- หน้าแรก
- คัมภีร์สวรรค์:เส้นทางสู่ขอบฟ้า
- บทที่ 27 การทำลายขีดจำกัดและพลังสลัดกรงเล็บ
บทที่ 27 การทำลายขีดจำกัดและพลังสลัดกรงเล็บ
บทที่ 27 การทำลายขีดจำกัดและพลังสลัดกรงเล็บ
เฉินชวนสังเกตเห็นว่าโค้ชกู่ตั้งแต่ขึ้นเวทีจนถึงตอนนี้ ลมหายใจของเขาไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย นั่นหมายความว่าเป็นไปได้สูงว่าเขาสามารถรักษาสภาวะลมหายใจได้เป็นเวลานาน และในฐานะที่เป็นโค้ชมีโอกาสสูงมากที่เขาจะฝึกฝนพลังแฝงมาแล้ว ดังนั้นเขาจะต้องระมัดระวังให้มากขึ้น
โค้ชกู่ประสานหมัดทำความเคารพ
เฉินชวนก็ตอบกลับด้วยการประสานหมัดเช่นกัน
หลังจากที่โค้ชกู่ลดมือลง เขาเตือนขึ้นว่า
"หนุ่มน้อย ระวังตัวด้วยนะ"
พูดจบเขาก็พุ่งมือไปข้างหน้า ท่วงท่าคล้ายกับแหวกพงหญ้า ศีรษะกดต่ำพร้อมกับพุ่งตัวไปข้างหน้า การเคลื่อนไหวของเขาชัดเจนให้ทุกคนเห็น แต่กลับสามารถทะลวงเข้ามาใกล้เฉินชวนได้ในชั่วพริบตา ท่วงท่านี้ดูไม่เหมือนกระบวนท่าของสำนักหมัดเหล็กเลย มันเหนือความคาดหมายอย่างยิ่ง
เฉินชวนเห็นว่ามือทั้งสองข้างของอีกฝ่ายแสดงความเปลี่ยนแปลงอย่างลวงตา ร่างกายก็ดูจะเคลื่อนไหวไปทางซ้ายทีขวาที ทำให้เดาทิศทางการโจมตีไม่ออก เขาจึงต้องตั้งท่ารับโดยยึดหลัก "นิ่งสยบความเคลื่อนไหว"
โค้ชกู่เปลี่ยนแปลงตำแหน่งมืออยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจู่ๆก็พุ่งก้าวหนึ่งพร้อมปล่อยหมัดตรงพุ่งเข้าสู่แนวกลางของร่างกายเฉินชวน
เฉินชวนลดจุดศูนย์ถ่วงลงใช้ท่าฝ่ามือบังทะลวงจากกระบวนท่ามือเปล่าขั้นสูงเข้ารับมือ ท่วงท่านี้สามารถตั้งรับและสวนกลับได้พร้อมกัน
ทว่าเมื่อมือทั้งสองสัมผัสกันเพียงชั่วพริบตาเฉินชวนก็สัมผัสได้ถึงพลังระเบิดที่แฝงอยู่ในหมัดของโค้ชกู่ แรงสั่นสะเทือนนี้รุนแรงถึงขนาดทำให้ส้นเท้าของเขาหลุดจากพื้น!
เขารู้ตัวทันทีว่าแย่แล้ว!
และยังไม่ทันที่เขาจะตั้งหลักได้ โค้ชกู่ก็อาศัยจังหวะที่เท้าของเขาลอยขึ้นจากพื้นกระโดดหมุนตัวกลางอากาศพร้อมกับฟาดเตะสวนกลับ!
เฉินชวนไขว้แขนขึ้นขณะเดียวกันก็กระชับกล้ามเนื้อหน้าท้อง แม้จะสามารถป้องกันแรงเตะได้ แต่ตัวเขากลับถูกส่งกระเด็นไปด้านหลังอย่างรุนแรงกระแทกเข้ากับเชือกกั้นของเวที
โค้ชกู่ลงสู่พื้นในท่าการเตะด้านข้างก่อนจะค่อยๆลดเท้าลง ทันใดนั้นเสียงเชียร์และอุทานด้วยความตกตะลึงก็ดังก้องไปทั่วบริเวณ
ต้องยอมรับว่าทุกคนไม่ได้เห็นโค้ชกู่จริงจังแบบนี้มานานแล้ว โดยปกติแล้วผู้ที่มาประลองมักถูกนักสู้รุ่นพี่จัดการได้ภายในเวลาไม่นาน และไม่ค่อยมีใครสามารถทำให้โค้ชกู่ต้องลงสนามด้วยตนเองได้
เฉินชวนดันตัวขึ้นจากเชือกแล้วกลับมายืนตัวตรง แม้ว่าเขาจะถูกเตะจนกระเด็นไปตั้งแต่ช่วงต้นของการต่อสู้ แต่จิตใจของเขากลับยิ่งฮึกเหิมเพราะเขารู้สึกได้ถึงสิ่งหนึ่ง...
พลังแฝง!
เขาหาคู่ต่อสู้ที่เหมาะสมเจอแล้ว!
นี่แหละคือคู่มือที่เขาเฝ้าตามหา
แต่…
สายตาของเขาหันไปมอง "ตัวตนที่สอง" ที่อยู่ข้างๆ ตอนนี้เงาร่างเริ่มเบลอลงอย่างมาก แค่การโจมตีเพียงครั้งเดียวก็ทำให้ได้รับความเสียหายขนาดนี้ เวลาในการคงอยู่ของมันตอนนี้เหลือเพียงแค่หนึ่งนาทีกว่าๆเท่านั้น
จากประสบการณ์ที่ผ่านมาการโจมตีครั้งนี้อาจทำให้เวลาเหลือเพียงสี่ถึงห้าสิบวินาทีเท่านั้น
หากโดนโจมตีอีกไม่กี่ครั้งคงไม่มีโอกาสสู้ต่อ แถมยังเสี่ยงต่อการบาดเจ็บอีกด้วย ดังนั้นเพื่อจัดการกับคู่ต่อสู้คนนี้เขาจำเป็นต้องจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุด
โค้ชกู่เห็นเฉินชวนสามารถลุกขึ้นมายืนได้อย่างง่ายดาย สีหน้าของเขายังคงสงบนิ่ง แต่ภายในใจกลับไม่ได้สงบอย่างที่เห็น
เมื่อครู่เขาได้ใช้พลังลับของสำนักหมัดเหล็ก พลังสลัดกรงเล็บ ซึ่งโดยปกติหากใครโดนเข้าไปจะเกิดอาการชาไปทั้งตัว เส้นเอ็นและกระดูกจะอ่อนแรงลง ส่วนการเตะที่ตามมาดูเหมือนจะเป็นเพียงการส่งร่างเฉินชวนกระเด็นไป ทว่าที่แท้แล้วนั่นคือกลวิธีทำให้พลังแฝงเกิดการโจมตีสองชั้น!
เฉินชวนเดิมคิดว่าเพียงแค่โดนหนึ่งหมัดก็น่าจะทำให้เขาหมดสภาพการต่อสู้แล้ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขายังคงไม่เป็นอะไรเลย แถมยังดูเหมือนไม่ใช่การใช้พลังแฝงต้านทานด้วยซ้ำ แต่น่าจะเป็นเพียงการรับแรงโจมตีด้วยร่างกายล้วนๆเสียมากกว่า
แย่แล้ว…
คู่ต่อสู้ที่มีสมรรถภาพร่างกายโดดเด่นขนาดนี้คือประเภทที่โค้ชกู่ไม่อยากเจอที่สุด เพราะพลังแฝงไม่ใช่แค่เป็นอาวุธในการต่อสู้ แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญของการฝึกฝนด้วย แม้ว่ามันจะมีประโยชน์ แต่การใช้มากเกินไปย่อมเป็นภาระต่อร่างกาย
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เฉินชวนรู้แล้วว่าเขามีพลังแฝง ดังนั้นต้องมีการป้องกันล่วงหน้าแน่ๆ การจะโจมตีให้โดนอีกครั้งจึงไม่ใช่เรื่องง่าย และหากพลาดเป้าไปก็จะเป็นการเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์
โค้ชกู่สูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะระบายออก ลำตัวเขายกขึ้นเล็กน้อยก่อนที่ปลายเท้าจะกดลงกับพื้นพร้อมตั้งท่าการต่อสู้ ทันใดนั้นพื้นเวทีก็ยุบลงเล็กน้อยอย่างน่าประหลาด
แต่เฉินชวนไม่ได้รออยู่เฉยๆ
หากคู่ต่อสู้ไม่เข้ามา เขาก็จะเป็นฝ่ายบุกเอง!
เขาก้าวพุ่งไปข้างหน้าภายใต้การควบคุมของ วิชาลมหายใจ เขาเคลื่อนที่เข้าไปในระยะประชิดอย่างรวดเร็ว
โค้ชกู่เห็นเฉินชวนเร่งจังหวะเข้ามาก็ยกเข่าขึ้นราวกับจะโจมตีใบหน้า แต่เฉินชวนเตรียมพร้อมไว้แล้ว มือหนึ่งยกขึ้นเล็กน้อยเพื่อป้องกันและเตรียมเปลี่ยนท่าทางได้ทุกเมื่อ
แต่แล้วโค้ชกู่กลับกดเท้าลงหนักๆกับพื้นแทน!
เมื่อฝ่าเท้าของเขาสัมผัสพื้น คลื่นพลังแฝงก็แผ่กระจายออกมาทำให้พื้นเวทีเกิดเป็นระลอกคลื่นสั่นไหว
เฉินชวนรู้สึกได้ทันทีว่าแรงสั่นสะเทือนจากพื้นทำให้สมดุลร่างกายของเขาเสียไป
อาการเซเล็กน้อยของเขาไม่ได้รอดพ้นสายตาของศิษย์พี่เหยียน และแน่นอนว่าโค้ชกู่เองก็เห็นได้ชัด นี่คือการใช้พลังสลัดกรงเล็บส่งแรงกระเพื่อมเข้าสู่พื้นโดยตรง
ในจังหวะนั้นโค้ชกู่พุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างฉับพลัน มือขวาคว้าเข้าที่ข้อศอกขวาของเฉินชวนพร้อมกับหมุนเท้าตั้งหลักหลังแนบชิดกับอกของเฉินชวน เพียงแค่โน้มตัวลงก็สามารถทำให้เกิดการทุ่มข้ามไหล่อย่างสมบูรณ์แบบได้แล้ว!
เฉินชวนสัมผัสได้ถึงอันตราย เขารีบใช้มือซ้ายกดไปที่เอวของโค้ชกู่ พยายามดึงแขนขวาของตัวเองออกจากการจับกุม แต่ในจังหวะนั้นเองโค้ชกู่กลับเปลี่ยนน้ำหนักตัวไปด้านหลังตามแรงดึงของเฉินชวน
หากเขาถูกกดลงกับพื้นต่อให้ดิ้นรนแค่ไหนโค้ชกู่ก็สามารถพลิกตัวทับเขาได้ หากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นเส้นเอ็นหรือกระดูกของเขาอาจจะหักได้เลย!
เฉินชวนรับรู้ถึงอันตรายนี้ได้ทันที
เขากระชับแขนขวาที่ถูกจับกุมไว้และใช้แรงหมุนสะโพกหวังจะพลิกตัวของโค้ชกู่ให้ลงไปอยู่ข้างล่างแทน
แต่โค้ชกู่ก็มีปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วมาก เขาอาศัยแรงหมุนของเฉินชวนเป็นจุดหมุน พลิกตัวหมุนไปตามแรงและถอยห่างออกไปอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียวทั้งสองก็แยกตัวออกจากกัน
เฉินชวนเองก็ถูกโค้ชกู่ใช้แรงผลักในวินาทีสุดท้ายทำให้เขาถอยหลังไปสองสามก้าวและกลับเข้าสู่สภาพเผชิญหน้ากันอีกครั้ง
ทุกการเคลื่อนไหวในการปะทะครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างต้องตอบสนองฉับไว ในเสี้ยววินาทีการป้องกันและตอบโต้สลับกันไปมา หากพลาดเพียงเล็กน้อยก็อาจถูกทุ่มลงกับพื้นได้ทันที เหล่าผู้ชมต่างปรบมือและส่งเสียงเชียร์อย่างเร้าใจ
โค้ชกู่รู้สึกประหลาดใจ เฉินชวนสามารถพลิกสถานการณ์ที่ไม่เป็นผลดีต่อตัวเองกลับมาได้ราวกับว่าเขามีพลังมหาศาลเหนือกว่าคนในวัยเดียวกัน
แต่เฉินชวนรู้ตัวเองดีถ้าไม่ได้ "ตัวตนที่สอง" ที่ช่วยเพิ่มสมรรถภาพร่างกายของเขาแบบเต็มที่ตั้งแต่แรก เขาคงถูกทุ่มลงกับพื้นไปแล้ว และหากเขาตกลงไปจริงๆการต่อสู้ก็จะเข้าสู่โลกของท่าจับล็อกและการทุ่ม ซึ่งเป็นจุดที่เขาเสียเปรียบอย่างมหาศาล ยิ่งไปกว่านั้นโค้ชกู่ยังมีพลังแฝงอีก หากเขาตกอยู่ในสถานการณ์นั้น ต่อให้มี "ตัวตนที่สอง" ผลลัพธ์ก็คงยากจะคาดเดา
หากสู้ด้วยเทคนิคอย่างเดียวยังไงก็ไม่มีทางเทียบชั้นกับความชำนาญของอีกฝ่ายได้
แล้วจะไปแข่งกับเขาด้วยทักษะทำไม?
สิ่งที่เขาควรทำคือ ใช้พลังของ "ตัวตนที่สอง" ให้เต็มที่ ด้วยความสามารถที่ไร้ขีดจำกัดของมัน!
จู่ๆความคิดของเขาก็แจ่มชัดขึ้นและเขากล่าวขึ้นว่า
"ผมคิดว่าผมทำผิดพลาดมาตลอด"
"อะไรนะ?" โค้ชกู่ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความงุนงง
เฉินชวนตัดความคิดออกไปในพริบตา รอยยิ้มจางๆผุดขึ้นที่มุมปาก โค้ชกู่ไม่เข้าใจว่าทำไม แต่จู่ๆก็รู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่าง
เสียงเสียดสีของพื้นเวทีดังขึ้นพร้อมกับร่างของเฉินชวนพุ่งทะยานไปข้างหน้า ในเสี้ยววินาทีนั้น "ตัวตนที่สอง" ซ้อนทับเข้ากับร่างของเขาอย่างสมบูรณ์ คนที่มองอยู่ด้านล่างเห็นเพียงเงาจางๆที่พุ่งผ่านเวทีไปอย่างรวดเร็ว
"นี่มัน..."
โค้ชกู่ตกตะลึงกับความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลของเฉินชวน เวลานี้เขารู้ดีว่าถ้าเลือกถอยอาจถูกเฉินชวนเข้าประชิดภายในก้าวเดียว และเมื่อนั้นเขาจะไม่มีเวลาตั้งรับเลย ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยื่นฝ่ามือออกไปข้างหน้าเพื่อสกัด
แต่เฉินชวนไม่คิดจะหลบ!
เขายกแขนขึ้นปัดฝ่ามือของโค้ชกู่ทิ้งไป ทว่าในเสี้ยววินาทีที่มือทั้งสองสัมผัสกันเขาก็รู้สึกถึงแรงระเบิดที่คุ้นเคยอีกครั้ง โค้ชกู่ปลดปล่อยพลังแฝงออกมาได้ทันเวลา
แต่ครั้งนี้เฉินชวนกลับใช้ข้อมือพลิกคว้าแขนของอีกฝ่ายด้วย ท่ามือเกี่ยวจับ ยึดมือของโค้ชกู่ไว้แน่น ร่างกายของเขาสั่นสะเทือนจากแรงกระแทกของพลังแฝง แต่เขาไม่ถอยแม้แต่ครึ่งก้าว!
ดวงตาของโค้ชกู่หดแคบลงทันที
ในเสี้ยววินาทีต่อมาเฉินชวนอาศัยข้อได้เปรียบจากพละกำลังของตนดึงแขนของโค้ชกู่ออกไปด้านนอกพร้อมกับก้าวข้างขยับเท้า บิดตัวใช้ศอกกระแทกพุ่งเข้าที่กลางอกของอีกฝ่าย ท่ากระแทกนี้คือ "ศอกเปิดประตู" จากกระบวนท่ามือเปล่าขั้นสูง และขับเคลื่อนด้วยพลังทำลายขีดจำกัด
เมื่อเห็นว่ากำลังจะโดนจู่โจม โค้ชกู่ตะโกน "ไฮ่!" ออกมาเสียงดัง เขาไม่ได้เลือกจะหลบ แต่กลับฉุดแขนของตนเองไปด้านหลังพร้อมกับใช้พลังดีดตัวกระแทกไปข้างหน้า
เขาใช้ร่างของตนเป็นค้อน แขนเป็นด้ามจับและปล่อยพลังอัดเข้าไปในจังหวะเดียว
"ปัง!"
เสียงกระแทกหนักแน่นดังขึ้นกลางเวที
ร่างของทั้งสองสั่นสะเทือนพร้อมกัน ผู้ชมด้านล่างต่างเฝ้าดูอย่างตื่นเต้น แต่หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่มีใครเคลื่อนไหวต่อ
"พอแค่นี้เถอะ" โค้ชกู่กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เฉินชวนพยักหน้า
ทั้งสองลดมือลงพร้อมกันยืนตัวตรงและจ้องมองกันอยู่ครู่หนึ่ง
"สุดยอดเลย!"
เสียงเชียร์ดังขึ้นจากผู้ชมด้านล่างก่อนที่เสียงปรบมือจะดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ
เฉินชวนประสานหมัดให้โค้ชกู่แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจ
"วันนี้ผมได้รับประสบการณ์ที่ดีมาก ขอบคุณโค้ชกู่มากครับ"
แม้ว่าเขาจะใช้พลังทำลายขีดจำกัดแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังไม่สามารถเอาชนะโค้ชกู่ได้ คู่ต่อสู้คนนี้แข็งแกร่งจริงๆ
อย่างไรก็ตามหลังจากได้ประลองกับโค้ชกู่ เฉินชวนก็พอจะเข้าใจระดับของผู้ที่ฝึกฝนพลังแฝงแล้ว เมื่อกลับไปเขายังต้องฝึกฝนเพิ่มอีกมาก
โค้ชกู่ประสานหมัดตอบพร้อมกับยิ้ม
"ไม่ต้องเกรงใจ สำนักหมัดเหล็ก เปิดต้อนรับเสมอ ถ้าเป็คนที่มีพรสวรรค์แบบเธอ เชิญมาได้ทุกเมื่อ"
เฉินชวนได้ยินดังนั้นดวงตาเป็นประกายขึ้นทันที เขายิ้มตอบ
"แน่นอนครับ!"
โค้ชกู่เห็นเฉินชวนตอบรับอย่างดีใจก็อดไม่ได้ที่มุมปากจะกระตุกเล็กน้อย
เฉินชวนเดินลงจากเวทีและเพิ่งสังเกตว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร คนรอบข้างกลับมารวมตัวกันจนแน่นขนัดแทบทุกมุมของสำนักหมัดเหล็ก เมื่อเห็นเขาเดินลงมาคนเหล่านั้นก็พากันเปิดทางให้โดยอัตโนมัติ
ขณะนั้นเองมีเสียงเรียกจากฝูงชน
"เฮ้! เพื่อน!"
เฉินชวนหันไปมองก็พบว่าเป็นเหลียงทง เพื่อนร่วมโรงเรียนที่เคยให้ใบปลิวเขาก่อนจะส่งยิ้มเล็กๆ ให้แล้วเดินตรงออกจากสำนักหมัด
หลังจากเขาออกไปโค้ชกู่จึงกล่าวขึ้น
"โอเคแยกย้าย ทุกคนไปฝึกซ้อมกันต่อได้"
ผู้คนที่มุงดูต่างพากันแยกย้ายออกไปเป็นกลุ่มๆ แม้ว่าความตื่นเต้นยังไม่จางหายไปก็ตาม พวกเขายังคงถกเถียงกันอย่างออกรสถึงการต่อสู้ที่เพิ่งจบลง
ขณะที่โค้ชกู่กำลังจะลงจากเวทีเหลียงทงกลับรีบพุ่งเข้ามาหาเขาด้วยความตื่นเต้น
"โค้ชกู่! โค้ชกู่! เขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นผมนะ! เหมือนเขาเข้ามหาวิทยาลัยอู่ยี่ด้วยล่ะ!"
โค้ชกู่เหลือบมองเขาก่อนตอบรับสั้นๆ
"อ้อ งั้นเหรอ...พวกเธอไปฝึกต่อกันเองเถอะ"
จากนั้นเขาก็เดินกลับไปที่ห้องพักของตัวเองทิ้งเหลียงทงที่ยังคงงุนงงไว้เบื้องหลัง
เมื่อประตูปิดลงสีหน้าขึงขังของโค้ชกู่พลันหายไปทันที
เขายกมือกุมหน้าอกก่อนจะเบ้ปากแสดงความเจ็บปวด พอถอดเสื้อออกบริเวณอกของเขาก็มีรอยฟกช้ำดำเขียวเป็นหย่อมๆ
เขาหยิบขวดเหล้ายาสมุนไพรจากตู้แล้วเริ่มทาลงไปที่รอยช้ำพร้อมกับร้อง
"ซี๊ดด...โอ๊ย...เจ็บชะมัด!"
"หมัดเจ้าหนุ่มนั่นนี่หนักจริงๆ... กระดูกซี่โครงหักไปสอง…ไม่สิ สามซี่แน่ๆ"
เขารู้ดีว่าหากไม่ได้ใช้เทคนิคปะทะพลังในช่วงท้ายเพื่อลดแรงกระแทก พลังของเฉินชวนอาจทำให้เขาได้รับบาดเจ็บภายในได้เลย
"แต่หมัดนี้...ไม่เหมือนพลังแฝงแฮะ ดูเหมือนเป็นแค่พลังดิบที่เสริมด้วยเทคนิคพิเศษบางอย่าง…"
"โชคดีที่เขายังไม่ได้ฝึกพลังแฝง ถ้าเจ้าหนุ่มนี่มีพลังแฝงด้วยล่ะก็ ฉันคงโดนหมัดเดียวส่งไปหายมบาลแน่ๆ"
ขณะทายาโค้ชกู่ก็พึมพำกับตัวเอง
"นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอู่ยี่งั้นเหรอ? ไม่รู้ฝึกมานานแค่ไหน... แต่... ครั้งหน้า? ฉันว่าเจ้าหนุ่มนั่นไม่ต้องมาก็ได้!"
ขณะเดียวกัน
เฉินชวนก้าวออกจากสำนักหมัดเหล็ก "ตัวตนที่สอง" ของเขาเกือบจะเลือนหายไปหมดแล้ว หลังจากการปะทะครั้งสุดท้ายไม่เพียงแต่เขาต้องรับแรงกระแทกจากพลังแฝงสองครั้งติดกัน การโจมตีทำลายขีดจำกัดของเขาเองก็สร้างผลกระทบต่อร่างกายเช่นกัน ตอนนี้เวลาการซ้อนทับเหลือเพียงไม่ถึงสิบวินาที
เขานึกย้อนถึงการต่อสู้ที่ผ่านมา
โค้ชกู่สมกับเป็นโค้ชของสำนักหมัดเหล็กจริงๆ การรับมือของเขาฉลาดและมีชั้นเชิงมาก หากมีโอกาสเขาคงต้องกลับมาเรียนรู้อีกครั้ง
ขณะนี้แสงอาทิตย์ยามเย็นอาบไล้ท้องถนน รถราและผู้คนสัญจรไปมาอย่างไม่ขาดสาย ทุกสิ่งสะท้อนเป็นสีทองแดงของยามอัสดง
เฉินชวนถอนหายใจยาวก่อนจะก้าวเดินออกไปอย่างเบาสบาย ไม่ช้าร่างของเขาก็หลอมรวมไปกับฝูงชนที่กำลังสัญจรไปมา
(จบบท)