- หน้าแรก
- ความลับแตก เมื่อทายาทจอมเป๊ะรู้ทันความคิด
- บทที่ 8 ตัวท็อป เพดานบิน และเครื่องบินขับไล่
บทที่ 8 ตัวท็อป เพดานบิน และเครื่องบินขับไล่
บทที่ 8 ตัวท็อป เพดานบิน และเครื่องบินขับไล่
บทที่ 8 ตัวท็อป เพดานบิน และเครื่องบินขับไล่
และแล้ว 'การทรมาน' ของซูเสี่ยวอวี้ก็เริ่มต้นขึ้น
วันรุ่งขึ้น เมื่อเซียวจิ่งเฮิงมาถึงเรือนจินซิ่ว เขาก็เห็นนางยืนตัวแข็งทื่อราวกับท่อนไม้ ร่างกายเกร็งเขม็ง สายตามองตรงไปข้างหน้า แม้แต่ลมหายใจยังดูระมัดระวังเป็นพิเศษ
เซียวจิ่งเฮิงขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว
เวลานั้น เซียวหลิงซีรีบก้าวเข้ามาเสนอหน้าเอาความชอบ "ท่านพี่ ข้ากำลังสอนกฎระเบียบให้ซูเสี่ยวอวี้อยู่เจ้าค่ะ ดูนางสิ ดูสุขุมเยือกเย็นกว่าตอนเพิ่งมาถึงตั้งเยอะใช่ไหมเจ้าคะ?"
【'สุขุม' กับผีน่ะสิ! นี่ยายคุณหนูเห็นฉันเป็นทหารญี่ปุ่นหรือไง ยืนตรงเคารพธงชาติอยู่นั่นแหละ? เท้าฉัน คอฉัน เอวฉัน... ร้าวไปหมดแล้ว!】
ขณะที่ในใจกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ซูเสี่ยวอวี้กลับยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยตามมาตรฐาน ไม่กล้าแม้แต่จะกระพริบตาถี่เกินไป
【อดทนไว้ซูเสี่ยวอวี้ ฮึบเข้าไว้ อีกเดี๋ยวก็ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว】
【ฉันจะมาล้มพับไปตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นห่านย่างมื้อเย็นอดกินแน่ๆ แผล็บ!】
สายตาของเซียวจิ่งเฮิงกวาดผ่านร่างที่ยืนตัวแข็งของซูเสี่ยวอวี้อย่างเย็นชา ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้า 'รอคำชม' ของเซียวหลิงซี เขาก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้ทันที
"อืม ท่าทางดูสง่าผ่าเผยขึ้นจริง"
จากนั้น น้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนไป "ดูเหมือนช่วงนี้เจ้าจะมีความเข้าใจในบท 'ความสำรวม' ของตำรากุลสตรีอย่างลึกซึ้ง เช่นนั้นวันนี้เจ้าจงคัดลอกบทนั้นจากความทรงจำมาส่งข้าสิบจบก่อนอาหารเย็น ข้าคิดว่า... คงช่วยให้เจ้าสงบจิตสงบใจได้ดีทีเดียว"
เซียวหลิงซี: "..."
รอยยิ้มกระหยิ่มใจบนใบหน้าของนางแข็งค้างไปทันที
ทำไมรู้สึกเหมือนท่านพี่กำลังแกล้งนางอยู่เลยนะ?
แต่นางไม่มีหลักฐาน
ท้ายที่สุด ภายใต้แรงกดดันของเซียวจิ่งเฮิง เซียวหลิงซีก็ห่อเหี่ยวลงราวกับมะเขือม่วงที่โดนน้ำค้างแข็ง ตอบรับเสียงอ่อย "เจ้าค่ะ... ท่านพี่"
นางหันไปมองซูเสี่ยวอวี้ กำลังจะอ้าปากสั่งให้ไปเตรียมแท่นหมึกพู่กัน ก็ได้ยินเสียงของพี่ใหญ่ดังแทรกขึ้นมาอีกครั้ง
"น้ำชาหมดแล้ว เจ้าไปชงกาใหม่มา"
"จำไว้ว่าต้องใช้น้ำที่เพิ่งต้มเดือดใหม่ๆ เท่านั้น"
ประโยคนี้เขากล่าวกับซูเสี่ยวอวี้
ซูเสี่ยวอวี้ตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนที่ความปิติยินดีจะระเบิดขึ้นในใจ 【ชงชา! ต้มน้ำใหม่! เยี่ยมไปเลย! ในที่สุดฉันก็ออกจาก 'ลานประหาร' นี้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเสียที ซื่อจื่อ วันนี้ท่านคือพระโพธิสัตว์เดินดินมาโปรดสัตว์ชัดๆ!】
"เจ้าค่ะ ซื่อจื่อ"
ซูเสี่ยวอวี้รีบย่อกายคารวะ แล้วซอยเท้าถอยฉากออกมาอย่างรวดเร็วด้วยความดีใจ
อาจเป็นเพราะตื่นเต้นเกินไป หรืออาจเป็นเพราะยืนนานจนลืมไปว่าขาทั้งสองข้างยังชาหนึบ
ทันทีที่ก้าวเท้าซ้ายออกไป ขาเจ้ากรรมก็อ่อนยวบ นางเสียหลักถลาหน้าทิ่มลงพื้นทันที—
จบกัน! ขายขี้หน้าประชาชีแน่คราวนี้!
นางหลับตาปี๋ด้วยความสิ้นหวัง เตรียมใจรับจูบอันดูดดื่มจากพื้นดิน
ทว่า ความเจ็บปวดที่คาดว่าจะได้รับกลับมาไม่ถึง
ในวินาทีที่หน้ากำลังจะทิ่มพื้น ฝ่ามือใหญ่ที่มั่นคงและทรงพลัง เห็นข้อนิ้วชัดเจน ก็คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของนางอย่างแม่นยำ แล้วออกแรงดึงรั้งไว้ทันท่วงที!
ซูเสี่ยวอวี้รู้สึกว่าร่างเบาหวิวขึ้น เมื่อถูกพยุงไว้ด้วยขุมพลังอันแข็งแกร่ง
กลิ่นหอมจางๆ ของหมึกพู่กัน ผสมผสานกับกลิ่นอายบุรุษเพศอันเป็นเอกลักษณ์ ลอยแตะจมูก
นางลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือใบหน้าหล่อเหลาของเซียวจิ่งเฮิงที่อยู่ใกล้แค่คืบ พร้อมด้วยคิ้วเข้มที่ขมวดมุ่นเล็กน้อย
ระยะห่างระหว่างทั้งสองใกล้กันมาก มือของเขายังคงจับต้นแขนของนางไว้แน่น ผ่านเนื้อผ้าบางเบาของชุดฤดูร้อน นางสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากฝ่ามือของเซียวจิ่งเฮิงอย่างชัดเจน
สมองของซูเสี่ยวอวี้ขาวโพลนไปชั่วขณะ นางจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาระดับทำลายล้างตรงหน้าตาค้าง ความคิดในใจวิ่งพล่านราวกับตัวหนังสือบนหน้าจอ
【พระเจ้า! ซื่อจื่อหล่อวัวตายควายล้ม... ผิวพรรณนั่นยังละเอียดกว่าผู้หญิงอย่างฉันอีกมั้ง?】
【ถ้าอยู่ในยุคปัจจุบัน เขาต้องเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับท็อปแน่ๆ!】
【สมแล้วที่เป็นพระเอกนิยาย... เบ้าหน้าฟ้าประทานแบบนี้ รัศมีแบบนี้ มันคือที่สุดของแจ้ คือเพดานบิน คือเครื่องบินขับไล่ชัดๆ!】
มือของเซียวจิ่งเฮิงที่จับแขนซูเสี่ยวอวี้อยู่ชะงักกึก
ตัวท็อป?
เครื่องบินขับไล่?
ศัพท์แสงไร้สาระอะไรของนางกัน?
เขาเพียงแค่ยื่นมือออกไปตามสัญชาตญาณ แค่ต้องการช่วยพยุงไม่ให้นางล้ม แต่ไม่คิดเลยว่าทั้งสองจะอยู่ใกล้กันขนาดนี้
ใกล้จนมองเห็นขนอ่อนเส้นเล็กๆ บนแพขนตาของนาง ใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่สมุนไพรจากเรือนผม
เขายังรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่ถี่กระชั้นเล็กน้อยจากความตกใจของนาง ที่ปัดผ่านข้อมือของเขา นำพาความรู้สึกคันยุบยิบในหัวใจอย่างน่าประหลาด
สัมผัสใต้ฝ่ามือละเอียดอ่อนกว่าที่จินตนาการไว้
เสื้อผ้าฤดูร้อนนั้นบางเบา เขาราวกับสัมผัสได้ถึงท่อนแขนเรียวเล็กภายใต้ร่มผ้า รวมถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งตัวขึ้นเล็กน้อยเพราะความประหม่า
เหมือนสัตว์ตัวเล็กๆ ที่ขดตัวด้วยความตื่นตระหนก ทำให้คนไม่อาจหักใจลงแรงบีบ เพราะกลัวจะทำให้นางเจ็บ
เมื่อเขาก้มลงมอง ก็สบเข้ากับดวงตาที่เหม่อลอยเล็กน้อยของซูเสี่ยวอวี้พอดี ดวงตาคู่นั้นใสกระจ่างอยู่แล้ว และในยามนี้ เพราะระยะที่ใกล้ชิด รูม่านตาของนางจึงขยายกว้างขึ้นเล็กน้อย ราวกับบรรจุดวงดาวพราวระยับไว้ภายใน
มีความไร้เดียงสาเจือปน และมีความหลงใหลแฝงอยู่จางๆ
"ระวังหน่อย"
น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำลงเล็กน้อย ราวกับแฝงความผิดปกติบางอย่างที่ยากจะสังเกตเห็น
หลังจากซูเสี่ยวอวี้ได้สติ นางก็ดีดตัวถอยหลังออกไปครึ่งก้าวราวกับถูกของร้อน แก้มทั้งสองข้างขึ้นสีระเรื่อ
"ข...ขอบพระคุณเจ้าค่ะซื่อจื่อ บ่าว... บ่าวเสียมารยาทแล้ว"
เซียวจิ่งเฮิงชักมือกลับด้วยท่าทีสงบนิ่ง สัมผัสนุ่มนิ่มและบอบบางนั้นดูเหมือนจะยังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายนิ้ว
เขายืนเอามือไพล่หลัง กลับคืนสู่ท่าทีเย็นชาตามปกติ แล้วโบกมือไล่เป็นเชิงอนุญาตให้ซูเสี่ยวอวี้ไปได้
ซูเสี่ยวอวี้รู้สึกเหมือนได้รับอภัยโทษครั้งใหญ่ นางกัดฟันทนความปวดเมื่อยที่ขา แล้วค่อยๆ ลากสังขารเดินกระย่องกระแย่งออกจากเรือนไปทีละก้าว
ด้านข้าง เซียวหลิงซีที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ ยืนอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปวางไขได้
ท่านพี่... ถึงกับลงมือพยุงสาวใช้ด้วยตัวเองเลยหรือ?!
ฟ้าถล่มดินทลายแล้ว!
เซียวจิ่งเฮิงหันกลับมา กวาดสายตาเรียบเฉยมองเซียวหลิงซีที่กำลังตื่นตะลึง เขาไม่อธิบายสิ่งใด เพียงแค่เอ่ยเสียงเรียบว่า:
"ยังยืนบื้ออยู่ทำไม? ไปคัดหนังสือสิ"
เซียวหลิงซีสะดุ้งโหยง รีบก้มหน้าลงซ่อนความปั่นป่วนในใจ... นับจากนั้นเป็นต้นมา เซียวหลิงซีก็ไม่กล้าหาเรื่องซูเสี่ยวอวี้ซึ่งๆ หน้าอีกเลย
นางเห็นปฏิกิริยาของพี่ใหญ่ชัดเจน นั่นไม่ใชาท่าทีที่เจ้านายควรมีต่อสาวใช้ธรรมดาๆ อย่างแน่นอน!
นางกลัวว่าหากนางยังคงก่อเรื่องวุ่นวายต่อไป พี่ใหญ่จะ 'ฆ่าปิดปาก' น้องสาวแท้ๆ อย่างนางเพื่อปกป้องซูเสี่ยวอวี้
แม้พี่ใหญ่จะไม่เคยตบตีด่านาง แต่สายตาเย็นยะเยือกและการลงโทษด้วยการบ้านกองโตนั้น ทรมานยิ่งกว่าโดนไม้เรียวเสียอีก!
แต่จะให้นางกลืนความคับแค้นนี้ลงคอ แล้วทนดูซูเสี่ยวอวี้ลอยหน้าลอยตาอยู่ใต้จมูก นางก็ทำใจยอมรับไม่ได้จริงๆ
"เฮ้อ!"
เซียวหลิงซีฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ถอนหายใจอย่างหมดอาลัยตายอยาก
"ไม่มีวิธีจัดการนังเด็กนั่นจริงๆ หรือเนี่ย? ท่านแม่ก็ไม่เชื่อข้า พี่ใหญ่ก็เข้าข้างนาง... การเป็นคุณหนูแห่งจวนโหวนี่มันน่าอึดอัดใจชะมัด"
"คุณหนูเจ้าคะ นี่เป็นการถอนหายใจครั้งที่ 108 ของเช้านี้แล้วนะเจ้าคะ"
จื่อซูยกถ้วยชาร้อนเข้ามาส่งให้อย่างระมัดระวัง พลางเอ่ยเตือนสติ:
"ถ้าคุณหนูจนปัญญาจริงๆ อีกไม่กี่วันคุณชายรองก็จะกลับมาแล้ว ทำไมไม่ลองปรึกษาคุณชายรองดูล่ะเจ้าคะ!"
เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาของเซียวหลิงซีก็เปล่งประกายวาววับขึ้นมาทันที!
ใช่แล้ว! นางลืมพี่รองไปได้อย่างไร?
พี่รอง 'เซียวจิ่งเซวียน' ...นั่นคือมิตรภาพแห่งการปฏิวัติ เป็น 'คู่หูร่วมก่อการ' ที่สร้างวีรกรรมด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก! พวกเขาคือคู่หู 'ราชาปีศาจกลับชาติมาเกิด' แห่งเมืองหลวง ที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วกัน และยังเป็นผู้ที่ต้องร่วมกันรับมือกับ 'อสนีบาตฟาดฟัน' จากพี่ใหญ่มาด้วยกัน
พวกเขาคือ 'สองพี่น้องผู้ร่วมชะตากรรม' ที่เหนียวแน่นที่สุด!
ที่สำคัญที่สุด เซียวจิ่งเซวียนมีแผนการชั่วร้ายในหัวเยอะมาก และเขาก็เคารพรักปนหวาดกลัวพี่ใหญ่เหมือนกับนางไม่มีผิด
ท่านแม่ไม่เชื่อนาง แต่พี่รองผู้ซึ่งทนทุกข์ทรมานจาก 'การกดขี่' ของพี่ใหญ่มาอย่างโชกโชน ย่อมต้องเข้าใจหัวอกนางและเชื่อในการตัดสินใจของนางแน่นอน!
"ถูกต้อง! ต้องไปหาพี่รอง!"
จิตวิญญาณของเซียวหลิงซีลุกโชนขึ้นมาทันที นางลุกขึ้นยืนพรวดพราด ราวกับเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
"พี่รองต้องมีวิธีจัดการนังซูเสี่ยวอวี้แน่ๆ และเขาจะต้องช่วยข้าอย่างแน่นอน"
"จื่อซู รีบไปสืบดูซิว่าพี่รองจะมาถึงวันไหนกันแน่? ข้าจะไปรอรับด้วยตัวเอง"
เซียวหลิงซีออกคำสั่งอย่างร้อนรน สัญญาณแห่งการตอบโต้กลับกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว!