เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 การเปลี่ยนแปลง

บทที่ 47 การเปลี่ยนแปลง

บทที่ 47 การเปลี่ยนแปลง 


ภายในห้องฝึกซ้อมเฉินชวนเริ่มต้นการฝึกวิชาลมหายใจอีกครั้ง

แต่วันนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆอย่างสิ้นเชิง ลมหายใจของเขาประสานกับร่างกายได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มีความรู้สึกติดขัดเหมือนที่ผ่านมา ทุกอย่างไหลลื่นและราบรื่น

อย่างไรก็ตามนี่ยังไม่ถือเป็นความสำเร็จที่แท้จริง เพราะร่างกายของเขายังไม่เกิดแรงสั่นสะเทือนจากพลังงานภายในเหมือนที่เฉิงจื่อทงเคยแสดงให้ดู

เขาพยายามระลึกถึงสิ่งที่รู้สึกในวันนั้น ตอนที่เฉิงจื่อทงนำทางให้ สภาวะพลังงานดูเหมือนจะเริ่มจากจุดหนึ่งในร่างกายแล้วค่อยๆดึงส่วนอื่นให้สั่นสะเทือนไปตามกันจนกระจายไปทั่วร่าง และในท้ายที่สุดก็ก่อให้เกิดการสั่นสะเทือนร่วมกันของเนื้อเยื่อกลายพันธุ์และร่างกายทั้งหมด

จุดนั้นเองคือ "จุดพลังลมหายใจ"เป็นต้นกำเนิดของพลังลมหายใจ อาศัยพลังหนึ่งจุดเพื่อขับเคลื่อนลมหายใจทั้งร่าง

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเฉิงจื่อทงไม่เคยอธิบายเรื่องนี้โดยตรง แต่จากประสบการณ์ที่ได้รับในวันนั้น เขาสามารถเข้าใจได้เองโดยสัญชาตญาณ ซึ่งสิ่งที่ตระหนักได้ด้วยตัวเองนี้กลับลึกซึ้งและทรงพลังยิ่งกว่าคำอธิบายใดๆ

อย่างไรก็ตามการเข้าใจเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การทำให้สำเร็จเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

เขามองไปที่ "ตัวตนที่สอง" ทุกครั้งที่นำทางลมหายใจ สัญญาณของการแปรเปลี่ยนก็ปรากฏขึ้นเป็นจุดเลือนรางมากมาย แต่มันกระจัดกระจายไร้ระเบียบ

นี่หมายความว่า แม้การหายใจของเขาจะสามารถกระตุ้นร่างกายได้ แต่ยังคงกระจัดกระจายไม่มีแบบแผนที่แน่นอน วิชาลมหายใจเร่งพลังแฝง อาจจะแตกต่างจากวิชาลมหายใจพื้นฐาน แต่ก็ต้องเป็นกระบวนการที่เป็นหนึ่งเดียวกันทั้งหมด

สิ่งที่แตกต่างก็คือวิชาลมหายใจพื้นฐานนั้นเพียงแค่ควบคุมพลังงานในร่างกาย แต่สำหรับวิชานี้ต้องอาศัย "จุดพลังลมหายใจ" เป็นจุดเริ่มต้น แล้วค่อยๆขยายออกไปเพื่อเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกัน

เฉินชวนจำได้ว่าเฉิงจื่อทงเริ่มต้นจากตำแหน่งตันเถียน ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการปล่อยพลังงานในอนาคต

อย่างไรก็ตามเขาคิดว่านี่ไม่ใช่กฎตายตัว เพราะแต่ละคนแตกต่างกันไป และทุกตำแหน่งในร่างกายสามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนพลังงานได้ เขาเชื่อว่าหากสามารถกำหนดจุดเริ่มต้นของตัวเองได้ก็จะไม่ถูกจำกัดในอนาคต

ดังนั้น เขาตัดสินใจเริ่มต้นจากตันเถียนก่อน เพราะตำแหน่งนี้ค่อนข้างง่ายสำหรับเขา อีกทั้งเขายังสามารถใช้ “ตัวตนที่สอง” เป็นแนวทางในการปรับแต่งและแก้ไขได้

เขาค่อยๆนำทางลมหายใจขยายการควบคุมออกไปทีละส่วน ในช่วงแรกการสั่นสะเทือนยังไม่รุนแรง แต่เมื่อการหายใจดำเนินไปเรื่อยๆพลังงานก็เริ่มแผ่ขยายออกไปอย่างเป็นระบบ

เฉิงจื่อทงนั่งดูอยู่ด้านข้างพลางจิบชาจากแก้วเก็บความร้อน แต่เมื่อเห็นพัฒนาการของเฉินชวนเขาก็รีบตั้งตัวตรงขึ้นและจ้องมองอย่างตั้งใจ

เฉินชวนใช้ตันเถียนเป็นจุดพลังลมหายใจในการกระตุ้นทั้งร่าง แต่เขาไม่หยุดแค่นั้น เขาพยายามเปลี่ยนจุดเริ่มต้นไปยังส่วนอื่นๆของร่างกายด้วย เพราะสามารถอาศัย “ตัวตนที่สอง” เป็นแนวทางในการปรับจุดพลังลมหายใจของตัวเอง

กระบวนการนี้ดำเนินไปได้อย่างราบรื่น เพราะเขาสามารถควบคุมร่างกายได้แม่นยำมากขึ้น หลังจากทำสำเร็จหนึ่งจุด เขาก็ทดลองกับจุดต่อไปทันที

เมื่อจุดพลังลมหายใจเพิ่มขึ้น และเนื้อเยื่อกลายพันธุ์ถูกกระตุ้นมากขึ้น พวกมันก็เริ่มตอบสนองและสั่นสะเทือนร่วมกัน ทำให้เกิดจังหวะที่เป็นเอกลักษณ์ในการหายใจ

เฉิงจื่อทงที่สังเกตดูอยู่นั้นถึงกับลุกขึ้นยืนอย่างตกใจ จากนั้นก็เดินเข้ามาใกล้วางมือบนหลังของเฉินชวนและผ่อนคลายร่างกายเพื่อสัมผัสถึงพลังงาน

เพียงครู่เดียวร่างกายของเขาก็ถูกดึงเข้าสู่จังหวะสั่นสะเทือนของเฉินชวนโดยไม่รู้ตัว

เขาจ้องมองเฉินชวนพลางคิดในใจอย่างตื่นตะลึง

“นี่เขาค้นพบ ‘การแปรเปลี่ยน’ ด้วยตัวเองอย่างงั้นเหรอ? ไม่เลวเลย…ยอดเยี่ยมจริงๆ”

เขาไม่ได้รบกวนอีกต่อไป เพียงแค่ถอยหลังไปสองก้าวแล้วเฝ้าดูด้วยความอดทน

วันนั้นผ่านไปโดยไม่รู้ตัว

เฉินชวนฝึกฝนวิชาลมหายใจจนจบ รู้สึกว่าทั่วร่างสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าท้องฟ้าด้านนอกกลายเป็นสีส้มของยามเย็นเสียแล้ว

เขาถึงกับชะงักไปเล็กน้อย

“นี่มันดึกขนาดนี้แล้วเหรอ?”

ในตอนนั้นเองเสียงของเฉิงจื่อทงดังขึ้น

“เก่งมาก นายทำได้ดีจริงๆ ตอนนี้ฉันสามารถบอกได้ว่านายฝึกฝนวิชาลมหายใจเร่งพลังแฝงได้ในระดับต้นแล้ว”

เฉินชวนหันไปมอง

“อาจารย์เฉิง?” เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะโค้งตัวเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า

“ขอบคุณอาจารย์ที่ช่วยดูแลผม”

ตลอดเวลาที่เขาฝึกฝนวิชาลมหายใจ เฉิงจื่อทงอยู่ที่นี่ทุกครั้ง และครั้งนี้ก็เช่นกันตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ เขารู้สึกขอบคุณอาจารย์อย่างมาก

เฉิงจื่อทงหัวเราะเบาๆ

“ตั้งแต่นายเริ่มฝึกจนถึงวันนี้ก็ครบเก้าวันพอดี เก้าวันที่ฝึกหนักมายาเหล่านั้นไม่ได้สูญเปล่าเลย”

เฉินชวนถามขึ้น

“อาจารย์เฉิง โดยปกติแล้วการฝึกวิชาลมหายใจเร่งพลังแฝงให้สำเร็จใช้เวลานานแค่ไหนครับ?”

เฉิงจื่อทงตอบว่า

“ตามบันทึกของสถาบันเร็วที่สุดคือห้าวัน มีเพียงหนึ่งกรณีเท่านั้น แต่ถ้านับทั่วประเทศก็คงมีคนที่ทำได้เร็วกว่า ส่วนที่ทำได้เร็วรองลงมาก็เป็นระดับเดียวกับนายประมาณแปดถึงสิบวัน ส่วนที่ช้าที่สุดก็ใช้เวลาหลายเดือนหรืออาจจะเป็นปีครึ่ง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเรียนรู้ไม่ได้ บางครั้งก็ขึ้นอยู่กับอาจารย์ที่สอนด้วย”

เฉินชวนเห็นด้วยอย่างยิ่ง เขาสามารถฝึกฝนได้เร็วขนาดนี้ นอกจากปัจจัยของตัวเองแล้ว ก็ยังต้องขอบคุณการดูแลและคำแนะนำของเฉิงจื่อทงที่ช่วยให้เขาได้รับโอกาสฝึกฝนเต็มที่ อาจารย์ผู้นี้ไม่เพียงรับผิดชอบ แต่ยังมีความยืดหยุ่นในการสอนอีกด้วย

เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามว่า

“อาจารย์ครับ การเรียนรู้วิชาลมหายใจช้าหรือเร็วจะมีผลต่อการฝึกฝนในขั้นต่อไปไหมครับ?”

เฉิงจื่อทงโบกมือแล้วกล่าวว่า

“เรื่องนี้ไม่ได้เป็นตัวกำหนดอะไร มันเป็นเพียงตัวบ่งชี้ว่าใครปรับตัวได้เร็วหรือช้าเท่านั้น แต่ศาสตร์การต่อสู้นั้นต้องใช้ทักษะหลายด้าน ไม่สามารถพึ่งพาพรสวรรค์เพียงอย่างเดียวแล้วเอาชนะทุกอย่างได้”

“ยิ่งไปกว่านั้น ยิ่งฝึกไปไกลเท่าไหร่ ระดับความยากก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ระยะห่างระหว่างแต่ละคนก็จะลดลง ดังนั้นในอนาคตการดูว่าใครจะไปได้ไกลแค่ไหนมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ช่วงเวลาสั้นๆไม่กี่วัน จะช้าหรือเร็วไม่ได้สำคัญอะไรมากนัก”

เฉินชวนพยักหน้าแสดงความเข้าใจ ก่อนจะถามต่อว่า

“อาจารย์เฉิง งั้นแปลว่าผมสามารถเริ่มฝึกพลังภายในได้แล้วใช่ไหมครับ?”

เฉิงจื่อทงตอบว่า

“ใช่ นายเรียนรู้ วิชาลมหายใจ ได้เร็ว ดังนั้นเราสามารถเข้าสู่การฝึกพลังภายในได้เร็วขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เนื้อเยื่อกลายพันธุ์ในร่างกายเติบโตเป็นระบบมากขึ้น”

“แต่นายเพิ่งฝึกสำเร็จไปเอง อย่างแรกนายต้องจัดสมดุลให้ดี ต้องพักผ่อนและต้องรักษาระดับการฝึกให้อยู่ตัว โชคดีว่าพรุ่งนี้กับมะรืนเป็นวันหยุดของสถาบัน ฉันให้นายหยุดหนึ่งวัน ไปจัดการธุระส่วนตัวของนาย นายเป็นคนเมืองหยางจือ ตั้งแต่เปิดเทอมมายังไม่ได้กลับบ้านเลยใช่ไหม? กลับไปเยี่ยมครอบครัวซะหน่อยเถอะ ส่วนฉันก็จะได้พักและเตรียมแผนการฝึกของนายในระยะต่อไป”

เฉินชวนกล่าว

“ขอบคุณครับอาจารย์เฉิง”

เฉิงจื่อทงตบไหล่เขาแล้วหัวเราะ

“นายนี่สุภาพตลอดเลยนะ เอ้อ จริงสิ เพื่อนร่วมห้องนายมาหาหลายครั้งแล้ว พวกนายต้องอยู่ด้วยกันไปอีกสามปี ลองไปคุยกับพวกเขาหน่อยสิ นี่ก็เป็นโอกาสดีที่นายจะได้ผ่อนคลายด้วย”

เฉินชวนตอบรับ

“ครับ”

“งั้นก็ตกลงตามนี้ มะรืนนี้ฉันจะมาหานายอีกที”

“ให้ผมไปส่งอาจารย์นะครับ”

“ไม่ต้องหรอก นายนี่จริงๆเลยนะ ฉันไปล่ะ”

หลังจากเฉิงจื่อทงจากไป เขาไม่ได้กลับไปพัก แต่ตรงไปที่อาคารสำนักงานแทน ตลอดทางมีหลายคนทักทายเขาด้วยความเป็นมิตรและเขาก็ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

เมื่อมาถึงสำนักงานรับสมัครและคัดเลือกนักศึกษา เขาเคาะประตูเบาๆก่อนจะหันไปยิ้มให้กับเกาชือแล้วพูดว่า

“หัวหน้า ที่นี่มีชาสักถ้วยให้ผมดื่มไหมครับ?”

เกาชือเหลือบมองเขาแล้วตอบว่า

“อยู่ในตู้กระจก หยิบเอาเอง”

เฉิงจื่อทงไม่เกรงใจ เขาเดินไปหยิบกระป๋องชาขึ้นมาดูแล้วพูดขึ้นว่า

“โอ้ ชาดอกขาวใหญ่เลยนะ หัวหน้าใจป้ำจริงๆ”

เกาชือกล่าว

“ถ้ามีอะไรจะพูดก็พูดมาเลย อย่ามัวอ้อมค้อม ฉันยังมีงานต้องทำ”

เฉิงจื่อทงหัวเราะแล้วกล่าวว่า

“ก็เรื่องนักศึกษาของผมนั่นแหละ ไม่อยากฟังหน่อยเหรอ? แล้วพวกเขาสองคนอยู่ไหม? ถ้าพวกเขามาด้วยก็จะได้คุยพร้อมกัน”

เกาชือไม่พูดมาก เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหมายเลขภายใน

“ให้เย่วหงกับเปียนเฟิงมาหาฉันหน่อย”

ไม่นานเย่วหงและเปียนเฟิงก็มาถึงสำนักงาน เมื่อเห็นทั้งสองคน เฉิงจื่อทงทักขึ้นก่อน

“หัวหน้าเกา หัวหน้าเปียน”

เกาชือพยักหน้าแล้วพูดว่า

“นั่งลงฟังที่เขาจะพูด” เย่วหงและเปียนเฟิงจึงนั่งลงด้านข้าง

เฉิงจื่อทงขยับตัวตรงเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น

“หัวหน้าเกา คุณมอบหมายให้ผมเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของเฉินชวน วันนี้ผมเลยมาแจ้งความคืบหน้า”

เย่วหงยิ้มและกล่าว

“เก้าวันแล้วเห็นผล นับว่ารวดเร็วนะครับ”

เฉิงจื่อทงส่ายหน้า

“ไม่ใช่เพราะผมหรอก ที่สำคัญคือตัวของนกศึกษาเอง” จากนั้นเขากล่าวต่อ

“ภายใต้การแนะนำของผม ตอนนี้เฉินชวนสามารถควบคุมวิชาลมหายใจเร่งพลังแฝงได้ในระดับต้น และสามารถเริ่มฝึกพลังภายในได้แล้ว”

เย่วหงรู้สึกประหลาดใจ

“เก้าวัน นั่นถือว่าเร็วมาก เท่าที่จำได้คนที่ทำได้เร็วขนาดนี้ก็มีไม่กี่คน”

เปียนเฟิงกล่าวเสียงขรึม

“แสดงว่าเพดานพลังของเขาสูงมาก ถ้าไม่รีบให้เขาเริ่มฝึกพลังภายในโดยเร็วอาจจะส่งผลเสียต่อเขา”

เฉิงจื่อทงพยักหน้า

“ใช่เลย วันนี้ผมมาที่นี่ก็เพื่อหารือกับพวกคุณเกี่ยวกับแนวทางที่เหมาะสมสำหรับเขา และควรให้เขาฝึกพลังภายในรูปแบบไหน”

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 47 การเปลี่ยนแปลง

คัดลอกลิงก์แล้ว