เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 318 - ฉันจะเป็นคนปิดม่านครั้งนี้เอง (2) [06-05-2020]

บทที่ 318 - ฉันจะเป็นคนปิดม่านครั้งนี้เอง (2) [06-05-2020]

บทที่ 318 - ฉันจะเป็นคนปิดม่านครั้งนี้เอง (2) [06-05-2020]


บทที่ 318 - ฉันจะเป็นคนปิดม่านครั้งนี้เอง (2)

ไฮเชียคือโลกระดับต่ำที่ยังเหลืออยู่ที่เขาไม่ได้มามานานแล้ว หลังจากครั้งก่อนที่ยูอิลฮานได้กวาดล้างมอนสเตอร์ไปความเป็นอยู่ของผู้คนได้ดีขึ้นเล็กน้อย แต่ว่าก็ยังคงมีการปะทะกับมอนสเตอร์ที่รุนแรงอยู่ดี และเรื่องที่น่าประหลาดใจที่สุดเลยก็คือ...

"...โลกนี้เหมือนกับจะมาอยู่ใต้การปกครองของฉันได้ตลอดเวลาเลย ทำไมถึงเป็นแบบนี้กันล่ะ?"

[ฉันได้ยินมาว่านายได้แสดงปาฏิหาริย์ขึ้นบนโลกใบนี้ คนทั้งโลกไฮเชียได้บูชานายเหมือนกับพระเจ้าไปแล้ว หากนายเผยตัวออกมาในตอนนี้อาจจะเป็นการกดสวิตเลยก็ได้]

ทั้งๆที่ในตอนเก็บกวาดมอนสเตอร์เขายังไม่ได้เผยตัวออกมาเลยเนี้ยนะ!? ในระหว่างคิดแบบนี้เขาก็ยังรู้ตัวว่านี่มันไม่ใช่เรื่องสำคัญ

เมื่อเขาได้เผยตัวออกมาและแสดงสิ่งที่คล้ายปาฏิหาริย์ให้คนที่นี่ได้เห็น ผู้คนก็จะเลือกติดตามขาแน่นอน ศรัทธาได้กระจายไปในหมู่มนุษยชาติในโลกใบนี้จนหยั่งรากลึ้งและทำให้ไฮเชียได้กลายมาเป็นโลกภายใต้การปกครองของเขา นี่มันอาจจะหลอมรวมเข้ากับดาเรย์ในทันทีอีกด้วย

เรื่องนี้ได้เกิดขึ้นมาจากการที่แค่เขาอยากจะยืนยันความปลอดภัยของพ่อเขา ยูอิลฮานรู้สึกประหลาดใจมากๆกับการบูชาที่โลกใบนี้มีต่อเขา ยูเรียลได้ยิ้มพูดออกมา

[เทพองค์ที่ห้าและเป็นดาวที่เปร่งประกายมากที่สุด? นี่มันคือความจริง ไม่เคยมีเทพคนไหนที่รวมโลกระดับต่ำได้ นายคิดยังไงล่ะ? นายยังจะคิดว่านายเป็นคนเห็นแก่ตัวอยู่อีกหรอ ทั้งๆที่การกระทำเล็กๆน้อยๆของนายเป็นการทำให้มีคนรอดชีวิตมากมาย]

"ใช่แล้ว ตราบใดที่คนรอบตัวฉันปลอดภัยก็ไม่มีปัญหา เรื่องอื่นฉันไม่สนใจหรอกนะ ต่อให้จะมีคนที่ฉันช่วยเอาไว้มามากมาย แต่ว่านั่นมันก็เพราะหากพวกเขาตายต่อหน้าฉันมันน่าอีดอัดเท่านั้นเอง ฉันไม่ใช่ฮีโร่ ฉันเกลียดการเป็นฮีโร่สุดๆเลยล่ะ"

[ฟุฟุ ที่นายได้คุณสมบัติในการเป็นเทพก็น่าจะเพราะนายเป็นแบบนี้ล่ะมั้ง เหมือนกับคนที่ฉันเคยรู้จักจริงๆ]

ยูเรียลได้ยิ้มออกมา นี่เขาทำผิดหรือป่าวนะ? ภาพของยูอิลฮานที่เป็นมิตรกับเขาในตอนนี้ต่างจากตัวเธอในโลกก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง

ยูอิลฮานได้ตัดสินว่านี่มันอาจจะเป็นเพราะในโลกใบนี้ไม่ได้มีร่องรอยกองทัพสวรรค์ใดๆอยู่เลยก็ได้ หรือก็คือนี่มันทำให้เธอซื่อตรงกับเขามากกว่าเดิม

"กองทัพสวรรค์ได้ทอดทิ้งโลกใบนี้ ไม่สิพวกเธอพลาดไป?... หรือว่าตั้งใจล่ะ?"

[กองทัพสวรรค์ได้ดูแลจัดการโลกจำนวนนับไม่ถ้วน นี่ก็คือสิ่งที่เราสี่ยอดเทวทูตใช้รับมือกับสิ่งที่เกินกำลัง]

เธอได้ยอมรับออกมาตรงๆว่าเธอเป็นคนทำมัน

"แล้วทำไมพระเจ้าถึงได้เชื่อในตัวพวกเธอแล้วแบ่งพลังให้กันล่ะ?"

[มันไม่ใช่ว่าเขาได้มอบพลังส่วนหนึ่งให้กับเราหรอกนะ นี่มันคือการหวนคืนเท่านั้นเอง ในระหว่างกระบวนการนี้ลูซิเอลได้กลายมาเป็นซาตานในระหว่างที่พระเจ้าหายตัวเอง และสี่ยอดเทวทูตก็ได้ครอบตำแหน่งสูงสุดในสวรรค์]

แค่การพึมพัมของเขากับตัวเองได้ทำให้เราได้รับคำตอบที่ไม่น่าเชื่อออกมา และเพราะแบบนี้ทำให้ยูอิลฮานสงสัยในคำพูดของเขาอยู่ครู่หนึ่ง ยังไงก็ตามเมื่อเขาคิดไปถึงคำพูดที่คนที่ประกาศตัวเองว่าเป็นพระเจ้าพูดกับคังมิเรย์ ยูอิลฮานก็ยอมรับในเรื่องนี้

"ทำไมเธอถึงได้บอกกับฉันกันล่ะ?"

[ในตอนนั้นพวกเราทุกคนยังเป็นหนึ่งเดียวกันอยู่ แต่แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันล่ะ? ความเป็นหนึ่งเดียวกันของพวกเขาได้ถูกแย่งออกเป็นเศษเสี้ยวต่างๆ มิคาเอลอยากที่จะทำตามกฏเดิมของพระเจ้าคนเก่า ส่วนราฟาเอลอยากที่จะให้มิคาเอลเข้าแทนที่พระเจ้า... ฉันไม่อาจจะทนดูพวกเขาเดินไปในเส้นที่พวกเขาเองก็รู้ว่ามันผิดได้...]

"แล้วกาเบรียลก็ไม่เห็นด้วยเหมือนกันสินะ?"

มุมปากยูเรียลได้ยกขึ้นมาเป็นรอยยิ้มบางๆ

[ฉลาดอย่างที่คิดเลย]

"ฉันอยากจะได้ยินส่วนต่อไปจากปากกาเบรียลเอง"

ยูอิลฮานได้ยกมือของเขาขึ้นมา

ในฐานะที่เป็นผู้อยู่ในจุดสูงสุดของการซ่อนตัวแล้ว เขาได้ตวัดมือลงมาเบาๆทำให้คนที่ซ่อนตัวอยู่ภายในท้องฟ้าต้องเผยตัวออกมา

เขาคนนี้คือคนที่ยูอิลฮานรู้จักเป็นอย่างดี แต่ในเวลาเดียวกันก็เป็นคนที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน

"เพราะงั้น.... คุณช่วยพ่อผมในเรื่องนั้นได้ไหมครับพ่อ?"

หนึ่งในสี่ยอดเทวทูตที่ซ่อนตัวอยู่ กาเบรียล ในเวลาเดียวกันเขาคนนี้ยังเป็นหัวหน้าสวนอาทิตย์อัสดง รวมไปถึงพ่อของยูอิลฮานอีกด้วย

ยูยงฮานได้ยืนอยู่ตรงนี้

[ได้เลยลูกพ่อ ตอนนี้พ่อจะเล่าทุกๆเรื่องให้ลูกฟังเอง]

[พยายามมาตลอดเลยนะกาเบรียล]

[งานนี่มันถูกลูกชายของฉันจัดการไปแล้ว ... ขอโทษนะที่ทำให้ลูกต้องเป็นห่วงมาตลอด]

ในขณะเดียวกันยูอิลฮานรู้สึกได้ถึงความรู้สึกที่เอ่อล้นมาจากภายใน แต่เขาก็ห้ามมันเอาไว้และหัวเราะออกมา

"ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ ตัวตนของพ่อจืดจางจนผมชอบลืมไปบ่อยๆเลย"

[พ่อไม่ได้กำลำพูดเรื่องนั้น ที่พ่อกำลังพูดถึงเลยก็คือการที่ลูกต้องมาดูแลพ่อที่ไม่คู่ควรคนนี้]

"..."

ยูอิลฮานมีคำพูดมากมายที่อยากจะบ่นใส่พ่อเขาออกไปเมื่อได้เจอกันอีกครั้ง ยังไงก็ตามเมื่อได้มาเจอกันอีกและได้เห็นสภาพของพ่อของเขาที่ดูโทรมทำให้อิลฮานลืมเรื่องพวกนั้นไปจนหมด

จริงๆแล้วเขาก็พอจะรู้แล้วว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้ เขาเริ่มสงสัยตั้งแต่ในตอนที่เขาได้เป็นจ้าวแห่งการซ่อนตัวตั้งแต่เกิดด้วยซ้ำ จากการที่ทูตสวรรค์เข้ามาช่วยสนับสนุนเขาในเวลาที่เหมาะเจาะ เขายิ่งมั่นใจมากขึ้นไปอีกเมื่อไม่อาจจะหาร่องรอยของพ่อเขาได้ในไฮเชีย ยิ่งเข้าใจมากขึ้นเมื่อได้เจอแม่ของเขาที่อยู่ในโลกของสวนอาทิตย์อัสดงที่ซึ่งมิติเวลาถูกหยุดนิ่งเอาไว้ และในท้ายที่สุดเขาก็ได้รู้ถึงตัวตนของพ่อเขาในตอนที่เขาได้ต่อต้านสวรรค์

ยังไงก็ตามเขาก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี เขาอยากจะให้พ่อเขาเป็นคนธรรมดา เขาอยากจะให้พ่อเขาไม่ต้องรับรู้ถึงแรงกดดันที่เขาแบกรับอยู่ เขาอยากที่จะให้พ่อของเขามีชีวิตที่ปกติสุข

แต่มันก็เท่านั้นเขาไม่อาจจะหลีกหนีไปจากความจริงตรงหน้าได้

ยูอิลฮานได้ถามขึ้นมา

"พลังในการเห็นอนาคตมีแค่พ่อคนเดียวที่มีใช่ไหม?"

[ถูกแล้ว นี่คือสิ่งที่พ่อมีมาตั้งแต่ที่ยังเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำเลย ในตอนที่มิคาเอลถามว่าพ่อเอาชนะหัวหน้าสวนอาทิตย์อัสดงได้ไหม พ่อเกือบจะหลุดขำออกมาแน่ะ]

เมื่อพ่อของเขาได้หัวเราะออกมา ยูอิลฮานก็หัวเราะตามเช่นกัน โอโรจิกับมิสทิคได้ยืนอยู่ด้านหลังเงียบๆ ส่วนยูเรียลได้เฝ้ามองการกลับมาเจอกันของพ่อลูกด้วยรอยยิ้ม

"แล้วพ่อสร้างสวนอาทิตย์อัสดงเมื่อไหร่กันล่ะ?"

[ก็เป็นในตอนที่พ่อรู้สึกว่ามิคาเอลเปลื่ยนไป ซาตานได้สร้างกองทัพจรัสแสงขึ้นมาต่อต้านมิคาเอล แต่ว่าพ่อรู้สึกว่ามันยังไม่พอ แล้วลูกรู้อะไรไหม? การสับรางนี่มันยากกว่าที่พ่อคิดอีกนะ มันไม่ได้เป็นไปตามที่พ่อต้องการเลย]

"แน่นอนสิ แม้กระทั่งเวลามาใช้กับครอบครัวยังยากเลย"

พ่อของเขาได้ถูกกระตุ้นและตอบกลับไป

[แต่ว่าพ่อก็ยังคงบรรลุเป้าหมายอยู่ดี]

"แล้วเป้าหมายของพ่อคืออะไรกันล่ะ?"

[เผชิญหน้ากับพระเจ้า ทำให้มีดวงดาวที่เปล่งประกายมากที่สุดเกิดขึ้นมานั่นก็คือลูก รวมไปถึงกำจัดตัวแปรต่างๆที่มีมากมายเท่าที่จะทำได้ด้วย และอย่างสุดท้าย... คือการปกป้องครอบครัว]

ปล่อยเรื่องการเผชิญหน้าหรือดวงดาวอะไรนั่นไว้ก่อนเลย เหตุผลที่สร้างสวนอาทิตย์อัสดงขึ้นมานั่นเพื่อปกป้องครอบครัว? นี่เรื่องพลังในการเห็นอนาคตของพ่อนี่มั่วหรือป่าวเนี้ย? ยูอิลฮานได้หรี่ตาขึ้นมา

"ทั้งแม่ทั้งผม มีอยู่หลายครั้งที่เราทั้งคู่ต่างได้รับความเสียหายจากสวนอาทิตย์อัสดง แล้วนี่พ่ออยากจะให้ผมเชื่อเรื่องนี้หรอ? แล้วก็นะตัวแปรต่างๆ? สวนอาทิตย์อัสดงนี่แหละคือตัวแปรใหญ่ที่สุดที่ไม่มีใครทำอะไรได้!"

[การมองเห็นอนาคตมันไม่ใช่อำนาจที่เบ็ดเสร็จ แล้วพ่อก็ได้แต่เชื่อในผลลัพธ์ที่มองเห็นและทำตามเท่านั้นเอง นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้... ลูกกับแม่ของลูกต้องลำบาก มีอยู่หลายเรื่องที่ไม่ได้เป็นไปตามที่พ่อหวังไว้]

หลังจากยูอิลฮานได้ยินคำสารภาพของพ่อเขา เขาได้คิดกับตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง เรื่องที่สวนอาทิตย์อัสดงเข้ามาเกี่ยวด้วยทั้งหมดต่างก็เป็นเรื่องที่เขาหาทางออกได้ไม่ว่าจะทางใดทางหนึ่งทั้งนั้นนี่

สถานที่ที่เป็นแหล่งพลังที่ใหญ่ที่สุดของเขาอย่างดาเรย์ดาเรย์ก็เกี่ยวข้องกับสวนอาทิตย์อัสดงด้วยนี่ แม้กระทั่งลูกชายที่ล้ำค่าที่สุดของเขาอย่างยูมิลก็ยังเป็นเด็กที่เขาได้มาจากเลอซิดน่าที่เป็นผู้ติดตามสวนอาทิตย์อัสดง แม่ของเขาก็ยังได้รับพลังมาจากโลกที่ถูกหยุดนิ่งด้วยถึงแม้ว่าจะต้องอยู่ในกาลเวลาที่หยุดนิ่งจนน่ากลัวก็ตาม

ใช่แล้ว หากมองในผลลัพธ์ก็เป็นแบบนี้แหละ

"แต่ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่ให้อภัยพ่อหรอกนะ พ่อยังมีความผิดอยู่ดี ผมต้องกัดฟันแน่นในทุกๆครั้งที่ผมคิดถึงการที่ถูกทิ้งเอาไว้บนโลกได้ยัง"

[พ่อยินดียอมรับโทษทุกๆอย่างเลย พ่อขอโทษจริงๆลูกพ่อ]

ยิ่งพ่อเขาไม่แก้ตัวเลยยิ่งทำให้ยูอิลฮานอึดอัดเอามากๆ หากว่านี่ไม่ใช่พ่อเขาแต่เป็นคนอื่นยูอิลฮานก็คงอัดจนเกือบจะตายไปแล้วด้วยซ้ำ แต่ว่าเขาจะไปทำแบบนั้นกับพ่อเขาได้ยังไงกัน?

นี่มันเพราะยูอิลฮานรู้ดีว่าพ่อขอของเขาคิดยังไงกับลูกของตัวเอง พ่อของเขาทำทุกๆอย่างโดยคิดถึงยูอิลฮานกับคิมเยซอลมาตลอด นี่มันเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาหงุดหงิด

"วิธีของพ่อมันผิดเอามากๆ! พวกผมไม่ใช่ซุปเปอร์แมนนะ!"

[แต่พ่อก็คิดว่านี่มันดีกว่าการต้องตายนะ... แถมพ่อก็ไม่คิดว่าลูกจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่รุนแรงแบบนี้ด้วย พ่อขอโทษนะลูกพ่อ]

"อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก!"

ดีกว่าตาย - เขาไม่อาจจะปฏิเสธคำนี้ได้ในเมื่อเขาได้เห็นการตายมามากมาย ยูอิลฮานคิดว่าเขาจะต้องอัดพ่อให้เจ็บปวดที่สุดแต่สุดท้ายเขาก็ได้แต่ห่อไหล่

"งั้นกลับไปคุยเรื่องเก่าเถอะนะ"

[นี่ลูกเห็นด้วยกับพ่อแล้วใช่ไหม?]

"ผมไม่เห็นด้วย แต่ว่าเราจะเสียเวลาไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว"

[เข้าใจล่ะ]

เพราะกลัวลูกชายจะคลั่งไปทำให้ยูยงฮานได้เงียบลงในทันที ยูอิลฮานได้ถอนหายใจออกมาและหยิบกับดักแห่งการฟื้นคืนมาให้พ่อเขาดู

[โอ้ นี่มัน...]

"ศักยภาพของลูกพ่อไงล่ะ"

แม้ว่าจะไม่มีใครวิเคราะห์ถึงกับดักแห่งการฟื้นคืนที่ติดตั้งไปแล้วได้ แต่ว่าหากได้มาเห็นสภาพก่อนเปิดใช้งานของมันก็พอที่จะมองเห็นฟังก์ชั่นการทำงานได้ แล้วยูยงฮานก็อุทานออกมาหลังจากได้เห็นตามที่เขาคาดเอาไว้

[นี่มันคืออาร์ติแฟคที่น่าทึ่งมากจริงๆ มันคืออาร์ติแฟคที่เต็มไปด้วยการเอาคืนเร็กน่า นอกจากนี้ยังมีความสามารถที่พ่อยังมองไม่ออกอีกด้วย]

"แล้วเกิดอะไรขึ้นพระเจ้าถึงเป็นแบบนี้ล่ะ?"

นี่คือคำถามที่สำคัญ เขาต้องการจะรู้ว่าทำไมยูยงฮานถึงได้เป็นทั้งหัวหน้าสวนอาทิตย์อัสดงและกาเบรียลในเวลาเดียวกัน รวมถึงเหตุผลที่ทำให้เขาต้องล้มเลิกชีวิตที่โดดเดี่ยวมาเป็นหัวหน้ากองกำลังด้วย

[จริงด้วย พ่อยังไม่ได้บอกลูกสินะ]

กาเบรียล ยูยงฮานดูจะลังเลครู่หนึ่งก่อนที่จะหลับตาไปสักพักก่อนจะเริ่มพูดออกมา

[เอาล่ะนะ.... พ่อคงจะต้องพูดถึงเรื่องหนึ่งก่อนจะเริ่มกัน นั่นก็คือพระเจ้าของกองทัพสวรรค์น่ะไม่ใช่ผู้สร้าง 'พระเจ้า' ตามความหมายจริงๆน่ะไม่เคยมีอยู่เลย]

ยูอิลฮานได้นึกไปถึงตอนที่มีข้อความจากเทพแห่งความรักที่บอกว่าพระเจ้าไม่มีอยู่ เพราะงั้นนั่นมันหมายความว่าพระเจ้าไม่ได้มีอยู่จริงๆ

"นี่เพราะจะบอกว่าไม่มีใครที่รู้ว่าผู้สร้างคือใครและไม่รู้ว่าเขาหรือเธอคนนั้นมีตัวตนหรือป่าวถูกไหม?"

[ใช่แล้ว และพระเจ้าจากกองทัพสวรรค์ก็อยากที่จะเป็นผู้สร้าง]

ระหว่างนี้ยูอิลฮานก็นึกไปถึงเร็กน่า รวมไปถึงพระเจ้าที่ติดต่อหาคังมิเรย์

"เขาบอกว่าเขาสร้างมานาขึ้นมา นี่ก็เป็นเรื่องโกหกงั้นหรอ?"

[เป็นเรื่องโกหก เขาได้เกือบจะถึงขอบเขตของผู้สร้างจริงๆ แต่ว่าเขาก็ยังไปไม่ถึง เรื่องทั้งหมดนั่นคือเรื่องโกหก สิ่งที่ดีที่สุดที่เขาสร้างได้ก็คือโกเล็มเร็กน่าพวกนั้นนั่นแหละ หรือก็คือเขากระทั่งด้อยกว่าลูกอีกด้วยซ้ำไป อย่างเช่นกับดักแห่งการฟื้นคืนนี่ของลูกก็เป็นสิ่งที่เขาไม่อาจสร้างได้]

"ทั้งๆที่ผมมีเวลาฝึกแค่พันปีแต่เขากลับด้อยกว่าผมเนี้ยนะ? เป็นคนที่เลอะเทอะจริงๆ..."

หลังจากได้ยินคำพูดนี้จากยูอิลฮานได้ทำให้ยูยงฮานระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ลูกของเขาได้ไปถึงขอบเขตผู้สร้างที่ไม่เคยมีใครไปถึงและไม่ได้รู้ตัวเลยว่าขอบเขตที่ตัวเองไปถึงนั้นน่าทึ่งค่ไหน

"แล้วทำไมเขาถึงได้พยายามลบมานาทิ้งไปด้วยล่ะ?"

[เนื่องจากเขาพยายามจะลบสิ่งมีชีวิตทั้งหมดไป สิ่งที่ทำแบบนั้นได้มีแต่ต้องลบมานา ยังไงก็ตามอย่างที่รู้ 'การสร้าง' ของพระเจ้าจากสวรรค์ยังไม่ใช่ 'การสร้าง' ที่แท้จริง เขาก็แค่ใช้การเผาไหม้ของดวงวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนมาเป็นเชื้อเพลิงเพื่อทำสิ่งที่ใกล้เคียงเท่านั้นเอง เพราะแบบนี้ในที่สุดแล้วทุกๆอย่างจะเดินทางไปสู่การถูกทำลาย... ลูกก็รู้ว่านี่มันผิดใช่ไหมล่ะ?]

"ใช่ผมรู้"

หรืออีกความหมายถึงก็คือการตายของโลก คำพูดจากความโลภบางทีอาจจะมองเห็นความจริงข้อนี้โดยไม่ตั้งใจด้วยก็ได้

"...ผมมีอีกหลายคำถามที่อยากจะถาม แต่ในตอนนี้ผมจะถามแค่คำถามเดียว"

ยูอิลฮานได้ถอนหายใจออกมาและถามขึ้น

"ทำไมถึงต้องเป็นตอนนี้ด้วยล่ะ?"

[นั่นมันเพราะ...]

ยูยงฮาน กาเบรียลได้หลับตาลงเพราะคำถามนี้

เขาไม่รู้ว่าลูกชายเขาต้องผ่านอะไรมาบ้างถึงได้มายืนอยู่ในจุดนี้ เขารู้เพียงแค่ว่าลูกชายเขาจะกลายมาเป็นเทพที่เจิดจรัสที่สุดและกลายเป็นคนที่จะเผชิญหน้ากับพระเจ้า

ลูกชายของเขามีประสบการณ์มากยิ่งกว่าที่เขาคิดไว้และเติบโตมามาก เขาไม่ได้ถูกโลกหรือสถานการณ์ต่างๆชี้นำแล้ว ในที่สุดอนาคตที่เขามองเห็นก็ชัดเจนขึ้น

'เอิร์ธจะกลายเป็นโลกที่ใหญ่ยิ่งกว่าสวรรค์ เทพคนที่ห้าผู้เป็นดวงดาวที่ส่องแสงเจิดจรัสผู้ปกครองเอิร์ธจะปรากฏ เกิดมาจากทูตสวรรค์ ถูกเลี้ยงดูในฐานะมนุษย์ กำเนิดใหม่ขึ้นเป็นมังกร...'

ยูยงฮานได้บอกความจริงกับลูกชายของเขาด้วยความรู้สึกที่ขัดแย้งอยู่ภายในใจทั้งความเสียใจและพึงพอใจที่ได้เห็นลูกชายเติบโตขึ้น

[นั่นมันเพราะลูกปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว การปรากฏตัวของลูกได้ทำให้ทุกๆกองกำลังถดถอยและช่วงเวลาที่พรเจ้ารอคอยอยู่ก็ได้มาถึง]

'และในสุดท้ายแล้ว เขาก็จะกลายเป็นพระเจ้าเพียงหนึ่งเดียว'

เขาได้พูดคำที่พอจะเดาได้ออกมา

[อาร์มาเก็ดดอน(วันสิ้นโลก)กำลังจะมาถึงแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 318 - ฉันจะเป็นคนปิดม่านครั้งนี้เอง (2) [06-05-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว