะวันออกของเมืองไว้ได้ โดยไม่ยอมให้มอนสเตอร์แม้แต่ตัวเดียวย่างกรายเข้าไปในเมือง สามเดือนก่อน มีบอสระดับลอร์ดปรากฏตัวขึ้นที่ป่ารื่อเย่าทางทิศเหนือ ผู้เล่นจากกองกำลังเดียวกันสามร้อยคนกำลังต่อสู้กับบอสอย่างยากลำบาก แต่โชคร้ายที่เทียนโม่เซี่ยเดินผ่านไปแถวนั้นพอดี ได้ยินว่าเขายืนดูอยู่ข้างๆ อยู่นานสองนาน จากนั้นก็ลงมือแย่งชิงสิทธิ์การครอบครองบอสตัวนั้นไปจากผู้เล่นนับร้อยด้วยตัวคนเดียว ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของผู้เล่นเหล่านั้น เขาเก็บไอเทมทุกชิ้นที่ดรอปจากบอสแล้วเดินจากไปอย่างสบายใจ การตะลุมบอนครั้งนั้นถูกผู้เล่นคนหนึ่งอัดคลิปวิดีโอไว้ได้และสร้างความฮือฮาไปพักใหญ่ การเคลื่อนที่อันรวดเร็วและการตัดสินใจที่น่าทึ่งของเทียนโม่เซี่ยในคลิปนั้นทำให้ผู้คนต่างพากันยกย่องว่าเขาคือเทพธนูจุติ ตลอดการต่อสู้ เทียนโม่เซี่ยไม่ปล่อยให้บอสระดับลอร์ดตัวนั้นแตะต้องตัวเขาได้แม้แต่ปลายก้อย ส่วนผู้เล่นสามร้อยคนนั้นกลับกลายเป็นโล่เนื้อเคลื่อนที่ช่วยรับการโจมตีจากบอส ภายใต้การคำนวณและล่อหลอกอันแม่นยำของเขา"
"ตำนานของเขามีมากมายจนเล่าไม่หมด แต่ก็เหมือนกับ 'เสวี่ยยาวยั่ว' หรือจันทร์โลหิตปีศาจ จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าหน้าตาที่แท้จริงของเขาเป็นอย่างไร หรือตัวจริงในโลกแห่งความเป็นจริงคือใคร แม้แต่เครือข่ายข่าวกรองที่หนาแน่นของกิลด์ใหญ่ๆ ก็ยังสืบหาเบาะแสไม่ได้เลย"
โดราบีมอนอ้าปากค้าง ฟังเรื่องเล่าของโดราเอมอนด้วยความตะลึงงัน ราวกับกำลังฟังตำนานเทพนิยายเพ้อฝันเรื่องหนึ่ง
เวลาสิบเอ็ดโมงตรง
เย่เทียนเซี่ยเปิดฝากระป๋องผลไม้ขนาดใหญ่ แล้วเงยหน้าเทผลไม้ลงคอแทบจะในทันทีโดยแทบไม่ได้เคี้ยว จากนั้นก็โยนกระป๋องสังกะสีทิ้งไปส่งๆ มันลอยละลิ่วเป็นเส้นโค้งที่ไม่ได้ดูสวยงามนัก ก่อนจะตกลงพื้นเสียงดัง 'เคร้ง' รอบกายของเขาเต็มไปด้วยขวดและกระป๋องเปล่านานาชนิดวางระเกะระกะ ทำให้อากาศในห้องมีกลิ่นแปลกๆ ที่ไม่น่าพิสมัย
นี่คือวิธีทานมื้อเที่ยงของเย่เทียนเซี่ย ห้องของเขารกมาก ผ้าห่มไม่เคยถูกพับแม้แต่ครั้งเดียว ห้องนั่งเล่นมีสภาพไม่ต่างจากกองขยะ ใครจะไปคาดคิดว่าภายในวิลล่าที่หรูหราอลังการ จะมีสภาพภายในที่เละเทะได้ถึงเพียงนี้ แต่เย่เทียนเซี่ยชินชากับทุกสิ่งในที่แห่งนี้ไปเสียแล้ว สำหรับเขา ที่นี่เป็นเพียงสถานที่สำหรับซุกหัวนอน จะสกปรกหรือรกแค่ไหน... มันสำคัญด้วยหรือ?
เขากดรีโมตเปิดโทรทัศน์ ถ้าจำไม่ผิด อีกหนึ่งชั่วโมงก่อนเกม 'เดสทินี' จะเปิดให้บริการ จะมีการแถลงข่าวครั้งสุดท้ายของ 'เทียนไว่กรุ๊ป' ผู้ให้บริการเกม เขาไม่อยากพลาดข่าวนี้
บนหน้าจอปรากฏภาพชายชราผมขาวที่คนทั่วโลกรู้จักกันดี ดูจากภายนอกอายุอานามน่าจะเกินแปดสิบปีแล้ว ท่าทางอ่อนโยนและมีเมตตา เขาคือ 'พรอส' ประธานกลุ่มบริษัทเทียนไว่ และยังเป็นหัวหน้าทีมพัฒนาเกมเดสทินี... ความจริงที่ทำให้คนทั่วโลกต้องตกตะลึงก็คือ ผู้พัฒนาเกมเดสทินีมีเพียงแค่สองคนเท่านั้น หนึ่งคือเขา และอีกคนมีชื่อว่า 'อัลฟ่า' ส่วนผู้มีส่วนร่วมคนอื่นๆ ทำหน้าที่เพียงแค่ผลิต ขนส่ง และแจกจ่ายอุปกรณ์เกมเท่านั้น
และยังมีอีกความจริงที่น่าตื่นตะลึงยิ่งกว่า คือ 'อัลฟ่า' เป็นมนุษย์ต่างดาว... มนุษย์ต่างดาวตัวจริงเสียงจริง ตัวตนของเขาได้รับการยืนยันและพิสูจน์จากรัฐบาลทุกประเทศทั่วโลก และสถานะนี้ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกมเดสทินีสร้างความสั่นสะเทือนได้มหาศาลขนาดนี้ แต่นั่นก็เป็นเพียงเหตุผลหนึ่งเท่านั้น
แม้ในการโปรโมตเกมจะระบุชัดเจนว่าเป็นเทคโนโลยีจากต่างดาวที่ล้ำหน้าโลกไปถึงเจ็ดร้อยปี แต่ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนก็ยังคงสงสัยว่า พรอสใช้วิธีการใดกันแน่ ถึงสามารถขยายอิทธิพลของเกมนี้ไปได้ถึงระดับที่น่าหวาดหวั่นเช่นนี้... ธนาคารใหญ่ระดับโลกสิบแห่งร่วมมือกันสนับสนุน บริษัทเกมเสมือนจริงยักษ์ใหญ่เจ็ดแห่งของโลกประกาศเปลี่ยนแนวธุรกิจ รัฐบาลของทุกประเทศทั่วโลกพร้อมใจกันผลักดันอย่างเต็มที่... ทุกสิ่งล้วนเป็นเกียรติยศที่เกมในอดีตไม่เคยได้รับมาก่อน