- หน้าแรก
- คัมภีร์สวรรค์:เส้นทางสู่ขอบฟ้า
- บทที่ 41 อาจารย์ที่ปรึกษา
บทที่ 41 อาจารย์ที่ปรึกษา
บทที่ 41 อาจารย์ที่ปรึกษา
เฉินชวนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ถ้าจะบอกว่าสนามสอบหมายเลขสี่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์วันนั้นเขาก็เชื่อ แต่สนามสอบอื่นๆคงไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น เรื่องนี้น่าจะเป็นเพราะผู้บริหารระดับสูงของโรงเรียนบางคนจงใจผลักดัน
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้านี้เขาก็พอจะเดาอะไรบางอย่างได้
เสิ่นเฉาพูดขึ้นว่า
"ฉันว่าพวกคนที่สอบใหม่ทั้งหมดคงต้องขอบคุณนาย"
แต่เฉินชวนส่ายหัวแล้วพูดว่า
"ผมแค่ทำในสิ่งที่อยากทำเท่านั้น ส่วนพวกเขาที่มายืนตรงนั้นได้ก็เพราะการเลือกของพวกเขาเอง และที่พวกเขาสามารถผ่านการสอบได้ก็เพราะความพยายามของพวกเขาเอง"
เสิ่นเฉาได้ยินแบบนั้นก็มองเฉินชวนด้วยความสนใจขึ้นมาทันที แวบหนึ่งเขาก็รู้สึกชื่นชมรุ่นน้องคนนี้
พูดตามตรงถ้าเป็นตัวเขาเองที่ทำเรื่องแบบนี้ป่านนี้คงได้ลำพองตัวไปแล้ว แต่เฉินชวนกลับสงบนิ่งมาก แม้ว่าเขาจะคิดว่าแบบนี้ดูถ่อมตัวเกินไป แต่ก็อดนับถือจากใจจริงไม่ได้
ซูฮั่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นอย่างจริงจังว่า
"เฉินชวน ถ้านายอยากจะเดินไปให้ไกลในสายทางการต่อสู้ ต่อไปนายควรเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาดีๆได้แล้ว"
เฉินชวนพยักหน้ารับรู้ ก่อนหน้านี้เขาเคยเห็นรายละเอียดในคู่มือเล่มเล็กแล้ว หลักสูตรของมหาวิทยาลัยอู่ยี่แบ่งออกเป็นสามประเภทหลักๆ ได้แก่ วิชาทั่วไป วิชาที่ปรึกษา และวิชาเชิญพิเศษ
วิชาทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาระดับเอหรือระดับบีก็สามารถเข้าเรียนได้ ส่วนวิชาเชิญพิเศษ จะเปิดเฉพาะให้นักศึกษาที่มีผลการเรียนยอดเยี่ยมและมีชื่อเสียงโดดเด่นเท่านั้น อย่างไรก็ตามมันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ บางครั้งมีข้อจำกัด บางครั้งก็ไม่มี
แต่สิ่งที่แตกต่างที่สุดคือวิชาที่ปรึกษา
โรงเรียนจะจัดอาจารย์ที่ปรึกษาให้กับนักศึกษาระดับเอหนึ่งคนโดยเฉพาะ ซึ่งจะรับผิดชอบการฝึกสอนเฉพาะบุคคล ความสามารถที่นักศึกษาสามารถฝึกฝนได้นั้นขึ้นอยู่กับอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นอย่างมาก นี่เป็นหนึ่งในความแตกต่างที่สำคัญระหว่างนักศึกาษาระดับเอและระดับบี
แน่นอนว่าอาจารย์ที่ปรึกษาอาจดูแลนักศึกษามากกว่าหนึ่งคนและสามารถเลือกนักศึกษาได้ ในขณะเดียวกันนักศึกษาเองก็สามารถเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาได้เช่นกัน ความสัมพันธ์นี้ไม่ใช่สิ่งที่ตายตัว และการเปลี่ยนอาจารย์ทุกระยะเวลาหนึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะทุกวันนี้การต่อสู้ไม่ใช่แค่การถ่ายทอดจากอาจารย์ไปสู่ศิษย์อีกต่อไป แต่เป็นการเรียนรู้ข้อดีจากหลายๆที่เพื่อนำมาประยุกต์ใช้
เฉินชวนพูดว่า
"พี่ซู ผมไม่ค่อยรู้เรื่องอาจารย์ที่ปรึกษา พี่มีใครแนะนำไหม?"
ซูฮั่นเป็นรุ่นพี่และยังเป็นพี่เลี้ยงที่ดูแลเขา ดังนั้นเขาจึงต้องรู้เรื่องนี้ดีกว่าเขาแน่นอน
ซูฮั่นค่อยๆพูดว่า
"แน่นอน ฉันรู้จักอาจารย์คนหนึ่งที่ดีมาก นายควรไปหาเขา ตอนนี้เขาอยู่ที่..."
แต่ก่อนที่ซูฮั่นจะพูดจบ เสิ่นเฉาก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน
"ซูฮั่น!"
ซูฮั่นหันไปมองเห็นสีหน้าของเสิ่นเฉาจริงจังขึ้น
เสิ่นเฉาพูดว่า
"การเลือกของเฉินชวนเป็นเรื่องของเขาเอง เขาไม่จำเป็นต้องให้เราชี้นำ แค่บอกข้อมูลที่เกี่ยวกับอาจารย์ที่ปรึกษาก็พอ"
ซูฮั่นถอนหายใจแล้วพูดว่า
"นายพูดถูก" จากนั้นเขาก็คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า
"ถ้าจะพูดถึงอาจารย์ที่ปรึกษาแล้วฉันคิดว่ามีสามคนที่ดีมาก"
"คนแรกคือ โจวหลินหู อาจารย์โจวปัจจุบันได้รับการว่าจ้างในแผนกศิลปะการต่อสู้เชิงทหาร เขาเป็นศิษย์หลานของเฉิงอวิ๋นไป๋ อดีตอธิการบดีคนแรกของโรงเรียน และยังเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกับอธิการบดีคนปัจจุบันของเรา อย่างไรก็ตามเขามีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับยุคเก่ามากกว่า และมองว่ายุคใหม่เป็นเรื่องรอง ดังนั้นการจะได้รับคำแนะนำจากเขาโดยตรงนั้นเป็นเรื่องยากมาก ถึงแม้ว่าจะลงเรียนวิชาของเขาได้ แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นศิษย์ของเขาที่สอนแทน เว้นแต่จะได้รับความยอมรับจากเขาจึงอาจมีโอกาสได้เรียนกับเขาโดยตรง ฉันเพิ่งได้ยินมาว่าเขาเจอนักศึกษาที่ดีคนหนึ่งแล้ว แม้ว่าความหวังจะได้รับคำแนะนำจากเขาจะไม่มาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีเลย ถ้านายสนใจก็ลองไปดูได้"
"คนที่สองคือ ซุนอวิ๋นชุน อาจารย์ในแผนกกระบวนท่ามือเปล่า อาจารย์ท่านนี้มีฝีมือสูงมาก เขาติดอันดับต้นๆของแผนกกระบวนท่ามือเปล่า เชี่ยวชาญทักษะการต่อสู้ทุกรูปแบบแทบไม่มีจุดอ่อน และยังมีความสามารถพิเศษในการสอนนักศึกษาให้เก่งขึ้น ในช่วงสิบปีที่ผ่านมานักศึกษาระดับเอที่โดดเด่นหลายคนล้วนเป็นศิษย์ของเขา นอกจากนี้เขายังมีความสามารถในการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ที่ดีมาก ถึงแม้ว่านายอาจไม่ได้เลือกเรียนกับเขาโดยตรง แต่การรู้จักเขาก็อาจช่วยให้นายขยายเครือข่ายของตัวเองได้"
"คนที่สามคือ เยี่ยนเสี่ยวจิ้ง หลานชายของอธิการบดีเยี่ยน และเป็นนักศึกษาคนโปรดของหัวหน้าสำนักงานรับสมัครและคัดเลือกนักศึกษา
เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้เชิงทหารและโดดเด่นในวิชาหอกยาว นอกจากนี้ยังเชี่ยวชาญในกระบวนท่ามือเปล่าและการจับล็อก จุดเด่นของเขาคืออายุไม่ห่างจากพวกเรามากนัก และมีความคิดที่ไม่เคร่งครัดแบบคนยุคเก่า เขาอาจจะเป็นอาจารย์ที่เข้ากับนักศึกษาได้ง่ายที่สุด"
ซูฮั่นหันไปพูดกับเฉินชวน
"ในโรงเรียนมีแผนกใหญ่สี่แผนก ได้แก่ แผนกกระบวนท่ามือเปล่า แผนกจับทุ่ม แผนกจับล็อก และแผนกศิลปะการต่อสู้เชิงทหาร ส่วนแผนกย่อยอื่นๆไว้ค่อยว่ากัน ถ้าจะพูดถึงแผนกที่กำลังมาแรงที่สุดก็คือแผนกจับทุ่ม ด้วยเหตุผลบางอย่างแผนกนี้ได้รับทรัพยากรอย่างล้นเหลือและสามารถดึงดูดนักศึกษาที่ยอดเยี่ยมได้มากทุกปีทำให้มีพลังแข็งแกร่งมาก จงอู๋ก็เป็นนักศึกษาที่มีชื่อเสียงจากแผนกนี้ ดังนั้นฉันคิดว่านายคงไม่เลือกแผนกนี้"
"ส่วนแผนกจับล็อกนั้นเน้นไปที่เทคนิคการรัดและควบคุมข้อต่อ เช่นเดียวกับแผนกศิลปะการต่อสู้เชิงทหาร ซึ่งเป็นตัวเลือกยอดนิยมของนักศึกษาหญิง อาจารย์ที่นั่นหลายคนมีฝีมือดี แต่ส่วนใหญ่มักจะเชี่ยวชาญเฉพาะด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมทุกแขนง อย่างไรก็ตามสิ่งที่เหมาะกับตัวเองย่อมดีที่สุด ถ้านายอยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับอาจารย์ที่ปรึกษาสามารถไปขอข้อมูลจากอาจารย์ผู้ดูแลหอพักได้เลย"
เสิ่นเฉาพูดเสริมว่า
"อย่างพวกเราสองคน ตอนนี้เรียนกับอาจารย์ชื่อ ฉือโหย่วฟู่ จากแผนกกระบวนท่ามือเปล่า อาจารย์ท่านนี้เป็นคนใจดี ถ้านายต้องการเราสามารถช่วยแนะนำได้ อีกอย่างแผนกกระบวนท่ามือเปล่าถึงแม้จะค่อนข้างอิสระภายใน แต่เป็นแผนกที่มีนักศึกษามากที่สุดในโรงเรียน อีกทั้งหัวหน้าฝ่ายธุรการของโรงเรียนก็มาจากแผนกนี้"
เฉินชวนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า
"ขอบคุณพี่ๆมาก"
ขณะนั้นเองอาหารที่สั่งไว้ก็ถูกนำมาเสิร์ฟ แต่ละจานมีปริมาณเยอะมาก นอกจากนี้ยังมีอาหารเสริมในรูปแบบหลอดโภชนาการแจกให้คนละสองหลอด ทั้งสามคนจึงหยุดพูดคุยและตั้งหน้าตั้งตากิน
หลังจากกินเสร็จ เฉินชวนถามขึ้นว่า
"ว่าแต่พี่ๆรู้ไหมว่ามหาวิทยาลับเก็บยาไว้ที่ไหน? ผมอยากจะซื้อ 'ผงเริ่มฝึก' ให้เพื่อนสักหน่อย"
ซูฮั่นตอบว่า
"ตอนนี้การจะขอยาจากคลังยาของมหาวิทยาลัยต้องได้รับใบอนุญาตจากอาจารย์ที่ปรึกษาก่อน ดังนั้นนายต้องหาคนที่เหมาะสมให้ได้ก่อน"
เสิ่นเฉาหัวเราะแล้วพูดว่า
"เห็นไหมว่าทำไมอาจารย์ที่ปรึกษาถึงสำคัญ? อย่างนายที่ต้องทำภารกิจจากสมาคมตัวแทน ถ้าอาจารย์ที่ปรึกษามีเส้นสายก็สามารถช่วยหางานดีๆให้นายได้ แต่ถ้าเลือกผิดละก็อาจเจออาจารย์ที่ไม่อยากช่วยหรือไม่มีทรัพยากรมากพอให้ความช่วยเหลือ"
เฉินชวนพยักหน้า
ในใจเขาคิดว่าเรื่องต่อไปที่ต้องทำให้ได้ก็คือเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาโดยเร็ว
หลังจากออกจากโรงอาหารทั้งสองคนก็พาเฉินชวนเดินสำรวจรอบมหาวิทยาลัยอีกครั้ง ทำให้เขาคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและสถานที่ต่างๆก่อนจะแยกย้ายกัน
ระหว่างทางกลับไปยังสนามฝึก ซูฮั่นจู่ๆก็พูดขึ้นว่า
"นายไม่คิดว่าเขาคล้ายกับรุ่นพี่ไหม?"
"คล้ายตรงไหน?" เสิ่นเฉาแค่นเสียง
"ฉันว่านายเริ่มมโนไปเองแล้ว"
"ไม่ใช่สักหน่อย" ซูฮั่นปฏิเสธ
"ตอนที่ฉันได้ยินเรื่องของเขาครั้งแรก มีคนเอาเขาไปเปรียบเทียบกับรุ่นพี่ ฉันก็ไม่ค่อยเชื่อหรอก แต่หลังจากที่ได้คุยกันวันนี้ ฉันกลับคิดว่าการรอเขาทั้งเช้าเป็นเรื่องที่คุ้มค่า"
เสิ่นเฉาส่ายหัว
"เขามีเส้นทางของตัวเอง พวกเราจะไปยุ่งอะไรกับเขามากมาย เขาก็คือเขา รุ่นพี่ก็คือรุ่นพี่ พวกเขาเป็นคนละคนกัน อย่าคิดมากไปหน่อยเลย"
ซูฮั่นถอนหายใจ
"คงต้องดูกันต่อไป ยังไงพวกเราเพิ่งรู้จักเขา เขาคิดอะไรอยู่เราก็ยังไม่รู้เลย"
เสิ่นเฉาเย้าด้วยรอยยิ้ม
"ฉันว่านายเอาเวลาที่มาสนใจเรื่องนี้ไปหาสาวสักคนหรือไม่ก็ไปง้อคนที่นายเคยปฏิเสธจะดีกว่า"
ซูฮั่นกัดฟันกรอด ยกแขนเสื้อขึ้น
"ดูท่าวันนี้เราคงต้องวัดฝีมือกันสักหน่อยแล้วล่ะ!"
.....
ช่วงบ่ายไม่มีเรียน มหาวิทยาลัยจัดเวลาไว้ให้นักศึกษาสำรวจสถานที่ต่างๆให้คุ้นเคย ดังนั้นหลังจากเดินสำรวจรอบมหาวิทยาลัยเฉินชวนก็กลับไปที่หอพัก
เขาไปหาอาจารย์ผู้ดูแลหอพัก เขาขอรายชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาทั้งหมดมา จากนั้นจึงขึ้นลิฟต์กลับห้องพัก
เมื่อกลับมาถึงห้องเขาจัดของที่พกติดตัวมาให้เรียบร้อย แล้วจึงเดินไปยืนที่หน้าต่างพลางเปิดดูรายชื่ออาจารย์
ซูฮั่นและเสิ่นเฉาให้ข้อมูลไว้ค่อนข้างละเอียด เฉินชวนพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจลองยื่นสมัครเรียนกับอาจารย์บางคนก่อน เพราะถ้าไม่เหมาะสมก็สามารถเปลี่ยนได้
เขานั่งลงที่โต๊ะ หยิบปากกาขึ้นมา กรอกใบสมัครไม่กี่ใบ จากนั้นเดินไปที่กล่องส่งเอกสารภายในของหอพัก เขาวางเอกสารลงไปรอให้เจ้าหน้าที่หอพักรวบรวมและส่งต่อไปยังอาจารย์ที่ปรึกษาแต่ละท่าน
ตอนนี้ก็ทำได้เพียงรอการตัดสินใจจากพวกเขาเท่านั้น…
(จบบท)