- หน้าแรก
- เส้นทางมหาเต๋าข้า เริ่มจากการตุ๋นมหาวิหคคุนเผิงกิน
- บทที่ 3 ชาเทวะตรัสรู้รึ? เจ้าชอบ? งั้นเอาไปสักสองจินสิ!
บทที่ 3 ชาเทวะตรัสรู้รึ? เจ้าชอบ? งั้นเอาไปสักสองจินสิ!
บทที่ 3 ชาเทวะตรัสรู้รึ? เจ้าชอบ? งั้นเอาไปสักสองจินสิ!
บทที่ 3 ชาเทวะตรัสรู้รึ? เจ้าชอบ? งั้นเอาไปสักสองจินสิ!
“ต้าไป๋ ถอนขน...”
หลินเซวียนพับแขนเสื้อขึ้น สั่งให้ต้าไป๋ทำงาน หนึ่งคนหนึ่งสุนัข วุ่นวายอยู่กับการเตรียมอาหาร
สิบปีมานี้ นอกจากเรื่องการบำเพ็ญเพียรแล้ว เจ้าระบบเฮงซวยได้พัฒนาทักษะของเขาจนถึงระดับสูงสุดทั้งหมด
ฝีมือการทำอาหารก็เป็นเลิศ! ได้รับฉายา ‘เทพกระทะ’
หลินเซวียนตัดสินใจว่า เรือนน้อยของตนสิบปีมานี้ไม่เคยมีแขกมาเยือน เงียบเหงาจนเขาแทบจะเป็นบ้า! วันนี้ จะต้องต้อนรับสตรีงดงามผู้นี้ให้ดีที่สุด
“คุณชาย ต้องการให้ข้าช่วยหรือไม่?”
ซีหวังหมู่เอ่ยถาม
“ไม่จำเป็น แม่นางผิวพรรณบอบบาง งานหยาบเช่นนี้ จะให้เจ้าทำได้อย่างไรเล่า?”
หลินเซวียนส่ายหน้า เปี่ยมไปด้วยความเป็นบุรุษชาตรี
สิบปีที่ไม่ได้พบสตรี ทำให้หลินเซวียนรู้สึกเกร็งเล็กน้อย น้ำเสียงจึงราบเรียบ
เขารู้สึกว่าอย่างไรเสียนางก็เป็นแขก การจะให้แขกมาช่วยงานนั้นไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง
“ท่านผู้อาวุโสช่างดีต่อข้ายิ่งนัก!”
เมื่อซีหวังหมู่ได้ยินคำพูดของหลินเซวียน ในใจนึกอบอุ่นขึ้นมา
ดูท่าแล้ว ผู้อาวุโสคงจะมีใจให้ข้าสินะ...
ซีหวังหมู่ก้มหน้าลง ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกหวั่นไหว
ทั้งแข็งแกร่งลึกลับ ทั้งยังเอาใจใส่ถึงเพียงนี้ ในใจของซีหวังหมู่ บัดนี้หลินเซวียนคือบุรุษผู้อบอุ่นอันดับหนึ่งแห่งแดนบรรพกาล
จากนั้น ซีหวังหมู่ก็เงยหน้าขึ้น มองดูปรมาจารย์อสูรคุนเผิงที่ถูกหลินเซวียนถอนขนเลาะหนัง อดตัวสั่นเทามิได้
ปรมาจารย์อสูรคุนเผิง กึ่งมหาปราชญ์ผู้ตัดหนึ่งกิเลส แม้จะตายไปแล้ว ร่างกายสมควรไม่เน่าเปื่อยเป็นหมื่นปี แต่ในมือของหลินเซวียน กลับเป็นเหมือนไก่ธรรมดาตัวหนึ่ง มีดทำครัวที่ดูธรรมดา สับเนื้อกระดูกของปรมาจารย์อสูรคุนเผิงดังกร๊อบๆ
แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!
นางเซียนซีหวังหมู่กลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว ในใจไม่แน่ใจว่ารู้สึกตกตะลึงหรือหวาดกลัวมากกว่ากัน
มือของหลินเซวียนยังคงทำงานไม่หยุด สายตากวาดมองไปยังซีหวังหมู่
เมื่อเห็นนางเซียนซีหวังหมู่กลืนน้ำลาย ในใจก็พลันคิดขึ้นได้
สตรีงดงามผู้นี้ คงจะกระหายน้ำสินะ?
“แม่นาง ท่านคงจะกระหายน้ำแล้ว ไก่ตัวนี้ค่อนข้างใหญ่ ยังต้องใช้เวลาปรุงอีกสักพัก ท่านดื่มชาก่อนดีหรือไม่”
หลินเซวียนรีบชงชาถ้วยหนึ่ง แล้วยกไปให้ซีหวังหมู่
ซีหวังหมู่เคยเป็นถึงประมุขแห่งเซียนสตรีที่หงจวินแต่งตั้งด้วยตนเอง มีพลังใกล้เคียงขอบเขตเซียนทองคำต้าหลัว จะกระหายน้ำเหมือนปุถุชนได้อย่างไร?
เดิมทีคิดจะปฏิเสธ แต่เมื่อได้กลิ่นหอมของชา ซีหวังหมู่ก็ถึงกับนิ่งอึ้ง
เพียงแค่กลิ่นหอมของชา ก็ทำให้ซีหวังหมู่รู้สึกว่าระดับพลังเกือบถึงเซียนทองคำต้าหลัวขั้นต้นและหยุดนิ่งมานานหลายปี เริ่มคลายตัว
ในชั่วขณะนี้ ความเข้าใจในมรรควิถีเริ่มแจ่มชัดเป็นพิเศษ ความคิดปลอดโปร่ง
นี่คือ! ชาตรัสรู้!
ซีหวังหมู่สูดลมหายใจเข้าลึก รีบรับถ้วยชามา โดยไม่สนใจกิริยาของเซียนอีกต่อไป ยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด
“ระวัง... ร้อน!”
หลินเซวียนยังพูดไม่ทันจบ น้ำชาก็หมดถ้วยเสียแล้ว
สตรีงดงามผู้นี้ ดูท่าจะกระหายน้ำจริงๆ
ตูม!
ในชั่วพริบตา ซีหวังหมู่รู้สึกราวกับในสมองเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง ผานกู่เบิกฟ้า สิ่งบริสุทธิ์ลอยขึ้น สิ่งขุ่นมัวจมลง...
เบื้องหน้าของซีหวังหมู่ ปรากฏภาพวิวัฒนาการของโลกแดนบรรพกาลผ่านไปอย่างรวดเร็ว
มหามรรคดูเหมือนกำลังขับขานบทเพลง ทำให้ความเข้าใจของซีหวังหมู่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
นี่คือ... กลิ่นอายแห่งมรรค!
ซีหวังหมู่รู้สึกว่าระดับพลังของตนก้าวหน้าไปอีกขั้น ทะลวงผ่านขอบเขตเซียนทองคำต้าหลัวขั้นต่ำได้โดยตรง
“นี่ไม่ใช่ชาตรัสรู้ แต่ควรจะเป็นชาเทวะตรัสรู้ ในตำนานเล่าว่าเมื่อครั้งฟ้าดินแรกเริ่ม มีเพียงต้นชาตรัสรู้เพียงต้นเดียว ที่สามารถทำให้ผู้คนเข้าถึงมหามรรคได้ ชาตรัสรู้มีเพียงจากต้นชาตรัสรู้เท่านั้น ส่วนชาเทวะตรัสรู้ คือส่วนยอดอ่อนอันเป็นแก่นแท้ของต้นชา”
“ท่านผู้อาวุโส... แม้แต่ของวิเศษเช่นนี้ก็มีรึ? แม้แต่สามมหาปราชญ์ผู้บริสุทธิ์ ก็มีเพียงชาตรัสรู้จำนวนน้อยนิด ทั้งยังไม่ใช่ชาเทวะตรัสรู้เช่นของท่านผู้อาวุโส คาดไม่ถึงว่าข้าจะมีวาสนาถึงเพียงนี้!”
สมองของซีหวังหมู่ขาวโพลนไปหมด
“ชานี้... ดีจริง หอมกรุ่นติดปลายลิ้น ชาดี!”
ซีหวังหมู่กลั้นใจอยู่นาน จึงเอ่ยขึ้นได้ นางเกือบจะเอ่ยชมว่าเป็นชาเทวะตรัสรู้แล้ว แต่พลันนึกขึ้นได้ว่าผู้อาวุโสลึกลับผู้นี้ต้องการจะซ่อนตัวตน จึงเปลี่ยนคำพูดเป็นชมชาธรรมดาแทน
“ชานี้ดีรึ? ถ้าเจ้าชอบ เดี๋ยวกลับไปก็เอาไปสักสองจินสิ จะได้ไม่กลับไปมือเปล่า”
หลินเซวียนโบกมือ แล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“สองจิน(1กิโลกรัม)?!”
ซีหวังหมู่ร้องอุทานออกมา
แม้แต่สามมหาปราชญ์ผู้บริสุทธิ์ ก็ยังได้รับชาตรัสรู้จากปรมาจารย์หงจวินเพียงไม่กี่ใบทุกๆ พันปี
ส่วนชาเทวะตรัสรู้ชนิดนี้ เหนือกว่าชาตรัสรู้เสียอีก หลินเซวียนให้นางนำกลับไปสองจิน?
ตั้งสองจิน?!
นางมีค่าพอเช่นนั้นรึ?
ซีหวังหมู่ยืนนิ่งงัน
“สองจินไม่พอหรือ? งั้นเจ้าเอาไปอีกสองจินก็ได้ ไม่เป็นไร ที่ต้นไม้หลังบ้านข้ามีเยอะแยะ!”
หลินเซวียนเห็นซีหวังหมู่ยืนนิ่ง ก็คิดว่านางหาว่าตนขี้เหนียว จึงเอ่ยขึ้น
สิบปีมานี้ เพิ่งจะมีแขกมาเป็นครั้งแรก จะขี้เหนียวเกินไปไม่ได้จริงๆ
บุรุษชาตรี หากถูกกล่าวหาว่าขี้เหนียว ก็เท่ากับถูกตบหน้า
ซีหวังหมู่: “...”
หนึ่งชั่วยามต่อมา หลินเซวียนก็ยกไก่ตุ๋นชามหนึ่งออกมา พร้อมกับน้ำจิ้ม
“แม่นาง ไก่ตุ๋นเสร็จแล้ว!”
หลินเซวียนโยนเนื้อไก่สองสามชิ้นให้ต้าไป๋ แล้วเรียกซีหวังหมู่
ซีหวังหมู่มองดูปรมาจารย์อสูรคุนเผิงที่ถูกทำเป็นไก่ตุ๋น
ปรมาจารย์อสูรคุนเผิงผู้มีชื่อเสียงเกรียงไกรในสามภพ กลับกลายเป็นไก่ตุ๋นเนื้อขาวๆ จานหนึ่ง นับเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อนและจะไม่มีอีกในภายหลัง เป็นเรื่องแปลกประหลาดในหมู่สัตว์ปีกโดยแท้!
“สตรีต่ำต้อยขอบคุณในบุญคุณอันยิ่งใหญ่ของคุณชาย ข้าจะไม่มีวันลืมเลือน!”
ซีหวังหมู่พลันลุกขึ้นยืน แล้วโค้งคำนับให้หลินเซวียน
เริ่มจากบุญคุณช่วยชีวิต ตามด้วยชาเทวะตรัสรู้ที่ทำให้นางกลายเป็นเซียนทองคำต้าหลัวที่แท้จริง นี่คือวาสนาอันยิ่งใหญ่ ซีหวังหมู่ย่อมรู้สึกซาบซึ้งจนน้ำตาแทบไหล
หลินเซวียนรู้สึกสงสัยเล็กน้อย
สตรีงดงามผู้นี้ แค่ชวนนางดื่มชา กินข้าว ก็ซาบซึ้งถึงเพียงนี้แล้วหรือ?
“ไม่เป็นไร เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ข้าชื่อหลินเซวียน ไม่ทราบว่าแม่นางมีนามว่ากระไร?”
หลินเซวียนไม่ได้ติดต่อกับผู้คนมานาน น้ำเสียงจึงค่อนข้างราบเรียบ เอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจ
ซีหวังหมู่เห็นหลินเซวียนดูเย็นชา ในใจก็พลันคิดขึ้นได้
หลินเซวียน? ช่างเป็นชื่อที่ธรรมดายิ่งนัก ราวกับเป็นปุถุชน
นั่นสินะ ที่ผู้อาวุโสเย็นชาเช่นนี้ ก็เพื่อบอกใบ้ข้าว่า ตอนนี้เขาเป็นปุถุชน ขออย่าให่ข้ามาทำลายการสัมผัสวิถีชีวิตของเขา
ซีหวังหมู่รู้สึกว่าตนเข้าใจความหมายของหลินเซวียนแล้ว จึงทำความเคารพแล้วกล่าวว่า
“หญิงต่ำต้อยนามว่าซีเอ๋อร์ ขอคารวะคุณชายหลิน”
“ซีเอ๋อร์ ชื่อไพเราะยิ่ง!”
“มาเถิด แม่นางซีเอ๋อร์ กินไก่... กันเถอะ!”
หลินเซวียนพยักหน้า ไม่ได้คิดอะไรมาก คีบเนื้อคุนเผิงชิ้นหนึ่งวางลงในจานของซีหวังหมู่
ไก่ตุ๋นรึ? วิธีการปรุงเช่นนี้ ไม่เคยได้ยินมาก่อน
ซีหวังหมู่ก็พอจะยอมรับเรื่องที่คุนเผิงถูกทำเป็นอาหารบนโต๊ะได้แล้ว
เจ้าสารเลวผู้นี้ เริ่มจากสังหารสามีของนาง แล้วยังคิดจะสังหารนางให้ตาย การได้กินเนื้อของมัน ย่อมถือเป็นการระบายความแค้น!
ซีหวังหมู่กล่าวขอบคุณ จากนั้นริมฝีปากแดงระเรื่อก็ค่อยๆ เปิดออก กัดคำเล็กๆ
เนื้อที่ชุ่มฉ่ำและสดใหม่ ราวกับมีชีวิตขึ้นมาบนปลายลิ้นของซีหวังหมู่ สั่นระริกไม่หยุด
นี่คือไก่ตุ๋นรึ? เลิศรส เลิศรสเกินไปแล้ว!
ฟู่ๆๆ!
ซีหวังหมู่รู้สึกถึงพลังมหาศาลที่หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่อง
ปรมาจารย์อสูรคุนเผิง มีระดับพลังกึ่งมหาปราชญ์ ร่างกายของมันย่อมมีพลังงานมหาศาลอยู่แล้ว ประกอบกับฝีมือการปรุงอาหารระดับเทพกระทะที่ผ่านการพัฒนาระบบของหลินเซวียน ไก่ตุ๋นที่นึ่งอย่างเรียบง่าย สามารถดึงพลังจากร่างกายของกึ่งมหาปราชญ์ออกมาได้อย่างเต็มที่
เนื้อไก่ตุ๋นชามนี้ทุกชิ้น ล้วนแฝงไปด้วยกลิ่นอายแห่งมรรคา
แม้ซีหวังหมู่จะอดอาหารมานานหลายปี ไม่กินอาหารของโลกมนุษย์ แต่ในชั่วขณะนี้ กลับไม่สามารถควบคุมความอยากอาหารของตนเองได้เลย
โดยไม่ต้องรอให้หลินเซวียนเชิญชวน ซีหวังหมู่ก็คีบเนื้อไก่หลายชิ้น ยัดเข้าปากอย่างไม่คิดชีวิต
หลินเซวียนเห็นภาพนี้ ถึงกับอดคิดในใจมิได้
ดูท่าสตรีงดงามผู้นี้จะหิวจริงๆ เฮ้อ! สตรีโฉมสะคราญถึงเพียงนี้ คงจะไม่ได้มาจากครอบครัวที่ยากจนหรอกนะ? โตมาจนป่านนี้ ยังไม่เคยกินเนื้อไก่หรือไง?
ในขณะนั้นเอง บนท้องฟ้า ปรากฏร่างสามร่างขึ้น
“ปรมาจารย์อสูรคุนเผิงผู้นี้ช่างรวดเร็วนัก พวกเราตามไม่ทัน ไม่รู้ว่าน้องสาวซีหวังหมู่ จะประสบเคราะห์ร้ายหรือไม่!”
ร่างทั้งสามนั้น เป็นสตรีรูปร่างอรชรสามนาง
แต่ละนางล้วนงดงามล่มเมือง
ผู้ที่นำหน้า สวมอาภรณ์ผ้าไหมสีขาว น้ำเสียงเศร้าโศก เต็มไปด้วยความโกรธแค้น
ทั้งสามคนนี้ก็คือศิษย์รุ่นที่สองของลัทธิเจี๋ย ผู้โด่งดังในภายภาคหน้า ซานเซียวเหนียงเหนียงนั่นเอง